รีวิว Samsung Galaxy S8 ฉบับใช้จริงจังแบบเนื้อๆ รู้เรื่องใน 5 นาที
Our score
9.4

Samsung Galaxy S8

จุดเด่น

  1. เครื่องออกแบบสวยมาก ว้าวมาก
  2. จอสวย สีดี สง่างามมาก
  3. ประสิทธิภาพแรงสุดๆ
  4. ตัวซอฟต์แวร์และ Android 7 ออกแบบมาสอดรับกันอย่างดี ลูกเล่นใช้งานได้จริง
  5. ไม่บังคับลงแอปของ Samsung ผู้ใช้เลือกติดตั้งได้หลังเปิดเครื่องครั้งแรก

จุดสังเกต

  1. ตัวอ่านลายนิ้วมือทำได้ไม่ดี
  2. ตัวอ่านม่านตาทำงานกลางแดดไม่ได้ ตัวสแกนใบหน้าทำงานในที่มืดไม่ได้
  3. Bixby ระบบช่วยเหลืออัจฉริยะยังไม่เหมาะกับคนไทย
  4. ยังไม่รองรับการขยายหน้าจอจนเต็มจอในบางแอป โดยเฉพาะแอปดูวิดีโออย่าง iflix, LINE TV
  5. ลำโพงมีแค่จุดเดียวใต้เครื่อง ไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอแบบหลายๆ รุ่น
  • การออกแบบตัวเครื่อง

    10.0

  • คุณภาพหน้าจอ

    10.0

  • ประสิทธิภาพเครื่อง

    10.0

  • คุณภาพกล้อง

    9.0

  • ความคุ้มค่า

    8.0

ทีมงานเว็บแบไต๋มีโอกาสได้ใช้ Samsung Galaxy S8 นาน 2 สัปดาห์ก่อนที่เครื่องจะจำหน่ายในเมืองไทยในเดือนพฤษภาคมนี้ จึงขอสรุปประสบการณ์การใช้งานทั้งหมดในรูปแบบเนื้อๆ เน้นๆ เล่าตรงจุด เข้าประเด็นกันไปเลย!

จุดที่ปลื้มกับ Samsung Galaxy S8

การออกแบบเครื่องและหน้าจอ

  1. เครื่องออกแบบสวยมาก สำหรับ S8 คือขนาดเครื่องเหมาะมือสุดๆ เครื่องโค้งรับมือทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สามารถใช้งานมือเดียวได้สบายๆ
  2. ปุ่มโฮมอยู่ใต้จอ ใช้งานเหมือน 3D Touch ของ iPhone คือกดลึกเข้าไปหน่อยจอก็ติดขึ้นมา เป็นการออกแบบที่โอเคเลย
  3. หน้าจอที่ซัมซุงเรียกว่า Infinity Display ดีอันดับหนึ่งของโลกตอนนี้ ดีกว่าจอของ iPhone 7 อีก สีสันสดใส สะดุดตาด้วยกรอบบาง
    1. สามารถเลือกโหมดให้ภาพสีอุ่นขึ้นสำหรับการชมภาพยนตร์ได้ด้วย (เพราะภาพยนตร์ควรดูในจออุณหภูมิสี 6500 k ถึงจะได้สีที่ถูกต้องอย่างที่ผู้สร้างต้องการ ซึ่งจอจะให้สีอุ่นกว่าปกติ)
    2. รองรับมาตรฐาน Mobile HDR Premium คือจอรองรับความลึกของสี 10 bit หรือแสดงสีได้พันล้านสีเป็นอย่างน้อย
    3. ซึ่งผลการทดสอบจอของ S8 จาก displaymate บอกว่ารองรับสีมาตรฐาน DCI-P3 113% (เป็นมาตรฐานของวงการภาพยนตร์) สามารถแสดงสีสันจากวิดีโอ HDR ได้อย่างแม่นยำ และจอสว่างสูงสุดมากกว่า 1000 nit พูดง่ายๆ คือใช้งานกลางแดด ภาพก็ยังชัดเจนมาก

คุณภาพกล้อง

  1. คุณภาพกล้องหลัง ไม่ได้แตกต่างจาก Galaxy S7 มาก แทบจะเป็นโมดูลกล้องรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ ก็ยังคงเป็นกล้องมือถือที่ดีมาก ให้สีสันสมจริง สีไม่สดเกินจริง สามารถถ่าย RAW เอามาตกแต่งต่อได้
  2. คุณภาพวิดีโอถือว่าดีเลย ระบบป้องกันภาพสั่นไหวก็ทำงานได้ดี แต่เห็น Noise ชัดเจนเมื่ออยู่ในที่แสงน้อย และเห็นชัดว่าภาพมีอาการเลื่อมๆ จากความเร็วซัตเตอร์ที่ลดลง
  3. กล้องหน้าปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่า S7 มาก มีโฟกัสอัตโนมัติแล้ว ถ่ายหน้าแล้วไม่ไปชัดที่กำแพงแล้ว
  4. มีโหมดโปรให้เลือก สามารถใส่ฟิลเตอร์สีเก๋ๆ ได้ในโหมดนี้ อยากได้ภาพสีสด หรือดูอบอุ่นก็ใส่ได้ และเลือก ISO ได้สูงสุด 800 ความเร็วซัตเตอร์ยาวสุด 10 วินาที และปรับระยะโฟกัสได้
  5. โหมดอื่นๆ มีให้เลือกไม่เยอะ เช่น Panorama เอาไว้ถ่ายรูปแนวยาว, Selective Focus เพื่อถ่ายรูปหลายระยะมาโฟกัสทีหลัง (ใช้ได้กับวัตถุนิ่งๆ อย่างเดียว), Food เอาไว้ถ่ายอาหารให้สวย, Slow Motion และ Hyperlapse เอาไว้ถ่ายวิดีโอเร่ง-ลดเวลา, Wide Selfie ไว้ถ่ายพาโนราม่ากล้องหน้า และถ้าต้องการเอฟเฟกเพิ่มเติมก็ดาวน์โหลดมาเพิ่มได้

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง Samsung Galaxy S8

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้าของ Samsung Galaxy S8

ตัวอย่างวิดีโอจาก S8

ซอฟต์แวร์เครื่อง

  1. ซอฟต์แวร์เครื่องมาเป็น Android 7.0 ที่ปรับแต่งมาดีใช้ได้ เมื่อเปิดเครื่องครั้งแรกจะถามว่าต้องการติดตั้งแอปของ Samsung ตัวไหนบ้าง ลดปัญหาแอปขยะที่ไม่ได้ใช้
  2. ซอฟต์แวร์เอกลักษณ์ของซัมซุงอย่าง Galaxy Gift, Samsung Pay, Samsung Health ก็มีให้เลือกดาวน์โหลดมาใช้
  3. ระบบเมนูใช้การลากนิ้วลงในหน้าจอหลักเพื่อเข้าสู่ App Drawer ก็เป็นวิธีการที่ดี ซ่อนปุ่มที่ไม่จำเป็นออกไป
  4. เนื่องจากจอยาวกว่า Android ปกติ ทำให้ใช้งานหลายอย่างได้ดี เช่นการแซต facebook messenger ลดปัญหาเห็นข้อความนิดเดียวเมื่อใช้ chat-head (ปัญหาใหญ่มากของ android)
  5. นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานแบบแบ่ง 2 หน้าจอได้ฉลาดว่าเดิม สามารถแบ่งจอแบบลอยตัวได้ด้วย พื้นที่จอมีเยอะนิ ใช้ให้คุ้ม
  6. มีลูกเล่น edge panels ที่ทำงานดีเหมือนเคย เรียกแอปใช้บ่อยๆ หรือเบอร์คนที่โทรบ่อยๆ ได้ง่ายๆ ด้วยการปัดจากข้างจอ
  7. มีโหมดพิเศษ Game tool สำหรับเล่นเกม ทั้งขยายหน้าจอเกมให้เต็มจอ ปิด notification ต่างๆ ไม่ให้กวน บันทึกภาพ และวิดีโอระหว่างเล่นเกมได้ด้วย
  8. เวลามี Notification บางแบบจะมีการเรืองที่ขอบด้วย สวยดี แต่ไม่มีประโยชน์​อะไร
  9. สามารถบันทึกหน้าจอตามแนวยาวได้ ดีงามสำหรับยุคนี้ที่ชอบแคปหน้าจอแซตยาวๆ กัน แต่ไม่มีคำสั่งบันทึกเสียงสนทนาแบบมือถือค่ายจีน

