Connect with us

บทความวงการเกม

5 สุดยอดฟีเจอร์เด็ดจากเกมตระกูล Star Wars

ปีนี้น่าจะเป็นปีฮาเฮอีกปีสำหรับเกมเมอร์แฟนบอย Star​ Wars​ ทั้งหลาย​ เพราะนอกจากจะมีหนังภาค​ 9​ ให้ดูกันปลายปีนี้​ ยังมีเกมเล่นคนเดียวสายเนื้อเรื่องแบบเน้น​ ๆ​ อย่าง​ Star​ Wars Jedi: Fallen Order ออกมาให้ด้วย​ แต่ถึงเกมจะดูน่าเล่นสุด​ ๆ​ แถมยังรับประกันฝีมือจาก​ทีมพัฒนาเกม​ Apex Legends และ​ Titanfall อีกต่างหาก​ เราดันไม่รู้เลยว่าเกมเพลย์มันเป็นยังไง​ มีฟีเจอร์เด็ด​ ๆ​ อะไรมั่ง​ ก็ได้แต่หวังว่าเกมจะปล่อยฟีเจอร์เจ๋ง​ ๆ​ ออกมาให้เห็นเหมือนเกม​ Star​ wars​ สมัยก่อนนะ​ อะไรนะ?​ เกิดไม่ทันเกม​ Star​ Wars​ เมื่อกาลก่อนเหรอ? งั้นปู่ต้องขอเล่าให้ฟังหน่อยแล้วว่าฟีเจอร์ที่มีพลังสถิตอย่างแก่กล้าพวกนี้คืออะไรบ้าง

สวมบทกัปตันยาน​ Millenium Falcon บุกแกนกลาง​ Death Star​ II​

เกม Star Wars: X-Wing Alliance

เกม​ X-Wing และ​ TIE-Fighter ถือเป็นซีรี่ส์ในตำนานสำหรับคอเกมสาย​ Space Flight Simulator ทั้งหลาย แต่เกม​ X-Wing Alliance ถือเป็นเกมแรกที่ให้เกมเมอร์ได้ควบคุมยานเศษเหล็กที่เร็วที่สุดในจักรวาลนามว่า “Millennium Falcon” เพื่อลุยในสงครามอวกาศที่ปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์ไตรภาคดั้งเดิม แถมยังมาพร้อมกับคุณภาพกราฟิกแบบดูดีขึ้นผิดหูผิดตาจากเกมลูกพี่ 2 ภาคก่อนหน้าด้วย

X-Wng Alliance ถือเป็นเกมขับยานในซีรี่ส์ Star Wars เกมแรกที่ให้ผู้เล่นได้ขับยานรบลุยในปฏิบัติการใหญ่ อันประกอบไปด้วยภารกิจย่อย ๆ หลายภารกิจติดต่อกัน ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะพายานเข้าสู่ความเร็วแสงในทันทีที่จบภารกิจ หรือจะพักเติมกระสุนและเชื้อเพลิงก่อนลุยต่อ (หากทำอย่างนั้นยานเพื่อนที่ควบคุมโดย AI ก็จะบินไปบู๊ก่อนเลยโดยไม่รอเรา) แต่ที่สำคัญกว่าคือผู้เล่นจะได้ขับยาน Millenium Falcon พร้อมกับคุมลูกเรือหลายคนซึ่งประจำอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ บนยาน ซึ่งในระหว่างบินปะทะกับฝูง TIE-Fighter ผู้เล่นยังสามารถสลับไปมาระหว่างการนั่งอยู่ในค็อกพิต กับการไปคุมป้อมปืนด้านบนด้านล่างของยาน Millenium Falcon ได้ด้วย แถมยังมีโบนัสเป็นด่านที่ให้ผู้เล่นได้พายานลำนี้บินซอกซอนฝ่าโครงสร้างสลับซับซ้อนของดาวมรณะ Death Stars II​ แล้วยังต้องบินหนีออกมาโดยมีทะเลเพลิงจี้ตูดมาติด ๆ​ ด้วยนะ​ บอกเลยว่าตอนที่เกมเมอร์นักบินอย่างเราได้เล่นครั้งแรกมันฟินมากเลยล่ะคุณเอ๋ย

ระบบดวลกระบี่แสง​ free​ flow

เกม Star​ Wars Jedi Knight II: Jedi Outcast & Jedi Academy

Star Wars Jedi Knight: Darkforce II ถือเป็นเกม FPS เกมแรกที่ให้เกมเมอร์ได้ควงกระบี่แสงในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่ Jedi Outcast และ Jedi Academy คือเกมแรกที่ให้ผู้เล่นได้เป็นผู้ยอดยุทธในเพลงดาบ Lightsaber อย่างแท้จริง

จุดที่แตกต่างจากเกมแอ็คชั่นฟันดาบอื่น​ ๆ​ ก็คือเกมนี้ไม่มีการล็อคเป้าศัตรู​ ไม่มีการจำกัดการเคลื่อนไหวตัวละคร​ และไม่มีนับเลขคอมโบให้เห็น​ ทุกเพลงดาบและทุกลีลาการเคลื่อนไหวขึ้นอยู่กับทักษะของผู้เล่นล้วน​ ๆ จะฟันโดนหรือไม่โดน​ หลบกระบี่แสงของศัตรูได้หรือไม่​ได้ ขึ้นอยู่กับมือของคุณเท่านั้น ซึ่งมันเปิดให้ผู้เล่นเลือกสไตล์การสู้ของตัวเองได้อย่างอิสระ หรือแม้แต่คิดสไตล์ใหม่ของตัวเองมาก็ยังได้ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้โหมดหลายผู้เล่นของเกมนี้เล่นสนุกเป็นพิเศษ เพราะผู้เล่นแทบจะเดาทางไม่ได้เลยว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน เมื่อบวกกับระบบการควบคุมที่ทั้งง่ายทั้งไหลลื่นและพลัง Force ของเจไดยิ่งทำให้เกมเล่นสนุกมากแบบไม่ซ้ำใคร ถ้าภาค Fallen Order ทำให้ระบบฟันดาบดีกว่านี้ได้ก็เตรียมมันส์กันล่ะเอ็งเอ๋ย

จิกหัวสั่งลูกทีมยิก​ ๆ​ กับระบบออกคำสั่ง Squadmate

เกม Star​ Wars: Republic Commando

แฟน​ ๆ​ ที่ชอบเล่นเกมแอ็คชั่นสตาร์วอร์สในอดีตมักจะต้องลุยแบบหัวเดียวประเทียมลีบมันเสียทุกที​ จนกระทั่งเกม​ Republic Commando ออกมาสอนให้เรารู้ว่าการมีสหายศึกเคียงข้างมันดีอย่างนี้นี่เอง​ เอาจริง​ ๆ​ สิ่งที่เกมนี้ทำก็แค่ก็อปคอนเซ็ปต์ของเกมแอ็คชั่นเชิงกลยุทธ์อย่าง​ Rainbow 6 หรือ​ SOCOM มาใส่ในจักรวาล​ Star​ Wars​ เท่านั้น​ แต่ความเจ๋งมันอยู่ตรงที่ทีมพัฒนาได้ขัดเกลาระบบการสั่งเพื่อนให้เรียบง่าย​ ​​ทำ​ AI ลูกทีมให้ฉลาด​ แถมยังเติมบุคลิกเฉพาะตัวให้พวกเขาด้วย​

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นหัวหน้าหน่วย​ Republic Commando แห่งกองทัพโคลนและสามารถสั่งการให้ลูกทีมรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ด้วยปุ่มคำสั่งเพียงปุ่มเดียว​ แล้วสมาชิกคอมมานโดของคุณก็จะวิ่งไปประจำตำแหน่งจุดซุ่มด้วยปืนสไนเปอร์​ เตรียมบุกทะลวงประตูด้วยลูกระเบิดมือ​ หรือวิ่งขึ้นป้อมปืนแล้วยิงถล่มทุกอย่างที่ขวางหน้า​ และเนื่องจากตัวเอกของคุณโดนกระสุนเลเซอร์ไม่กี่นัดก็ลงไปนอนคว่ำแล้ว​ สหายศึกของคุณจึงเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณมีชีวิตยืนยาว​ (แถมพวกเขายังสามารถปั๊มหัวใจให้คุณได้ด้วย)​ การได้สั่งการและพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมในสมรภูมิ​ Star​ Wars​ เป็นประสบการณ์อันน่าจดจำที่แฟน​ ๆ​ อย่างเราหาไม่ได้ง่าย​ ๆ​ ก็ได้แต่หวังว่าซักวันเกมนี้จะมีภาคต่อออกมานะ…

รบกันตั้งแต่พื้นดินยันอวกาศกับโหมด Galactic Conquest

เกม Star​ Wars​: Battlefront II​ (ภาคปี 2005)

อยากแกว่งดาบเลเซอร์ก็ได้ทำไปแล้วใน​ Jedi​ Knight อยากสั่งเพื่อนร่วมหน่วยก็ทำใน​​ Republic Commando ไปสิ​ แต่ถ้าอยากจะลุยในสมรภูมิ​ Star​ Wars​ สุดอลังการกับเกมเมอร์คนอื่นจะไปหาเกมอะไรเล่นดีล่ะ? คำตอบก็คือเกม​ Battlefront ไงล่ะ! แล้วถ้าอยากรบทั้งบนพื้นดินทั้งในห้วงอวกาศล่ะ? ก็เล่นภาคต่อของ​ Battlefront สิ!​ (หมายถึงภาคดั้งเดิมนะ)​ เกมภาคนี้เปิดให้ผู้เล่นสวมบทเป็นทหารราบ​ Stormtrooper เป็นเจไดฮีโร่​ Luke​ Skywalker เป็นผลขับหุ่นยักษ์สี่ขา​ AT-AT หรือจะเป็นสุดยอดนักบินผู้ขับ​ X-Wing​ เข้าไปถล่มยานแม่​ Star​ Destroyer ก็ยังได้

จุดเด่นของ​ Battlefront II​ คือความใหญ่ยักษ์ของสมรภูมิอวกาศ​ ความหลากหลายของฮีโร่และยานพาหนะแทบทุกชนิดจากหนังทุกภาค​ และความอิสระเปิดกว้างให้ผู้เล่นอยากทำอะไรก็ทำโดยไม่มีการจูงมือแต่อย่างใด​ อยากจะลุยเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับเพื่อนเหรอ? เชิญเลย​ อยากจะขับยาน​ Snowspeeder ไปพันขา​ AT-AT เหรอ?​ ก็เอาสิ​ จอดอยู่ตรงนั้นไง​

นอกจากสมรภูมิขนาดยักษ์ที่รองรับผู้เล่นถึง​ 64 คน​ ทีมพัฒนา​ Pandemic Studios ยังอุตส่าห์ใส่โหมด​ Galactic Conquest ให้เกมเมอร์เปิดศึกระดับกาแล็กซีได้ด้วย​ โดยผู้เล่นจะสามารถเลือกได้เองว่าจะนำทัพไปยึดดาวดวงไหน​ เลือกแล้วก็ลงไปคุมทหารออกรบในสมรภูมิเบื้องล่างด้วยมือตัวเองเลย​ หากกองกำลังของคุณคว้าชัย​ ทัพของคุณก็จะแข็งแกร่งขึ้นและสามารถบุกยึดดาวของศัตรูได้ง่ายขึ้น​ ในขณะเดียวกัน​ AI ฝ่ายศัตรูก็จะโต้ตอบผู้เล่นด้วยการบุกสวนกลับเป็นระยะ​ ๆ​​ เรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมของเกมวางแผนและเกมแอ็คชั่นแบบกำลังดี​ และที่สำคัญคือมันไม่ใช่โหมดหลักเพียงโหมดเดียวของเกมนี้ด้วยซ้ำ​ ยังมีโหมดแคมเปญ​ โหมดมัลติเพลเยอร์​ โหมด​ Skirmish สู้กับบอทและอื่น​ ๆ​ ให้เล่นอีกเพียบ​ Battlefront II​ จึงเป็นเหมือนยุคทองของเกม​ Star​ Wars​ ที่จัดหนักจัดเต็มชนิดหาไม่ได้อีกแล้วในเกมสมัยนี้

ระบบ Light side และ Dark side ที่ส่งผลต่อเส้นเรื่องของเกม

เกม Star​ Wars: Knight of the old republic

น้อยเกมนักที่เปิดให้คุณเล่นเป็นวายร้ายใน Star​ Wars (ทั้ง​ ๆ​ ที่เป็นตัวร้ายมันเท่กว่าตั้งเยอะ)​ และที่น้อยกว่านั้นคือเกมที่ให้คุณกำหนดเส้นเรื่องของวายร้ายได้ด้วยมือคุณเอง​เฉกเช่น​ Knight of the old Republic หรือ KOTOR คุณจะได้ผจญภัยในจักรวาล​ Star​ Wars​ เมื่อ​ 3,000​ ปีก่อนเหตุการณ์ในภาพยนตร์​ เพื่อรวมทีมต่อสู้กับกองทัพซิธ​ ค้นหาปูมหลังที่แท้จริงของตัวเอก​ อ้อ​ แล้วก็ได้ควงกระบี่แสงฟาร์มเลเวลให้ตัวละครด้วยนะ

จุดที่เจ๋งของ KOTOR นอกจากเนื้อเรื่องสุดเจ้มจ้นก็คือการที่เกมให้ผู้เล่นกำหนดเส้นเรื่องได้เองว่าอยากให้ตัวเอกของคุณเป็นฮีโร่ม้ามืดผู้มากอบกู้จักรวาล​ หรือเป็นอภิมหาตัวร้ายเลวบริสุทธิ์ที่ไร้ซึ่งคุณธรรมใด​ ๆ​ ในจิตใจ ทุกการกระทำของคุณจะถูกวัดด้วยค่า Light side และ Dark side ซึ่งส่งผลกับเนื้อเรื่องของเกมโดยตรง บทสนทนาของตัวละครก็จะเปลี่ยนไปตามความดีหรือความเกรียนของคุณ เควสต์ที่มีให้ทำก็จะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งฟีเจอร์กรรมดีกรรมชั่วนี้ถือเป็นก้าวใหญ่สำหรับทั้งเกม Star Wars และวงการเกม RPG ในภาพรวม อีกทั้งยังเป็นต้นแบบให้กับซีรี่ส์ในตำนานอย่าง Mass Effect อีกต่างหาก แฟน Star Wars คนไหนยังไม่ได้เล่นเกมนี้ควรรีบไปหามาโจ้โดยพลัน​ แค่เอามาเสพย์เนื้อเรื่องในเกมก็เกินคุ้มแล้วครับท่าน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!