9 อันดับการค้นพบทางดาราศาสตร์สุดทึ่งชวนตะลึงในปี 2020

4 – เชื้อราผู้เขมือบรังสีที่เชอร์โนบิลสู่การทำชุดอวกาศสู้รังสีอันตรายนอกโลก 

นับตั้งแต่เหตุนิวเคลียร์เชอร์โนบิลในปี 1986 ก็มีรายงานที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่เติบโตได้ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรังสีร้ายแรง หนึ่งในนั้นคือ เชื้อราดำชนิดหนึ่งที่อาจเป็นกุญแจสำคัญ ช่วยมนุษย์ต้านทานรังสี

เชื้อราดำชนิดนี้คือ C. sphaerospermum มันกินรังสีแกมมาที่เหลืออยู่จากการระเบิดในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของเชอร์โนบิล เนื่องจากมันมีเม็ดสีเมลานินเข้มข้นสูง จึงช่วยดูดซับรังสีแกมมาและเปลี่ยนเป็นพลังงานเคมีได้ กระบวนการนี้คล้ายกับการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช แต่ต่างกันที่ว่าเป็นการสังเคราะห์ด้วยรังสี ด้วยความสามารถนี้ นักวิจัยจึงนำมันมาศึกษาต่อ หาวิธีใช้ป้องกันรักษาให้กับมนุษย์ในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยการฉายรังสี การปกป้องคนที่ทำงานในโรงงานนิวเคลียร์ หรือแม้กระทั่งชุดของนักบินอวกาศ

เพื่อหาแนวโน้มพัฒนาชุดอวกาศ ในปี 2018 ตัวอย่างของเชื้อราดำจึงถูกส่งไปยังสถานีอวกาศนานาชาติเพื่อทดสอบคุณสมบัติการดูดซับรังสีในอวกาศ และผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในปีนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าเชื้อราสามารถป้องกันรังสีที่เข้ามาได้ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับส่วนเกินรับเข้ามา มันกลับรักษาตัวเองได้และเพิ่มจำนวนเป็นทวีคูณ

เชื้อราดำ C. sphaerospermum ในถาดเพาะเชื้อ กำลังกลืนกินกัมมันตภาพรังสี
Credit : NASA/JPL/CALTECH

และแม้จะมีผลงานวิจัยในแง่บวก แต่นักวิจัยก็ยังต้องศึกษาค้นคว้าว่ามันสามารถเป็นเช่นนั้นในอวกาศในระยะยาว และนำมาใช้ได้จริงหรือไม่ …แต่แค่นี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งในวงการอวกาศแล้วล่ะ

5 – การบันทึกภาพดวงอาทิตย์ที่มีรายละเอียดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในเดือนมกราคม 2020 กล้องโทรทรรศน์สุริยะแดเนียล เค อิโนอุเอะ (Daniel K. Inouye Solar Telescope) ในฮาวาย ได้บันทึกภาพดวงอาทิตย์ที่มีรายละเอียดสูง นับเป็นภาพที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ของเราอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยแต่ละพิกเซลที่เห็นมีขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส

โทมัส ริมเมเล (Thomas Rimmele) ผู้อำนวยการโครงการกล้องโทรทรรศน์สุริยะดังกล่าว กล่าวว่า “เราเคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ว่าดวงอาทิตย์ดูเหมือนเป็นจุดสว่างที่มีโครงสร้างเดียว แต่ภาพนี้ทำให้เห็นว่า มันแตกออกเป็นโครงสร้างขนาดเล็กจำนวนมาก” 

ภาพคมชัดที่เผยให้เห็นรายละเอียดบนดวงอาทิตย์
Credit : National Science Foundation

แต่นอกจากการถ่ายภาพดวงอาทิตย์ความละเอียดสูงที่น่าทึ่ง กล้องโทรทรรศน์ยังทำอย่างอื่นได้ด้วย นั่นคือการทำแผนที่สนามแม่เหล็กของชั้นนอกของดวงอาทิตย์ซึ่งเรียกว่าโคโรนา ที่อุณหภูมิร้อนจัดถึงหนึ่งล้านองศา ซึ่งร้อนกว่าแกนในมาก และเป็นจุดที่เกิดการปะทุของแสงอาทิตย์หรือพายุ ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยสามารถคาดการณ์การเกิดพายุสุริยะที่อาจส่งผลต่อระบบโทรคมนาคมบนโลกได้แม่นยำยิ่งขึ้น 

นอกจากภาพจากกล้องโทรทรรศน์นี้แล้ว ESA และนาซา ยังถ่ายภาพดวงอาทิตย์ในระยะใกล้ที่สุดเท่าที่เคยถ่ายได้ในประวัติศาสตร์ โดยถ่ายจากยานสำรวจดวงอาทิตย์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอีกด้วย ฮอลลี่ กิลเบิร์ต (Holly Gilbert) นักวิทยาศาสตร์ จากศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ดของนาซา (NASA’s Goddard Space Flight Center) อธิบายว่า ภาพที่น่าทึ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นชั้นบรรยากาศที่หลากหลายของดวงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจว่ามันขับเคลื่อนสภาพอากาศในอวกาศ ทั้งในส่วนที่ใกล้โลกและทั่วทั้งระบบสุริยะได้อย่างไร อ่านรายละเอียดและชมภาพเพิ่มเติมได้ที่บทความ ‘คมชัดทุกรายละเอียด! เมื่อ ESA และ NASA เผยภาพหลากมุมของดวงอาทิตย์ คมชัดใกล้ชิดสุดเท่าที่เคยมีมา’

เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งภาพดวงอาทิตย์ที่ได้ทั้งภาพซูมชัด ๆ และภาพระยะใกล้สุด ๆ ที่ช่วยทำให้เราเข้าใจดวงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว และนั่นจึงทำให้มันเป็นข่าวการค้นพบที่ติดโผใน 9 อันดับนี้

6 – ฝนตกเป็นเพชรบนดาวเนปจูนและยูเรนัส!?

นับเป็นข่าวอวกาศชิ้นหนึ่งที่น่าทึ่งในปีนี้ เมื่อนักวิจัยรายงานความเป็นไปได้ของการเกิด ‘ฝนเพชร’ ภายในดาวเนปจูนและดาวยูเรนัสด้วยการทดลอง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์รู้ว่า ทั้งดาวเนปจูนและดาวยูเรนัสมีสภาพแวดล้อมที่ผันผวนใต้พื้นผิว ลึกลงไปในแกนกลางของยักษ์น้ำแข็งเหล่านี้ อาจมีอุณหภูมิสูงถึงหลายพันองศาฟาเรนไฮต์ (1000 องศาฟาเรนไฮต์มีค่าประมาณ 538 องศาเซลเซียส) พื้นผิวของดาวเคราะห์เองก็มีแรงดันสูงเช่นกัน จึงเกิดสมมติฐานกันว่า บนดาวเนปจูนและดาวยูเรนัสน่าจะมีฝนเป็นเพชรตกลงมา

เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนั้น ในปี 2020 นักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานการเกิดของมันว่า แรงดันภายในดาวเคราะห์นั้นแรงพอที่จะแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนออกเป็นรูปแบบที่เล็กที่สุด และทำให้คาร์บอนแข็งตัวเป็นเพชร ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจึงทดลองเลียนแบบกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นภายในดาวเคราะห์ที่รู้จักกันในนาม ‘ยักษ์น้ำแข็ง’ นี้

ภาพดาวเนปจูน
Credit: NASA

การทดลองนี้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า ‘การกระเจิงของรังสีเอกซ์ทอมสัน (X-ray Thomson scattering)’ โดยใช้เลเซอร์ X-ray ชนิดพิเศษที่เรียกว่า Linac Coherent Light Source (LCLS) เพื่อให้ได้ผลการวัดที่แม่นยำที่สุดและพบว่า กระบวนการเกิดเพชรเป็นการเปลี่ยนคาร์บอนเป็นผลึกเพชรโดยตรง

เมื่อเพชรก่อตัวขึ้นใต้พื้นผิวก๊าซ จะเกิด ‘กระแสเพชร (A shower of diamonds)’ ที่ความลึกประมาณ 6,200 ไมล์ และมันจะค่อย ๆ จมลงสู่แกนของดาวเคราะห์ อาจฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อ แต่นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า การทดสอบนี้ โดยพื้นฐานแล้ว จะสร้างสภาพแวดล้อมที่คล้ายกับที่เชื่อกันว่ามีอยู่ในก๊าซยักษ์เช่นดาวเนปจูนและดาวยูเรนัส

ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่า องค์ประกอบของคาร์บอนได้กลายเป็นผลึกภายใต้ความกดดันและความร้อนสูงในสภาพแวดล้อมที่จำลองขึ้น

โดมินิก คราอุส (Dominik Kraus) ผู้เขียนหลักของงานวิจัยนี้ที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากล่าวว่า “เทคนิคนี้ช่วยให้เราสามารถดูได้ว่า ไฮโดรเจนและฮีเลียมซึ่งเป็นองค์ประกอบที่พบภายในดาวก๊าซยักษ์ เช่น ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ จะผสมและแยกกันอย่างไรภายใต้สภาวะที่รุนแรงเหล่านี้” 

ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ไมค์ ดันเน (Mike Dunne) ผู้ดูแลห้องปฏิบัติการเลเซอร์ LCLS ได้อธิบายเปรียบเทียบเพิ่มเติมว่า การที่ได้เห็นว่า องค์ประกอบแยกออกจากกันในการทดลองนี้ก็เหมือนได้เห็นมองยาเนสแยกกลับไปเป็นน้ำส้มสายชูและน้ำมันนั่นแหละ

(อ่านต่อหน้า 3 คลิกด้านล่างเลย)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก