นิทาน:น้ำผึ้งหยดเดียว

(1/1)

~รักนะตัวเอง~(BullShit):
หลายๆคน ทั้งน้องๆ เพื่อนๆ รวมทั้งพี่ๆ ที่ได้ติดตามข่าวสารอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าที่พูดกันว่า น้ำผึ้งหยดเดียว อาจทำให้เป็นเรื่องใหญ่ มันมีที่มาที่นี่ครับผม ซึ่งที่เอามาให้อ่านนี้เพราะเพื่อนๆของกระผมเองนั่งถกกันในงานเลี้ยงว่า ไอ้น้ำผึ้งหยดเดียวมันคืออะไร ผมจึงอยากให้ชาวแบไต๋ได้อ่านนิทานอิสปอีกเรื่องหนึ่งที่บางท่านอาจจะยัง ไม่เคยอ่านหรือรับรู้มาก่อนว่าคำๆนี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไร

นิทาน: น้ำผึ้งหยดเดียวณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนมาชาวบ้านทุกคนต่างรักใคร่สามัคคีปรองดองกันด้วยดี จนกระทั่งมาวันหนึ่งมีคนหาบน้ำผึ้งเดินผ่านหมู่บ้านแห่งนี้ และบังเอิญทำน้ำผึ้งหยดลงพื้นดินหนึ่งหยด (แค่หยดเดียว) จิ้งจกตัวหนึ่งคลานมาพบก็ตรงเข้าแลบเลียเป็นอาหาร แมวมาเจอจิ้งจกก็รีบกระโดดเข้าตะครุบ สุนัขเห็นแมวก็เข้ามาไล่กัด เจ้าของแมวเห็นสุนัขมากัดแมวของตนเลยเอาไม้ไล่ตี เจ้าของสุนัขได้ยินเสียงร้องก็วิ่งออกมาดู พอรู้ว่าสุนัขของตนถูกเพื่อนบ้านไล่ตี จึงตรงเข้าชกต่อยเจ้าของแมว ญาติของเจ้าของแมวได้ยินเสียงการต่อสู้จึงรีบออกมาช่วย ญาติฝ่ายเจ้าของสุนัขเห็นพรรคพวกของตนถูกทำร้ายก็ออกมาช่วยเช่นกัน การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จากการใช้มือใช้ไม้กลายเป็นมีด ปืน และอาวุธชนิด ต่าง ๆ จนมีการบาดเจ็บล้มตาย ผู้คนในหมู่บ้านแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ พวกเข้าข้างเจ้าของสุนัขและพวกที่เข้าข้าง เจ้าของแมว เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำจนเหลือกำลังน้อยกว่า ก็ออกไปชักชวนญาติหรือ เพื่อน ๆ ของตนที่อยู่ต่างหมู่บ้านมาช่วย จนกลายเป็นสงครามกลางเมือง กว่าเจ้าเมืองจะส่ง คนมายุติศึกได้ ผู้คนก็ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพราะต่างฝ่ายต่างขาดการยับยั้งชั่งใจ และไม่รู้จักการพิจารณาเหตุผล หากเจ้าของสุนัขและเจ้าของแมวเจรจาสอบถามเรื่องราว ให้เป็นที่เข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุก่อนที่จะหุนหันพลันแล่นทำอะไรไปตามอารมณ์แล้ว เหตุการณ์คงจะไม่ลุกลามบานปลายเหมือนดังกรณีของน้ำผึ้งหยดเดียวในเรื่องนี้

PS.เพราะฉะนั้นรักกันไว้นะครับ โลกเทคโนโลยีทำให้โลกเล็กลง แต่ผู้คนยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น อ่านแล้วก็Mentทีนะครับ

< Unknown >:
อืมดีครับ

ผู้คนมักไม่ฟังอะไร แล้วแต่ฟังดูเผินๆ ไม่ได้รู้ถึงความจริงเลยสมัยนี้ แล้วก็กระทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