การใช้งานในระหว่างวัน

  1. แบตเตอรี่ของ S8 ใช้งานปกติอยู่ได้ครบวันสบายๆ (แบบปิดจอ Alway-on display นะ) ใช้งาน 14 ชั่วโมง เปิด Wifi, Bluetooth ตลอด เหลือแบตประมาณ 20% ถือว่าไม่ได้อึดมาก แต่อึดพอที่ไม่ต้องห่วงว่าแบตจะหมดระหว่างวัน
  2. การรับสัญญาณโทรศัพท์ทำได้ชัดเจน อยู่บนคอนโดสูงก็ยังสามารถคุยโทรศัพท์ได้ชัดเจนอยู่ รองรับทั้ง VoLTE และ VoWifi ในตัว
  3. ระบบ GPS ใช้งานได้ดี วิ่งใต้ทางด่วนไม่มีปัญหา ถ้าสัญญาณหลุดตำแหน่งก็ล็อกกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
  4. ใช้พอร์ต USB-C ทำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลากหลายมาก เอาไปเสียบ Hub USB-C เพื่ออ่าน SD Card ก็ได้ หรือต่อกับ USB-C to HDMI ก็ส่งภาพขึ้นจอได้ หรือต่อกับ USB-C to Ethernet ก็เสียบสาย LAN ได้ (ส่วนหนึ่งเพราะซัมซุงขาย DeX อยู่แล้ว ทำให้ Galaxy S8 รองรับอุปกรณ์ USB-C จำนวนมาก

จุดที่ไม่ค่อยปลื้ม

  1. ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือแย่กว่ามือถือ Android เครื่องไม่ถึงหมื่นในปัจจุบัน
    1. สแกนช้ากว่า แตะแล้วต้องรออึดใจหนึ่ง กว่าจะรู้ว่าไม่ได้ก็เสียอารมณ์นิดหน่อย
    2. นิ้วเปียกนิดหน่อยก็สแกนไม่ได้
    3. ตำแหน่งเซนเซอร์อยู่ที่ไม่ควรจะอยู่ (ซัมซุงบอกว่าไม่สามารถวางตำแหน่งอื่นได้เพราะติดก้อนแบต) ทำให้นิ้วไปแตะเลนส์กล้องแทนที่จะเป็นเซนเซอร์ลายนิ้วมือ
    4. เซนเซอร์เล็ก และต้องแตะเต็มนิ้ว ทำให้ใช้ยาก
  2. สแกนใบหน้าทำงานเร็วมาก ถ้าต้องการอ่าน notification ต้องเอาหน้าหลบหน้าจอมือถือก่อน นอกจากนี้ยังใช้ในที่มืดไม่ได้ (ใช้ในแสงแดดจัดได้) และสามารถใช้รูปถ่ายปลดล็อกได้ (แต่ทดลองกับภาพจากจอแท็บเล็ตแล้วก็ไม่ปลดล็อกนะ คิดว่าต้องเป็นภาพถ่ายจริงๆ)
  3. สแกนม่านตาใช้ในที่แสงแดดจัดไม่ได้ (ใช้ในที่มืดได้) ท่าทางการใช้ตลก ต้องเอาเครื่องไปใกล้ๆ หน้า แล้วเบิ่งตา
  4. เราสามารถใช้การปลดล็อกร่วมกันได้ 3 แบบคือ Pin/Pattern, ม่านตา/ใบหน้า และลายนิ้วมือ ในบางสถานการณ์โหดๆ เช่นเดินกลางแดด (ใช้ม่านตาไม่ได้) มีเหงื่อเต็มนิ้ว (ใช้นิ้วปลดล็อกไม่ได้) ก็กลับมาใช้ Pin ปลดล็อกเครื่อง
  5. ตอนนี้รองรับการขยายหน้าจอสำหรับดูหนังแค่ Youtube กับ Gallery ของระบบ แอบอย่าง iflix, LINE TV ไม่สามารถขยายหน้าจอจนสุดขอบได้
  6. bixby ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ในไทย ตอนนี้ถือว่าเสียแรงมากๆ ที่มีปุ่มแยกของตัวเอง ส่วน bixby vision ก็หาอะไรไม่ค่อยเจอ
  7. ลำโพงมีจุดเดียวใต้เครื่อง ไม่ได้เป็นลำโพงสเตอริโอเหมือนหลายๆ รุ่น
  8. ต้องเลือกว่าจะใส่ MicroSD หรือซิม 2
  9. เครื่องสวยแต่เป็นกระจกรอบตัว ใช้ต้องระวังมากๆ ห้ามหล่นเด็ดขาด แต่ถ้าใส่เคสก็ไม่ได้สัมผัสพรีเมี่ยมและบางของเครื่องจริงๆ
  10. เปิดใช้ Alway on Display แล้วกินแบตมากกว่าเดิมพอสมควร

หน้าจอ Alway-on Display ที่กินแบตเพิ่มไปอีก (แต่ปิดได้)

สเปก S8/S8+

  • CPU: Samsung Exynos 8895 Octa core (2.3GHz Quad + 1.7GHz Quad) 64 bit, 10 nm process
  • GPU: Mali G71
  • RAM 4 GB
  • หน่วยความจำ 64 GB
  • รองรับ MicroSD สูงสุด 256 GB
  • หน้าจอความละเอียด 2960 x 1440 pixel (ทั้ง S8 และ S8+) 570 ppi สัดส่วน 18.5 : 9 ยาวกว่าจอ 16 : 9 เท่าไป แบบ Super AMOLED
  • S8 มีขนาดหน้าจอ 5.8 นิ้ว ส่วน S8+ มีหน้าจอ 6.2″
  • ใช้กระจก Gorilla Glass 5
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล f/1.7 ถ่ายวิดีโอ 4K (ใกล้เคียงกับ S7 มาก)
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/1.7 มาพร้อม Auto-focus แล้ว ซึ่งใน S7 เป็นกล้อง fixed-focus
  • กันน้ำ IP68 กันน้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที
  • แบตเตอรี่ 3000mAh สำหรับ S8 และ 3500 mAh สำหรับ S8+ รองรับการชาร์จไร้สายและชาร์จเร็ว
  • พอร์ตชาร์จ USB-C 3.1
  • S8 ราคา 27,900 บาท และ S8+ ราคา 30,900 บาท

ผลคะแนนทดสอบ

  • Geekbench 4.1 ได้คะแนน Single-core 2001 คะแนน และ Multi-core 6597 คะแนน (S7 ได้ 1797 และ 5258 คะแนน)
  • Geekbench compute วัดประสิทธิภาพ GPU ได้ 9069 คะแนน (S7 ได้ประมาณ 4300 คะแนน)
  • 3Dmark การทดสอบ Sling Shot Extreme – 3235 (S7 ได้ 2522 คะแนน)
  • antutu 6.2 – 171,483 (S7 ได้ 134,828 คะแนน)
  • AndroBench 5 – Sequential Read 784.94 MB/s, Sequential Write 197.33 MB/s, Random Read 125.54 MB/s, Random Write 15.28 MB/s

ตัวอย่างภาพ (อีกส่วน) จากกล้องหลัง Samsung Galaxy S8