นานาวิธีรับมือภัยพิบัติจากดวงดาว สู่ครั้งแรกของการเก็บ ‘หิน’ จากดาวเคราะห์น้อยมายังโลก

การเก็บตัวอย่างหินนี้จะใช้เวลาโดยประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง เริ่มด้วยการออกจากวงโคจรที่ความสูงประมาณ 2,500 ฟุต (770 เมตร) และมุ่งไปที่พื้นผิวของเบนนู หลังจากใช้เวลาเคลื่อนที่ 4 ชั่วโมงเพื่อไปให้ถึงจุดที่กำหนด  เครื่องขับเคลื่อนของยานจะปรับตำแหน่งและความเร็วของยานให้ตรงกับการหมุนของดาวเคราะห์น้อยในเวลาที่สัมผัสผิวดาว 

จากนั้นยานอวกาศก็ร่อนลงสู่ดาวและใช้เวลาอยู่บนพื้นผิวเพียง 16 วินาที ยิงไนโตรเจนไปที่พื้นผิว สร้างแรงดันทำให้ชิ้นส่วนของเบนนูกระเด็นขึ้นมาและจะจัดเก็บชิ้นส่วนนั้นไว้ที่ส่วนหัวของยานอวกาศ หลังเก็บตัวอย่างสำเร็จ OSIRIS-REx จะเปิดการใช้งานระบบขับเคลื่อนอีกครั้งเพื่อออกห่างจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

ภาพจำลองการเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูของยาน OSIRIS-REx
Credit: NASA/Goddard/University of Arizona

และเพราะในเวลาที่ปฏิบัติภารกิจนี้ ยาน OSIRIS-REx อยู่ห่างจากโลก ประมาณ 334 ล้านกิโลเมตร ดังนั้นขั้นตอน TAG นี้ จะใช้เวลาส่งสัญญาณไปกลับโลกประมาณ 18.5 นาที การหน่วงเวลานี้ทำให้คนบนโลกไม่สามารถสั่งยานในระหว่างปฏิบัติภารกิจได้ ยานอวกาศจึงได้รับการออกแบบมาเพื่อดำเนินการโดยอัตโนมัติ ซึ่งทีมที่ดูแล OSIRIS-REx จะอัปลิงก์คำสั่งทั้งหมดไปยังยานอวกาศ จากนั้น จะส่งคำสั่ง ‘GO’ เพื่อเริ่มต้น ภารกิจดังกล่าว

OSIRIS-REx จะเก็บตัวอย่างหินมาอย่างน้อย 2 ออนซ์ (60 กรัม) ภารกิจนี้นับเป็นการเก็บตัวอย่างจากอวกาศกลับมายังโลกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่โครงการอะพอลโล และเป็นภารกิจแรกที่เก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยกลับมา จากนั้น ในวันที่ 22 ตุลาคม กล้อง SamCam ของ OSIRIS-REx จะจับภาพของส่วนหัวของยาน เพื่อดูว่าเก็บวัตถุจากเบนนู มาได้จริงหรือไม่ หากมีการเก็บตัวอย่างได้ตามจำนวนที่คาดหวัง ก็จะนำตัวอย่างดังกล่าวไว้ใน ‘แคปซูลตัวอย่าง (Sample Return Capsule: SRC) เพื่อนำกลับมายังโลกต่อไป แต่หากไม่สามารรถรวบรวมตัวอย่างได้อย่างเพียงพอ ยานอวกาศจะกลับไปปฏิบัติภารกิจ TAG อีกครั้ง โดยคราวนี้จะร่อนลงไปเก็บตัวอย่างที่บริเวณ (Osprey site) ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่เกินเดือนมกราคม 2021

VDO นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจ Touch-And-Go (TAG) หรือการเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

ทั้งนี้ ยาน OSIRIS-REx มีกำหนดออกจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูในปีหน้า และจะนำตัวอย่างกลับมาโลกในวันที่ 24 กันยายน 2023

ดาวเคราะห์น้อยมีชีวิต! 

นอกจากการเก็บตัวอย่างหินแล้ว ดาวเคราะห์น้อยเบนนูยังมีความสนใจตรงที่ว่า มันเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ยัง ‘Active’ หรือมีลักษณะที่ยังคุกรุ่นคล้ายมีชีวิต นับตั้งแต่ที่ยาน OSIRIS-REx เดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยเมื่อปีที่แล้ว มีการตรวจพบการ ‘ปลดปล่อย’ หรือ ‘พุ่งออก’ ของชิ้นส่วนจากดาวมากกว่า 300 ร้อยครั้ง โดยที่บางชิ้นส่วนนั้นพุ่งหายออกไปในอวกาศ บางชิ้นโคจรอยู่รอบดาวเคราะห์น้อย และบางชิ้นก็ตกกลับลงไปที่พื้นผิวดาว โดยการดีดชิ้นส่วนออกเช่นนี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงบ่าย ที่มีเวลารวม 2 ชั่วโมงบนดาวเคราะห์น้อย และช่วงเย็นบนดาว

VDO จำลองปรากฏการณ์ ‘ปลดปล่อยชิ้นส่วน’ ออกจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูที่นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นตลอดช่วงปี 2019
Credit: M. Brozovic/JPL-Caltech/NASA/University of Arizona

เดนเต้ ลอเรตตา (Dante Lauretta) ผู้เชี่ยวชาญ หนึ่งในทีมของภารกิจ OSIRIS-REx กล่าวว่า “เราใช้เวลาปีที่แล้วเกือบตลอดทั้งปี ศึกษาพื้นผิวที่ยังคงคุกรุ่นเหล่านี้ และมันทำให้เราเห็นโอกาสที่สำคัญที่จะขยายขอบเขตความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของดาวเคราะห์น้อยของเราด้วย” 

นอกจากการเก็บตัวอย่างเพื่อนำมาวิเคราะห์องค์ประกอบและทำความเข้าใจแล้ว จะเห็นว่าการสังเกตการณ์ดาวเคราะห์น้อยเบนนูของยาน OSIRIS-REx ยังทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า ดาวเคราะห์น้อยมีความซับซ้อนกว่าที่เคยคาดไว้ อาจช่วยอธิบายลักษณะและทำความเข้าใจว่าดาวเคราะห์น้อยมีพฤติกรรมและวิวัฒนาการอย่างไร และอาจนำไปสู่การเปิดเผยประวัติการก่อตัวของระบบสุริยะ ซึ่งรวมถึงกำเนิดของโลกด้วย

อ้างอิง

NASA1

NASA2

NASA3

Asteroidmission.org

Osiris-rex

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส