9 อันดับการค้นพบทางดาราศาสตร์สุดทึ่งชวนตะลึงในปี 2020

7 – แสงสว่างวาบจากการชนกันของดาวสองดวงที่นักวิทย์ฯ ไม่เคยเห็นมาก่อน

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้พบแสงสว่างมากอย่างไม่คาดคิด ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการชนกันของดาวฤกษ์ขนาดใหญ่สองดวง ที่ก่อให้เกิดดาวที่มีสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดขึ้นมา 

นักวิทยาศาสตร์ได้รับข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ที่ทำให้เกิดความสับสน เพราะมันระบุสัญญาณรังสีแกมมา ที่บ่งบอกถึงการชนกันระหว่างดาวนิวตรอนสองดวง โดยดาวเหล่านี้เป็นวัตถุดาวฤกษ์ขนาดใหญ่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 1.4 เท่า

การปะทะกันระหว่างวัตถุในอวกาศขนาดใหญ่เหล่านี้มักทำให้เกิดแสงสว่างวาบ ประหนึ่ง ‘ดอกไม้ไฟ’ อันน่าอัศจรรย์ ซึ่งในที่สุดจะแปรเปลี่ยนเป็นบางสิ่งที่ลึกลับยิ่งขึ้น แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไร บางคนสงสัยว่าการชนกันเหล่านี้ส่งผลให้เกิดหลุมดำในภายหลัง แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัด

ภาพที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็น “kilonova” การระเบิดรังสีแกมมาที่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการก่อตัวของดาวนิวตรอนที่ทรงพลัง
Credit : D. Player/STScI/NASA/ESA

อย่างไรก็ตาม มีบางอย่างผิดปกติ พวกเขาตรวจพบว่าแสงสว่างวาบนี้ที่มีแสงอินฟราเรดมากกว่าปกติถึง 10 เท่าในระหว่างปรากฏการณ์ดังกล่าว แสงเรืองที่รุนแรงนี้เรียกว่า ‘กิโลโนวาแฟลช (Kilonova flash)’ ซึ่งสว่างกว่าดาวทั่วไปถึง 1,000 เท่า

เหวิน-ไฟ ฟง (Wen-fai Fong) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น (Northwestern University) และผู้เขียนหลักของงานวิจัยนี้ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมาอธิบายว่า“ ข้อสังเกตเหล่านี้ไม่ตรงกับคำอธิบายแบบดั้งเดิมของการระเบิดของรังสีแกมมาในระยะสั้น …สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับคลื่นวิทยุและรังสีเอกซ์จากการระเบิดครั้งนี้ไม่ตรงกัน”

การที่เราตรวจจับการแผ่รังสีอินฟราเรดนี้จำนวนมากแสดงให้เห็นว่า การระเบิดของรังสีแกมมาในระยะสั้นนั้นเกิดจากการชนกันของดาวนิวตรอน แต่น่าประหลาดใจที่ผลพวงของการชนอาจไม่ใช่หลุมดำอย่างที่เคยคาด แต่ดูเหมือนจะเป็น ดาวแมกนีตาร์ (Magnetar) ไปซะนี่

“เราคิดว่า ดาวแมกนีตาร์ส่วนมากก่อตัวขึ้นจากการระเบิดในช่วงสุดท้ายของชีวิตของดาวมวลมาก ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีดาวแมกนีตาร์ส่วนน้อยเกิดจากการรวมดาวนิวตรอน ..เพราะเราไม่เคยเห็นหลักฐานแบบนี้มาก่อน แค่ค่าอินฟราเรดที่สูงมากแบบนี้ นั่นก็ทำให้การค้นพบนี้พิเศษมาก ๆ แล้ว” ฟงกล่าว

8 – พบน้ำในดวงจันทร์มากเกินกว่าที่เคยจินตนาการไว้!

การค้นพบที่น่าตื่นเต้นในปี 2020 เผยให้เห็นแผ่นน้ำแข็งจำนวนมากบนพื้นผิวดวงจันทร์ รวมถึงในพื้นที่ที่หนาวเย็นโดยเฉพาะซึ่งอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดซึ่งเรียกว่า ‘Cold traps’ และยังพบน้ำในพื้นที่แสงสว่างส่องถึงเป็นครั้งแรกด้วย

นักวิจัยใช้ข้อมูลจาก SOFIA ของกล้องโทรทรรศน์ในช่วงอินฟราเรดไกลบนหอสังเกตการณ์ SOFIA ของนาซา เพื่อสังเกตพื้นผิวดวงจันทร์ ที่นั่นพวกเขาค้นพบน้ำเป็นหย่อม ๆ ในพื้นที่ที่โดนแสงแดดเป็นครั้งแรก มีการตรวจพบลายเซ็นทางเคมีที่แตกต่างของน้ำใกล้กับหลุมอุกกาบาต Clavius ซึ่งเป็นหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของดวงจันทร์และในบริเวณอื่น ๆ

นาซาได้ประกาศการค้นพบน้ำบนพื้นผิวด้านสว่างของดวงจันทร์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา  ปกติด้านสว่างของดวงจันทร์มีอุณหภูมิพื้นผิวสูงได้ถึง 127 องศาเซลเซียส นักวิทยาศาสตร์จึงไม่เคยคาดว่าจะมีน้ำหลงเหลืออยู่บริเวณนั้นได้ นอกจากนี้ การค้นพบนี้ยังพบว่า ในหินบนดวงจันทร์ทุกหนึ่งลูกบาศก์เมตร มีน้ำถึง 100 ถึง 412 ppm เทียบเท่ากับปริมาณน้ำหนึ่งขวด นับเป็นการสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับกำเนิดของน้ำบนวัตถุในระบบสุริยะเลยทีเดียว เพราะมันอาจบ่งชี้ว่าน้ำอาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่เคยคาดคิดกัน (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการค้นพบได้ในบทความ ‘ตะลึง! นาซาแถลง ‘พบน้ำบนดวงจันทร์’ อาจนำไปสู่การเป็นเชื้อเพลิงสำรวจอวกาศในอนาคต’ )

ภาพแสดงให้เห้นว่าน้ำแข็งอาจก่อตัวภายใต้ ‘Cold traps’ บนพื้นผิวดวงจันทร์
Credit: NASA

แม้บริเวณที่มีน้ำเหล่านี้ยังต้องได้รับการสำรวจตรวจสอบเพิ่มเติมจากรถสำรวจในอนาคต แต่นี่ก็นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง เพราะหากดวงจันทร์มีน้ำอยู่จริง นั่นอาจหมายถึงความเป็นไปได้ในการตั้งรกฐาน หรือ ใช้นำเป็นเชื้อเพลิงเพื่อไปดาวอังคารในอนาคตด้วย

9 – ยูโรปา ดวงจันทร์ที่อาจเรืองแสงได้!

ยูโรปาเป็นหนึ่งในสี่ดวงจันทร์ใหญ่ของดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวบริวารของดวงจันทร์กาลิเลียนอีกที มันถูกปกคลุมไปด้วยเปลือกน้ำแข็งหนา และมีมหาสมุทรลึกที่มีปล่องน้ำร้อนใต้นั่น ซึ่งเป็นไปได้ว่ามัน ‘อาจจะ’ มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ แม้ยังไม่พบหลักฐานเช่นนั้น แต่มีการทดลองในห้องปฏิบัติการที่ชี้ให้เห็นว่าอาจมีเรื่องน่าทึ่งอีกเรื่องนั่นคือ การที่ดวงดาวอาจจะ ‘เรืองแสง’ เป็นสีเขียวในที่มืด

ภาพจำลองการเรืองแสงของยูโรปา
Cerdit : NASA

บทความใน Nature Astronomy เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมารายงานว่า นักวิจัยได้ทำการทดลองในห้องแล็บเพื่อดูว่า น้ำแข็งและเกลือบนพื้นผิวของดวงจันทร์ที่อยู่ห่างไกล จะมีปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กที่แข็งแกร่งของดาวพฤหัสบดีอย่างไร และมันก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจเพราะทำให้เกิดการ ‘เรืองแสง’ ขึ้น

ดร. เมอร์ฟี กูดิพาติ (Murthy Gudipati) นักวิจัย จากศูนย์ Jet Propulsion Laboratory ของนาซา กล่าวในแถลงการณ์ว่า “การคาดการณ์เรื่องการเรืองแสงบริเวณด้านมืดของดวงจันทร์นี้ จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบพื้นผิวของยูโรปาได้ และองค์ประกอบที่หลากหลายนี้อาจให้เบาะแสว่า ยูโรปามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมหรือเอื้อต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นของแสงเรืองขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของโมเลกุลที่พบในน้ำแข็ง จึงไม่แน่ว่ายูโรปาจะเรืองแสงเช่นนี้จริง เนื่องจากการทดลองทั้งหมดทำบนโลก แต่ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ปรากฏการณ์นี้ก็อาจจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์รู้ได้ว่า มีสารหรือธาตุอะไรที่ปกคลุมพื้นผิวดาวได้

แม้การเรืองแสงนี้ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์บนโลก แต่ภารกิจ ‘Europa Clipper’ ของนาซาที่มีกำหนดปฏิบัติการในปี 2024 และคาดว่าจะเข้าใกล้ยูโรปาหลายครั้ง อาจพิสูจน์เรื่องนี้ได้ 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรืองแสงได้ที่ >> https://www.facebook.com/beartaiWTF/posts/1553863851475090

และนี่คือการค้นพบทางดาราศาสตร์ที่น่าทึ่งและชวนให้ทั้งนักวิทยาศาสตร์ และคนทั่วไปตกตะลึงในปี 2020 แม้จะมีวิกฤตต่าง ๆ รุมเร้าเพียงใด แต่ก็มิอาจหยุดยั้งความก้าวไกลของเทคโนโลยีลงไปได้เลย …. สงสัยว่าปีหน้าเราก็น่าจะได้เห็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจจากอวกาศอีกแน่ ๆ 

อ้างอิง

Allthatsinteresting.com

bbc.com

Wikipedia

Sciencealert.com

Space.com

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก