Connect with us

บทความวงการเกม

แบไต๋เล่าให้ฟัง… ลุย E3 2018 วันแรก ก่อนงานจริงเริ่ม !! (Part 1)

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะขอแหวกแนวแบไต๋ซักหน่อย เพราะข่าวเรื่องเกมต่าง ๆ หลาย ๆ คนก็น่าจะได้อ่านจากหน้าเว็บแบไต๋ไปแล้ว แต่ครั้งนี้ตัวผมได้รับการเชิญจากทาง Sony Interactive Entertainment สาขาสิงคโปร์ โดยตรง มางาน Electronic entertainment expo หรือ E3 2018 ในวันที่ 12 – 14 มิถุนายนนี้ ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมก็ได้มากับนักข่าวค่าย Online Station อีก 1 คน ถือว่าเป็นอีก 1 ครั้งกับการเดินทางครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมค่ายเกมทั่วโลก กับงาน E3 2018 ในครั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 10 ที่ผ่านมา เอาเป็นว่าผมขอเล่าตั้งแต่การเตรียมตัวเลยแล้วกันว่า ถ้าคุณอยากมาจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างเอาไว้ด้านล่างเผื่อใครอยากเดินทางมาที่งานในปีถัด ๆ ไปจะได้วางแผนกันถูกครับ

ภาพตึกรอบงาน E3 2018 ที่จัดเต็มแบบสุด ๆ

E3 2018 วันก่อนวันแรกกับ Sony Interactive Entertainment

โดยงาน E3 จะเป็นประจำทุกปีที่จะมีค่ายยักษ์ใหญ่หลาย ๆ เจ้าเปิดตัวเกมให้คุณได้เห็นกันก่อนเริ่มงาน ซึ่งการเปิดตัวของแต่ละค่ายก็เรียกเสียงฮือฮากันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะล่าสุดค่าย Sony เปิดตัวในวันที่ 11 เวลา 18:00 น. (หรือวันที่ 12 ตอน 8 โมงเช้าที่ไทย) ก็งัดไม้เด็ดสุดโหดกับเครื่อง Playstation 4 ที่แทบจะน็อคคู่แข่งค่ายอื่น ๆ ไปได้เลย จะมีเกมอะไรบ้างมาชมกันครับ

การที่คุณจะเข้าไปใน Press Conference ของ Sony ได้ต้องมี Wristband ตัวนี้ครับ

The Last of Us Part 2

Sony เปิดตัวคลิปเกมเพลย์เกม The Last Of Us 2 ในงาน E32018

เปิดตัวเกมแรกก็เรียกเสียงฮือฮากันทั้งห้อง เพราะการมาของเกมนี้ไม่ได้เพียงแค่เปิดตัวในจอ แต่มาพร้อมกับพร็อพประกอบห้องที่ถูกทำขึ้นให้กลายเป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ ที่รองรับนักข่าวจำนวนมาก และบรรยากาศภายในเกมก็กดดัน ดราม่า พร้อมฉากแอ็คชันตลอดทั้ง Trailer ที่ตัดด้วยภาพสุดโรแมนติคในรูปแบบรักเพศเดียวกัน (Lesbian) ก็ถือได้ว่าแหวกแนวกันแบบสุด ๆ ไปเลย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ทางแบไต๋เราไม่ได้มีโอกาสไปลอง (เพราะเขาแบ่งตารางกับทาง Online Station ให้ไปลองเกมแยกกัน) ก็เอาเป็นว่ารออ่านความเห็นจากทาง OS กันได้เลยครับสำหรับความรู้สึกแบบสัมผัสจริง ๆ ภายในงานนี้

Ghost of Tsushima

หลังจากเปิิดตัว TLOU Part 2 แล้ว เขาก็พากลุ่มนักข่าวเดินทางไปยัง Hall จริง ๆ ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งเป็น Hall แบบ Wide screen แบบสุด ๆ เพื่อให้รับชมกันแบบสะใจเลยทีเดียว (แต่กล้องผมค่อนข้างแคบเลยเก็บภาพกว้างมาไม่ไหว T_T) ซึ่งเขาก็เปิดตัวด้วยการบรรเลงเพลงขลุ่ยญี่ปุ่นสุดไพเราะ

ก่อนเริ่มเข้าสู่สงครามที่คุณเป็นผู้กำหนด ซึ่งการเคลื่อนไหวของเกมจะใกล้เคียงกับเกมแนว Dark Souls ที่มีระบบ Parry และมีความรวดเร็ว รุนแรงในรูปแบบคล้ายกับเกม Onimusha บนเครื่อง PS2 แต่บอกได้เลยว่าเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม การปะทะของทั้ง 2 ฝ่ายที่เกิดจากความบาดหมางบางอย่าง ก็บ่งบอกได้ว่าเกมนี้จะมีเรื่องราวที่ดราม่าแบบสุด ๆ แน่นอน (และน่าจะยากแบบสุด ๆ ด้วยเช่นกัน) ซึ่งเกมนี้อาจจไปคล้ายเกม Sekiro: Shadow Die Twice ของค่าย From Software ผู้สร้างเกม Dark Souls และ Bloodborne ซึ่งทีมงานแบไต๋ก็จะได้ทดสอบเกมนี้ด้วย เอาเป็นว่าถ้าทดสอบแล้วเป็นอย่างไรจะมาบอกเล่ากันอีกทีนะครับ

Sony เปิดคลิปเกม Ghost Of Tsushima เกมซามูไรบน PS4

Control

อีก 1 เกมที่ค่อนข้างมาแบบแป๊ก ๆ นิดหน่อย (น่าจะกำลัง Tweet กันอยู่) กับเกม Control เกมแนว Sci-fi สุดล้ำที่น่าจะได้ความแรงบรรดาลใจด้านความอาร์ตมาจาก Kojima Production เพราะมาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ซัดกันรัว ๆ ทั้งพลังจิตและปืนพกที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ และศพลอยได้!? ก็ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวครับ ซึ่งเกมนี้จะมาบน PC, PS4 และ Xbox One ในปี 2019 นี้

Resident Evil 2 Remake

ภาพแรกที่คุณเห็นกับมุมมองที่เหมือนว่าเราไม่ใช่คน จนกลายเป็นมุมกล้องของหนูตัวหนึ่ง จนกระทั่งเห็นหน้าตาสุดคุ้นประจำเกมแนวซอมบี้สุดสยองและสุดมันส์แห่งปี พร้อมการเปิดตัวของพระเอกที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “หล่อจริง ๆ” อย่าง Leon S. Kennedy คนนี้ ก็รู้กันเลยว่า นี่คือเกมที่สาวก Resident ต่างรอให้ทำ Remake มาอย่างยาวนาน (เพราะภาค 1 ได้ถูก Remake ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย)

เปิดตัวมาหล่อจริง ๆ พ่อคนนี้

ซึ่งแน่นอนว่าเกมจะยังคงใช้คอนเซปต์เดิม คือเมือง Raccoon City ที่ถูกไวรัสประหลาดโจมตีจนคนทั้งเมืองต่างกลายเป็นซอมบี้ไปหมด ทางหน่วยรบพิเศษ S.T.A.R.S จึงได้ออกปฎิบัติการ แต่ก็เกิดเหตการต่าง ๆ ภายในเมืองนี้ที่จะทำให้คุณ… วิ่งจนจบใน 50 นาที (สำหรับสาย Speedrun) เอ้ย ไม่ใช่ละ !?

สิ้นสุดการรอคอย เปิดตัวเกม Resident Evil 2 Remake บนเวที E3 2018

Kingdom Hearts 3

เกมแนว Action-RPG ที่คู่กับเครื่อง Playstation มาตั้งแต่ PS2 ก็กลับมานับภาคหลักก้าวสู่เลข 3 เสียที กับหนุ่มน้อยโซระ ที่จะต้องมาไขปริศนากับ Keyblade of Heart คู่ใจพร้อมตะลุยโลกแห่งเวทย์มนต์ผ่านการ์ตูนและภาพยนตร์ชื่อดังต่าง ๆ แน่นอนว่าจุดเด่นที่สุดของภาคนี้คือ กับตันแจ๊ค สแปร์โรว์ ตัวเอกของเรื่อง Pirate of the Caribbean นั่นเอง

และแน่นอนว่าเรามาพร้อมกับเพื่อนรักสุดซี้ Goofy และ Mickie Mouse เช่นเคย บอกเลยว่าสนุกแน่นอน และที่สำคัญ เขายังมีเครื่อง Playstation 4 Pro รุ่น Limited Edition ของ Kingdom hearts 3 ให้คุณได้หาซื้ออีกด้วย น่าสนใจสุด ๆ !!

ชมตัวอย่างใหม่เกม Kingdom Hearts 3 ที่โชว์ฉากของการ์ตูน Frozen

Death Stranding

อีก 1 เกมที่สาวก Hideo Kojima ต่างรอคอยกันมาตลอดทั้งปี เพราะ Trailer เมื่อปี 2017 นั้นเป็นอะไรที่อินดี้แบบสุด ๆ แต่มาปีนี้เขาก็ได้แสดงภาพ Gameplay ให้ดู… แบบอินดี้สุด ๆ เช่นเคย เป็นภาพ Gameplay ที่คุณจะงงว่า เกมนี้มันคือแนวไหนกันแน่ มีทั้งศัตรูที่มองไม่เห็น อุปกรณ์ไฮเทคแบบ Retro เช่นเกราะหนาม หรือก้านจับสัญญาณสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นโดยการเสียบไปที่แคปซูลบรรจุทารก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคือ… อะไรอ่ะ ใครก็ได้บอกที ?

แต่ภาพรวม ๆ ถือว่าทำออกมาสวยมาก ถึงมากที่สุดทั้งเรื่องบรรยากาศในเกม ทั้งสีหน้า ท่าทางตัวละคร และการแสดง เคลื่อนไหว และการโชว์ภาพอาการบาดเจ็บที่เห็นแล้วขนลุกกันทั้งฮอลล์เลยทีเดียว

ชมคลิปเกม Death Stranding เปิดตัวละครและเกมเพลย์ใหม่

Nioh 2

คลิปเปิดตัวเกมสุดสั้นแห่งปี กับเกม Nioh 2 ที่เหมือนตั้งใจจะเผยว่า เขาทำแน่ พร้อมเผยความสามารถใหม่ของตัวเรา คือการแปลงร่างสุดเท่ แต่เกมจริง ๆ จะเป็นยังไงนั้น ก็ต้องรอต่อไป เพราะยังไม่เผยวันวางจำหน่ายแต่อย่างใด

Marvel’s Spider-Man

การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของ Spider-man ไอ้แมงมุมกับภาคล่าสุดที่ไม่ได้ขึ้นด้วยตัวเลข แต่เป็น Marvel’s Spider-Man ที่ยังคงบู๊ดุเดือดเช่นเคย และมีลูกเล่นใหม่ ๆ ให้เล่นเพียบ ! พร้อมเจอเหล่าวายร้ายที่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาทีละคนอีกต่อไป ! (พ่อแมงมุมโดนเตะเป็นลูกขนุนเลย)

ก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับวันก่อนวันแรกของงาน E3 ที่เกิดขึ้น ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ E3 ก็จะเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ใครที่สนใจมาปีหน้า ลองอ่านตามคำแนะนำด้านล่างนี้แล้วนำไปปรับใช้กันได้นะครับ (จริง ๆ เขียนข้างล่างก่อนจนจบแล้วคิดได้ว่ามันไม่น่าเกี่ยวเลยย้ายไปไว้ด้านล่างแทน ฮา…)

 


สิ่งที่ต้องเตรียม

สำหรับใครที่วางแผนที่จะเดินทางมางาน E3 ในปีถัด ๆ ไปด้วยตัวเอง อย่างแรกเลยที่ต้องเตรียมคือ…

เงิน!

ใช่ครับ เพราะการเดินทางด้วยตัวเองจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก – มากที่สุด กับค่าเดินทางที่แพงมหาแพง (ราคาประมาณ 40,000 – 50,000 ขึ้นไปแบบ ไป-กลับ Economy) และแน่นอนว่าต้องวางแผนระยะยาวมาก ๆ อย่างต่ำ 3 เดือน กับการทำ VISA สุดโหด โดยค่าดำเนินการจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท (ขึ้นอยู่กับ Rate อัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้น) นี่ยังไม่ทันทำอะไรเลยก็เสียเงินไปร่วมครึ่งแสนแล้ว แถมถ้าเราวางแผนจะมาซื้อสินค้า Limited Edition ในงาน E3 อีกล่ะก็ เตรียมขายไตรอได้เลย !!

หน้าตา Visa (ขออนุญาตเบลอข้อมูลส่วนตัวนะครับ)

ซึ่งระยะเวลาที่ทำก็แตกต่างกันไป โดยขั้นแรกคือการกรอกรายละเอียดบน Website นี้ (ภาษาอังกฤษล้วน ๆ แน่นอน) หลังจากกรอกเสร็จ ก็ต้องชำระเงินค่านัดสัมภาษณ์ทันที หลังจากที่อัปเดทว่าเราจ่ายเงินเรียบร้อยถึงจะสามารถนัดเวลาได้ ซึ่งโดยทั่วไปอย่างไวก็อาจจะหลักอาทิตย์ แต่ถ้าดวงซวย ๆ เจอช่วงคนเดินทางเยอะ ๆ เผลอ ๆ จะถึงหลักเดือนเลยทีเดียว โดยคนทั่วไปถ้าเกิดต้องเดินทางกระทันหัน เขาก็จะมีระบบเร่งด่วนให้ แน่นอนว่าแลกมากับเงินค่าทำ VISA อีกมหาศาล ที่ถามทาง OS เขาบอกว่าประมาณ 20,000 บาท !! เอาเป็นว่าหลังจากเสร็จเรียบร้อย ได้ใบ Visa บน Passport มาก็โล่งใจไปได้อีกเปราะหนึ่ง แต่…

ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานต้องเป๊ะทั้งฟัง / พูด (เขียนได้ยิ่งดี) !!

ที่บอกว่าขั้นพื้นฐาน เพราะเอาเข้าจริง ๆ เราไม่ต้องพูดตรงไวยากรณ์ภาษาอังกฤษแต่อย่างใด ขอแค่สื่อสารแล้วเขาเข้าใจก็พอแล้ว แต่ถ้าพูดไม่ได้เลยอันนี้ก็ยากหน่อย เพราะแน่นอนว่าคุณจะเจอกับฝรั่งแบบมหาศาล รวมไปถึงคนต่างประเทศจากประเทศอื่น ๆ ก็ใช้ภาษาอังกฤษนี้ในการสื่อสารหลักทั้งหมด แต่ถ้าคุณมั่นใจก็บอกได้เลยว่า คนที่นี่ค่อนข้างคุยง่ายครับ (แต่แนะนำว่ากลางคืนที่เปลี่ยว ๆ คนเดียวก็แอบอันตรายเหมือนกันนะ) ถ้าพูดไม่ได้จริง ๆ พิมพ์หรือพูดภาษาไทยใส่ Google Translate ให้แปลออกมาก็ได้ เดี๋ยวนี้เขาแปลค่อนข้างตรงมาก

เตรียมข้าวของ เครื่องใช้ (และเน็ตฯ) ให้พร้อม

เพราะการเดินทาง ไม่ใช่ว่าเราจะมาซื้อของเอาดาบหน้าได้ (ถึงจะได้แต่ก็ไม่แนะนำ เพราะหลาย ๆ อย่างแพงมากกกกกกก) ถ้าเตรียมมาก่อนล่วงหน้าจะทำให้เราอุ่นใจมากกว่าเดิมเยอะ โดยเฉพาะเรื่องอินเตอร์เน็ต ให้เราไปทำ package Roaming ให้เรียบร้อยจากหลาย ๆ ค่าย (แนะนำ Sim2Fly จาก AIS โปรฯ ค่อนข้างโอเคเลยครับ)  แต่อย่าเอาชุดมาเยอะไปนะ เพราะถ้าคุณตั้งใจมา E3 จริง ๆ บอกเลยว่าจะมีของให้คุณแบกกลับอีกเยอะ !

วางแผนโรงแรมดี ๆ

ปัจจุบันมีแอปฯ หรือเว็บไซต์ที่ช่วยแนะนำโรงแรมราคาถูกได้มากมาย ถ้าคุณวางแผนระยะยาวไว้ ยังไงก็สบายใจได้เลย แต่ต้องดูว่าโรงแรมนั้นมีบริการรถสำหรับไปงาน E3 หรือเปล่า ซึ่งโดยทั่วไปจะสามารถค้นหาข้อมูลก่อนได้อยู่แล้วครับ

ผมพักที่ JW Marriott Santa Monica แถว ๆ นี้มี Santa Pier Monica ให้เดินเล่นด้วย

แลกเงิน

เรื่องที่หลาย ๆ คนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือการแลกเงินผ่านธนาคารมี Rate ที่ค่อนข้างแย่กว่าการแลกเงินผ่านร้านรับแลกเงินโดยเฉพาะของไทย (ที่เรารู้จักกันดีก็ SuperRich ครับ) ซึ่งจะให้ Rate ค่อนข้างดีกว่ามาก ๆ ถ้าคุณแลกในปริมาณที่มากพอ (100$ ขึ้นไปจะได้ Rate ดีสุดครับ) แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณแลกคืน ยังไงก็ต้องเสียงเงินบาทบางส่วนกลับอยู่ดีเป็นเรื่องธรรมดา ทางที่ดี แลกไปให้พอดีแล้วเตรียมบัตร Credit ไปใช้ดีกว่าครับ สะดวกกว่าเยอะ

ลงทะเบียนซื้อบัตรเข้างานให้เรียบร้อย

สิ่งสำคัญมากคือการลงทะเบียนเพื่อซื้อบัตรเข้าร่วมงานสำหรับบุคคลทั่วไป ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ 150$ และ 250$ สำหรับ 1,000 ท่านแรก (ซึ่งเต็มแน่นอน) ส่วนราคาปกติจะอยู่ที่ 995$ หรืือประมาณ 32,000 บาท !! (รวมข้างบนนี่ก็เกือบแสนละครับ) หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อย ก็จะมี E-mail ยืนยันมาให้คุณ เพื่อให้คุณเดินทางมารับบัตรเข้างานก่อนวันงาน 1 วัน (หรือจะรับหน้างานวันจริงก็ได้ แต่จะวุ่น ๆ หน่อย)

เตรียมบิน

อีกเรื่องที่คนไม่เคยเดินทางไกล ๆ โดยเฉพาะมาประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่ทราบมาก่อนว่าเราจะต้องไปต่อเครื่อง 1 รอบที่ประเทศต่าง ๆ ก่อน เช่น ไต้หวัน ซึ่งกินเวลากว่า 3 ชั่วโมงโดยประมาณ แล้วถึงจะต่อเครื่องไปที่สหรัฐฯ อีกครั้ง โดยใช้เวลา 12 ชั่วโมง ซึ่งโดยรวม ๆ แล้วการเดินทางทั้งหมดจะกินเวลาประมาณ 16 ชั่วโมงขึ้นไป รวม Transit ถือได้ว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานและอึดอัดแบบสุด ๆ โดยเฉพาะคนที่อวบ ๆ จะเซ็ง ๆ หน่อย (ผมก็เคยเป็น 1 ในนั้น ปัจจุบันก็ยังอยู่ในระยะเฝ้าระวัง) แนะนำว่าถ้าใครไม่อยากทำอะไรก็ให้หาผ้าปิดตาไป แล้วก็หมอนรองคอซักใบ ก็น่าจะช่วยให้หลับสบายตลอดการเดินทางแล้วล่ะครับ (แต่อาจจะพลาดอาหารบนเครื่องบินได้นะ) หรือถ้าใครชอบดูหนัง ฟังเพลง บนเครื่องเขาก็มีให้คุณได้ทำกิจกรรมจนลืมเวลาเลยแหละ (ล่าสุด EVA AIRLINE มี black panther ให้ดูบนเครื่องบินด้วยนะ) แล้วอย่าลืมดูหนังหรือหลับเพลินจนลืมกรอกใบ immigration ล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ถ้าได้นั่งข้างหน้าต่างก็จะได้ชมวิวสวย ๆ แบบนี้ (แต่ลุกไปฉี่ยากนิดนึง)

ถึงแล้ว แต่ยังไม่ถึง(เอ๊ะยังไง !?)

หลังจากที่เดินทางมาถึงสนามบิน อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะยังมีอีก 1 ด่านอรหันต์สำหรับชาวไทยอยู่ นั่นคือด่านตรวจคนเข้าเมือง ถ้าใครทำ Passport แบบท่องเที่ยวทั่วไปก็ไม่เป็นไรเท่าไหร่เพราะสามารถใช้ตู้ Kiosk ในการกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองได้เลย แต่ถ้าเป็นกลุ่มนักข่าว จะต้องไปต่อแถวเพื่อตรวจกับทางคนตรวจโดยตรง แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ ถ้าเราเตรียมข้อมูลไปให้พร้อม ยื่นให้เขา แล้วพูดคุยกับเขาปกติ ก็น่าจะผ่านได้ง่าย ๆ แล้ว

ทีมงานมารับ

เดินทางสู่โรงแรม

ผมขอแนะนำสำหรับคนที่เดินทางมา ให้โหลดแอป Uber ติดเครื่องไว้ก่อนมาเลย เพราะที่นี่ค่าเดินทางผ่าน Taxi แพงมาก ! ที่ผมนั่งจากสนามบินมาที่โรงแรม ต้องเสียค่าเดินทางร่วม 50$ แล้ว (ยังดีนะที่มากับทีมงาน Sony) ไม่รวม Tips ที่ต้องจ่ายให้เขาอีกอย่างน้อย 5$ เป็นมาตรฐานของที่นี่เลยครับ บอกเลยว่าใช้แอป Uber เถอะ ถูกกว่าเยอะ…

วางแผนเดินงาน ใช้เงิน

แน่นอนว่าหลังจากมาถึงโรงแรม จัดของให้เรียบร้อย ก็ถึงเวลา… หาอะไรกินก่อน แล้วค่อยกลับมาวางแผนการเดินงานกันกับคนที่มาด้วย (หรือถ้ามาคนเดียวก็วางแผนคนเดียวแบบเหงา ๆ) ซึ่งถ้าคุณชอบบูธไหน ก็วางแผนเอาไว้เลย เพราะงานมี 3 วันเต็มให้คุณเดินได้จนอิ่มแน่นอน และแน่นอนว่าในงานไม่ได้มีแค่เกมให้ชมหรือทดลองเล่น แต่จะมีของ Merchandise ให้คุณได้หาซื้อทุกปีแบบ Limited Edition ที่ขายเฉพาะในงานเท่านั้น บอกเลยว่าใครที่มางานนี้ไม่ได้ซื้อถือว่าพลาด (โดยเฉพาะของ Sony ที่จัดเต็มให้คุณทุกปีจริง ๆ )

วางแผนยกของกลับ

อีก 1 เรื่องที่หลาย ๆ คนกลัว เพราะการเอาของกลับหลังจากซื้อถ้าคุณโดยสุ่มตรวจโดยกรมศุลกากร ก็อาจจะมีอันเป็นไปได้ (เพราะโดนภาษีแน่ ๆ) งานนี้ผมก็เลยอยากบอกว่า ไม่ควรซื้อกลับมาเยอะ ๆ เพราะจะดูเหมือนเราซื้อกลับมาขาย แต่ให้เลือกซื้อสิ่งที่เราชอบจริง ๆ แล้วทำการแกะกล่องแกะถุงให้เรียบร้อย รับรองว่าไม่โดนตรวจแน่นอน (แต่ใครอยากสะสมแบบใส่กล่องก็รับความเสี่ยงกันนะครับ)

เอาเป็นว่าวันงานจริงจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวผมจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง สำหรับวันนี้ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ (เขียนเสร็จตี 3 จะตื่นไหวไหมนี่ !?) และขอขอบคุณทาง Sony Interactive Entertainment สาขาสิงคโปร์อีกครั้งสำหรับโอกาสสำคัญในการเดินทางครั้งนี้ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความวงการเกม

สรุปตัวอย่าง CGI ยาว 5 นาทีของ “Rainbow Six Siege” หรือนี่จะเป็นการมาของโหมดเนื้อเรื่อง ?? มาวิเคราะห์กัน

Published

on

By

ในงาน Six Invitational 2019 จัดขึ้นที่ Montreal, Canada ณ วันที่ 11-17 กุมภาพันธ์ 2019 เป็นงานแข่งขัน E-SPORT ของเกม Rainbow Six Siege มีทีมต่างๆจากทั่วโลก รวมไปถึงเอเชียเองด้วยก็ได้ไปเข้าร่วม และดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่เมื่อมีการจัด Event E-SPORT เมื่อไร ก็จะมีการเปิดตัวโชว์เนื้อหาของเกมใหม่ๆออกมา และอย่างที่แฟนๆเกมรู้กันดีว่าภายในงานนี้จะมีการเปิดตัว Operation Burnt Horizon เนื้อหาเสริมแรกสำหรับ Year 4 Pass ที่วางจำหน่ายไปแล้วในเดือนธันวาคม 2018

แต่แล้ว Ubisoft ก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดโชว์ตัวอย่างใหม่ในรูปแบบ CGI กลางงาน Six Invitational 2019 แบบสดๆ ให้คนดูตกใจกัน และถือว่าไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นตัวอย่าง CGI จาก Rainbow Six Siege ยาวขนาด 5 นาที แสดงว่านี่จะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเกมอย่างแน่นอน หลายๆคนที่ไม่เคยเล่นก็อาจจะสงสัยว่า ไอ่ Rainbow Six Siege เนี่ยมันเกมที่เน้น Multiplayer แล้วมันมีเนื้อเรื่องกับเขาด้วยหรอ ?? ก็ต้องขอบอกว่า มีครับ และมีเยอะมากด้วย

ขอแนะนำให้รู้จัก Harishva “Harry” Pandey หรือ The New Six ของทีม Rainbow เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วสำหรับคนที่เล่นเกม ทีม Rainbow จะมีผู้อำนวยการ หรือจะเรียกว่าหัวหน้าหน่วยก็ได้อยู่ ซึ่งในภาค Siege ผู้อำนวยการของทีม Rainbow ก็คือ Aurelia “Six” Arnot โดยเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับชื่อ Six เธอมีหน้าที่ดูแลและคัดเลือกคนมาเข้าร่วมทีม โดยการรวมตัวของทีม Rainbow ครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อร่วมกันต่อต้านผู้ก่อการร้ายนามว่า “White Masks” ที่ก่อเหตุไปทั่วโลก

ซึ่งตรงนี้ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับพวก White Masks ก็ในโหมด Terrorist Hunt นั้นเองครับ โดย AI พวกนั้นก็คือ White Masks นั้นแหล่ะ โดยหน้าที่ของเราก็แล้วแต่เช่น จัดการหยุดระเบิด ช่วยเหลือตัวประกัน ปราบศัตรูให้หมด อะไรพวกนี้เป็นต้น ส่วนในโหมด Multiplayer ที่เราเห็นเหล่า Operators มาแบ่งทีมยิงกันเองนั้น มันเป็นการฝึกซ้อมใน Virtual reality ของทีม Rainbow ครับ โดยเหตุการณ์ในช่วง Outbreak ของ Operation Chimera จะเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นเห็นเหล่า Operators ต่างฝ่ายมาร่วมมือกัน

กลาง คุณ Lucien Soulban ขวา คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle

และการมาของ Harry หรือ The New Six นั้นจะหมายถึงอะไรกันแน่ ? จากที่ผมได้ดู Live สดๆ มาโดยเป็นการพูดคุยของ Chief Writer คุณ Lucien Soulban และ Narrative Director คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle (ชื่อโคตรยาว) มาพูดถึงแนวทางของเนื้อเรื่องภายในเกม ที่ตลอด 3 ปีตั้งแต่วางขายมานั้น ทีมงานพยายามใส่ความลึกล้ำของตัวละครทั้งหมดทั้ง Lore และเสียงพากย์ ให้มีความเชื่อมโยงกันนั้นเอง


 The Hammer and the Scalpel


เปิดตัวอย่างมา เราจะเห็นการฝึกซ้อมของทีม Rainbow ปกติ โดยเราจะเห็น Thatcher และ Dokkaebi กำลังจะบุก Dokkaebi ได้ใช้ Tablet ของเธอเข้า Hack กล้องวงจรปิดของฉากเพื่อที่จะได้เห็นวิสัยทัศน์โดยรวมก่อนบุกเข้าไป แต่ Thatcher นั้นรอไม่ไหว และกลับใช้ระเบิด EMP บุกเข้าห้องแทน แน่นอนว่ามันทำให้ทั้งกล้อง และแสงไฟในห้องดับหมด หลังจากฝึกเสร็จ Dokkaebi นั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอได้เข้ามาคุยกับ Thatcher และมีการเถียงกันเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับ Harry

Harishva “Harry” Pandey เขานั้นมีบทบาทอยู่ในทีม Rainbow มาตั้งแต่เริ่มรวมทีมใหม่แล้ว เขาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของ Aurelia “Six” Arnot ผู้อำนวยการทีม Rainbow นอกจากนี้เขายังเป็นที่ปรึกษาด้าน จิตวิทยา และ การทหารให้กับตัวเธอเอง และคนในทีม Rainbow ทุกคนอีกด้วย หน้าที่หลักๆของเขา ก็คือช่วยเหลือ Aurelia ในการคัดกรองและคัดเลือกผู้สมัครเข้าทีม เพื่อให้แน่ใจว่าเขาสามารถเข้ากันได้ดีกับทีม Rainbow ได้เป็นอย่างดี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา Harry เป้าหมายที่จะรวบรวมทีมที่มีโดดเด่นและหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยภารกิจในครั้งนี้จะประกอบไปด้วยวัตถุประสงค์หลัก 3 อย่าง ได้แก่ “To be the best, train with the best, joint training exercises, and comradery.” โดยเขามีแผนจะคัดเลือก Operators ที่มีความสามารถในการต่อต้านกับภัยคุกคามด้านเทคโนโลยี (เช่น Drone, อุปกรณ์สวมใส่, อาวุธไฮเทค, นาโนเทคโนโลยี) โดย Operators อย่าง Clash และ Finka นั้นตรงตามกับสิ่งที่เขาตามหาเป็นอย่างมาก

สำหรับเรื่องการเป็นที่ปรึกษาให้กับทีม Rainbow นั้น เราจะเห็นได้จากตอน Operation Para Bellum ที่ทั้งสองตัวละครใหม่อย่าง Alibi และ Maestro มีการประเมินผลทางจิตวิทยาเพิ่มเข้ามาในส่วนของประวัติตัวละคร ซึ่งตรงนี้หากผู้เล่นไม่สังเกตให้ดีก็อาจจะไม่เห็น ตัวอย่างนี้เตรียมการมาทั้งหมด 8 เดือนเต็ม โดยได้คุณ Andy McQueen นักแสดงทีวีซีรี่ส์ชื่อดังมารับบทพากย์เสียง Harry ให้ในครั้งนี้อีกด้วยครับ

จากการพูดคุยกันของ ของ Chief Writer คุณ Lucien Soulban และ Narrative Director คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle เขาได้บอกว่า ในตัวอย่างเราจะเห็นถึงการขัดแย้งกันของ 2 Operators Thatcher และ Dokkaebi ที่ทั้งสองคนนั้นอายุห่างกันมาก ใช้ภาษาต่างกัน ทัศนคติและความคิดต่างกัน บ้านเกิดก็ต่างกัน วัฒนธรรมและการเป็นอยู่ก็ต่างกัน แต่สิ่งที่ทั้งสองคนเหมือนกัน ก็คืออยู่ทีม Rainbow เหมือนกัน และต้องทำงานร่วมกันตลอดเวลา

ซึ่งตรงนี้มันก็เหมือนกับตัวผู้เล่นเกมทั่วโลกเอง ที่ต่างคนต่างมีอายุที่ห่างกัน ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน อยู่คนละประเทศ แต่ก็ต้องมาเล่นเกมร่วมกันในทีมเดียวกัน โดยในตัวอย่างที่เราได้ดูไปนั้น มันคือภาพสะท้อนของสังคมใน Rainbow Six Siege นั้นเองครับ

“Outbreak” โหมดการเล่นแบบ Coop ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Operation Chimera”

แล้วตกลงมันจะสื่อถึงอะไรกันแน่ ?? เรื่องนี้เองพวกเขาไม่ได้ให้คำตอบเอาไว้ และเราเองก็คงไม่มีทางรู้จนกว่าจะได้เห็นประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเรื่องนี้ก็น่าจะคาดเดากันได้ง่ายๆอยู่แล้ว เพราะในช่วงต้นปีที่แล้วนั้น Operation Chimera ซึ่งเป็นอัปเดตแรกของ Year 3 ได้มีการเพิ่มโหมด Outbreak ซึ่งเป็นโหมดเสริมที่ทำออกมาให้ผู้เล่นได้สนุกกัน แถมยังมีการเติมเต็มเนื้อเรื่องของ Rainbow Six เข้าไปอีกด้วย

และแน่นอนว่าอัปเดตแรกของ Year 4 นั้นได้ประกาศออกมาแล้วในชื่อ Operation Burnt Horizon จะต้องมีโหมดอะไรสักอย่างมาให้เราเล่นในช่วงต้นปีนี้อย่างแน่นอน และจากที่เราเห็นตัวอย่างล่าสุดที่เป็น Teaser ล่าสุดไปก็จะเห็นว่า ไอ่ Operators ใหม่สองตัวนี้มันค่อนข้างจะหลุดความเป็นทหาร หรือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ไปมากเลยทีเดียว ซึ่งมันก็น่าจะเข้าทางกับการที่ Harry ต้องการอะไรใหม่ๆจากทีม Rainbow นั้นเองครับ

และแน่นอนว่าหากมีการเคลื่อนไหวอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับ Rainbow Six Siege ทีมงาน Beartai เองจะรีบนำมาอัปเดตกันให้ทราบอย่างแน่นอน !!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความ

สรุปเนื้อเรื่องสุดมันส์ “Metro Last Light: แสงสุดท้ายแห่งแดนนิวเคลียร์มรณะ”

Published

on

ขอต้อนรับกลับสู่ประเทศแม่รัสเซียกันอีกครั้ง สภาพอากาศยังคงปกติดีด้วยลมอุ่น ๆ จากพายุรังสีและฝุ่นนิวเคลียร์ที่มีให้เห็นบ้างประปราย แม้การผจญภัยบทที่หนึ่งของ Artyom ใน Metro 2033 “ฝ่านรกแดนอุโมงค์สยอง” จะจบไปแล้ว แต่บทใหม่ที่ท้าทายกว่าเก่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น ว่าแล้วก็มาสานต่อเรื่องราวกันต่อในภาค Last Light เลยดีกว่า พร้อมจะมุดลงอุโมงค์ใต้ดินแห่งกรุงมอสโควไปพร้อมกันรึยังสหาย?

(ใครยังไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องภาคแรก Metro 2033 ก็ไปอ่านกันก่อนได้ที่นี่นะ: https://www.beartai.com/article/308483)

*ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสปอยล์แบบจัดหนักจัดเต็มนะจ๊ะ ใครอยากเล่นเองรู้เองอย่าเพิ่งอ่าน!

เมื่อแสงแห่งการไถ่บาปปรากฏตรงหน้า เขาจะคว้ามันไว้หรือไม่

งานเก่าที่ยังค้างคา

หลังจากเหตุการณ์ตอนจบภาค Metro 2033 พระเอกหนุ่ม Artyom ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกหน่วย Ranger อย่างเป็นทางการจากผลงานที่เขาใช้จรวดมิสไซล์ถล่มรัง Dark One เป็นจุล เขาปรับตัวใช้ชีวิตอยู่กับพลพรรค Ranger ในฐานลับ D6 มาเกือบปีแล้ว แต่ความรู้สึกผิดที่เขาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ Dark One ยังคงตามหลอกหลอนและทำให้เขานอนฝันร้ายแทบทุกคืน วันหนึ่ง Artyom ตื่นจากฝันร้ายด้วยเสียงปลุกของ Khan สหาย Ranger ลึกลับผู้มีสัมผัสที่หก เขาแจ้งข่าวดีให้ Artyom ทราบว่ายังคงมี Dark One เหลือรอดอยู่อีกหนึ่งตน และมันอาจเป็นกุญแจสำคัญของมนุษยชาติรวมถึงทำให้ Artyom หยุดฝันร้ายสุดหลอนที่เขาเจออยู่ได้ Khan พยายามโน้มน้าวให้ Artyom เดินทางไปกับเขาเพื่อหาทางช่วยเหลือ Dark One ตนนี้ แต่ Ulman ก็ดันผ่านเข้ามาเรียกตัว Artyom พอดี เมื่อเขาเห็นว่า Khan ลักลอบเข้ามาในฐาน D6 โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งสองจึงถูก Ulman พาตัวไปหา Miller หัวหน้าหน่วย Ranger แห่งกองกำลัง Spartan และผู้คุมฐานทัพ D6 แห่งนี้

เหล่า Ranger จับจองฐาน D6 เป็นบ้านของตนเองไปแล้ว

Khan รายงานสถานการณ์ที่เขาเจอให้ Miller ทราบ และพยายามอธิบายว่า Dark One เพียงตนเดียวไม่เป็นภัยกับใครทั้งนั้น แต่ Miller เห็นต่าง เขายังเชื่ออย่างปักใจว่าเผ่า Dark One คือภัยร้ายที่สุดที่เหล่ามนุษย์ใน Metro เคยพบเจอ และสั่งให้ Artyom เดินทางไปกับ Anna นักแม่นปืนระดับพระกาฬของ Ranger ผู้เป็นลูกสาวของเขา เพื่อขจัด Dark One ที่เหลือให้สิ้นซาก Khan คัดค้านหัวชนฝาแต่ก็ถูก Ranger คนอื่นคุมตัวออกไปจากห้อง เขากล่าวทิ้งท้ายกับ Artyom ว่านี่เป็นโอกาสไถ่บาปของเขา จงอย่าปล่อยให้มันสูญเปล่า

รังของ Dark One กลายเป็นซากปรกหักพังไปหมดแล้ว

Artyom และ Anna ใช้รถรางเดี่ยวเดินทางจากฐาน D6 สู่พื้นดิน ระหว่างทาง Anna พูดจาดูแคลน Artyom ตลอดเวลาแถมยังเรียกเขาว่าเจ้ากระต่ายน้อยอีก เมื่อเข้าใกล้ซากรังของ Dark One เธอจึงสั่งให้ Artyom เดินเข้าไปเป็นตัวล่อจากทางพื้นดินในขณะที่เธอคอยยิงคุ้มกันให้ เพราะเธอรู้ดีว่า Artyom เป็นคนเดียวที่มี “พรสวรรค์” ที่ทำให้เขาไม่โดนพลังของ Dark One สะกด Artyom ฝ่าฝูงหนูยักษ์ Watcher เข้าสู่ซากรัง Dark One ได้อย่างไม่มีปัญหา เมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับ Dark One ตัวสุดท้ายเขาก็เหนี่ยวไกไม่ลง เนื่องจากเจ้า Dark One ตนนี้ยังเป็นเหมือนแค่เด็กตัวเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ Anna ไม่หวั่นไหวไปกับเขาด้วย เธอลั่นกระสุนสไนเปอร์ใส่เป้าหมายทันที เจ้า Dark One น้อยตกใจและรีบเผ่นหนีทันที Artyom วิ่งไล่ตามจนจับตัวมันไว้ได้ แต่มันก็สัมผัสโดนตัว Artyom ด้วยเช่นกัน Dark One ใช้พลังมองถึงอดีตของ Artyom จนทำให้เขาหมดสติไปพักหนึ่ง เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าทหารจากพรรคนาซีเข้ามายึดพื้นที่ไว้หมดแล้วและ Dark One น้อยโดนจับขังไว้ในกรง ส่วน Artyom ก็ได้รับการทักทายเป็นรองเท้าบู้ทเบอร์ 5 จนหลับไปอีกรอบ

Pavel ทหารฝ่ายแดงที่จับพลัดจับผลูต้องมาร่วมมือกับ Artyom

สหายใหม่กับภัยที่คืบคลาน

Artyom ตื่นขึ้นมาในห้องสอบสวนของนาซี พวกมันประหารพลเรือนไปต่อหน้าต่อตาเขาจากข้อหามียีนส์กลายพันธุ์ จากนั้นมันก็ยิงผู้ร่วมอุดมการณ์พรรคแดงทิ้งไปอีกคน จนมาถึง Artyom ที่กำลังจะโดนเค้นคอว่า Ranger มีธุระอะไรในถิ่นนาซี จังหวะนั้นเองที่นักโทษฝ่ายแดงอีกคนคว้าปืนออกจากมือยามด้านหลัง Artyom ไม่รอช้าเข้าล็อคคอเจ้าหน้าที่สอบสวนนาซีตรงหน้าทันที หลังจากจัดการนาซีในห้องเรียบร้อยแล้ว ทหารแดงก็แนะนำตัวเองว่าเขาชื่อ Pavel Morozov และพูดติดตลกว่าช่างหัวฝ่ายของตัวเองดีกว่า ตอนนี้ทหารเลวอย่างเราต้องจับมือกันหาทางเอาตัวรอด Pavel นำทาง Artyom หนีออกทางช่องทิ้งขยะ จากนั้นทั้งคู่ก็ลัดเลาะผ่านค่ายกักกันและแหกคุกนาซีผ่านประตูหน้าสถานี พวกเขาควบรถรางสาดกระสุนต้านผู้ติดตาม ล้มลุกคลุกคลานผ่านอุโมงค์ร้างที่เต็มไปด้วยแมงมุมยักษ์ แล้วลุยผ่านซากเมืองบนพื้นดินกับฝูงมิวแต้นท์อีกนับสิบ Artyom กับ Pavel เริ่มสนิทกันจนถึงขั้นเป็นสหายเพราะทั้งคู่ผลัดกันช่วยชีวิตกันและกันตลอดทาง ในที่สุด Pavel จึงเสนอแนะว่าให้เดินทางไปให้ถึงสถานี Red Line แล้วแยกย้ายกันที่นั่น ซึ่ง Artyom ก็ไม่ได้ขัดแต่อย่างใด

ทั้ง 2 ช่วยกันฝ่าด่านนาซีและภัยอันตรายอีกสารพัด

เมื่อมาถึงสถานี Red Line ได้อย่างปลอดภัย สหายใหม่ Pavel จึงขอเลี้ยงเหล้า Artyom เสียหน่อย พระเอกของเรากระดกเข้าไปแก้วแล้วแก้วเล่าอย่างเพลิดเพลิน แต่เขาเริ่มเอะใจว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็ตอนที่ Pavel พาเพื่อนใหม่ในชุดทหารแดงมายืนประกบที่โต๊ะ 2 คน เมื่อเห็นว่าแกล้งโง่ต่อไปก็เท่านั้น Pavel เลยเผยตัวว่าอันที่จริงเขาไม่ได้เป็นแค่ทหารเลวของฝ่ายแดง แต่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์เลยต่างหาก และน่าเสียดายที่เขาคงจะปล่อย Artyom ไปไม่ได้เพราะหน้าที่ของเขาคือรวบรวมข้อมูลสำคัญทุกอย่างเกี่ยวกับฐาน D6 ของฝ่าย Ranger กล่าวจบแล้ว Artyom ก็ฟุบลงคาโต๊ะจากฤทธิ์ยานอนหลับในแก้วเหล้า…

โฉมหน้าของ Korbut วายร้ายจอมวางแผนแห่งทัพแดงที่หวังจะครอบครองแดน Metro

แม้จะถูกซ้อมอย่างหนักในห้องสอบสวนของคอมมิวนิสต์แต่ Artyom ก็ยังไม่ปริปาก เขาอาศัยจังหวะที่ยามปลีกตัวไปด้านนอกแก้พันธนาการของตัวเองแล้วหลบหนีผ่านทางช่องระบายอากาศ ระหว่างที่คลานอยู่ในท่อแอร์ Artyom เผอิญผ่านไปถึงห้องทำงานของหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้เขาได้ยินแผนการร้ายของ “Korbut” หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารของพรรคแดง ดูเหมือนว่าหมอนี่จะเป็นผู้ชักใยกองกำลังทหารแดงที่แท้จริง นอกจากนี้ Korbut ยังต้องการจะยึดครองฐาน D6 แล้วใช้สรรพาวุธที่อยู่ในนั้นควบคุมสถานีใน Metro ทั้งหมด Artyom ยังได้รู้ข้อมูลว่า Pavel เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดคือมือขวาของ Korbut และยังมี Ranger ไส้ศึกชื่อว่า Lesnitsky เป็นสมุนของเขาอีกหนึ่งคน ข่าวร้ายเรื่องใหม่ก็คือ Lesnitsky ได้แอบขโมยอาวุธเชื้อโรคออกมาจากห้องนิรภัยใน D6 แล้ว ซึ่งหมอนี่อาจจะเอาไปทดสอบกับสถานีไหนก็ได้ใครจะรู้

ทหารแดงมีอยู่ทั่วทุกแห่ง Artyom ต้องใช้เงามืดตามที่กำบังให้เป็นประโยชน์

จุดเริ่มต้นของหายนะ

Artyom ย่องไปตามเงามืดในสถานี Red Line จนในที่สุดเขาก็พบกระเป๋าเป้สัมภาระของตัวเอง เขารีบคว้าปืนและอุปกรณ์ยังชีพทั้งหมดแล้วมุ่งหน้าออกจากสถานีของพรรคแดงทันที เพราะเขารู้ว่าเป้าหมายต่อไปของ Lesnitsky คือเจ้าหนู Dark One และ Anna คู่หูของเขา แต่เขาก็ช้าไปก้าวหนึ่ง Lesnitsky ได้ตัว Dark One ไปก่อน ส่วน Anna ก็ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีเล็ก ๆ ระหว่างทางซึ่งตอนนี้มันเต็มไปด้วยไฟกาฬเผาผลาญอาคารบ้านเรือนทุกหลัง ผู้คนที่ยังหลงเหลือมีเพียงกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์ที่สวมชุดฆ่าเชื้อรัดกุมมิดชิด พวกมันเผาทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยอ้างว่าสถานีนี้แปดเปื้อนโรคระบาดร้ายแรง แต่ Artyom รู้ดีว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เมื่อเขาสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากการไล่เก็บทหารแดงจึงทำให้ทราบว่าพวกคอมมิวนิสต์ต่างหากที่เป็นคนปล่อยเชื้ออีโบล่าดัดแปลงเข้าสู่สถานี เพียงเพราะ Lesnitsky ต้องการทดสอบพิษสงของเชื้อไวรัสร้ายที่เขาขโมยออกมาจากฐาน D6

อย่าแหยมกับ Ranger นะพวกเอ็ง

หลังจากใช้เปลวไฟเป็นที่กำบังแล้วค่อย ๆ จัดการทหารแดงไปทีละคนสองคน Artyom ก็เข้าถึงตัว Anna และรีบช่วยเธอออกมาจากสถานี แต่พวกเขากลับโดนดักซุ่มโจมตีจาก Lesnitsky ก่อนจะถึงทางออก ทั้งคู่ช่วยกันโต้กลับ Ranger ผู้ทรยศกลับไปได้แต่หน้ากากของพวกเขาแตกเสียหาย Artyom พา Anna โซซัดโซเซออกจากสถานีมาได้แล้วจึงหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็พบว่า Anna ตื่นขึ้นมาก่อนซักพักแล้วและพวกเขาอยู่ในเขตกักกันเชื้อโรคเพื่อตรวจดูว่าทั้งคู่ติดเชื้ออีโบล่ามาด้วยหรือไม่ Anna ขอบคุณ Artyom ที่มาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ความรู้สึกที่เธอมีกับ Ranger หนุ่มตรงหน้าเปลี่ยนไปแล้ว เธอตัดสินใจโอบกอด Artyom เอาไว้ ซึ่งเขาก็น้อมรับมันเอาไว้ด้วยจุมพิต หากนี่จะเป็นคืนสุดท้ายที่ทั้งคู่ได้มีลมหายใจ พวกเขาก็ใช้มันอย่างคุ้มค่าแล้ว

Dark one เยาวว์วัยตนนี้อาจเป็นความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ

ลุยแหลกชิง Dark One

โชคดีที่ดวงของ Artyom และ Anna ยังไม่ถึงฆาต ผลตรวจโรคระบาดของทั้งสองออกมาปกติดี Khan เดินทางมาพบกับ Artyom ที่เขตปลอดเชื้อเพื่อบอกว่าเขารู้ตำแหน่งของเจ้า Dark One น้อยแล้ว พร้อมกับเสนอตัวเข้าช่วยเหลือเพื่อชิง Dark One. คืนมาจากฝ่ายคอมมิวนิสต์ พระเอกของเราแยกตัวจาก Anna เพื่อติดตาม Dark One ต่อ ส่วน Anna จะเดินทางกลับไปที่ Polis เพื่อสมทบกับกองกำลัง Ranger ทั้ง Artyom และ Khan กระโดดขึ้นรถรางติดอาวุธแล้วเร่งเครื่องติดตามรถไฟของพรรคแดงทันที Artyom ลักลอบขึ้นรถไฟมาได้และยิงต่อสู้กับทหารแดงอย่างดุเดือด เขาลุยประจัญบานจนมาถึงโบกี้ขนสัมภาระส่วนหน้าของรถไฟและได้พบกับ Dark One ที่ถูกขังอยู่ในกรงสัตว์ Artyom ตัดสินใจหยุดรถไฟด้วยการทำให้มันตกราง ม้าเหล็กล้มคว่ำและไถลไปตามอุโมงค์ใต้ดินส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท เหล็กกล้าหักสะบั้น ข้าวของหลุดลอยกระจัดกระจาย แต่ Artyom ก็ยังรอดมาได้และที่สำคัญคือเขาช่วยเหลือ Dark One ได้สำเร็จ

ผู้ที่เคยช่วยชีวิต Artyom เอาไว้ในอดีตก็คือเผ่า Dark One นั่นเอง

Dark One น้อยสัมผัสกับตัว Artyom เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตให้เขา นั่นทำให้เขาจำสาเหตุที่ตนสามารถต้านทานพลังจิตของเผ่าพันธุ์ Dark One ได้ ในวัยเด็ก Artyom ที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นชวนเพื่อนอีก 2 คนขึ้นไปดูทิวทัศน์บนผืนโลก พวกเขาปีนขึ้นมาได้สำเร็จ แต่ไปได้เพียงหน้าประตูสถานีก็ถูกฝูงมิวแต้นท์ดักทำร้าย เพื่อนทั้งสองของเขารีบหนีเข้าสถานี ในขณะที่ Artyom ยังคงยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก Dark One ก็ปรากฏตัวเข้ามาช่วยกันเขาจากฝูงมิวแต้นท์เอาไว้ได้ทันควันและยังได้สัมผัสตัว Artyom โดยตรง นั่นทำให้เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับ Dark One และยังเป็นดั่งสะพานที่เชื่อมมนุษย์สายพันธุ์ใหม่และเก่าเข้าด้วยกัน น่าเสียดายที่เขาทำให้ Dark One ตนนั้นต้องผิดหวังเมื่อเขากดสวิตช์ปล่อยจรวดเข้าทำลายบ้านของเผ่าพันธุ์ Dark One เมื่อหนึ่งปีก่อน

สภาพบนพื้นดินยังคงเต็มไปด้วยกากพิษและสัตว์อันตรายมากมาย

สะสางบัญชีแค้น

Artyom ตั้งใจแน่วแน่ว่าเขาต้องปกป้องเจ้า Dark One ตัวน้อยตนนี้ให้ปลอดภัยไปตลอดรอดฝั่งให้ได้ ภารกิจนี้คือหนทางไถ่บาปของเขา Artyom, Dark One และ Khan เดินทางผ่านสภาพภูมิประเทศสุดเลวร้ายบนพื้นดินโดยมีที่หมายเป็นสถานี Polis ที่ซึ่งการประชุมสงบศึกระหว่างฝักฝ่ายตามสถานีต่าง ๆ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทั้งสามคนช่วยกันฟันฝ่าฝูงมิวแต้นท์สารพัดสายพันธุ์ จนท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหนอนบ่อนไส้ Lesnitsky และ Pavel เพื่อนตัวแสบอีกรอบ ต่างกันตรงที่ครั้งนี้ Artyom พร้อมปิดบัญชีแค้นเต็มแก่แล้ว

ดาหน้ากันเข้ามาเลย! ไอ้พวกสายลับตัวแสบ!

หลังจากยิงปะทะกันไม่นาน Lesnitsky ก็ต้องพ่ายแก่ฝีมือที่เหนือกว่าของ Ranger หนุ่ม เขาตัดสินใจไม่ฆ่าหมอนี่และปล่อยให้ Dark One ล้างจิตใจอันสกปรกให้ไม่สามารถทำร้ายใครได้อีก Artyom ไล่ติดตาม Pavel ต่อจนจัดการกับเขาได้ กรรมชั่วของ Pavel ทำให้จิตของเขากำลังจะถูกส่งเข้าสู่นรกที่เต็มไปด้วยวิญญาณของผู้ผิดบาป แต่ในวินาทีสุดท้าย Artyom ตัดสินใจยื่นมือออกไปดึงจิตขอฝเขากลับมาเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนที่เคยมีให้กัน เมื่อจบเรื่องแล้วทั้ง 3 คนจึงมุ่งสู่ทางเข้าสถานี Polis ตรงหน้าเพื่อขัดขวางแผนร้ายของคอมมิวนิสต์

ตัวแทนสถานีต่าง ๆ เริ่มแคลงใจหน่วย Ranger

ปราการด่านสุดท้าย

เมื่อ Artyom และ Khan พาตัว Dark One มาส่งกับ Miller เขาทั้งช็อคทั้งโกรธทั้งคู่ที่ขัดคำสั่งของเขาโดยตรง แต่ Khan ขอร้องให้ Miller เชื่อใจเขาซักครั้ง เพราะนี่เป็นหนทางที่จะหยุดสงครามครั้งใหญ่ใน Metro เอาไว้ได้ Miller ตัดสินใจวัดดวงด้วยการพาเจ้าหนู Dark One เข้าไปในที่ประชุม สถานีต่าง ๆ กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่กองกำลัง Ranger ไม่ยอมแบ่งปันทรัพยากรใน D6 ให้สถานีอื่นใน Metro หารู้ไม่ว่ามรดกในคลังแสงของ D6 มีเพียงเชื้อไวรัสมรณะเท่านั้น Dark One น้อยใช้พลังจิตสะกดให้ Chairman Moskvin หัวหน้าพรรคแดงที่กำลังปลุกปั่นสถานีอื่นให้คายความจริงออกมา เขาหลุดปากออกมาหมดทั้งเรื่องที่ตัวเองเป็นแค่หุ่นเชิดของ Korbut เรื่องที่หมอนั่นต้องการชิงไวรัสใน D6 เพื่อขจัดทุกสถานีที่แข็งขืน และเรื่องที่กองกำลังของพรรคแดงทั้งกองร้อยกำลังเตรียมบุกฐาน D6 ของ Ranger อยู่ในขณะนี้

หน่วย Ranger รีบระดมกำลังเตรียมรับมือผู้รุกราน

เมื่อ Miller รู้ว่าการประชุมสันติภาพเป็นแค่แผนหันเหความสนใจของ Korbut เขาจึงรีบเกณฑ์ Artyom, Khan รวมถึงกองกำลัง Ranger ทั้งหมดขึ้นรถไฟมุ่งไปยังประตูหน้าของฐาน D6 โดยเร็วที่สุด ในขณะที่ Dark One น้อยตัดสินใจแยกทางกับ Artyom ตรงนี้ เพื่อไปหาทางปลุกพรรคพวก Dark One ที่หลงเหลือและกำลังหลับใหลอยู่ลึกเข้าไปใน D6 แต่เขาสัญญาว่าจะกลับมาช่วยเหลืออีกแรงแน่นอน ส่วน Anna ถูก Miller และ Artyom ทิ้งไว้เบื้องหลัง เพราะพวกเขารู้ดีว่านี่อาจเป็นศึกหนักศึกสุดท้ายที่ทั้งสองไม่รอดชีวิตกลับมา และกองกำลัง Ranger ก็อาจถูกกวาดล้างจนสิ้นซากจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นได้

ผนึกกำลังรวมเป็นหนึ่ง!

Ranger ปะทะกองทัพแดง

ทั้งสามมาถึงที่หมายในช่วงที่ศึกใหญ่กำลังจะอุบัติ กองกำลัง Ranger ที่พร้อมทั้งขวัญกำลังใจ ยุทโธปกรณ์ และฝีไม้ลายมือ เตรียมตัวรับมือกับข้าศึกจำนวนมากมายมหาศาลประหนึ่งชาว Spartan ที่ต้องปะทะกับกองทัพ Persian และแล้วมันก็เริ่มต้นขึ้น ทหารแดงนายแล้วนายเล่ากรูเข้ามาที่ด่านหน้าของฐาน D6 พระเอกของเราและสหายศึกลั่นไกปืนในมืออย่างไม่รอช้า เสียงแผดกระสุน ลูกตะกั่วแหวกอากาศ และเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วอุโมงค์อันมืดมิด Artyom, Khan, Miller, Ulman และ Ranger ฝีมือพระกาฬอีกหลายสิบนายยืนหยัดสู้กับข้าศึกอย่างไม่หวั่นเกรง แม้จำนวนของพวกเขาจะน้อยกว่าทหารแดงจนน่าใจหายแต่ทั้งหมดก็กัดฟันสู้สุดใจขาดดิ้น Artyom ต้องรับมือกับกองร้อยทหารเลว ทหารหุ้มเกราะติดอาวุธหนัก หรือแม้แต่รถถังด้วยปืนและกระสุนเท่าที่พอจะหาได้ตรงหน้า Ranger ผู้หาญกล้าเริ่มล้มตายไปทีละคนสองคน ส่วน Artyom เองก็สู้ตายจนแทบจะหมดแรงถือปืนขึ้นมายิง ในช่วงที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด กองกำลังคอมมิวนิสต์ก็หยุดการบุกลงกลางคัน สมรภูมิกลับสู่ความเงียบสงบเพียงชั่วครู่แล้วม้าเหล็กหุ้มเกราะก็พุ่งออกมาจากความมืด ปะทะกับปราการของ Ranger เข้าอย่างจัง…

แม้พวกเขาจะสู้อย่างถวายชีวิต แต่จำนวนคนมันผิดกันเกินไป…

ด่านสุดท้ายของกองกำลัง Spartan พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี Miller และ Attyom บาดเจ็บหนักจนแทบขยับตัวไม่ได้ สายตาของเขามองเห็น Korbut และลูกสมุนก้าวเข้ามาดูผลงานตัวเองอย่างพอใจ แต่ Miller ยังเหลือไพ่ตายใบสุดท้าย นั่นคือสวิตช์ระเบิดทำลายสถานีที่ตกอยู่ตรงหน้า Artyom เขาเอื้อมมือออกไปพร้อมจะพลีชีพตัวเองเพื่อปกป้อง Metro แต่ก่อนที่เขาจะทันสับสวิตช์ เวลารอบตัวก็หยุดลง Dark One น้อยปรากฏตัวออกมาจับมือ Artyom เอาไว้และบอกว่าไม่ต้องกังวลไป เขาได้พาครอบครัวของตัวเองมาช่วยแล้ว

แสงสุดท้ายของแดน Metro หาใช่มนุษย์ไม่… มันคือเจ้า Dark One น้อยผู้นำความหวังตนนี้ต่างหาก

Dark One นับสิบตนใช้พลังจิตล้างสมองทหารแดงทั้งกองทัพจนสิ้นฤทธิ์ ส่วน Korbut ก็โดน Dark One น้อยเล่นงานจนหมดสภาพ พลิกสถานการณ์ให้กองทัพแดงแตกพ่ายในทันที หลังจบศึก Miller สูญเสียขาทั้งสองข้าง Ulman เสียชีวิตในหน้าที่ และ Khan ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ส่วน Artyom และ Anna ก็ต้องเตรียมต้อนรับลูกน้อยที่กำลังจะมาลืมตาดูโลกในไม่ช้า เจ้า Dark One น้อยออกเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวเหลืออยู่ของเขา มุ่งหน้าสู่แดนนิวเคลียร์บนพื้นผิวโลกเพื่อตามหา Dark One ตนอื่น ๆ ต่อไป แต่เขาสัญญาว่าจะกลับมาหา Artyom อีกแน่นอน กลับมาเพื่อช่วยฟื้นฟูโลกใบนี้ให้น่าอยู่อีกครั้ง เพราะเขาคือแสงแห่งความหวังสุดท้ายที่ชาว Metro รอคอยมานานแสนนาน…

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความวงการเกม

รวมคู่รักในมุมมองแบบต่างๆ ของวงการเกม

Published

on

หลังจากผ่านเทศกาลตรุษจีนมา ก็ถึงเวลาที่หนุ่มสาวหลายคนรอคอย นั่นคือเทศกาลวันแห่งความรักในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ที่ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็คงจะต้องอบอวลไปด้วยความรักอย่างแน่นอน และเมื่อเราหันกลับมาที่วีดีโอเกม เราก็คงจะได้เห็นเรื่องราวความรักแบบต่างๆที่อยู่ในเกมมากมาย วันนี้เราจะมาจำแนกแยกเรื่องราวความรักแบบต่างๆมาให้ได้อ่านกัน โดยจะหยิบยกเนื้อเรื่องของเกมตัวละครบางตัวมาเป็นตัวอย่าง จะมีความรักแบบไหนมุมใดบ้างมาดูกันเลย

รักนะแต่ไม่แสดงออก Leon กับ Ada

รักนะแต่ไม่แสดงออก จัดเป็นมุมมองความรักอันดับต้นๆ ที่นักพัฒนาเกมชอบเอาใช้มากที่สุด  โดยเฉพาะนักพัฒนาชาวญี่ปุ่นที่ชอบเอาเรื่องราวความรัก แบบประมาณว่าผมรักคุณนะคุณก็รักผมแต่เรารักกันไม่ได้ อาจจะเพราะหน้าที่การงานสิ่งที่ต้องแบกรับ หรืออะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งคู่ที่ดูแล้วจะเหมาะกับความรักแบบนี้คือคู่ของ Leon กับ Ada

ถ้าใครได้เล่นเกมซีรี่ส์ Resident Evil มาตลอด จะทราบดีว่า Leon กับ Ada นั้นรู้จักกันครั้งแรกในเกม Resident Evil 2 ซึ่งตัว Ada นั้นอยู่ในฐานะสายลับหลายหน้า ที่ทำงานให้กับหลายองค์กร ซึ่งในเกม Resident Evil 2 ตัว Ada นั้นดูเหมือนจะหลอกใช้พ่อหนุ่ม Leon ในการทำภารกิจ และดูเธอจะไม่ได้รัก Leon เลย แต่ด้วยความซื่อหรืออะไรบางอย่างที่มีจึงทำให้ Ada ตกหลุมรักพ่อตำรวจหน้านิ่งคนนี้ โดยเธอนั้นตามช่วยเหลือ Leon อยู่หลายครั้งมากๆ ตั้งแต่ภาค 2 ที่โยนปืน Rocket Launcher ให้หรือในภาค 4 กับภาค 6 ที่เราจะได้เล่นเป็น Ada ที่คอยช่วย Leon ตลอดอยู่เบื้องหลัง ทำให้เรารู้ว่าทั้งคู่ต่างรักกันมากๆ แต่ด้วยหน้าที่จึงทำให้แสดงออกมาไม่ได้นั่นเอง

รักที่พลัดพราก Aerith กับ Zack

ถ้าจะให้พูดถึงมุมมองความรักที่ต้องพลัดพราก ถ้าจะให้อธิบายแบบเห็นภาพง่ายๆ ก็คงจะเป็นความรักที่คนสองคนรักกันมากๆ แต่ต้องแยกจากกันไม่มีวันได้พบกันอีกแล้ว ซึ่งถ้าจะหยิบยกเรื่องราวแบบนี้มาพูดในเกมแล้ว บอกเลยว่ามีหลายคู่มากๆ แต่คู่ที่ทำให้เรารู้สึกสงสารและเห็นใจมากที่สุด ก็คงต้องเป็นคู่ของ Aerith กับ Zack ในเกม Final Fantasy Vll โดยคู่นี้เริ่มต้นจากความบังเอิญของโชคชะตา ที่ทำให้ Zack ได้เจอกับสาวขายได้ดอกไม้ Aerith โดยบังเอิญ ซึ่งทั้งสองคนก็เข้ากันได้ดี และให้โบว์สีชมพูเป็นของขวัญครบรอบที่พบกันครบ 1 วัน

ก่อนที่โชคชะตาจะเล่นตลกกับ Zack ที่ต้องเจอเรื่องต่างๆ มากมาย จนเวลาผ่านไปกว่า 4 ปีที่ Aerith ไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับชายหนุ่มที่เธอรักเลย แต่เธอก็พยายามเขียนจดหมายหา Zack ตลอด 4 ปีถึง 88 ฉบับ และแน่นอนว่าจดหมายไม่เคยไปถึง Zack เลย จนฉบับสุดท้ายที่ Aerith เขียนทิ้งไว้ในโบสถ์ ซึ่งเป็นเพียงฉบับเดียวที่ Zack ได้อ่าน และในวินาทีสุดท้ายของ Zack ก่อนที่เขาจะตาย Zack ได้ยินเสียง Aerith เป็นประโยคสุดท้ายว่า ฮาโหล ที่เป็นประโยคแรกที่ Zack ได้ยินเมื่อเจอกับ Aerith ครั้งแรก และอย่างที่เราได้ทราบกันว่าสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้อยู่ด้วยกันบนสวรรค์ ในตอนท้ายของ Final Fantasy VII Advent Children นับว่าน่าสงสารมากๆ

คู่รักคู่ทรหด Nathan กับ Elena

เมื่อพูดถึงความรักแบบคู่รักคู่ทรหด คงจะหมายถึงความรักของคนสองคน ที่ต้องผ่านการรักๆ เลิกๆ จนต้องแยกจากกันเพราะทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ที่ส่วนมากจะเกิดจากความไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งลึกๆ แล้วทั้งคู่ก็รักกันแต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมรับในเรื่องนี้ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องมาเจอกันอีก และได้เข้าใจกันในที่สุด ซึ่งไม่มีคู่ไหนจะเหมาะสมไปกว่าคู่ของ Nathan กับ Elena ในเกม Uncharted ที่ถ้าใครเล่นเกมนี้มาทุกๆ ภาค จะทราบความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยว่า จะออกไปทางพ่อแง่แม่งอนรักๆ เลิกๆ ต่างคนต่างงี่เง่าต่างคนต่างเอาแต่ใจจนรักๆ เลิกๆ ไปมา แต่โชคชะตาก็เหวี่ยงให้ทั้งคู่มาเจอกัน จนต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ ด้วยกัน จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ยอมเปิดใจและรักกันในที่สุด เป็นการปิดตำนานคู้จิ้นที่แฟนๆที่รอคอยกันเลยทีเดียว

ความรักใสๆ แบบเด็กๆ Ellie กับ Riley

เมื่อพูดถึงความรักใสๆ แบบเด็กๆ นั้น เราจะหมายถึงความรักที่ไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่ยังไม่รู้จักว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร ตอนนั้นรู้แค่ว่าเรารักคนๆ นี้และยอมทำทุกอย่างเพื่อคนๆ นี้ แม้หลายๆเรื่องจะเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็ตาม ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความรักที่ผิด เพราะความรักนั้นไม่มีรูปแบบและคำจำกัดความ ยกตัวอย่างคู่ของ Ellie กับ Riley ในเกม The Last of Us ในส่วนของ DLC Left Behind ที่เราจะได้เห็นมุมมองความรักของเด็กๆ ที่ยังไม่รู้เดียงสาว่าความรักคืออะไร เพียงแค่ตอนนั้นต่างคนต่างรู้สึกดีให้กัน จนเผลอใจไปเท่านั้น ซึ่งในตอนท้ายของ DLC คนที่ได้เล่นคงจะทราบดีว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อไป

คู่จิ้น Mario กับ  Princess Peach

มาที่ความรักแบบที่เรียกว่าคู่จิ้นกันบ้าง โดยความหมายของคู่จิ้นนี้หมายถึง คนสองคนที่ไม่จำกัดความว่าต้องเป็นแค่ชายหญิง ที่ดูภายนอกแล้วทั้งสองคนนี้เหมาะสมกันมากๆ ไม่ว่าจะดูมุมไหนก็เข้ากัน จนน่าจะจับให้เป็นแฟนกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ซึ่งคู่จิ้นในเกมนั้นเอาจริงมีอยู่เยอะมากๆ แต่คู่จิ้นในตำนานที่ชาวเกมเมอร์รู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นคือคู่ของ Mario กับ Princess Peach ที่ไม่ว่าจะดูมุมไหนทั้งสองคนนี้ก็เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก นี่ยังไม่นับสิ่งที่ทั้งคู่ต้องเจอมาตั้งแต่ภาคแรกๆมาจนถึงปัจจุบัน มาจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไป 30 กว่าปีแล้ว ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้รักกันเสียที เราคงต้องจิ้นกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ความรักไร้พรมแดน MasterChief กับ Cortana

ถ้าจะให้เราจำกัดความของความหมาย ที่เกี่ยวกับความรักไร้พรมแดน คงจะหมายถึงความรักอันบริสุทธิ์ ที่คนสองคนแม้จะต่างศาสนา ต่างเชื้อชาติหรือแม้แต่จะต่างเผ่าพันธุ์แต่ก็รักกันได้  ซึ่งในโลกของวีดีโอเกมนั้นมีมาแล้วมากมายหลายคู่ ที่เป็นความรักระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ต่างดาว หรือความรักระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร แต่ก็ไม่มีคู่ไหนจะทำให้เราอินและสะเทือนใจไปกว่าคู่รักระหว่าง MasterChief กับ Cortana ในเกม Halo ที่ทั้งสองนั้นเริ่มต้นจากการเป็นคู่หูในการทำภารกิจต่างๆ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันมากมาย จนเกิดเป็นความรัก ที่แม้อีกฝ่ายจะไม่มีตัวตนเป็นเพียงภาพโฮโลแกรมที่จับต้องไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็รักกันอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อทั้งคู่ต่างเปิดใจให้กัน โชคชะตาก็นำพาทั้งคู่ต้องแยกจากกัน  และในภาคล่าสุดที่ยังค้างคาใจแฟนๆ Cortana ที่เป็นคนรักของ MasterChief ก็กลายเป็นตัวร้ายที่จะทำลายโลก คงต้องรอดูว่าเรื่องราวของทั้งคู่จะจบลงอย่างไรในอนาคต

ความรักเพศเดียวกัน Tracer กับ Emily

อย่างที่เราบอกเสมอ ว่าความรักไม่มีแบบไหนผิดหรือแบบไหนถูก ซึ่งการรักเพศเดียวกันไม่ว่าจะเป็นชายรักชาย หรือหญิงรักหญิงนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด ซึ่งในหลายๆเกมก็พยายามใส่เนื้อหาในเรื่องนี้ลงไปอย่างมากมาย แต่ที่ดูเด่นและน่าสนใจที่สุด ก็คงจะเป็นคู่ของ Tracer กับ Emily ในเกม Overwatch ที่ถ้าใครได้อ่านหรือดูเรื่องราวของ Tracer มา จะทราบดีว่าเธอนั้นมีแฟนสาวชื่อ Emily และทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตอยู่รวมกันแบบสามีภรรยา และล่าสุดทาง Blizzard Entertainment ก็เปิดเผยเรื่องราวของ Soldier 76 ที่น่าจะเป็นชายรักชายอีกด้วย นับว่าเป็นการเปิดเผยเรื่องราวที่สำคัญ ให้เราทราบว่าเกมยุคนี้เปิดใจให้กับความรักแบบนี้มากขึ้นนั่นเอง

รักเดียวใจเดียว Princess Peach กับ Bowser

วกกลับมาที่เรื่องราวของเกม Super Mario อีกครั้ง กับมุมมองความรักที่เรียกว่า รักเดียวใจเดียวไม่คิดจะเปลี่ยนใจ ซึ่งถ้าเราจะจำกัดความรักแนวนี้ก็สามารถแปลไปสองอย่าง นั่นคือความรักที่สองคนรักกันไม่คิดจะมีใครอีกแล้วตลอดจนตาย กับความรักแบบรักเขาหรือเธอข้างเดียว อาจจะไม่กล้าบอกความในใจ ได้แต่เก็บไว้ในใจคนเดียว และก็ไม่สนใจใครรักคนนี้คนเดียว หรือจะเป็นความรักแบบบอกรักไปแล้วแต่เขา (เธอ) ไม่รับรัก แต่ก็ยังรักอยู่แบบนั้น ซึ่งคู่ที่น่าจะเอามายกตัวอย่างที่สุด ก็น่าจะเป็น Princess Peach กับเจ้า Bowser ที่ไม่ว่ายังไงเจ้า Bowser ก็ยังคงรัก Princess Peach แบบรักเดียวใจเดียวไม่คิดจะมองใคร  แม้ Princess Peach จะไม่รักก็ตาม (ก็เล่นจับเขามาแบบนี้เป็นใครจะรัก) ซึ่งนี่ก็จัดเป็นความรักเดียวใจเดียวได้เหมือนกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับมุมมองความรักที่เราเอามานำเสนอ เนื่องในวันแห่งความรัก โดยในบทความนี้จะขอพูดถึงแค่มุมมองความรักที่สมหวังสวยงาม เอาใจคนที่กำลังมีความรักในช่วงวัน Valentine เอาไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสเราจะเอามุมมองความรักแบบผิดๆ หรือไม่ดีมานำเสนอบ้าง ซึ่งในวีดีโอเกมนั้นก็มีอยู่มากมายหลายคู่เลยทีเดียว ยังไงก็รอติดตามกันได้  สุดท้ายนี้การบอกรักในวัน Valentine ไม่ใช่แค่การบอกรักของคู่รักเท่านั้น แต่ยังเป็นความรักที่เราสามารถมอบให้พ่อแม่ เพื่อน สัตว์เลี้ยง ได้อีกด้วย และไม่ใช่เพียงแค่วัน Valentine แต่เราสามารถบอกรัก และมีความรักได้ทุกวันไม่ใช่แค่วันนั้นวันเดียว

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!