Connect with us

ต้องยอมรับนะครับว่าตั้งแต่เราเข้ายุคสมาร์ทโฟน เรามีเกมเยอะมากให้เล่นในมือถือ แต่วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกันว่า ถ้าเลือกได้ทำไมเราถึงไม่ควรซื้อเกมบนมือถือ!

เกมที่ไม่ควรซื้อบนมือถือ คือเกมฟอร์มใหญ่ โดยเฉพาะที่มาจากเครื่องอื่นๆ

The World Ends With You เกมที่เกือบไม่มีให้เล่นบนมือถือแล้ว

ก่อนจะดราม่ากันไปว่าแบไต๋บอกห้ามซื้อเกมในมือถือเลย เรามาขยายความกันสักนิดครับ ว่าเกมที่เราไม่แนะนำให้ซื้อในมือถือคือ เกมฟอร์มใหญ่ ราคาแพงๆ (สัก 5 เหรียญขึ้นไป) โดยเฉพาะเกมที่พอร์ตมาจากเครื่องอื่นๆ ครับ ส่วนเกมฟรี เกมราคาเหรียญเดียว เกมแนวลุ้นกาชาปอง (หยอดเหรียญหมุนลุ้นตัวละครใหม่ ไอเท็มเจ๋งๆ ไรงี้) อันนี้โหลดเล่นไปเถอะครับ มันออกแบบมาสำหรับเล่นบนมือถืออยู่แล้ว ถ้าไม่เล่นเกมพวกนี้บนมือถือจะเล่นที่ไหน ซึ่งสาเหตุที่เราไม่แนะนำให้ซื้อเกมฟอร์มใหญ่ๆ ที่มาจากเครื่องอื่นๆ ไม่ใช่เหตุผลว่ามันเล่นบนจอสัมผัสไม่สนุกครับ แต่เป็นเหตุผลที่ปวดใจกว่านั้นมาก

มือถือเปลี่ยนแปลงเร็ว นักพัฒนาไม่ลงทุน

เรารู้กันดีกว่าโลกของมือถือเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก มีทั้งมือถือรุ่นใหม่ออก ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ออก ซึ่งของใหม่เหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามาก เพราะนักพัฒนาต้องตามแก้ไขเกมหลังจากออกแล้ว ให้รองรับระบบปฏิบัติการมือถือรุ่นใหม่ๆ เสมอ ซึ่งปัญหาเรื่องการตามสนับสนุนเราไม่ค่อยเห็นในเกมเล็กๆ นะครับ อาจเพราะตัวเกมเล็ก ปรับปรุงได้ง่าย หรือนักพัฒนามี Passion อยากจะปรับปรุงเกมที่เหมือนเป็นลูกของตัวเองให้เล่นได้เสมอๆ แต่สำหรับเกมจากบริษัทใหญ่ๆ ถ้าบริษัทยุติการพัฒนาปรับปรุงเกมนั้นไปแล้ว ก็เหมือนระเบิดเวลาที่รอการหยุดทำงานกับระบบใหม่ๆ อย่างเดียวครับ ไม่มีใครเข้าไปแก้ไขเกมให้เล่นได้อีก

ที่ต้องพูดเรื่องนี้ตอนนี้เพราะ iOS 11 ระเบิดเวลาลูกใหม่กำลังมา

ใน iOS 11 ที่กำลังจะออกปลายปีนี้ แอปเปิ้ลได้หยุดสนับสนุนแอปแบบ 32 Bit ไปเรียบร้อย ทำให้แอปรุ่นเก่าๆ ที่ยังไม่ได้อัปเดทเป็น 64 Bit นั้นทำงานไม่ได้ ซึ่งแน่นอนเกมจำนวนมาก ไม่ได้อัปเดทมาหลายปีแล้วก็จะเล่นไม่ได้ไปด้วย ซึ่งเราก็คาดการณ์ไม่ได้ว่าผู้พัฒนาค่ายใหญ่ๆ จะลงทุนปรับปรุงเกมให้รองรับ 64 Bit อย่างที่แอปเปิ้ลต้องการหรือไม่ เพราะเมื่อเกมเก่าไปแล้ว ก็อาจจะไม่คุ้มทุนที่ต้องมาปรับปรุงเกมกันอีกครั้ง

พูดลอยๆ เดี๋ยวจะหาว่าปรักปรัมกัน มีหลายเหตุการณ์ที่ผู้เขียนปวดร้าวเพราะเกมราคาแพงที่เคยซื้อมาเล่นไม่ได้ และหายไปจากสโตร์แล้วเช่น

Chaos Rings ภาคแรก เกมที่เนื้อเรื่องดีที่สุดเกมหนึ่งในชีวิตการเล่นเกมของผู้เขียน

  • Chaos Rings 1-2 และ Omega – เกมนี้เป็น RPG ที่สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลกเมื่อ Square Enix เจ้าพ่อเกม RPG ญี่ปุ่น ออกเกม IP ใหม่เลย กราฟิกเป็นสามมิติสวยงาม และได้คะแนนรีวิวสูงมาก โดยภาคแรกออกมาในปี 2010 ภาค Omega ออกตามมาในปี 2011 และภาค 2 ออกปี 2012 สถานะในปัจจุบันของ 3 เกมนี้คือถูกลบจาก App Store และ Play Store เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2016 ผู้เขียนที่ซื้อเกมทั้ง 3 ภาคนี้รวมมูลค่าร่วม $20 ก็ต้องทำใจ ดาวน์โหลดกลับมาเล่นอีกไม่ได้แล้ว (ดีนะที่เล่นจบไปหมดแล้ว)
  • The World Ends with You – เกม RPG จาก Square Enix เหมือนเคย โดยพอร์ตเกม RPG สุดแนวที่ได้รับความนิยมมาจาก Nintendo DS มา ซึ่งปัจจุบันเกมนี้ยังเปิดให้ดาวน์โหลดอยู่ แต่มีเหตุการณ์ให้ระทึกในปี 2015 ในช่วงที่ iOS 8 ออก เกมก็มีปัญหาไม่สามารถเล่นได้ ต้นสังกัดจึงลบเกมนี้ออกจากสโตร์นาน 4 เดือน แล้วกลับมาในเวอร์ชั่นที่แก้ไขให้เล่นกับ iOS 8 ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นความอ่อนไหวของเกมกับเวอร์ชั่น iOS ซึ่งในอนาคตก็ไม่รู้ว่าถ้า iOS ตัวใหม่ออก เกมจะยังเล่นได้ไหม
  • Monkey Island 1-2 – เกมผจญภัยรุ่นพ่อที่กลับมาทำใหม่ให้รุ่นลูกได้สนุกอีกครั้ง ซึ่งเคยออกบน iOS และ Android ด้วย แต่หลังจากที่ค่าย Lucas ถูก Disney ซื้อไป และยกเลิกการพัฒนาเกมของตัวเองทั้งหมด เกม Monkey Island ทั้ง 2 ภาคที่เคยออกบนมือถือก็ถูกลบออกจากสโตร์ไปด้วยจ้า

Monkey Island เกมที่คิดถึง

สรุป ถ้าอยากซื้อเกมฟอร์มใหญ่พวกนี้เล่น เพราะราคาเกมถูกกว่าเครื่องอื่นๆ มาก แนะนำว่าอย่าซื้อมาดองครับ ซื้อมาแล้วรีบเล่นให้จบภายในปีที่มันออก ก็จะปลอดภัย คุ้มเงิน (ผู้เขียนกำลังรีบเล่นเกมของ 2K พวก XCOM บน iPad อยู่ กลัว iOS 11 ออกมาแล้วจะเล่นไม่ได้) แต่ถ้าจะซื้อมาสะสม เราไม่แนะนำให้ซื้อบนมือถือครับ

เกมคอนโซลและพีซี แพงกว่า แต่ดีกว่า

สำหรับคอเกมที่ชอบเล่นเกมฟอร์มใหญ่ ที่สร้างกันจริงจังแล้ว เราก็ยังแนะนำให้ซื้อเกมบนคอนโซลหรือบน PC มากกว่าครับ อย่างเกมคอนโซล มันการันตีได้เลยว่าเกมบน PlayStation 4 หรือ Nintendo Switch ที่คุณซื้อมา จะเล่นบนเครื่องเหล่านี้ได้ตลอด ตราบใดที่เครื่องไม่พัง คุณจะซื้อเกมมาพร้อมเครื่องออก แล้วผ่านมาอีก 10 ปี เกมแรกที่คุณซื้อเล่นบนเครื่องนั้นมันก็จะยังเล่นได้อยู่ดี รวมถึง PC ด้วย ที่สามารถย้อนหาวิธีเล่นเกมกลับไปได้ถึงยุค DOS ทำให้เกมของคุณไม่สูญสลายแน่ๆ

ยังไม่นับรวมเรื่องการควบคุมที่ดีกว่าด้วยนะครับ

แสดงความคิดเห็น

บทความวงการเกม

แบไต๋เล่าให้ฟัง… ลุย E3 2018 วันแรก ก่อนงานจริงเริ่ม !! (Part 1)

Published

on

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะขอแหวกแนวแบไต๋ซักหน่อย เพราะข่าวเรื่องเกมต่าง ๆ หลาย ๆ คนก็น่าจะได้อ่านจากหน้าเว็บแบไต๋ไปแล้ว แต่ครั้งนี้ตัวผมได้รับการเชิญจากทาง Sony Interactive Entertainment สาขาสิงคโปร์ โดยตรง มางาน Electronic entertainment expo หรือ E3 2018 ในวันที่ 12 – 14 มิถุนายนนี้ ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมก็ได้มากับนักข่าวค่าย Online Station อีก 1 คน ถือว่าเป็นอีก 1 ครั้งกับการเดินทางครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมค่ายเกมทั่วโลก กับงาน E3 2018 ในครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 10 ที่ผ่านมา เอาเป็นว่าผมขอเล่าตั้งแต่การเตรียมตัวเลยแล้วกันว่า ถ้าคุณอยากมาจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างเอาไว้ด้านล่างเผื่อใครอยากเดินทางมาที่งานในปีถัด ๆ ไปจะได้วางแผนกันถูกครับ

ภาพตึกรอบงาน E3 2018 ที่จัดเต็มแบบสุด ๆ

E3 2018 วันก่อนวันแรกกับ Sony Interactive Entertainment

โดยงาน E3 จะเป็นประจำทุกปีที่จะมีค่ายยักษ์ใหญ่หลาย ๆ เจ้าเปิดตัวเกมให้คุณได้เห็นกันก่อนเริ่มงาน ซึ่งการเปิดตัวของแต่ละค่ายก็เรียกเสียงฮือฮากันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะล่าสุดค่าย Sony เปิดตัวในวันที่ 11 เวลา 18:00 น. (หรือวันที่ 12 ตอน 8 โมงเช้าที่ไทย) ก็งัดไม้เด็ดสุดโหดกับเครื่อง Playstation 4 ที่แทบจะน็อคคู่แข่งค่ายอื่น ๆ ไปได้เลย จะมีเกมอะไรบ้างมาชมกันครับ

การที่คุณจะเข้าไปใน Press Conference ของ Sony ได้ต้องมี Wristband ตัวนี้ครับ

The Last of Us Part 2

Sony เปิดตัวคลิปเกมเพลย์เกม The Last Of Us 2 ในงาน E32018

เปิดตัวเกมแรกก็เรียกเสียงฮือฮากันทั้งห้อง เพราะการมาของเกมนี้ไม่ได้เพียงแค่เปิดตัวในจอ แต่มาพร้อมกับพร็อพประกอบห้องที่ถูกทำขึ้นให้กลายเป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ ที่รองรับนักข่าวจำนวนมาก และบรรยากาศภายในเกมก็กดดัน ดราม่า พร้อมฉากแอ็คชันตลอดทั้ง Trailer ที่ตัดด้วยภาพสุดโรแมนติคในรูปแบบรักเพศเดียวกัน (Lesbian) ก็ถือได้ว่าแหวกแนวกันแบบสุด ๆ ไปเลย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ทางแบไต๋เราไม่ได้มีโอกาสไปลอง (เพราะเขาแบ่งตารางกับทาง Online Station ให้ไปลองเกมแยกกัน) ก็เอาเป็นว่ารออ่านความเห็นจากทาง OS กันได้เลยครับสำหรับความรู้สึกแบบสัมผัสจริง ๆ ภายในงานนี้

Ghost of Tsushima

หลังจากเปิิดตัว TLOU Part 2 แล้ว เขาก็พากลุ่มนักข่าวเดินทางไปยัง Hall จริง ๆ ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งเป็น Hall แบบ Wide screen แบบสุด ๆ เพื่อให้รับชมกันแบบสะใจเลยทีเดียว (แต่กล้องผมค่อนข้างแคบเลยเก็บภาพกว้างมาไม่ไหว T_T) ซึ่งเขาก็เปิดตัวด้วยการบรรเลงเพลงขลุ่ยญี่ปุ่นสุดไพเราะ

ก่อนเริ่มเข้าสู่สงครามที่คุณเป็นผู้กำหนด ซึ่งการเคลื่อนไหวของเกมจะใกล้เคียงกับเกมแนว Dark Souls ที่มีระบบ Parry และมีความรวดเร็ว รุนแรงในรูปแบบคล้ายกับเกม Onimusha บนเครื่อง PS2 แต่บอกได้เลยว่าเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม การปะทะของทั้ง 2 ฝ่ายที่เกิดจากความบาดหมางบางอย่าง ก็บ่งบอกได้ว่าเกมนี้จะมีเรื่องราวที่ดราม่าแบบสุด ๆ แน่นอน (และน่าจะยากแบบสุด ๆ ด้วยเช่นกัน) ซึ่งเกมนี้อาจจไปคล้ายเกม Sekiro: Shadow Die Twice ของค่าย From Software ผู้สร้างเกม Dark Souls และ Bloodborne ซึ่งทีมงานแบไต๋ก็จะได้ทดสอบเกมนี้ด้วย เอาเป็นว่าถ้าทดสอบแล้วเป็นอย่างไรจะมาบอกเล่ากันอีกทีนะครับ

Sony เปิดคลิปเกม Ghost Of Tsushima เกมซามูไรบน PS4

Control

อีก 1 เกมที่ค่อนข้างมาแบบแป๊ก ๆ นิดหน่อย (น่าจะกำลัง Tweet กันอยู่) กับเกม Control เกมแนว Sci-fi สุดล้ำที่น่าจะได้ความแรงบรรดาลใจด้านความอาร์ตมาจาก Kojima Production เพราะมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดกันรัว ๆ ทั้งพลังจิตและปืนพกที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ และศพลอยได้!? ก็ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวครับ ซึ่งเกมนี้จะมาบน PC, PS4 และ Xbox One ในปี 2019 นี้

Resident Evil 2 Remake

ภาพแรกที่คุณเห็นกับมุมมองที่เหมือนว่าเราไม่ใช่คน จนกลายเป็นมุมกล้องของหนูตัวหนึ่ง จนกระทั่งเห็นหน้าตาสุดคุ้นประจำเกมแนวซอมบี้สุดสยองและสุดมันส์แห่งปี พร้อมการเปิดตัวของพระเอกที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “หล่อจริง ๆ” อย่าง Leon S. Kennedy คนนี้ ก็รู้กันเลยว่า นี่คือเกมที่สาวก Resident ต่างรอให้ทำ Remake มาอย่างยาวนาน (เพราะภาค 1 ได้ถูก Remake ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย)

เปิดตัวมาหล่อจริง ๆ พ่อคนนี้

ซึ่งแน่นอนว่าเกมจะยังคงใช้คอนเซปต์เดิม คือเมือง Raccoon City ที่ถูกไวรัสประหลาดโจมตีจนคนทั้งเมืองต่างกลายเป็นซอมบี้ไปหมด ทางหน่วยรบพิเศษ S.T.A.R.S จึงได้ออกปฎิบัติการ แต่ก็เกิดเหตการต่าง ๆ ภายในเมืองนี้ที่จะทำให้คุณ… วิ่งจนจบใน 50 นาที (สำหรับสาย Speedrun) เอ้ย ไม่ใช่ละ !?

สิ้นสุดการรอคอย เปิดตัวเกม Resident Evil 2 Remake บนเวที E3 2018

Kingdom Hearts 3

เกมแนว Action-RPG ที่คู่กับเครื่อง Playstation มาตั้งแต่ PS2 ก็กลับมานับภาคหลักก้าวสู่เลข 3 เสียที กับหนุ่มน้อยโซระ ที่จะต้องมาไขปริศนากับ Keyblade of Heart คู่ใจพร้อมตะลุยโลกแห่งเวทย์มนต์ผ่านการ์ตูนและภาพยนตร์ชื่อดังต่าง ๆ แน่นอนว่าจุดเด่นที่สุดของภาคนี้คือ กับตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ตัวเอกของเรื่อง Pirate of the Caribbean นั่นเอง

และแน่นอนว่าเรามาพร้อมกับเพื่อนรักสุดซี้ Goofy และ Mickie Mouse เช่นเคย บอกเลยว่าสนุกแน่นอน และที่สำคัญ เขายังมีเครื่อง Playstation 4 Pro รุ่น Limited Edition ของ Kingdom hearts 3 ให้คุณได้หาซื้ออีกด้วย น่าสนใจสุด ๆ !!

ชมตัวอย่างใหม่เกม Kingdom Hearts 3 ที่โชว์ฉากของการ์ตูน Frozen

Death Stranding

อีก 1 เกมที่สาวก Hideo Kojima ต่างรอคอยกันมาตลอดทั้งปี เพราะ Trailer เมื่อปี 2017 นั้นเป็นอะไรที่อินดี้แบบสุด ๆ แต่มาปีนี้เขาก็ได้แสดงภาพ Gameplay ให้ดู… แบบอินดี้สุด ๆ เช่นเคย เป็นภาพ Gameplay ที่คุณจะงงว่า เกมนี้มันคือแนวไหนกันแน่ มีทั้งศัตรูที่มองไม่เห็น อุปกรณ์ไฮเทคแบบ Retro เช่นเกราะหนาม หรือก้านจับสัญญาณสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นโดยการเสียบไปที่แคปซูลบรรจุทารก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคือ… อะไรอ่ะ ใครก็ได้บอกที ?

แต่ภาพรวม ๆ ถือว่าทำออกมาสวยมาก ถึงมากที่สุดทั้งเรื่องบรรยากาศในเกม ทั้งสีหน้า ท่าทางตัวละคร และการแสดง เคลื่อนไหว และการโชว์ภาพอาการบาดเจ็บที่เห็นแล้วขนลุกกันทั้งฮอลล์เลยทีเดียว

ชมคลิปเกม Death Stranding เปิดตัวละครและเกมเพลย์ใหม่

Nioh 2

คลิปเปิดตัวเกมสุดสั้นแห่งปี กับเกม Nioh 2 ที่เหมือนตั้งใจจะเผยว่า เขาทำแน่ พร้อมเผยความสามารถใหม่ของตัวเรา คือการแปลงร่างสุดเท่ แต่เกมจริง ๆ จะเป็นยังไงนั้น ก็ต้องรอต่อไป เพราะยังไม่เผยวันวางจำหน่ายแต่อย่างใด

Marvel’s Spider-Man

การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของ Spider-man ไอ้แมงมุมกับภาคล่าสุดที่ไม่ได้ขึ้นด้วยตัวเลข แต่เป็น Marvel’s Spider-Man ที่ยังคงบู๊ดุเดือดเช่นเคย และมีลูกเล่นใหม่ ๆ ให้เล่นเพียบ ! พร้อมเจอเหล่าวายร้ายที่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาทีละคนอีกต่อไป ! (พ่อแมงมุมโดนเตะเป็นลูกขนุนเลย)

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับวันก่อนวันแรกของงาน E3 ที่เกิดขึ้น ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ E3 ก็จะเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ใครที่สนใจมาปีหน้า ลองอ่านตามคำแนะนำด้านล่างนี้แล้วนำไปปรับใช้กันได้นะครับ (จริง ๆ เขียนข้างล่างก่อนจนจบแล้วคิดได้ว่ามันไม่น่าเกี่ยวเลยย้ายไปไว้ด้านล่างแทน ฮา…)

 


สิ่งที่ต้องเตรียม

สำหรับใครที่วางแผนที่จะเดินทางมางาน E3 ในปีถัด ๆ ไปด้วยตัวเอง อย่างแรกเลยที่ต้องเตรียมคือ…

เงิน!

ใช่ครับ เพราะการเดินทางด้วยตัวเองจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก – มากที่สุด กับค่าเดินทางที่แพงมหาแพง (ราคาประมาณ 40,000 – 50,000 ขึ้นไปแบบ ไป-กลับ Economy) และแน่นอนว่าต้องวางแผนระยะยาวมาก ๆ อย่างต่ำ 3 เดือน กับการทำ VISA สุดโหด โดยค่าดำเนินการจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับ Rate อัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้น) นี่ยังไม่ทันทำอะไรเลยก็เสียเงินไปร่วมครึ่งแสนแล้ว แถมถ้าเราวางแผนจะมาซื้อสินค้า Limited Edition ในงาน E3 อีกล่ะก็ เตรียมขายไตรอได้เลย !!

หน้าตา Visa (ขออนุญาตเบลอข้อมูลส่วนตัวนะครับ)

ซึ่งระยะเวลาที่ทำก็แตกต่างกันไป โดยขั้นแรกคือการกรอกรายละเอียดบน Website นี้ (ภาษาอังกฤษล้วน ๆ แน่นอน) หลังจากกรอกเสร็จ ก็ต้องชำระเงินค่านัดสัมภาษณ์ทันที หลังจากที่อัปเดทว่าเราจ่ายเงินเรียบร้อยถึงจะสามารถนัดเวลาได้ ซึ่งโดยทั่วไปอย่างไวก็อาจจะหลักอาทิตย์ แต่ถ้าดวงซวย ๆ เจอช่วงคนเดินทางเยอะ ๆ เผลอ ๆ จะถึงหลักเดือนเลยทีเดียว โดยคนทั่วไปถ้าเกิดต้องเดินทางกระทันหัน เขาก็จะมีระบบเร่งด่วนให้ แน่นอนว่าแลกมากับเงินค่าทำ VISA อีกมหาศาล ที่ถามทาง OS เขาบอกว่าประมาณ 20,000 บาท !! เอาเป็นว่าหลังจากเสร็จเรียบร้อย ได้ใบ Visa บน Passport มาก็โล่งใจไปได้อีกเปราะหนึ่ง แต่…

ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานต้องเป๊ะทั้งฟัง / พูด (เขียนได้ยิ่งดี) !!

ที่บอกว่าขั้นพื้นฐาน เพราะเอาเข้าจริง ๆ เราไม่ต้องพูดตรงไวยากรณ์ภาษาอังกฤษแต่อย่างใด ขอแค่สื่อสารแล้วเขาเข้าใจก็พอแล้ว แต่ถ้าพูดไม่ได้เลยอันนี้ก็ยากหน่อย เพราะแน่นอนว่าคุณจะเจอกับฝรั่งแบบมหาศาล รวมไปถึงคนต่างประเทศจากประเทศอื่น ๆ ก็ใช้ภาษาอังกฤษนี้ในการสื่อสารหลักทั้งหมด แต่ถ้าคุณมั่นใจก็บอกได้เลยว่า คนที่นี่ค่อนข้างคุยง่ายครับ (แต่แนะนำว่ากลางคืนที่เปลี่ยว ๆ คนเดียวก็แอบอันตรายเหมือนกันนะ) ถ้าพูดไม่ได้จริง ๆ พิมพ์หรือพูดภาษาไทยใส่ Google Translate ให้แปลออกมาก็ได้ เดี๋ยวนี้เขาแปลค่อนข้างตรงมาก

เตรียมข้าวของ เครื่องใช้ (และเน็ตฯ) ให้พร้อม

เพราะการเดินทาง ไม่ใช่ว่าเราจะมาซื้อของเอาดาบหน้าได้ (ถึงจะได้แต่ก็ไม่แนะนำ เพราะหลาย ๆ อย่างแพงมากกกกกกก) ถ้าเตรียมมาก่อนล่วงหน้าจะทำให้เราอุ่นใจมากกว่าเดิมเยอะ โดยเฉพาะเรื่องอินเตอร์เน็ต ให้เราไปทำ package Roaming ให้เรียบร้อยจากหลาย ๆ ค่าย (แนะนำ Sim2Fly จาก AIS โปรฯ ค่อนข้างโอเคเลยครับ)  แต่อย่าเอาชุดมาเยอะไปนะ เพราะถ้าคุณตั้งใจมา E3 จริง ๆ บอกเลยว่าจะมีของให้คุณแบกกลับอีกเยอะ !

วางแผนโรงแรมดี ๆ

ปัจจุบันมีแอปฯ หรือเว็บไซต์ที่ช่วยแนะนำโรงแรมราคาถูกได้มากมาย ถ้าคุณวางแผนระยะยาวไว้ ยังไงก็สบายใจได้เลย แต่ต้องดูว่าโรงแรมนั้นมีบริการรถสำหรับไปงาน E3 หรือเปล่า ซึ่งโดยทั่วไปจะสามารถค้นหาข้อมูลก่อนได้อยู่แล้วครับ

ผมพักที่ JW Marriott Santa Monica แถว ๆ นี้มี Santa Pier Monica ให้เดินเล่นด้วย

แลกเงิน

เรื่องที่หลาย ๆ คนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือการแลกเงินผ่านธนาคารมี Rate ที่ค่อนข้างแย่กว่าการแลกเงินผ่านร้านรับแลกเงินโดยเฉพาะของไทย (ที่เรารู้จักกันดีก็ SuperRich ครับ) ซึ่งจะให้ Rate ค่อนข้างดีกว่ามาก ๆ ถ้าคุณแลกในปริมาณที่มากพอ (100$ ขึ้นไปจะได้ Rate ดีสุดครับ) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณแลกคืน ยังไงก็ต้องเสียงเงินบาทบางส่วนกลับอยู่ดีเป็นเรื่องธรรมดา ทางที่ดี แลกไปให้พอดีแล้วเตรียมบัตร Credit ไปใช้ดีกว่าครับ สะดวกกว่าเยอะ

ลงทะเบียนซื้อบัตรเข้างานให้เรียบร้อย

สิ่งสำคัญมากคือการลงทะเบียนเพื่อซื้อบัตรเข้าร่วมงานสำหรับบุคคลทั่วไป ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ 150$ และ 250$ สำหรับ 1,000 ท่านแรก (ซึ่งเต็มแน่นอน) ส่วนราคาปกติจะอยู่ที่ 995$ หรืือประมาณ 32,000 บาท !! (รวมข้างบนนี่ก็เกือบแสนละครับ) หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อย ก็จะมี E-mail ยืนยันมาให้คุณ เพื่อให้คุณเดินทางมารับบัตรเข้างานก่อนวันงาน 1 วัน (หรือจะรับหน้างานวันจริงก็ได้ แต่จะวุ่น ๆ หน่อย)

เตรียมบิน

อีกเรื่องที่คนไม่เคยเดินทางไกล ๆ โดยเฉพาะมาประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่ทราบมาก่อนว่าเราจะต้องไปต่อเครื่อง 1 รอบที่ประเทศต่าง ๆ ก่อน เช่น ไต้หวัน ซึ่งกินเวลากว่า 3 ชั่วโมงโดยประมาณ แล้วถึงจะต่อเครื่องไปที่สหรัฐฯ อีกครั้ง โดยใช้เวลา 12 ชั่วโมง ซึ่งโดยรวม ๆ แล้วการเดินทางทั้งหมดจะกินเวลาประมาณ 16 ชั่วโมงขึ้นไป รวม Transit ถือได้ว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานและอึดอัดแบบสุด ๆ โดยเฉพาะคนที่อวบ ๆ จะเซ็ง ๆ หน่อย (ผมก็เคยเป็น 1 ในนั้น ปัจจุบันก็ยังอยู่ในระยะเฝ้าระวัง) แนะนำว่าถ้าใครไม่อยากทำอะไรก็ให้หาผ้าปิดตาไป แล้วก็หมอนรองคอซักใบ ก็น่าจะช่วยให้หลับสบายตลอดการเดินทางแล้วล่ะครับ (แต่อาจจะพลาดอาหารบนเครื่องบินได้นะ) หรือถ้าใครชอบดูหนัง ฟังเพลง บนเครื่องเขาก็มีให้คุณได้ทำกิจกรรมจนลืมเวลาเลยแหละ (ล่าสุด EVA AIRLINE มี black panther ให้ดูบนเครื่องบินด้วยนะ) แล้วอย่าลืมดูหนังหรือหลับเพลินจนลืมกรอกใบ immigration ล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ถ้าได้นั่งข้างหน้าต่างก็จะได้ชมวิวสวย ๆ แบบนี้ (แต่ลุกไปฉี่ยากนิดนึง)

ถึงแล้ว แต่ยังไม่ถึง(เอ๊ะยังไง !?)

หลังจากที่เดินทางมาถึงสนามบิน อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะยังมีอีก 1 ด่านอรหันต์สำหรับชาวไทยอยู่ นั่นคือด่านตรวจคนเข้าเมือง ถ้าใครทำ Passport แบบท่องเที่ยวทั่วไปก็ไม่เป็นไรเท่าไหร่เพราะสามารถใช้ตู้ Kiosk ในการกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองได้เลย แต่ถ้าเป็นกลุ่มนักข่าว จะต้องไปต่อแถวเพื่อตรวจกับทางคนตรวจโดยตรง แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ ถ้าเราเตรียมข้อมูลไปให้พร้อม ยื่นให้เขา แล้วพูดคุยกับเขาปกติ ก็น่าจะผ่านได้ง่าย ๆ แล้ว

ทีมงานมารับ

เดินทางสู่โรงแรม

ผมขอแนะนำสำหรับคนที่เดินทางมา ให้โหลดแอป Uber ติดเครื่องไว้ก่อนมาเลย เพราะที่นี่ค่าเดินทางผ่าน Taxi แพงมาก ! ที่ผมนั่งจากสนามบินมาที่โรงแรม ต้องเสียค่าเดินทางร่วม 50$ แล้ว (ยังดีนะที่มากับทีมงาน Sony) ไม่รวม Tips ที่ต้องจ่ายให้เขาอีกอย่างน้อย 5$ เป็นมาตรฐานของที่นี่เลยครับ บอกเลยว่าใช้แอป Uber เถอะ ถูกกว่าเยอะ…

วางแผนเดินงาน ใช้เงิน

แน่นอนว่าหลังจากมาถึงโรงแรม จัดของให้เรียบร้อย ก็ถึงเวลา… หาอะไรกินก่อน แล้วค่อยกลับมาวางแผนการเดินงานกันกับคนที่มาด้วย (หรือถ้ามาคนเดียวก็วางแผนคนเดียวแบบเหงา ๆ) ซึ่งถ้าคุณชอบบูธไหน ก็วางแผนเอาไว้เลย เพราะงานมี 3 วันเต็มให้คุณเดินได้จนอิ่มแน่นอน และแน่นอนว่าในงานไม่ได้มีแค่เกมให้ชมหรือทดลองเล่น แต่จะมีของ Merchandise ให้คุณได้หาซื้อทุกปีแบบ Limited Edition ที่ขายเฉพาะในงานเท่านั้น บอกเลยว่าใครที่มางานนี้ไม่ได้ซื้อถือว่าพลาด (โดยเฉพาะของ Sony ที่จัดเต็มให้คุณทุกปีจริง ๆ )

วางแผนยกของกลับ

อีก 1 เรื่องที่หลาย ๆ คนกลัว เพราะการเอาของกลับหลังจากซื้อถ้าคุณโดยสุ่มตรวจโดยกรมศุลกากร ก็อาจจะมีอันเป็นไปได้ (เพราะโดนภาษีแน่ ๆ) งานนี้ผมก็เลยอยากบอกว่า ไม่ควรซื้อกลับมาเยอะ ๆ เพราะจะดูเหมือนเราซื้อกลับมาขาย แต่ให้เลือกซื้อสิ่งที่เราชอบจริง ๆ แล้วทำการแกะกล่องแกะถุงให้เรียบร้อย รับรองว่าไม่โดนตรวจแน่นอน (แต่ใครอยากสะสมแบบใส่กล่องก็รับความเสี่ยงกันนะครับ)

เอาเป็นว่าวันงานจริงจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวผมจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง สำหรับวันนี้ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ (เขียนเสร็จตี 3 จะตื่นไหวไหมนี่ !?) และขอขอบคุณทาง Sony Interactive Entertainment สาขาสิงคโปร์อีกครั้งสำหรับโอกาสสำคัญในการเดินทางครั้งนี้ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[Review] Sea of Thieves: มาสวมบทบาทเป็นโจรสลัด ออกเรือ และท่องโลกกว้างกันเถอะ !!!

Published

on

สวัสดีปีใหม่ไทยท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้อากาศกำลังร้อนได้ที่มากๆ มาพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาช่วยคลายร้อนให้กับพวกเราชาวเกมเมอร์ทุกๆคน และถ้าหากพูดถึงเกมที่จะเหมาะกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมก็ขอนำเสนอ Sea of Thieves ผลงานชิ้นเอกจาก Rare เจ้าของเกมชื่อดังอย่าง Goldereye 007, Donkey Kong Country ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และการกลับมาครั้งนี้ของ Rare จะสร้างความสนุกแบบที่เคยทำได้หรือไหม มาติดตามบทความรีวิว Sea of Thieves กันได้เลยครับ

Xbox Play Anywhere ชื้อ 1 ได้ 2

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า Sea of Thieves เป็นเกม Microsoft Exclusive ที่ลงให้กับเครื่อง Xbox One และ Windows 10 โดยมีระบบ Cross-Platform และแน่นอนกับระบบเอาใจเกมเมอร์อย่าง Xbox Play Anywhere ที่ไม่ว่าคุณจะชื้อเกมในเครื่องไหน ก็จะสามารถเล่นได้ทั้งสองเครื่อง โดยใช้ Save และ Server เดียวกันอีกด้วยครับ สำหรับชาว Xbox สามารถหาชื้อได้ใน Store ตามปกติ และสำหรับชาว PC สามารถชื้อได้ใน Windows Store โซนอเมริกาครับ (Steam ไม่มีนะจ๊ะ)

Sea of Thieves เป็นเกม FPS Action ทั่วๆไป ที่ไม่มีระบบซับซ้อนเลยสักนิดเดียว ตัวเกมจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นกะลาสีคนนึง ที่ได้ออกเรือตามล่าหาสมบัติ หรือรับจ้างทำเควสจากสำนักต่างๆภายในเกม โดยตัวเกมจะบังคับให้ผู้เล่นออนไลน์ตลอดเวลา โดยที่ผู้เล่นจะสามารถเล่น Online กับเพื่อนสูงสุดได้ 4 คน หรือจะออกเดินเรือเพียงคนเดียว แต่อาจจะไปเจอกับเรือลำอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

เตรียมตัวออกเรือ

โดยพื้นฐานแล้วตัวเกมนั้นใช้ระบบ Online Session จับคู่ผู้เล่นทั้งหมดเข้ามาเจอกันภายในเกม โดยที่จะมี Server กลาง นั้นหมายความว่าระหว่างเล่น ผู้เล่นจะสามารถเจอคนอื่นเข้า ออกได้ตลอดเวลา รวมไปถึงตัวผู้เล่นเองที่ออกจากเกมไปแล้ว แต่ก็สามารถกลับเข้ามาในเกมได้ใหม่ โดยให้เพื่อนที่อยู่ใน Party เดิม Invite เข้ามาครับผม ยกตัวอย่างเกม Call of Duty ที่ใช้ระบบนี้เช่นกัน


Preparing Yourself


npc ที่พูดคุยได้ภายในเกม

แน่นอนว่าการที่ตัวเกมเป็นเกม Online Multiplayer อย่างจริงจัง แน่นอนว่าลืมไปได้เลยกับ Story Mode หรือ Lore ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปภายในเกม เนื่องจากว่าตัวเกม Sea of Thieves นั้นต้องการสร้างประสบการณ์การเป็นกะลาสีให้ตัวผู้เล่นเองจริงๆครับ นั้นหมายความว่าตัวเกมจะไม่มีการบอกเล่าอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เรารู้ คือเราเป็นแค่กะลาสีคนนึงที่ตื่นขึ้นมาในเกาะแห่งนึงพร้อมกับเรือหนึ่งลำ โดยผู้เล่นสามารถคุยกับเหล่า NPC ภายในเกาะ หรือที่เรียกว่า Outpost ได้ทุกคน แน่นอนว่าในจำนวน NPC พวกนั้นก็จะมีเควสให้ทำครับ

เริ่มออกเรือแบบไร้จุดหมาย

Gameplay หลักๆของ Sea of Thieves นั้นจะเข้าใจได้ค่อนข้างง่าย แต่ตัวเกมค่อนข้างโหดร้ายที่ไม่มีแม้แต่ Tutorial มาให้เลยสักนิดเดียว แต่เชื่อว่าสิ่งแรกที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาในเกม ก็คือความคิดที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด (เพราะผมก็คิดแบบนั้น) แต่ต้องมานั่งงมเอาเองกับเพื่อนที่เหลืออีก 3 คนโดยที่ตัวเกมไม่ช่วยบอกอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว !!

ชนิดของเควสหลักๆภายในเกม

ตัวเกมมีจะเควสให้ผู้เล่นทำอยู่ทั้งหมด 3 แบบหลัก ที่สามารถรับได้จาก NPC ครับ นั้นก็คือ การล่าสมบัติ, การล่ามอนสเตอร์, และการค้าขายครับ โดยทั้งสามแบบนี้ผู้เล่นสามารถเลือกทำแบบไหนก่อนก็ได้ หรือจะเลือกทำพร้อมๆกันได้เลยก็ได้เช่นกัน นอนจากนั้นตัวเกมจะมีเควสพิเศษที่สามารถพบได้จากขวดแก้ว ซากเรือพังต่างๆครับ โดยเควสพวกนี้มักจะมีความยากกว่าเควสทั่วไป บางเควสจะมาเป็นคำใบ้ และต้องให้ผู้เล่นไขปริศนากันเองอีกด้วยครับ

เริ่มจากเควสล่าสมบัติ ก็ตามชื่อเลยครับ เมื่อรับเควสมาแล้ว NPC ก็จะให้แผนที่เรามา เป็นรูปเกาะๆหนึ่ง พร้อมกับจุดกากบาทสีแดง โดยที่เราต้องตามหาเกาะเอาเอง ผ่านการดูแผนที่ พร้อมกับ จุดกากบาทสีแดงในเกาะ เมื่อผู้เล่นมั่นใจว่าใช่จุดๆนี้ ผู้เล่นต้องขุดมันขึ้นมา และนำหีบสมบัติกลับไปมอบให้ NPC ที่เรารับเควสมา ก็จะเป็นอันเสร็จ

ในส่วนของเควสล่ามอนเตอร์นั้น ก็จะคล้ายๆกับแบบแรก แต่คราวนี้ NPC จะให้ชื่อเกาะกับเรามาเลย สิ่งที่เราต้องทำ คือมุ่งหน้าไปสู่เกาะนั้นๆ และจัดการมอนสเตอร์ให้หมด และนำหัวกะโหลกไปมอบให้ NPC ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

และสุดท้าย สำหรับเควสการค้าขาย จะค่อนข้างยากกว่าสองแบบแรก เนื่องจากว่าผู้เล่นจะต้องไปตามหาสิ่งของต่างๆตามเกาะ อาทิเช่น หมู,ไก่,ดินปิน,เสบียงต่างๆ โดยแต่ละเควสก็จะกำหนดสีของสัตว์ชนิดต่างๆที่ต้องการอีกด้วย และเมื่อจับสัตว์ได้ตามกำหนด หรือได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็นำไปมอบให้กับ NPC ตัวเดิม ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

โดยของรางวัลที่จะได้จากเควสทั้ง 3 แบบก็คืนเงิน ที่สามารถนำไปชื้อของแต่งตัว อาวุธใหม่ๆ หรือ Upgrade เรือของเราได้ครับ


Set Sail !!


เอาล่ะมาถึงเนื้อหาหลักๆกันบ้าง อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า ตัวเกมนั้นเป็น FPS Action โดย Gameplay หลักๆของตัวเกมจะมีอยู่ 3 อย่าง แบ่งเป็น “การขับเรือ/ปะทะบนน้ำ, การต่อสู้บนบก, การตามล่าหาสมบัติ หรือสิ่งของอื่นๆ” โดยที่รูปแบบการเล่นในแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ

มาเริ่มต้นด้วยระบบการออกเรือ และการต่อสู้บนน้ำกันก่อนดีกว่า เกมนี้จะมีเรือให้เราขับอยู่ 2 ชนิด โดยที่ชนิดเล็กสุดจะเล่นได้สูงสุด 1-2 คน โดยที่ขนาดใหญ่สุด จะเล่นได้สูงสุด 3-4 และไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเล่นเรือรูปแบบไหน ก็ต้องไปเจอกันเองใน Server อยู่ดีครับ

Teamwork นี่แหล่ะสำคัญที่สุด ว่าแต่นี่ทำอะไรกันอยู่

สิ่งแรกที่ผมต้องขอชมทีมงานเลยก็คือ ตัวเกมค่อนข้างมีความสมจริงในการขับเรือเป็นอย่างมาก โดยที่ตัวเกมได้นำเอาองค์ประกอบทุกอย่างของเรือจริงๆ ยกมาใส่ไว้ในเกมแถบจะทั้งหมด เริ่มต้นจากการถอนสมอเรือ ก่อนที่จะดึงใบสำเภาไปตามลม พร้อมกับบังคับพังงาไปในอย่างทิศทางที่ต้องการ โดยที่ทั้งหมดนั้นจะต้องใช้ความเป็นทีมเวิร์คของผู้เล่นทั้ง 4 คนในเรือขนาดใหญ่สูงมากๆ ยิ่งในฉากที่ตัวเกมมีพายุขนาดใหญ่ หรือขณะต่อสู้

และนี่คือผลของการที่ซ่อมเรือไม่ทัน

ในขณะที่เรือของเราถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นจากผู้เล่นอื่น หรือ จากมอนสเตอร์ก็ตาม เรือของเราจะมีรอยรั่วจากกระสุนปืนใหญ่ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้ามาภายในเรือ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำ คือวิดน้ำภายในเรือออก พร้อมกับซ่อมเรือโดยใช้ไม้สำรองที่มีอยู่จำกัด แต่จะสามารถหาเก็บได้ภายในเกมตลอดเวลาครับ แน่นอนว่า Team Work คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เรืออยู่ข้างหน้า ประจำสถานีรบ !!

การต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ฉากการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่กันระหว่างเรือ 2 ลำค่อนข้างสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นเป็นอย่างดีมากๆ แต่เมื่อเล่นไปสักพัก ผมกลับพบปัญหาหลายอย่างมากๆ กับระบบต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ และมันชวนทำเอาผู้เล่นโมโห และไม่สนุกเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ

บุกขึนเรือศัตรู !!

เริ่มต้นกับการที่จะ Wipeout Crew หรือ ยึดเรือและล้มเรือกันก่อน ในฉากการต่อสู้บนน้ำ การที่เราจะยิงปืนใหญ่ถล่มใส่เรือของศัตรูไปเรื่อยๆ ก็ไม่สร้างความเสียหายอะไรให้กับเรือฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด สิ่งที่ทำได้ คือทำให้เรือฝ่ายตรงข้ามเป็นรูเท่านั้น และนั้นบังคับให้ศัตรูต้องพากันไปซ่อมเรือเรื่อยๆ การที่เราจะล้มเรือศัตรูได้ คือต้องวิ่งเข้าไป Board เรือของศัตรู และจัดการฆ่าลูกเรือให้หมด ก่อนที่จะซ่อมเรือได้ทัน

และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบ Respawn ของเกมที่จะมีระยะ Delay 10 – 30 วินาที และจุดเกิดของผู้เล่น ก็คือเรือลำเดิมของผู้เล่นนั้นเอง ทำให้ผู้เล่นคนนั้นก็สามารถกลับมาซ่อมเรือ หรือป้องกันเรือได้เรื่อยๆ ฟังดูอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แต่จริงๆแล้วมันคือปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ เนื่องจากว่าระบบการต่อสู้ด้วยกันระหว่างผู้เล่นในเกมนี้ มันไม่สมดุล และออกแบบมาแย่มากๆครับ

ในตลอดการเล่นของผมนั้น ตัวผมและเพื่อนๆอีก 3 คนที่เรือ ได้ปะทะกับเรือฝ่ายตรงข้ามนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยที่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ จนสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามต้องยอมออกจากเกมไปแทน เพราะเนืองจากว่ามันตัดสินผลกันไม่ได้สักที ตายก็เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ เรือยิงยังไงก็ไม่พัง และการฆ่ากันในเกมก็ไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากความแค้น และศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง ในจุดนี้ อาจจะเป็นความสนุกอย่างนึงของตัวเกม แต่เมื่อเราเล่นไปสักพักแล้วจะพบว่ามันไม่ได้สนุกเลย แถมยังน่าเบื่ออีกด้วยครับ

โดนปล้นมาล่ะก็ …

และถ้าถามว่า แล้วทำไมจึงต้องไปบุกโจมตีเรือลำอื่นๆด้วย คำตอบของคำถามนี้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ใช่เพราะว่าความส่ะใจหรืออะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเรือลำอื่นๆก็อาจจะขนสมบัติที่ได้มาจากเควสเต็มลำเรือเลยก็เป็นได้ ถ้าหากผู้เล่นต้องการที่จะเป็นโจรสลัด สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือบุกเข้าโจมตี และปล้นสมบัติเหล่านั้นมาเป็นของเรานั้นล่ะครับ แต่ถ้าหากเรือที่ปล้นนั้นกลับไม่มีสมบัติอะไรเลย ก็…..


Never Bring a “Sword” to a “Gun” Fight


ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่าระบบต่อสู้ของเกมนี้มันค่อนข้างห่วย และไร้สมดุลเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของ PVP และ PVE แต่ถึงแบบนั้นตัวเกมก็ค่อนข้างที่จะมอบความสนุกให้กับผู้เล่นได้อยู่ไม่น้อยครับ

ตัวเกมจะแบ่งอาวุธของผู้เล่นเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ดาบ, ปืน, ปืนใหญ่ โดยอาวุธที่จะอยู่ติดตัวกับผู้เล่นตลอดเวลาก็คือเจ้า ดาบและปืนนี่ล่ะครับ แน่นอนว่าผู้เล่นสามารถสลับไปมาได้ตลอดเวลา และสำหรับปืนที่จะแบ่งแยกไปอีก 3 ชนิดด้วยกันได้แก่ ปืนพก ปืนลูกซอง ปืนไรเฟลยาว โดยทั้ง 3 แบบนี้เหมาะตามแต่ละสถานการณ์กันไป ฟังแค่นี้ก็อาจจะดูว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วปัญหามันอยู่ที่เจ้าปืนลูกซอง กับการ PVP นี่แหล่ะครับ

การ PVP ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องฆ่ากันเองด้วยอาวุธภายในเกมที่มีอยู่ โดยจะใช้อาวุธชนิดไหนก็ได้ โดยอาวุธแต่ละชนิดก็จะมี Damage ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อพูดถึงการต่อสู้กันระหว่างกะลาสีภายในเกมโจรสลัดแบบนี้ ผู้เล่นทุกคน คงจะนึกถึง Sword Battle หรือการดวลตัวต่อตัวของกัปตัน แบบในหนังโจรสลัดใช่ไหมล่ะครับ

รูปโปรโมทของตัวเกมที่ … เหมือนจะเป็นความจริง

แต่แท้จริงแล้วภาพที่เห็นนั้นกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนใช้กันในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นก็คือปืนลูกซองสุดโกงนี่ล่ะครับ ในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันแบบ 4 ต่อ 4 ผู้เล่นต่างหยิบลูกซองออกมา และกระโดดยิง วิ่งใส่กันราวกับ Team Fortress โดยเก็บดาบที่ฟันผู้เล่นไม่เข้าลงไปจนขึ้นสนิม ถึงแม้ว่ากระสุนจะมีจำกัดเพียงแค่ 5 นัด แต่ด้วยการที่ผูู้เล่นสามารถเติมกระสุนได้ผ่านการกดปุ่มเดียวในเรือ มันก็ไม่สร้างปัญหาอะไรให้เลยแม้แต่น้อย

ตรงนี้ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใช้ที่สุดเป็นอย่างมาก ในการใช้ดาบนั้นผู้เล่นสามารถกดป้องกันผ่านการคลิกขวาได้ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้ปุ่มนี้เลยสักนิดเดียวในเกม เพราะมันไม่มีผู้เล่นคนไหนหยิบดาบมาใช้ในการของปืนหรอกครับ เพราะลูกซองมันก็ One shot one kill แล้ว

แต่ถึงแบบนั้นการต่อสู้แบบ PVE ก็ยังคงความสนุกไว้อยู่บางกับการดวลดาบระหว่างผู้เล่น และ มอนสเตอร์ แต่ถึงแบบนั้นเหล่า AI พวกนี้ก็มีความฉลาดน้อยสุดๆ โดยไม่สร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราเลยสักนิดเดียว !!


A Beautiful Sea


Sea of Thieves ได้สร้างโลกของเหล่าโจรสลัด และ กะลาสีออกมาได้ค่อนข้างสวยงามครับ นอกจาก Graphics ที่ผมให้ความเห็นว่ามีความสวยงามในแง่ของ Environment เป็นอย่างมาก เหมาะกับการที่จะเป็นเกม Next Gen ในปี 2018 นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ว่าการออกแบบตัวละครจะทำมาได้ไม่โดนใจผมเท่าไร แต่อย่างอื่นถือว่าสอบผ่านในด้านของ Graphics ครับ

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย Unreal Engine 4 ที่ผมมีปัญหากับมันบ่อยมากๆ โดยที่ใครติดตามอ่านบทความรีวิวของผมตลอด จะรู้เลยว่าผมไม่ชอบเจ้า Engine ตัวนี้ขนาดไหน และต้องบอกว่าเป็นอีกครั้ง ที่ UE4 ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่ไม่ถึงกับดีมากๆครับ เพราะมีบางฉากที่ Frame Rate ของผมตกไปไม่เยอะมาก ทั้งๆที่ใช้ 1070Ti กับเกมที่ไม่น่าจะใช้ทรัพยากรเยอะขนาดนี้ แต่ถึงแบบนั้น ภาพรวมก็ยังทำได้โอเคอยู่ครับ

ปลาหมึกบุก !!

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นเกมโจรสลัดเกมไหนจะต้องมี ก็คือเจ้าปลาหมึกยักษ์ Kraken ครับ โดยในเกมนี้ก็ได้ใส่เข้ามาด้วย ได้ต้องบอกว่ามันทำได้ค่อนข้างดี สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้ หากผู้เล่นนึกถึงฉากในหนังเรื่อง Pirate of the Caribbean 2 ได้ ก็คงจะอินกับฉากนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

มุ่งหน้าสู่เกาะหัวกะโหลกกัน

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบ Raid ชนิดนึงเข้ามาภายในเกม โดยที่จะให้ผู้เล่นทั้งหมดเลือกที่จะทำได้ โดยของรางวัลแน่นอนว่าคืออภิมหาสมบัติครับ โดยเจ้า Raid นี้จะมาในรูปแบบเกาะๆนึง ที่จะมีก้อนเมฆรูปหัวกะโหลกโผล่ขึ้นมา โดยผู้เล่นที่กำลังล่องเรืออยู่สามารถมุ่งหน้าไปสู้เกาะๆนั้นได้ และเมื่อไปถึงแล้ว ผู้เล่นจะต้องทำการฆ่าเหล่ามอนสเตอร์ให้หมด จนได้กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ห้องเก็บสมบัติลับภายในเกาะแห่งนั้นครับ

ภายในเกาะ ก็ยังมีเหล่ามอนสเตอร์รออยู่

ฟังดูเหมือนง่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราที่อยู่ใน Server นั้น ยังคงมีผู้เล่นคนอื่นๆทีหวังจะได้สมบัติเหล่านี้ และมุ่งหน้ามาที่เกาะแห่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดีๆ และพร้อมรับมือกับศัตรูทุกรูปแบบได้เลยครับผม


To the Pirate Legend


มาถึงช่วงนึง ผู้เล่นอาจจะรู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำวนไปมาตลอดการเล่นทั้งเกมก็เป็นได้ พร้อมกับถามหาว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงแล้วของเกมนี้มันคืออะไรกันแน่ หรือจะเป็นแค่ตามล่าหาสมบัติ หาเงินแต่งตัว Upgrade เรือไปวันๆ เท่านั้นเองหรือ คำตอบคือใช่ และ ไม่ใช่ครับ เนื่ีองจากว่าเกมนี้เมื่อผู้เล่น เล่นมาถึงจุดๆนึง ผู้เล่นจะสามารถกลายเป็น Pirate Legend ได้ และผู้เล่นจะได้พบกับเควสที่ยากกว่าเดิม พร้อมกับเหล่าชุดและอุปกรณ์ใหม่ๆอีกมากมายที่จะสามารถหาได้ เมื่อผู้เล่นกลายเป็น Pirate Legend แล้วเท่านั้น

ออกเรือไปวันๆ

ตรงจุดๆนี้ผมคิดว่ามันก็เหมือนเป็นสิ่งที่เรียกว่า End Game Content นั้นเองครับ สำหรับผู้เล่น MMORPG น่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับคำนี้ ด้วยการที่ตัวเกมจะบังคับให้เราเล่นให้ Level ของตัวละครตันเสียก่อน ถึงจะมีการเล่น Content ที่จริงจังของเกมๆนั้นเสียที และสำหรับเจ้า Sea of Thieves เองก็เช่นกันครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าตัวเกมนั้นไม่มีสิ่งใดมาฉุดให้เราเล่นมันต่อเลยสักนิดเดียว

การ Upgrade เรือที่ไม่ช่วยอะไรเลย

อย่างที่ผมได้บอกไปว่าตัวเกมจะมีชุด อุปกรณ์ หรืออาวุธต่างๆภายในเกม รวมไปถึงของตบแต่งเรือ หรือ Upgrade เรือ ให้เราใช้เงินในเกมชื้อได้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วของเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าสถานะ หรือ ทำให้เราเก่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆได้เลยแม้แต่นิดเดียวครับ หรือพูดง่ายๆก็คือ แฟชั่นภายในเกม เท่านั้นเอง

หรือจะตั้งวงเหล้า ร้องเพลง เล่นดนตรีกันไปวันๆ ?

ตรงจุดนี้มันมีทั้งข้อดี และ ข้อเสียครับ อย่างแรกเลยคือด้วยการที่ Item ภายในเกมทุกอย่างจะไม่มีผลต่อการเล่น ทำให้ผู้เล่นทั้งใหม่ และ เก่า มีระดับ Item ที่เท่ากัน สิ่งที่วัดได้ก็คือฝีมือของผู้เล่นล้วนๆ แต่มันจะมีผลเสียที่ตามมาก็คือ ตัวเกมจะไม่มีแรงบันดาลใจอะไรให้ผู้เล่นรู้สึกอยากจะเล่นต่อเลยสักนิดเดียว

หรือจะตั้งใจเป็น Pirate Legend ให้จงได้ !!

และด้วยการที่ Sea of Thieves ถูกออกแบบมาให้กลายเป็นเกมกึ่ง RPG และมีระบบเควสที่ต้องใช้เวลา และความยากลำบากกว่าจะสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่เงินที่เอาไปตบแต่งตัวละครได้ ไม่มีแม้แต่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น และไม่มีการจัดการตัวละครเลย มันจึงไม่เหมาะกับเกมแนวนี้ครับ


โดยรวมแล้ว Sea of Thieves เป็นเกมที่ค่อนข้างดีครับ มีความสนุกมากๆในระดับนึง แต่เมื่อเล่นไปสักพักนึงแล้วก็จะพบกับความเบื่อ และความท้อ เนื่องจากว่าสิ่งตอบแทนที่ได้รับนั้น มันไม่คุ้มเท่าไรสำหรับเกมที่เน้นการเล่น Online แบบนี้ครับ ตัวเกมยังขาด Content อีกเยอะมากๆ ย้ำว่ามากๆ สำหรับเกมโจรสลัดที่ดี แต่ถึงแบบนั้นก็ออกแบบทำระบบเบื้องต้นมาได้ดี และสำหรับตัว Microsoft เอง ที่นานๆทีจะมีเกม Exclusive ดีๆมาให้เล่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่มี Xbox One อยู่แล้ว Sea of Thieves ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่เป็นเกมเมอร์สาย PC และ Xbox One ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความวงการเกม

[รายงานพิเศษ] God of War: Preview Event ปลุกความไฮป์ไปลองเล่นมาแล้ว!!

Published

on

By

บทความนี้ไม่มีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญของตัวเกม

เมื่อวันที่ 12- 13 มีนาคมที่ผ่าน แบไต๋ไฮเทค เป็น 1 ใน 4 สื่อของไทย ร่วมกับสื่ออื่น ๆ จากอีกหลายประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับเชิญจากทาง โซนี่สาขาสิงคโปร์ (SIES) ซึ่งดูแลการตลาดในประเทศไทยด้วย ให้เข้าร่วมงาน God of War Preview Event in Singapore ณ โรงแรม Singapore Marriott Tang Plaza ซึ่งนอกจากจะได้พบกับทีมงานและผู้บริหารของทางโซนี่แล้ว ยังได้ร่วมทดลองเล่นตัวเกมบางส่วนมาด้วย ซึ่งวันนี้จะมาเล่าความประทับใจครั้งนั้นกันครับ

โหมโรง รายละเอียดที่เป็นหัวใจจาก Aaron Kaufman

เราได้พบกับ อารอน คอฟแมน (Aaron Kaufman) ตำแหน่ง Senior Community Strategist ของ Sony Santa Monica ผู้พัฒนาเกม God of War ภาคนี้ โดยเขาได้พรีเซ้นต์หลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเกม และเรายังมีโอกาสได้สัมภาษณ์กับคุณอารอนในภายหลังด้วย ซึ่งเราจะขอสรุปส่วนที่สำคัญจากการพรีเซ้นต์และสัมภาษณ์มาเลยครับ ดังนี้

  1. God of War ในภาคนี้จะใช้เทพปกรณัมนอร์สเป็นหลัก ต่างจากที่ผ่านมาที่เป็นเทพกรีก โดยคุณอารอนยังบอกว่า มันเป็นเรื่องราวที่ต่อมากจากภาคเก่านั่นล่ะ และเครโทสคนนี้ก็คือคนเดิมที่เราเคยเล่นกัน (คือไม่ใช่คนละจักรวาล) และหากมองในแง่เวลาแล้ว นอร์สมันก็อยู่ในช่วงเวลาเดียวกับไตรภาคแรกที่เป็นกรีกนั่นด้วย มันจึงเป็นเหตุผลเพียงพอที่ทีมสร้างจะเลือกนอร์ส
  2. ความเป็นนอร์สนั้น ถูกนำเสนอไม่เพียงแค่ภูมิทัศน์ภูเขาหิมะ และเหล่าศัตรูต่าง ๆ เท่านั้น มันยังอยู่ในสถาปัตยกรรมต่าง ๆ อาวุธ พลัง ตลอดจนปริศนา เรื่องเล่าทั้งหมดด้วย
  3. มีเผ่าพันธุ์ในโลกทัศน์นี้ที่เกี่ยวข้องถึง 3 เผ่าเลยทีเดียว เท่าที่เราเห็นแล้วจากเกมคือ เทพนอร์ส และยักษ์
  4. เรื่องราวจะเน้นเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ ระหว่าง เครโทส กับลูกชายที่ชื่อ เอเทรียส ซึ่งทั้งสองต่างต้องเรียนรู้จากกันและกัน เครโทสจะสอนเอเทรียสให้รู้จักการเป็นเทพและการใช้พลังที่ถูกต้อง ในขณะที่เอเทรียสก็จะทำให้เครโทสได้เรียนรู้การเป็นมนุษย์และการเป็นพ่อ ซึ่งเขาลืมเลือนไปนานแล้ว
  5. โครงเรื่องหลักคือการเดินทางของเครโทสกับเอเทรียสเพื่อนำอัฐิ “แม่” ของเอเทรียส ไปทำพิธีบนเทือกเขาที่สูงที่สุดในดินแดนนอร์ส ตามที่เราได้เห็นในเทรลเลอร์เนื้อเรื่อง
  6. ชื่อของภาคนี้ ได้รับการถกเถียงกันในทีมสร้างอย่างเข้มข้น ที่ใช้เพียง God of War เพื่อให้ผู้เล่นสัมผัสถึงการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ การเล่นแบบใหม่ ๆ และคิดว่าการกำกับด้วยตัวเลขจะลดทอนความสำคัญของเกมไป
  7. เกมภาคนี้เป็นการปฏิวัติตัวเกมเดิมใน 3 ส่วนที่สำคัญมากเท่า ๆ กัน คือ เนื้อเรื่อง / ระบบการต่อสู้ / การสำรวจโลกทัศน์ของเกม (ผมขอใช้คำว่า ‘ปฏิวัติ’ ตามความรู้สึกหลังจากการสัมผัสตัวเกมจริงแล้วนะครับ)
  8. การต่อสู้ถูกปรับปรุงใหม่ทำให้แตกต่างจากภาคก่อน ๆ ชัดเจน จุดสำคัญคือไม่มีปุ่มกระโดดอีกแล้ว
  9. ซึ่งการที่ไม่มีการกระโดดในเกม ได้ผ่านการทดลองทดสอบมาแล้วว่า การกระโดดทำให้มุมมองของกล้องที่เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมการเล่นแบบใหม่หายไป ทั้งยังการที่ลดปุ่มกระโดดไปยังช่วยเพิ่มปุ่มที่สร้างสรรค์การเล่นแบบใหม่ ๆ ได้มากขึ้นด้วย
  10. ตัวละครเอเทรียสมีความฉลาดสูงมาก หากเราไม่สั่งอะไรพิเศษ เขาจะตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ที่เอื้อประโยชน์กับเรามากที่สุด ทั้งการเดินหยุดในทิศที่เราควรไป หรือการต่อสู้ที่ยิงธนูสนับสนุนได้อย่างดี
  11. ตลอดการเล่นเราจะสวมบทเป็นเครโทสเท่านั้น
  12. Dead Stone Mason ที่เคยถูกพูดถึงในวิดีโอเทรลเลอร์ (แถมยังเคยออกมาเป็นชื่ออิดิทชั่นหนึ่งที่ให้สั่งจองเกมด้วย) จะเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของเนื้อหาด้วย
  13. เนื้อหา Dead Stone Mason ว่าด้วยโศกนาฏกรรมระหว่างยักษ์พ่อ-ลูก ที่ถูกธอร์วางแผนทำลายสัมพันธ์ ยักษ์ตัวพ่อเป็นนายช่างที่ก่อสร้างดินแดนและกำแพงเพื่อป้องกันการรุนรานทำลายของธอร์ ส่วนตัวลูกกลับพิสมัยในการสงคราม ทั้งคู่จึงทะเลาะกันและฝ่ายลูกที่แพ้ก็หนีหายไป ยักษ์ตนพ่อเสียใจตามหาลูกจนมาปะทะกับธอร์ แล้วจึงถูกธอร์ฆ่าตายกลายเป็นสุสานหินยักษ์และทำให้ดินแดนรอบ ๆ กลายเป็นน้ำแข็งจนหมดด้วย (ในฟุตเทจก่อนหน้านี้เราจะเห็นซากยักษ์โบราณที่นอนอยู่ท่ามกลางหิมะ น่าจะคือยักษ์ตัวพ่อนาม Thamur นี่ล่ะครับ – จุดสังเกตเพิ่มเติมคือขวานของตัวลูกที่มีพลังน้ำแข็งของยักษ์อาจจะเกี่ยวข้องกับขวานของเครโทสก็ได้)

  14. มุมมอง (กล้อง) คือสิ่งที่เราสามารถบังคับได้ และการบังคับมุมมองผ่านอนาล็อกสติ๊กขวาจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเล่น (อันนี้จริงเลยครับ)
  15. เกมมีความเป็น Cinematic สูงมาก การเล่นและคัทซีนถูกผสานกันแบบไร้รอยต่อ มันให้อารมณ์เหมือนการดูหนังขนาดยาวตั้งแต่ต้นไปจนจบ (ก่อนหน้าเผยมาแล้วว่าเกมจะยาว 25-35 ชั่วโมงมากกว่าเกมภาคเก่า ๆ ถึง 2 – 3 เท่าเลยทีเดียว)
  16. เพื่อการพัฒนามุมมองการเล่าเรื่องอย่างมีประสิทธิภาพ ดอรี่ เอราซี่ (Dori Arazi) ผู้กำกับภาพของเกมลงทุนไปเรียนวิชาภาพยนตร์ขั้นสูง (Master Class) โดยทีมสร้างยังศึกษาอาร์ตจากหนังหลากแนวอย่าง Game of Throne หรือภาพยนตร์ออสการ์อย่าง The Revenant (2015) เป็นต้น (จริง ๆ ระหว่างที่เล่นมันชวนให้นึกถึงหนังหลาย ๆ เรื่อง เกมหลาย ๆ เกมที่เราเคยประทับใจด้วยครับ ไม่ใช่ในแง่ความเป๊ะแบบฉากต่อฉาก แต่เป็นในแง่อารมณ์ท่วมท้นที่เกมส่งให้เราได้รับแบบตอนดูหนังนั่นล่ะครับ)

  17. ดอรี่ ยังได้ปฏิวัติการทำเกมด้วยการทำ โมชั่นแคปเจอร์แบบเรียลไทม์ จากกล้องแฮนเฮลด์ที่สามารถเคลื่อนไปรอบ ๆ นักแสดงโมชั่นแคปฯ ได้ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สิ่งที่ อารอน บอกว่าเขาประทับใจมากที่สุดในการสร้างเกมนี้
  18. อีก 2 สิ่งที่เป็นความ ว้าว สำหรับอารอน คือการได้เห็นพัฒนาการของเครโทสที่มีมิติอารมณ์ลึกขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น อารอนมองว่าเครโทสกลายเป็นตัวละครที่มีศักยภาพสูงในการต่อยอดอะไรได้อีกมากมายกว่าที่เคยแล้ว ส่วนสิ่งสุดท้ายคือ เทคนิกการแสดงสีหน้าของตัวละครที่สุดแสนสมจริง เรารับรู้ความรู้สึกหม่นเศร้าของเครโทสได้แบบชัดเจนมาก ๆ (นี่ต้องรวมถึง เอเทรียส ด้วยครับ การแสดงสีหน้าสุดแสนซนและน่ารักจะทำให้เราหลงรัก ลูก คนนี้ของเราแบบไม่รู้ตัวแบบที่เคยเป็นกับ เอลลี่ ใน The Last of Us เลยทีเดียว)
  19. ปริศนายังมีเหลือทิ้งไว้ค่อนข้างเยอะจากพรีเซ้นท์ครับ (และจากการลองเล่นก็บอกได้เลยว่าเพียบ มีอะไรให้ทำเพื่ออัปเกรดทั้งตัวเรา อาวุธ และเนื้อเรื่องเยอะมาก) ก็คงต้องรอเล่นเกมฉบับเต็มถึงจะเคลียร์มากขึ้น และแน่นอนว่ามันคงทำให้การสปอยล์เกมนี้เป็นบาปแน่ ๆ เพราะมันจะเต็มไปด้วยส่วนสำคัญที่ผู้สร้างเขาไม่อยากให้เรารู้ล่วงหน้าก่อนการเล่นนั่นเองครับ (วันจริงใครเล่นจบอย่าเพิ่งมาสปอยล์คนอื่นเน้อ)
ราคาและวันวางจำหน่าย

ตรงนี้ตัวแทนฝั่งการตลาดได้ออกมาย้ำถึงแพ็กเกจต่าง ๆ ที่จะออกวางขายรวมถึงวันวางจำหน่ายด้วย ซึ่งก็ตรงกับที่เราทราบมาก่อนหน้านี้แล้วคือ

  • ชุดพิเศษเกม God of War Collector’s Edition
    • ราคา 4,990 บาท
    • มาพร้อมของแถม โมเดล Kratos & Atreus Statue สูง 9 นิ้ว (อันนี้ดูของจริงมาแล้วรายละเอียดดี งานสวยมากครับ)
    • Huldra Brothers Carvings สูง 2 นิ้ว
    • Cloth Map
    • Lithograph
    • Special Necklace
    • กระเป๋า Drawstring
    • Death’s Vow Armor (ไอเท็มในเกม)
    • Exile’s Guardian Shield (ไอเท็มในเกม)
    • Digital Comic
    • Digital Art book
    • Dynamic Theme

  • แบบแผ่น ชุดธรรมดา
    • ราคา 1,890 บาท
    • ของแถมจะมี สมุดโน้ต God of War (จำนวนจำกัด)
  • แบบดิจิทัลดาวน์โหลด
    • ราคา 1,790 บาท
    • สำหรับสมาชิก PS Plus มีไอเท็มแถมเพิ่ม ดูรายละเอียดได้ในหน้าพรีออเดอร์เลยครับ
  • เครื่อง PS4 Pro รุ่นพิเศษ God of War
    • ราคาขาย 17,690 บาท
    • ตัวเครื่องสีขาว เป็นลายบนขวานของเครโทส โดยแสดงถึงสกิลทรีที่จะได้อัปเกรดเวลาเล่นในเกมด้วย
    • จอย DUALSHOCK 4 ลายจากเกม God of War
    • แผ่น Blu-ray เกม God of War พร้อม DLC พิเศษ

ทั้งหมดวางขายวันที่ 20 เมษายนนี้

ความรู้สึกจากการทดลองเล่นเกม

ว้าว ว้าว ว้าว

ตัวเกมมีระบบความยาก 3 ระดับคือ แบบเน้นดูเรื่องราว (ง่าย) / ดูเรื่องราวและมีความท้าทายมากขึ้น (ธรรมดา) / ท้าทายสูง (ยาก) ทั้งนี้ผมได้ลองเล่นแบบธรรมดาไป พบว่าเกมไม่ได้ยากจนเกินไปสามารถเล่นได้แบบหัวไม่ร้อนอะไรนักครับ ความตายส่วนใหญ่ในการเล่นมาจากการยังไม่รู้หรือยังไม่ชินรูปแบบการต่อสู้มากกว่า ซึ่งไอ้ระบบการต่อสู้นี่ล่ะที่ต้องยอมรับเลยว่า มันมือมาก และเรียกร้องสติจากผู้เล่นมากทีเดียว

เพราะนอกจากปุ่ม R1 และ R2 ที่ใช้ขวานฟันโจมตีเบาและหนักตามลำดับแล้ว การขว้างขวานโดยใช้ปุ่ม L2 เล็ง แล้วโยกอนาล็อกสติ๊กขวาเพื่อหาเป้าก็เป็นการโจมตีสำคัญที่ต้องใช้บ่อยครั้งทีเดียว (ขวานมีพลังแช่แข็งศัตรู หรือใช้โจมตีฉากเพื่อเปิดกลไกด้วย) และเมื่อขว้างเสร็จเราก็ต้องกดปุ่ม สามเหลี่ยม สำหรับเรียกขวานกลับมาแบบค้อนธอร์ด้วยจึงจะใช้ขวานต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นหมัดลุ่น ๆ แทน ส่วนปุ่มอื่น ๆ ก็ถูกใช้แบบไม่มีเปล่าประโยชน์เลยทั้งสิ้น ทั้ง L1 สำหรับการยกโล่ป้องกัน ปุ่ม สี่เหลี่ยม สำหรับสั่งให้เอเทรียสทำการสนับสนุน (ทั้งการแก้ปริศนาและการต่อสู้) ปุ่ม วงกลม สำหรับการปฏิสัมพันธ์กับเกม และปุ่ม กากบาท สำหรับการโยกหลบ

ซึ่งพอเล่นจริงต้องใช้ผสานกันทุกปุ่มมันเลยโคตรมันครับ จังหวะนัว ๆ มีกดพลาดบ้างเหมือนกันในตอนแรก ๆ และที่สำคัญในภาคนี้เรากระโดดไปมาไม่ได้แล้วนะครับ การใช้อนาล็อกเพื่อหมุนตัวไปรอบ ๆ รับทิศทางศัตรูที่ถูกต้องสำคัญมาก เวลามีศัตรูโผล่มาด้านหลังมันจะมีลูกศรขึ้นเตือน มันจะมีอารมณ์เสียวหลังเป็นระยะ ๆ เลย ยิ่งพวกมาเยอะ ๆ แล้วเราอยู่กลางวงนี่ ลุ้นมาก

คอมแบทเกมเพลย์ จากที่ได้ลองเล่นมันคือการไต่ระดับและเรียนรู้ผ่านการต่อสู้จริงเลยล่ะครับ ต้องชื่นชมคนดีไซน์เลเวลเกม รวมถึงการสร้างเหล่าศัตรูหลากหลายชนิด ซึ่งต้องใช้วิธีการต่อสู้เพื่อเอาชนะแตกต่างกันไป จากแรก ๆ ซากศพธรรมดาที่เราฟัน ๆ คอมโบเอาชนะได้สบาย ก็เริ่มมาเป็นหมู่ที่ต้องระวังหลังมากขึ้น ได้เจอสัตว์ป่าที่ว่องไวแต่ก็ยังใช้ระบบการฟันปกติเอาชนะมาได้ มาเจอยักษ์ที่ทำให้เราเรียนรู้การผสานกับเอเทรียสในการต่อสู้จริง ว่าเอเทรียสสามารถช่วยโจมตีตำแหน่งตามที่เราสั่งได้ อาจจะสร้างดาเมจจริง จนถึงแค่ยิงธนูล่อเป็นนกต่อให้เราก็ได้ และต้องยอมรับว่าเอไอของเอเทรียส ทำให้เป็นคู่หูที่มีชีวิตชีวาและฉลาดมาก เรารู้สึกว่ามันคิดเป็นและไม่เป็นภาระเราเลย (แต่ก็อยู่ที่วิธีใช้ของเราด้วยนะ)

ระบบพลังชีวิตของเกมใช้บาร์หลอดเลือด ทั้งของเราและของศัตรู โดยสำหรับศัตรูสีของหลอดเลือดยังบ่งบอกระดับเลเวลของศัตรูด้วย ดังนั้นเจอสีเข้ม ๆ อาจจะต้องชั่งใจจะลุยดุ่ม ๆ ไม่สนเหนือสนใต้ก็ไม่ค่อยดีนักครับ แต่ถามว่าความลื่นไหล คอมโบ ความมันในการต่อสู้หายไปกลายเป็นเกมตระกูลดาร์กโซลเลยมั้ย ไม่ขนาดนั้นครับ ยังเล่นได้มันเหมือนเดิมพริ้วเหมือนเดิม แค่ต้องสังเกตการต่อสู้การป้องกันการโต้กลับให้เจนขึ้นเท่านั้นเอง น่าจะยกระดับการเล่นของผู้เล่นแนว Hack and Slack ให้สูงขึ้นด้วย

หลังจากศัตรูเพื่อการเรียนรู้ผ่านไป ศัตรูก็จะยากขึ้น ๆ เราอาจเจอมินิบอสที่ตายโคตรยาก ที่ทำให้เราต้องฝึกการใช้การหลบหลีกและการป้องกัน รวมถึงสังเกตจังหวะวงกลมสีเหลืองขึ้นเพื่อส่งสัญญาณการปัดป้องให้ตรงจังหวะ ซึ่งจะทำให้สามารถโต้กลับได้อย่างรุนแรงด้วย หรือบางจังหวะที่ศัตรูปางตายจะมีสัญลักษณ์วงกลมสีแดงขึ้น เราจะทำคริติคัลโหด ๆ ใส่แบบภาคเก่า ๆ ได้ด้วยการกด R3 คืออะไรดีอยู่แล้วมันอยู่แล้วก็เก็บไว้ อะไรที่เพิ่มความมันเพิ่มความโหดได้ก็ใส่มามากขึ้น ประทับใจสายโหดมาก ๆ ครับ

พูดถึงการสำรวจโลกในเกมบ้าง โลกทัศน์ในเกมเหมือนดันเจี้ยนแบบเอ้าดอร์ที่มีหลากหลายเส้นทาง แต่ละพาร์ทของเกมสามารถเดินสำรวจเชื่อมไปมาหรือกลับมาจุดเดิมได้ ทั้งยังต้องอาศัยการปีนป่าย การแก้ปริศนากลไกประตูต่าง ๆ ทำให้น่าสำรวจมากขึ้น และในฉากนอกจากเราต้องเก็บไอเท็มกล่องสมบัติเพื่อรับเงิน เลือด และไอเท็มพิเศษเพื่อเปิดท่าใหม่ ๆ (ซึ่งดีงามมาก) แล้ว ยังมีการค้นหาของต่าง ๆ เพื่อเปิดความลับของเนื้อเรื่องและของตอบแทนอีกมากมาย ทั้งการค้นหาแท่นศิลาอักษรรูนให้เอเทรียสอ่านเพื่อไขตำนาน ทั้งการหาต้นไม้ที่มีรอยประทับมือสีทอง (ที่เราเห็นในเทรลเลอร์) และอีกเพียบ บรรยายไม่หมด เพราะเปิดหน้าเมนูก็มีอะไรให้อัปเกรดให้เพิ่มสกิลนู่นนี่นั่น เยอะมากกกก แถมเล่น ๆ ไปจะเจออีเว้นท์ใหม่ ๆ เพิ่มให้ตามหาแบบไม่สิ้นสุดเลย คือระบบการอัปเกรดในเกมลึกและแตกแขนงได้เยอะมากครับ สมกับที่การสำรวจโลกของเกมเป็นหัวใจหลักหนึ่งในการเล่นเลย

คนแคระ จะเป็นอีกหนึ่งเผ่าที่จะช่วยเราในการอัปเกรดอาวุธ

และหัวใจสุดท้ายของการเล่นคือ เนื้อเรื่อง ต้องบอกว่า ยังไม่รู้อะไรเลยครับ 5555 ตัวละครปริศนาที่พรั่งพรูกันมาในช่วงต้นก็ชวนให้สงสัยสุด ๆ หรือชื่อของแม่เอเทรียสนั้นที่เหมือนจะเป็นความลับก็มีการหลุดเผยมาในช่วงแรก ๆ ของเกมเช่นกัน ซึ่งถามว่าทำให้รู้เรื่องเลยมั้ย ก็ยังไม่ขนาดนั้นครับ (แต่ใครเซียนตำนานนอร์สอาจเริ่มมีทฤษฎีเกี่ยวกับเนื้อหาส่วนสำคัญได้เหมือนกันนะ ผมเองก็เริ่มมีในใจละ รอเล่นยาว ๆ ว่าจะทายถูกบ้างมั้ย 555) เอาเป็นว่าบอกได้แค่ เนื้อหาสนุก ลุ้นระทึก และเรียกร้องการผจญภัยแบบสุด ๆ ไปเลยครับ

สรุป

สรุปแบบไม่เยิ่นเย้อ หลังจากลองเล่นไปเกือบ 2 ชั่วโมง ยกให้เป็นเกมแอ็กชั่นแห่งปีเลยครับ แฟนเดิมต้องกรี๊ดมาก ๆ อ่ะ บางคนอาจไม่ชอบรูปแบบการต่อสู้ที่ไม่ฉับไว และต้องใช้แท็กติกเยอะขึ้นจากเดิม (ซึ่งผมก็เป็นกลุ่มนี้นะในตอนแรก) แต่บอกเลยครับค่อย ๆ เรียนรู้ไประหว่างเล่น มันไม่ยาก ไม่ง่าย สนุกท้าทายกำลังดี แล้วก็จะเผลอตัวควงจอยโคตรมันมันมาก ๆ แบบหมด 2 ชั่วโมงไม่รู้ตัว เนื้อเรื่อง ปริศนาต่าง ๆ และการสร้างตัวละครที่มิติมาก ๆ ก็ทำให้เราอินสุด ๆ อยากรู้อยากเล่นต่อ ๆ ไปแบบไม่เหน็ดเหนื่อยเลย Day One (ซื้อวันแรก) และ Binge Playing (เล่นต่อเนื่องรวดเดียวจบ) เท่านั้นครับเกมนี้

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!