MIMS Online : ฐานข้อมูลยาที่สมบูรณ์ที่สุดบนโลก Cyber

(1/3) > >>

szpilman:


ที่จริงผมเขียนบทความนี้ลง Blog ไว้ แต่เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์เลยขอก็อปมาแปะในบอร์ดแบไต๋ด้วย
ผมเชื่อว่าในวงการเภสัชกร แพทย์ พยาบาล และบุคคลากรทางการแพทย์เกือบทุกคนจะต้องรู้จักหนังสือ MIMS Annual Thailand เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนนอกวงการอาจจะไม่เคยได้ยิน อธิบายคราวๆก็คือ เป็นวารสารที่จัดทำขึ้นโดย CMPMedica เนื้อหาเป็นการรวบรวมข้อมูลยาทั้งหมดที่มีในโลกนี้ รวมถึงข้อมูลยาเฉพาะในแต่ละประเทศทั่วโลก (ปัจจุบัน MIMS Annual ทำข้อมูลยาให้กับ 26 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย) ทั้งชื่อทางการค้าต่างๆ (commercial name หรือ trade name) และข้อมูลทางเภสัชวิทยา จัดเรียงเป็นดัชนีตามตัวอักษรเพื่อให้สืบค้นง่าย ถือว่าเป็นฐานข้อมูลยาที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก MIMS Annual Thailand เป็นวารสารราย 4 เดือน คือ เดือนเมษายน สิงหาคม และธันวาคม ใครอยากได้วารสารนี้ต้องสมัครสมาชิกและจ่ายตังค์นะครับ ราวๆ 1,500 บาท ต่อปี มีหนังสือให้ พร้อม CDROM

แต่ ปัจจุบัน MIMS ได้จัดทำฐานข้อมูล online ขึ้นมาสามารถลงทะเบียนใช้ได้ฟรีไม่ต้องไปสมัครเสียเงินให้ยุ่งยาก นับว่าเป็นประโยชน์มากๆ แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงทางการแพทย์ (ถ้ารู้ภาษาอังกฤษเสียหน่อยต้องบอกว่าไม่ยากเลย) ลองเข้าไปที่เวป MIMS Online (Thailand) : http://www.mims.com/ แม้จะเป็น beta version แต่ต้องถือว่าสมบูรณ์มากทีเดียว ในความเห็นของผมมันเจ๋งกว่า Google Health ที่ผมเคย Review ไปแล้วหลายขุม ซึ่งก็ถือว่าไม่แปลก เพราะ Google เกิดมายังไม่ถึงสิบปีและจับงานจิปาถะเต็มไปหมด จะมาสู้คนที่ทำเรื่องฐานข้อมูลยามาโดยตรงอย่าง CMPMedica ที่ทำดัชนี MIMS นานกว่ามากกว่า 40 ปี ได้อย่างไร

szpilman:
เมื่อเข้าหน้าแรกของ MIMS Online (Thailand) ก็จะเจอหน้าแบบนี้ครับ ดูเรียบง่ายคล้ายๆ Google ยังไงยังงั้น



เมื่อลองพิมพ์ชื่อยาดู พิมพ์ยังไม่ทันเสร็จ จะเห็นว่ามีระบบ Autocomplete เป็นตัวเลือกขึ้นมาให้เรา นับว่า MIMS เข้าใจการใช้งานระบบดัชนียาได้ดีทีเดียว เพราะผู้ใช้บางส่วนยังจำชื่อยาไม่แม่นบางทีมีโฆษณาผ่านตาแค่ครั้งเดียว อย่างวันก่อนผมจะหาชื่อยารักษาโรคตับตัวหนึ่ง คุ้นๆว่าชื่อ Legaron หรือ Leguvon อะไรซักอย่าง พอพิมพ์ Lega ลงไปก็มี Autocomplete ขึ้นมาให้ ว่าเป็น Legalon ต้องนับว่า MIMS ไม่ละเลยตรงนี้



ผมลอง search ข้อมูลยาแก้ปวดแก้อักเสบที่ชื่อการค้าว่า Celebrex (ชื่อ generic name คือ Celecoxib) เจอของบริษัท Pfizer อยู่ตัวเดียว (แหง๋ละ) แต่ถ้าลอง search คำว่า paracetamol ละก็ เห็นมีประมาณ 200 ชื่อได้



เมื่อเราคลิ้กเข้าไปดูก็จะมีข้อมูลให้ค่อนข้างละเอียดสมบูรณ์ทีเดียว ทั้งชื่อตัวยาออกฤทธิ์ (Contents), ข้อบ่งใช้ (Indications), ขนาดที่ให้ (Dosage), วิธีให้ยา (Administration), ความปลอดภัยในผู้ตั้งครรภ์ (Pregnancy Category), ข้อควรระวัง (Contraindications), คำเตือน (Precautions), ผลข้างเคียง (Adverse Drug Reactions), เมื่อให้ยาเกินขนาด Overdosage รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคต่างๆ เช่น กลไกการออกฤทธิ์ (Actions) การจัดกลุ่มประเภทของยา (MIMS Class) ระดับความเป็นพิษ (Poison Schedule) บรรจุภัณฑ์ (Packing/Presentation) เป็นต้น



สำหรับส่วนความปลอดภัยในผู้ตั้งครรภ์ (Pregnancy Category) อันนี้ผมชอบมากเพราะ Drug Handbook ที่เราใช้ๆกันส่วนใหญ่แม้จะมีข้อมูลนี้ แต่ก็ไม่สมบูรณ์ครบทุกยาและไม่ update เท่าที่ควร พอเอามาทำ online แบบนี้ หาง่ายๆมากๆ และมีข้อมูลนี้ในยาทุกตัวเลย บุคคลทั่วไปการซื้อยากินเองก็ถือว่าเป็นประโยชน์มากและเข้าใจได้ไม่ยาก ผมจะอธิบายวิธีการอ่านผลระดับ Pregnancy Safety Guide ง่ายๆ ดังนี้นะครับ

Category A : ถ้ายาไหนถูกจัดใน Category นี้ถือว่าใช้ได้ปลอดภัยที่สุด ยังไม่พบว่ามีความผิดปกติของเด็กในครรภ์ช่วง 3 เดือนแรก (ในทางวิทยาศาสตร์เขาต้องออกตัวไว้ก่อนว่าปัจจุบันนี้ยังไม่พบ แต่อนาคตถ้าเกิดพบขึ้นมามันจะถูกเลื่อนไปไว้ Category อื่นๆ)

Category B : ยาที่อยู่กลุ่มนี้ไม่พบว่าทำให้เกิดความผิดปกติของครรภ์ในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีข้อมูลในมนุษย์ ยากลุ่มนี้ก็ยังถือว่าใช้ในผู้ตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย

Category C : ยากลุ่มนี้พบว่าทำให้เกิดความผิดปกติของครรภ์สัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์ การใช้ยาในกลุ่มนี้กับผู้ตั้งครรภ์ ต้องประเมินผลเสียกับผลที่ได้รับจากยาว่าคุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่ สรุปว่าถ้าตั้งครรภ์อยู่ผู้ป่วยไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้เอง ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรจะให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน (ซึ่งหมอก็จะสรุปความเสี่ยงทั้งหมดให้เรารู้แ้ล้วก็จะขอให้เราตัดสินใจเอา เองอีกที เพราหมอก็ไม่อยากมีปัญหาฟ้องร้องภายหลังเหมือนกัน)

Category D : ยากลุ่มนี้มีข้อมูลการศึกษาในมนุษย์เรื่องความผิดปกติต่อเด็กในครรภ์ชัดเจน การใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยตั้งครรภ์มักใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เช่น จะเป็นต้องยาให้เพื่อช่วยชีวิตผู้เป็นแม่โดยไม่มีทางเลือกอื่นๆ

Category X : ยากลุ่มนี้มีข้อมูลการศึกษาในมนุษย์เรื่องความผิดปกติต่อเด็กในครรภ์ชัดเจน และข้อบ่งของใช้ไม่คุ้มกับความเสี่ยงเอาเสียเลย ดั้งนั้นยากลุ่มนี้จะห้ามใช้กับสตรีมีครรภ์โดยเด็ดขาด (ใครอยากรู้ว่ามียาอะไรที่อยู่ในกลุ่มนี้ลอง search ยาที่ชื่อ Cytotec ดู ยาตัวเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับในบ้านเราเมื่อสองสามปีก่อน จริงๆเป็นยาที่ผลิตขึ้นเพื่อรักษาโรคกระเพาะ แต่กลับมีคนเอาไปใช้ทำแท้งกันทั่วบ้านทั่วเมือง)

ทีนี้เราลอง search ชื่อยาที่เราๆเคยกินกันเป็นประจำดูซิว่ากินยา Category ไหนไปบ้าง ตั้งท้องอยู่กิน Paracetamol ได้ไหม? กินยาแก้ไอ Dextromethorphan ได้ไหม? ก็ลอง search ดู มันมีไม่ครบทุกตัวหรอกนะครับ แต่ส่วนใหญ่จะมีโดยเฉพาะยารุ่นใหม่ๆ จะมีแทบทุกตัว

szpilman:
ถ้าลองดูตัวเลือกด้านบนของหน้าแรก นอกจากส่วนของ DrugInfo แล้วยังเห็นว่ามีตัวเลือกอยู่อีก 4 ตัวเลือกด้วยกัน คือ DrugInfo, Images, Interactions, Diagnoses, Patient Education

ในส่วนของ Imagse หรือรูปภาพยา โดย concept แล้วน่าสนใจทีเดียว เพราะเราๆคงเคยเป็นกัน เวลาไปซื้อยาแล้วบอกว่าจะซื้อยาแก้นั่นแก้นี่ เคยซื้อไปแล้วได้ผลดี พอเภสัชกรถามมาว่ายาชื่ออะไรก็ตอบไม่ได้ บอกได้แต่เม็ดขาวๆ แดงๆ กลมๆ รีๆ หรือแคปซูล หรือยาเม็ดเคลือบน้ำตาล

ทาง MIMS เลยทำออกมาตอบสนองตรงนี้เสียเลย ให้ search หาว่า
สีของยา (color) เป็นสีอะไร สามารถเลือกได้ 2 สี เพราะยาแคปซูลส่วนใหญ่ในหนึ่งเม็ดจะมี 2 สีรูปร่าง (shape) จะทรงกลมๆ รีๆ รูปไข่ รูปเหลี่ยมรูปแบบ (form) เป็นแคปซูล เป็นเม็ดยาอัด เคลือบฟิลม์ เคลือบน้ำตาล ยาฉีด ยาสวนทวาร ครีม เจล ยาน้ำเชื่อม ก็แล้วแต่จะเลือกกันครับรอยบาก (scoring) หมายถึง รอยบากบนเม็ดยา เอาไว้แบ่งครึ่งเม็ดยาได้ ถ้าใครนึกภาพไม่ออกก็ลองติ๊กเป็น yes แล้วให้ search ดู
มีเขียนอะไรอยู่บนเม็ดยาหรือไม่ (marking) เช่น มีตัวเลข ตัวอักษรใดๆปั๊มลงบนเม็ดยาหรือเปล่าโลโก้ (logo) มีภาพโลโก้บริษัทปั๊บบนเม็ดยาหรือไม่ (เช่น ลอง search คำว่า Viagra ดู ก็จะเห็นเครื่องหมาย Pfizer ปรากฏอยู่ชัดเจน)
ชื่อยี่ห้อ (Brand Name)ชื่อสามัญของยา (Generic Name) เช่น paracetamol ถือว่าเป็นชื่อสามัญ ส่วน Brand Name ก็มีหลายยี่ห้อ แล้วแต่บริษัทไหนจะตั้งชื่อ เช่น Sara, Tylenol หรือ Paracap เป็นต้นบริษัทผู้ผลิต (Manufacturer) เช่น Novartis, Pfizer, Bayer เป็นต้น (แต่ถ้าเป็น local brand อย่างสามัคคีเภสัช แบบนี้จะ search ไม่เจอนะครับ ต้องเป็น Brand inter เท่านั้น)กลุ่มการใช้งาน (MIMS Class) เช่น ยากันชัก (anticonvulsants) ยาแก้ปวด (analgesic) ยาลดกรดในกระเพาะ (antacids) เป็นต้น

ไม่ ว่าจะเคยใช้ยาแบบไหน มีตัวอย่างเม็ดยาอยู่ แต่ไม่มีฉลาก หรือจำได้แต่สีและรูปร่าง ก็มา search กันตรงนี้ ที่จริง feature นี้ในหนังสือ MIMS Annual ก็มีครับ แต่ใช้งานยากกว่ามาก ต้องพลิกดูทีละตัว พอมาทำเป็น search engine แบบนี้ ใช้งานง่ายมากๆ

szpilman:
ต่อมาเป็นส่วนของ Interactions หรือการเกิดปฏิกริยาระหว่างยาแต่ละตัวถ้าต้องให้พร้อมกัน ตรงนี้เป็นอีก option ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ (ต้องเกทับว่าดีกว่า Google Health อยู่หลายช่วงตัวทีเดียว ทั้งความถูกต้องและข้อมูลแน่นปึก) อย่างเช่น เมื่อลอง search หายาตัวใดตัวหนึ่งแล้ว จะมีช่องให้เลือกว่าสามารถเกิดปฏิกริยากับยาตัวใดบ้าง ถ้าเราเลื่อนดูเจอที่ต้องการ พอเลือกปุ๊บก็จะมีข้อมูลขึ้นมาให้ว่า เสริมฤทธิ์กันให้ออกฤทธิ์แรงขึ้น หรือหักล้างฤทธิ์กัน หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงอย่างใด ก็จะมีบอกออกมาละเอียดยิ๊บ แถมระบุด้วยว่าเปิดปฏิกริยากันในระดับใด และยังมีเอกสารอ้างอิง (references) ให้เสร็จสรรพ

    ส่วนตัวเลขระดับความรุนแรงของปฏิกริยาระหว่างยา (Severity levels) อธิบายคราวๆ ดังนี้ครับ

Level 5 : ระดับรุนแรง มีผลของปฏิกริยารุนแรงที่สุด ทำให้เกิดความเสียหายถาวร อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ห้ามใช้ร่วมกันโดยเด็ดขาดLevel 4 : รุนแรงปานกล่าง ถ้าให้ร่วมกันจำเป็นต้องเฝ้าระวังอาการที่จะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดLevel 3 : มีผลเล็กน้อย อาจรบกวนผลการรักษา เช่น อาจทำให้ยาไม่ได้ผล ระดับนี้ก็ต้องเฝ้าระวังผลที่จะเกิดขึ้นจากปฏิกริยาเช่นกันLevel 2 : เป็นระดับแค่ควรระวัง มักเกิดจากกลไกของยาที่อาจเสริมฤทธิ์กันหรือหักล้างกันระหว่างยา ทำให้ผลที่ได้ไม่เป็นไปตามที่ต้องการLevel 1 - เป็นระดับที่มีปฏิกริยาระหว่างกันจริง แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่มีนัยสำคัญLevel 0 - คือ ไม่มีปฏิกริยาระหว่างกันเลย


หรือถ้าเราต้องการดูปฏิกริยาระหว่างยา 2 ตัวขึ้นไป ก็สามารถทำได้โดยใส่ชื่อยาหลายๆตัวเข้าไปตามรูปข้างล่าง (หน้า Advance search ของ Interactions จะมีช่อง search อยู่ 2 ช่อง คือ ช่องบนและช่องล่าง ถ้าจะหาข้อมูลยาตัวเดียวก็ใส่ช่องบนเลย แต่ถ้าจะดูปฏิกริยาระหว่างยาหลายๆตัว ก็ไป add ที่ช่องล่าง)

szpilman:
ส่วนถัดมาคือ Diagnoses ผมว่าส่วนนี้มีประโยชน์กับคนทั่วไปมากๆเลย เวลาหาข้อมูลเรื่องสุขภาพ การดูแลสุขภาพตัวเองในเบื้องต้นเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย แม้ว่าจะมี technical term มากไปหน่อย แค่คีย์ชื่อโรคหรืออาการที่พบลงไปก็จะมีข้อมูลออกมาให้ เท่าที่ผมลองใช้คำพื้นๆ เช่น Muscle Pain, Headache (แต่หา Stomachache ไม่เจอแฮะ), Diarrhoea, Cough, Common Cold สามารถค้นเจอทั้งหมด แต่ข้อมูลที่ได้ไม่ละเอียดเท่า Google Health ส่วนใหญ่มีคราวๆเป็น list รายชื่อยาหรือโรคที่เกี่ยวข้องมากกว่า

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป