Connect with us

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์สาวสวยมากความสามารถกับการทำงานในวงการพริตตี้

Published

on

“พริตตี้” อาชีพยอดฮิตของสาวสวยที่มีบุคลิกดีอีกอาชีพหนึ่ง เพราะนอกจากจะมีรายได้ดีแล้ว การทำงานยังค่อนข้างยืดหยุ่นและอิสระ แถมยังทำเป็นอาชีพเสริมประกอบงานประจำได้ด้วย เลือกได้ว่าเป็นอาชีพทางเลือกที่น่าสนใจของสาวยุคใหม่เลย วันนี้แบไต๋เลยจะพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปพูดคุยกับพริตตี้สาวสวยมากความสามารถ มุก – กัญญาภัค พรปิยะกูลสิริ

เริ่มทำงานด้านพริตตี้ได้ยังไง เม้าส์หน่อย

มุกมีโอกาสได้รู้จักกับครูสอนบัลเล่ต์ของน้องสาว ซึ่งครูคนนี้มีงานเสริมเป็นพริตตี้ด้วย ทีนี้พอเขาเจอเรา เขาก็ชวนเราให้ลองงานพริตตี้ บอกว่ามีงานให้ทำ สนใจมั้ย มุกก็ชอบทำงานอยู่แล้ว ก็บอกเขาว่าเราสนใจ จากนั้นมุกก็ทำมาเรื่อยๆ และก็มีงานเจ้านู้นเจ้านี้เข้ามาตลอด แต่มุกไม่ได้ทำประจำนะ เพราะตอนนั้นมีงานประจำทำอยู่แล้ว ก็ทำเป็นอาชีพเสริม เน้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่า

“พริตตี้” อาชีพเปิดโลกกว้าง..

ส่วนตัวเราคิดว่ามันท้าทายดี ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง เช่น เราไปเป็นพริตตี้รถ ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับรถคันนั้น ถ้าเราเป็นพริตตี้ให้กล้อง ก็ได้เรียนรู้กล้องรุ่นนั้นๆ มากขึ้น มุกเลยคิดว่างานพริตตี้ทำให้เราได้ความรู้รอบตัวมากขึ้น ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหมือนเปิดโลกให้เรา ก็เลยค่อนข้างชอบอาชีพนี้ อีกอย่างคืองานมันค่อนข้างอิสระ วันหยุดเราก็สามารถเลือกเองได้ สมมติสัปดาห์หน้าเรามีธุระ เราไม่สะดวกที่จะทำงาน เราก็ไม่ต้องส่งโปรไฟล์เพื่อแคสงาน คือทุกอย่างเราสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดได้หมด ไม่ตายตัวดี

จะรับงานสักครั้ง มีขั้นตอนอะไรบ้าง

จริงๆ ขั้นตอนในการทำงานแต่ละครั้ง ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ ต้องเริ่มจากการสำรวจตัวเราก่อน ทั้งรูปร่าง หน้าตา และบุคลิกของเรา ว่าเราเข้ากับงานนั้นๆ มั้ย แบรนด์เขาต้องการพริตตี้ที่มีคาแรกเตอร์ยังไง พอลองดูคาแรกเตอร์คร่าวๆ แล้ว ถ้าตรงกับเรา เราก็สามารถส่งโปรไฟล์เราได้เลย ปกติแล้วถ้าเข้าไปในวงการพริตตี้แล้ว ก็จะมีคนแนะนำงานมาให้เราเรื่อยๆ ทั้งเพื่อนพริตตี้ ออกาไนเซอร์ หรือเราจะหางานจากกลุ่มไลน์ ที่มี contact ไว้ลงงานพริตตี้ก็ได้ ก็จะมีทั้งงานที่เราส่งโปรไฟล์ไปเองเหมือนที่มุกบอกไป และบางทีลูกค้าหรือออกาไนเซอร์ก็จะติดต่อเรามาเอง ถามว่าเราว่างมั้ย สะดวกในวันเวลานั้นๆ รึเปล่า ทีนี้เราก็จะดูว่า วันที่นั้นๆ เราสะดวกมั้ย และดูสถานที่ว่าเราไปได้มั้ย เพราะบางที่ไกลเกินไป เราไปแล้วไม่คุ้ม ก็จะไม่รับงานนั้นๆ ที่สำคัญเราต้องรู้ด้วยว่าสินค้าคือแบรนด์อะไร เหมาะสมกับเรามั้ย เพราะงานที่ทำออกมาจะได้ออกมาดีที่สุด และไม่กดดันเราด้วยค่ะ


ว่ากันว่าอาชีพนี้ รายได้ดี!

ใช่ค่ะ ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่รายได้ดีเลยนะ ส่วนมากขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลรึเปล่า ยิ่งเป็นช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์ หรือช่วงเดือนธันวาคมแบบนี้ ก็จะอยู่ที่ 50,000 บาท หรือเดือนไหนมีงานเสริม เช่น ถ่ายโฆษณา ก็จะได้เยอะเป็นพิเศษเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เท่านี้ทุกเดือน ขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นมีงานเยอะมั้ย แล้วเรารับงานรึเปล่า แต่ส่วนมากก็จะไม่ต่ำกว่า 35,000 บาทต่อเดือนค่ะ

ตั้งแต่ทำมา..  ผลงานชิ้นไหนประทับใจมุกที่สุด

ส่วนมากมุกก็ชอบทุกๆ งานนะ เพราะทำให้เรามีรายได้ มีเงินใช้ (หัวเราะ) เราก็ต้องขอบคุณทุกงานเลย แต่ถ้าถามว่าชอบงานลักษณะไหนเป็นพิเศษ ส่วนมากมุกจะชอบงานที่มีช่างแต่งหน้า ช่างทำผมให้ เพราะประหยัดเวลาเราได้เยอะเลย หรืองานที่ทำไม่นาน 3-4 ชั่วโมงกลับบ้าน อันนี้ชอบมาก (หัวเราะ) งานพวกทีวีไดเร็ค ทรูออนไลน์ อันนี้ก็ชอบ เพราะถ่ายงานเสร็จแล้วเขาจะให้สินค้านั้นกลับ ก็ได้ของมาลองใช้ สบายเลย (หัวเราะ)

ทักษะที่พริตตี้ต้องมีคืออะไร

มุกว่าไม่ว่าอาชีพไหนๆ การเป็นคนตรงต่อเวลาก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ อาชีพพริตตี้ก็เหมือนกันค่ะ เพราะถ้าเรามาสายบ่อยๆ ก็จะลำบากคนอื่น เหมือนไปเป็นภาระเขา (หัวเราะ) เราก็ต้องตรงต่อเวลา ไม่ทำให้คนอื่นเสียงาน และเขาจะได้นึกถึงเรา เรียกเราไปร่วมงานด้วยอีก อีกเรื่องคงเป็นเรื่องของการเป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ เพราะอาชีพพริตตี้ต้องคลุกคลีกับคน ต้องสื่อสารเป็น และต้องเป็นมิตร ถ้าเราไปยืนหน้าบึ้งๆ คนผ่านไปผ่านมามาเห็น ก็จะรู้สึกไม่ดี ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับแบรนด์ที่เราทำงานให้ได้ เราก็ต้องมีสปิริต ทำงานเต็มที่ เฟรนลี่เข้าไว้

เสน่ห์ของการทำงานด้านนี้

งานพริตตี้ฝึกให้เรามีบุคลิกที่ดีขึ้นค่ะ เวลาเราไปยืนให้สินค้าไหน เราก็ต้องปรับตัวเองให้มีบุคลิกดี ยืนสวยๆ หน้าเป็นมิตร พูดจาเพราะๆ งานด้านพริตตี้ก็เลยทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ดีโดยอัติโนมัติ

ถ้ามีคนอยากเป็นพริตตี้ มุกจะแนะนำเขาว่ายังไง

ต้องมาจากความชอบค่ะ โดยดูลักษณะนิสัยตัวเอง เช่น เราชอบพูดชอบคุย เป็นคนอัธยาศัยดี และเรามีความรับผิดชอบมากพอที่จะทำงานด้านนี้มั้ย จากนั้นก็ลุยได้เลย แนะนำว่าลองไปหาเพื่อนที่เป็นพริตตี้ หรืออยู่วงการฟรีแลนซ์ และขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆ จากนั้นก็ไปถ่ายรูปโปรไฟล์ไว้ส่งแคสงานค่ะ อาจให้เพื่อนช่วยส่งเผื่อหรือดึงเข้ากลุ่มงานก็ได้ แค่นี้ก็จะได้เริ่มเข้าสู่การทำงานพริตตี้แล้ว (ยิ้ม)

แรงบันดาลใจในการทำงาน

ตรงๆ เลยก็คือเงิน (หัวเราะ) หลักๆ คือ งานพริตตี้เป็นงานที่เราชอบ พอเป็นงานที่เราชอบ เราก็มีแรงบันดาลใจในการทำงานค่ะ จริงๆ มุกไม่ได้เป็นแค่พริตตี้อย่างเดียว แต่เป็นล่าม และแปลภาษา ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา มีหลายอย่างเลย ข้อดีของอาชีพพริตตี้คือเป็นฟรีแลนซ์ เราก็สามารถรับงานอื่นๆ ควบคู่ไปได้ด้วย เหมือนได้ทำงานหลายๆ อย่างดี และเป็นอาชีพที่ท้าทายค่ะ เราก็อยากให้ผลงานออกมาดีเนอะ

แอปโปรดของมุก

มุกชอบแอปที่ใช้แต่งรูป แต่งวิดีโอค่ะ จริงๆ งานพริตตี้ก็ค่อนข้างสัมพันธ์กับโซเชียลพอสมควรเลยนะ ถ้ามีคนติดตามหรือรู้จักเราเยอะๆ โอกาสได้งานก็จะมากขึ้น มุกก็จะใช้แอปแต่งรูป แต่งวิดีโอต่างๆ ให้ดูสดใส ตอนนี้ค่อนข้างชอบแอป Snow ค่ะ แต่งได้ทั้งรูปและวิดีโอ ภาพที่ได้ก็น่ารักดีด้วยค่ะ

pinterest

ดาวน์โหลด

เป็นอาชีพที่นอกจากจะรายได้ดี อิสระ เหมือนอย่างที่เราๆ คิดกันแล้ว ยังเป็นอาชีพที่ได้ฝึกบุคลิกภาพและได้เปิดโลกความรู้ใหม่ๆ อีกด้วย แถมยังแว๊บมารับงานฟรีแลนซ์อื่นๆ ได้อีก!! โอ้ยยย อะไรชีวิตมันจะคุ้มเบอร์นี้ เห็นทีต้องไปรับจ็อบเสริมเป็นสาวพริตตี้บ้างแล้วล่ะ

แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

คุยกับผู้จัดการวง SiamDream วงไอดอล ไทย & ญี่ปุ่น “สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลัง”

Published

on

ผมทราบข่าวการกำเนิดเกิดวงนี้ราวๆ เดือน มิ.ย. 2561 ย้อนดูรูปโปรไฟล์โพสต์ครั้งแรกช่วงเดือน พ.ค. 2561 ประกาศ Siam☆Dream 1st Fan Meeting ครั้งแรกวันที่ 11 มิ.ย. 2561 รับจำนวนจำกัดพบปะกันแบบอบอุ่น มีกลุ่มแฟนคลับยังไม่มากนัก แต่มีกิจกรรมพบปะต่อเนื่อง รูปแบบการดำเนินการไปจนถึงที่มาของวง SiamDream มานั่งคุยกันครับ

ธราดล สุคนธากรณ์ (ดลลี่)

แรงบันดาลใจในการมาทำวงไอดอล
ชอบมาเป็นสิบปีล่ะ แล้วก็ก่อนที่จะมาทำวงก็คือทำที่เรียกว่า siamdol เป็นทีมที่คอยจัดงานให้ไอดอลญี่ปุ่นมางานที่ไทย

ความรู้มือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเป็นยังไง
เราก็ไปรู้จักกับฝั่งญี่ปุ่น แล้วมีความคิดเห็นตรงกันว่าเราอยากจะทำวงที่เป็นไอดอลที่เป็นไทยญี่ปุ่น และเนื้องด้วยครบรอบความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น 130 ปี ด้วย

“ทำด้วยความสนุก เรามองเรื่องตัวเงินเป็นเรื่องหลังจากเรื่องความสนุก สนุกก่อนทำออกมาได้ดีก่อน ถ้าถามว่ามาปีกว่าๆ ถามว่าได้เงินไหม ถ้าให้บอกตามตรงแล้ว มันไม่ได้เงิน มันเสียด้วยซ้ำ”

แล้วทำไปเพื่อ????
ถ้าเรารู้สึกว่าตลาดไอดอลญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่าไอดอลไม่นับว่าจะมี BNK48 Sweat16 ถ้านับไอดอลญี่ปุ่นที่จะมาดังในไทยแล้วเห็นว่าแฟนคลับชาวไทยที่ชื่นชอบไอดอลญี่ปุ่นมีความสุขก็ Happy นี่คือเป้าหมายแรกของผม

แล้วค่าใช้จ่าย
นี่คือความสุขเบื้องต้น เราก็คาดหวังในอนาคตว่ามันอาจจะได้เงินบ้าง แต่ตอนนี้ทำแล้วยังไม่ได้ไม่เป็นไร ทำแล้วสนุก มีความสุข เห็นคนอื่นที่มาร่วมงานแล้วมีความสุข

 

ถามจริงๆ ปีกว่าหมดไปเท่าไหร่แล้ว
พูดเป็นตัวเลขก็ลำบากใจครับ คือยังมีแรงสู้อยู่ครับ ก็ยังมีเพื่อนๆ หรือว่าคนที่มางานประจำสนับสนุนอยู่ เพราะว่า เอาตรงๆ ออร์แกไนเซอร์ที่เรียกว่าไอดอลญี่ปุ่น ปัจจุบันถ้าเราจะเห็นนะก็จะมีงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นจำพวก คอมมิคคอน หรือว่า เจแปนเอ็กโปร ที่นำเข้าไอดอลญี่ปุ่นมาเล่น แต่ว่าของผมก็ต้องยอมรับว่า เป็นหนึ่งเดียวที่เป็นออร์แกไนเซอร์ไอดอลญี่ปุ่นเพียวๆ เพียง 1 เดียว

ฐานแฟนคลับมีประมาณเท่าไหร่
เอาตรงๆ ทำมาปีกว่า เอาจริงๆ ไม่น่าจะเกิน 500 คน แต่งานที่ผมจัดๆ อยู่ แล้วมีคนมาก็ประมาณ 100 – 200 คน

จะสุขได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้ายังไม่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจ
ด้วยความด้วยที่ไม่ได้เริ่มทำมาด้วยมุมมองธุรกิจเลยไม่ได้มองว่ามันจะตอบโจทย์หรือเปล่า ตอบโจทย์ตอนนี้คือเสมอตัว

ฝันสูงสุดจริงๆ คืออะไร
คือทำแล้วมันเลี้ยงดูเราได้ พูดตรงๆ แต่ถ้าถามว่าอีกนานไหม ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าไอดอลในบ้างเราจะได้รับความนิยมได้อีกนานเท่าไหร่ ไอดอลญี่ปุ่นไม่สามารถเทียบได้กับความได้รับความนิยมของ BNK48 หรือว่า Sweat16 ซะด้วยซ้ำไป เพราะมันแทบจะแยกกันเลย มันมีแค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นเองที่ชอบทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบแค่ไอดอลไทยเยอะกว่า เค้าอาจจะไม่ได้สนใจไอดอลญี่ปุ่นเลย มีอยู่จำนวนเดียวที่ชอบทั้งคู่

มีเพลงที่เป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น 4 เพลงแล้ว เมื่อไหร่จะมีเพลงเวอร์ชั่นไทยบ้าง
ก็ตั้งใจอยู่ครับ ความยากของการทำเนื้อไทยคือเมมเบอร์ญี่ปุ่นพูดภาษาไทยไม่ได้ เดี๋ยวรอเมมเบอร์ญี่ปุ่น พูดไทยออกเสียงให้ชัดขึ้นอนาคตเพลงไทยก็จะตามมา เพราะว่าการที่ร้องไม่ได้มันยากตอนอัดเสียง

ฝากอะไรถึงแฟนๆ สยามดรีมหน่อยครับ
ก็อยากจะให้ติดตามต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่าเป็นวงที่เพิ่งเริ่ม เราเป็นมือสมัครเล่นมากที่สุด ณ เวลานี้ ก็อยากให้ลองตามไปเรื่อยๆ มันใจว่าน้องๆ จะพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นได้อีก

 

 

 

Siam☆Dream at Asia Comic Con Malaysia 2018【Comment+LIVE】

 

Siam☆Dream「サイアム☆ドリーム」อ่านว่า สยาม – ดรีม
วงไอดอลสไตล์ญี่ปุ่นที่มีสมาชิกวงจาก “ประเทศไทย” และ “ประเทศญี่ปุ่น” โดยคอนเซปต์ นำความเป็นไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น มุ่งสู่ความฝันเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความเป็น “ไอดอล” ออกไปยังประเทศต่างๆ
Siam(สยาม) = คำแทนจากประเทศไทย,☆ = ประกายส่องแสงความเป็นไอดอล,Dream(ดรีม) = ความฝันและความมุ่งมั่น

「サイアム☆ドリーム」タイ文化と日本のポップカルチャー「アイドル」を合わせるというコンセプトのタイ人と日本人アイドルグループです🇹🇭❤️🇯🇵「アイドル」でタイと日本を繋ぎ、色んな国に広げるのを目指す!

Member 「メンバー」

❤ Mary「メリー」
IG : https://www.instagram.com/m_maryys/
Twitter : https://twitter.com/m_maryys

💛Hikarin「ヒカリン」
IG : https://www.instagram.com/llt_hikarin/
Twitter : https://twitter.com/LLT_Hikarin

💜 Minami Nico「南にこ」
IG : https://www.instagram.com/minaminico_28/
Twitter : https://twitter.com/minami_nico28

💙Yamashita Haruka「山下春花」
IG : https://www.instagram.com/haruka_yamashita0212/
Twitter : https://twitter.com/yamashitaharuka

Siam☆Dream (サイアム☆ドリーム) / Hi-touch (ハイタッチ)【MV Official】

 

 

 

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ ลานสยามเพลิน ตรงข้ามมาบุญครอง โดย IdeaMaker

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

UniChat สัมภาษณ์ “เจเจ” ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กับชีวิตปี 1 ในรั้วธรรมศาสตร์

Published

on

เป็นคณะยอดฮิต ที่ใครๆ ก็มักจะคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ อย่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เพราะนับเป็นคณะเก่าแก่ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน แถมยังเม้าส์กันว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเนี๊ยบและมีระเบียบสุดๆ ส่วนจะจริงหรือเท็จยังไง วันนี้แบไต๋จะพาไปไขความกระจ่างกับ เจเจ-เปมิกา เสงี่ยมกุล ดาวคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปคุยกับเธอกันเลย!

ทำไมถึงเลือกเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีคะ

ที่เจเลือกเรียนคณะนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบคณิตศาสตร์ค่ะ ชอบอะไรที่มันมีกฎเกณฑ์ มีกรอบให้ว่า ทำแบบนี้ถูกนะหรือทำแบบนี้ผิด เจเป็นคนที่ไม่ค่อย creative เท่าไหร่ค่ะ แล้วพอดีแม่ทำบริษัทรับทำบัญชีด้วย จะได้มาทำต่อแม่ได้ค่ะ แถมยังมีข้อดีคือบัญชีเป็นวิชาชีพค่ะ ถ้าไม่จบบัญชีก็ไม่สามารถทำบัญชีได้ค่ะ จึงทำให้หางานง่ายค่ะ

สาขาบัญชี เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

ปี 1 จะเรียนวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยค่ะ แล้วก็วิชาแกนบังคับของคณะตัวแรกๆ ค่ะ

ปี 2 ปี 3 และปี 4 ก็จะเรียนวิชาแกนของคณะ แล้วก็วิชาเอกของตัวเองค่ะ อย่างเจเรียนเอกบัญชี ก็จะแตกไปเป็นอีกหลายวิชา เช่น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร บัญชีภาษีอากร การสอบบัญชี ประมาณนี้ค่ะ

วิชาโปรดของเจเจ

คงจะเป็นวิชาบัญชีค่ะ เจอยู่ปี 1 ก็เลยได้เรียนไปแค่ 2 ตัวค่ะ คือ AC201 การบัญชีชั้นต้นวิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานของบัญชีทั้งหมด และ AC311 การบัญชีชั้นกลาง วิชานี้ก็จะเจาะลึกมากกว่า AC201 ค่ะ ที่เจชอบวิชาบัญชีมากสุดเพราะอย่างที่เคยบอกไปค่ะว่าเจชอบอะไรที่มันเป็นกฎเกณฑ์ค่ะ แต่ก็อยู่ที่อาจารย์ด้วยค่ะ ถ้าอาจารย์น่ารัก ใจดี ก็ชอบค่ะ (หัวเราะ)

โปรเจ็คที่ชอบที่สุด ตั้งแต่เคยทำมาคือโปรเจ็คอะไร

เพราะเจอยู่ปี 1 เลยยังไม่มีโปรเจ็คใหญ่ๆ ค่ะ ก็จะมีทำงานงานเล็กๆ บ้างค่ะ ถ้าที่ชอบที่สุด ก็คงเป็นของวิชา Fn201 การเงินธุรกิจค่ะ ก็จะให้เราเลือกธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วก็ใช้งบการเงินในการวิเคราะห์ว่า ธุรกิจนั้นมีแนวโน้มเป็นยังไง โดยใช้ข้อมูลจากอดีตมาเปรียบเทียบแล้วก็ดูว่า เราควรลงทุนในธุรกิจนี้ไหม

จำเป็นมั้ย ที่เรียนบัญชีต้องเก่งเลข

เอาจริงๆ บัญชีไม่ได้ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์มากค่ะ จะไม่มีพวกแคลคูลัสเหมือนกับวิศวะค่ะ จะใช้แค่พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ค่ะ และส่วนใหญ่ก็จะใช้เครื่องคิดเลขคิดเอาค่ะ ถ้าคนที่คิดว่าไม่เก่งเลขแต่อยากเรียน เจแนะนำว่า ควรมีพื้นฐานที่ดีค่ะ แต่ที่สำคัญกว่าคือความชอบค่ะ เพราะถ้าเราชอบอะไรจริงๆ เราก็จะพยายามแล้วทุ่มเทกับมันค่ะ

และถ้าอยากเก่งเลข ต้องพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

ต้องมีวินัยแล้วก็มีความมุ่งมั่นค่ะ ฝึกทำโจทย์เยอะๆ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามค่ะ

ว่ากันว่าสาวๆ บัญชีมักจะดุ

เจว่าไม่จริงนะ เพราะเจใจดี (หัวเราะ) เจว่าอยู่ที่คนมากกว่าค่ะ  

เห็นเจเจเป็นดาวคณะด้วย เล่าตอนประกวดให้ฟังหน่อยค่ะ

ปกติคณะบัญชีของธรรมศาสตร์จะมีการแข่งร้องเพลงทุกปีค่ะ โดยในคณะเองจะแบ่งกันเป็นโต๊ะ แล้วก็ให้แต่ละโต๊ะมาแข่งกัน โดยแต่ละโต๊ะจะโหวตเลือกดาวเดือนเอาไว้แล้ว ซึ่งเจก็ได้รับโอกาสนั้นค่ะ ในการแข่งร้องเพลง ก็จะมีการแสดงในโต๊ะแล้วก็ร้องเพลงของมหาวิทยาลัยค่ะ ส่วนเจที่ประกวดดาวคณะก็จะมีจับฉลากตอบคำถามเพิ่มค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า ได้คำถามที่ยากอยู่ค่ะ เจก็ตอบไป งงตัวเองไปค่ะ  (หัวเราะ) พอผลออกมา โต๊ะเจได้ที่ 3 ส่วนเจก็ได้เป็นดาวคณะแบบงงๆ ค่ะ (หัวเราะ) พอหลังจากได้รางวัลแล้วก็จะต้องเป็นตัวแทนคณะไปแข่งดาวมหาวิทยาลัยต่อค่ะ

มีกิจกรรมไหนเจ๋งๆ ที่เจเจประทับใจอีกมั้ยคะ

ตอนช่วงเทอมแรก มีงาน TU freshy game เจเลยลงแข่งว่ายน้ำค่ะ ลงแข่ง 4 ท่า ได้ 3 ทอง 1 ทองแดงค่ะ แล้วก็มีกิจกรรมประกวดดาวเดือน ของมหาวิทยาลัยค่ะ ซึ่งก็จะมี workshop ต่างๆให้ดาวเดือนแต่ละคณะ ได้ทำร่วมกันค่ะ กิจกรรมที่ชอบที่สุด น่าจะเป็นตอนที่ให้ดาวเดือน แต่ละคนช่วยกันทำ กล่องรับบริจาค แล้วไปรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ เด็กกำพร้าค่ะ

ต้องมีหลายคนอยากรู้แน่ๆ ว่าสังคมคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีเป็นยังไง

ที่ธรรมศาสตร์ค่อนข้างจะให้อิสระกับนักศึกษาค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นค่ะ แล้วก็อาจารย์ที่นี่จะพูดอยู่เสมอว่า ให้นักศึกษาทุกคนต้องช่วยกันเรียนค่ะ ไม่ให้แข่งกัน เพราะฉะนั้น เพื่อนก็จะน่ารักทุกคนค่ะ มีอะไรไม่เข้าใจก็แชร์กัน ช่วยกันค่ะ

เคล็ดลับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในแบบของเจเจ

เรื่องการแบ่งเวลาค่อนข้างสำคัญค่ะ เจเป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่เด็ก ก็เลยจะยุ่งมาตลอดค่ะ ก็เลยจะมีการจัดตารางชีวิตของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เราก็จะแบ่งเวลาได้ถูกค่ะ ว่าเวลาไหนเที่ยวเล่นได้นะ หรือเวลาไหนที่ต้องอ่านหนังสือ ต้องทำการบ้าน แต่ถ้าใครไม่ค่อยคุ้นชิน ก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้มากหน่อยค่ะ ที่สำคัญคือเรื่องการปรับตัวค่ะ ระดับมหาวิทยาลัยจะไม่มีครูมาคอย จ้ำจี้จ้ำไชเหมือนตอนเรียนมัธยมและบางคนที่เป็นเด็กต่างจังหวัดก็ต้อง อยู่หอ อยู่ห่างจากพ่อแม่ ก็จะไม่มีใครมาคอยคุมเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตค่ะ

แรงบันดาลใจในการเรียน

เจคิดแค่ว่า เจอยากมีอนาคตที่ดีค่ะ อยากทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวเราค่ะ

แอปพลิเคชั่นที่ชอบใช้ในการเรียน

แอป Notes Writer ค่ะ เพราะเวลามีงานหรือมีการบ้านต่างๆ เจก็จะมา list ไว้ เพื่อจะได้จัดตารางค่ะ ว่างานไหนควรทำก่อนหรือทำหลัง และแต่ละงานมีรายละเอียดยังไงบ้างค่ะ

itunes.apple.com

ดาวน์โหลด

ใครที่คิดว่าสาวๆ คณะนี้จะดุๆ อย่างเดียว คงได้เปลี่ยนความคิดกันคราวนี้แล้วหล่ะ เพราะน้องเจเจสาว UniChat ของเราวันนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่าสาวบัญชีน่ารัก สดใส และหวานสุดๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

บทความวงการเกม

สัมภาษณ์เจาะลึก ผู้สร้าง Dragon Quest XI : ความเป็นไปได้เกมภาษาไทย?, ใช้ Unreal Engine สร้างยากไหม?

Published

on

จบลงไปแล้วสำหรับงาน PlayStation Experience SEA 2018 เมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ PlayStation ได้ขนเอาเกมใหม่ที่ยังไม่ได้วางตลาดหลายเกมมาให้แฟนเกมชาวไทยได้เล่นกันก่อนที่ GMM Live House ประเทศไทย และที่พิเศษสำหรับแฟนๆ เกม Dragon Quest คือคุณ Hokuto Okamoto โปรดิวเซอร์เกมและคุณ Takeshi Uchikawa ไดเรกเตอร์เกมจาก Square Enix ได้บินตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำเสนอ Dragon Quest XI: Echoes of an Elusive Age ภาคล่าสุดที่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกำลังจะวางตลาดวันที่ 9 กันยายนนี้ มานำเสนอเกม DQXI แบบสดๆ กลางเวทีภายในงาน นับว่าไม่บ่อยครั้งนัก ที่นักพัฒนาเกมจากญี่ปุ่นจะมานำเสนอเกมในต่างประเทศด้วยตัวเองครับ

แน่นอนว่าเว็บแบไต๋ไม่พลาดโอกาสสัมภาษณ์นี้!

“คุณ Takeshi Uchikawa ซ้าย , คุณ Hokuto Okamoto กลาง , และคุณโมนาจาก Sony ที่มาช่วยเป็นล่ามให้ในครั้งนี้ครับ”

และก็นับว่าเป็นโชคดีของทีมงาน Beartai.com ที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์ร่วมกับสื่อท่านอื่นๆภายในห้องลับ !! และในวันนี้ผมจะนำข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด มาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านครับ

Q: อะไรคือความท้าทายในการแปลเกมภาษาญี่ปุ่นให้เป็นเป็นภาษาอังกฤษ

A: ยากที่การพากย์เสียง ยากที่จะแปลให้ได้อารมณ์ร่วม และยังรักษาภาพรวมเอาไว้ให้ได้ นอกจากนี้ในเกมยังมีภูมิภาค ซึ่งก็ต้องการแปลให้ได้ความเป็นภูมิภาคเดิมไว้ ซึ่งตอนที่ทำเกมเราคิดถึงท้องที่ของญี่ปุ่น และยังมีกลอนไฮกุในเกมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องแปลให้ได้ความรู้สึกเดิมในภาษาอังกฤษด้วย ตรงนี้อาจจะยากสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น ก็อาจจะไม่เข้าใจวัฒนธรรมของที่นั้นครับ

Q: อะไรคือแรงบันดาลใจให้กลับมาทำ Dragon Quest 11 เป็นเกม Offline อีกครั้งหลังจากที่ภาค 10 เป็นเกม Online มาก่อน

A: ทางทีมงานได้ปรึกษากับคุณยูจิ โฮริอิ ผู้สร้างเกมว่าอยากทำให้ภาค 11 กลับมาเป็นเกม Offline ที่มีรูปแบบดั้งเดิมอีกครับ เนื่องจากว่าคุณยูจิ โฮริอิ ผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์เคยพูดไว้ว่า อยากให้เกม Dragon Quest เป็นเกมที่ทำให้ทุกคนมารวมกันอยู่หน้าทีวี แล้วก็เล่นไปด้วยกันได้

คุณยูริ โฮริอิ Dragon Quest ส่งวิดีโอมาทักทายแฟนเกมชาวไทย

Q: ถ้าหากมีความเป็นไปได้ ถ้าทำ Dragon Quest เป็นภาษาไทยคิดว่ามีอะไรยากบ้าง

A: ถ้าหากยอดขายภายในประเทศไทยดีขึ้น ก็อาจจะมีแพลนทำภาษาไทย แต่ความยากของภาษาไทยของนั้นอยู่ที่ ภาษาไทยเป็นภาษาที่มี 3 ระดับ ไม่ว่าจะเป็นสระ วรรณยุกต์ ในส่วนนี้สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการทำให้ตัว Engine รองรับ และต้องมีการลงทุนพัฒนากันต่อไป ตามระดับความต้องการ หรือยอดขายภายในประเทศนั้นเอง

Q: ภาคนี้เป็นภาคแรกที่ใช้ Unreal Engine ทำให้การพัฒนาเกมนี้มีความท้าทายอะไรที่ต่างจากภาคอื่นๆ

A: “ยากมากๆ” (ตรงนี้เขาได้ตอบอย่างหนักแน่น) ซึ่งปกติแล้ว Unreal Engine มักจะใช้กับเกม Shooting เสียมากกว่า แต่ Dragon Quest เป็นเกม RPG ที่อยู่ในทุ่งกว้าง ซึ่งเวลาเรียกแผนที่กว้างๆ ทำให้โหลดนาน ซึ่ง Epic Game ก็ได้เข้ามาทำการช่วยเหลือ ปรับจูน Engine ทำให้แก้ไขปัญหานี้ไปได้

Q: Dragon Quest XI มีความสดใหม่อย่างไร ทำไมแฟนๆ หรือผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ต้องมาเล่นเกมนี้

A: สิ่งสำคัญคือคุณยูจิ โฮริอิ ให้ภาพว่า มันต้องเล่นง่าย ผู้เล่นสนุกสนานไปด้วยกัน และมีทีมงานใหม่ๆเข้ามาช่วยมากมาย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่นใหม่ ตัวเกมก็มีเรื่องราวในเกมที่น่าสนใจ ตามสไตล์ของ Dragon Quest ทำให้สนุกหัวเราะยิ้มไปกับเกมได้ และภาคนี้รวมเอาจุดเด่นของ Dragon Quest ภาคเก่าๆ เอาไว้เยอะมาก ทำให้แฟนๆ ดั่งเดิมน่าจะชอบกัน

Q: มีภาคพัฒนาภาค 12 ไว้หรือยัง

A: ก็วางแผนพัฒนาไว้แล้ว ส่วนจะลงให้กับแพลทฟอร์มไหนบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับความนิยมของแพลทฟอร์มนั้นๆ

Q: ในฐานะที่เป็นแฟนเกม Dragon Quest มายาวนาน ภาคนี้มีความน่าสนใจกว่าภาค 8 ที่ออกเมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่างไร

A: ภาคนี้น่าสนใจกว่าภาค 8 แน่นอน และคนที่ชอบ 8 ก็ต้องชอบ 11 เพราะมีอะไรที่เหมือนกันเป็นอย่างมาก เพราะมีอะไรที่ปรับปรุงขึ้นมากมายหลายๆอย่าง (หากยังจำกันได้ภาค 8 เป็นเกมภาคหลักภาคเดียว ที่ใช้ระบบการเล่นแบบ Full 3D สมัยใหม่หากไม่นับภาค 10 ที่เป็นภาค Online)

Q: มีอะไรจากเกมตะวันตกที่มีอิทธิพลในการพัฒนา Dragon Quest บ้าง โดยเฉพาะในการแปลเกมเป็นฉบับภาษาอังกฤษ

A: ความเป็น Dragon Quest มันคือความเรียบง่ายมากๆ เช่นเมนูภายในเกมแบบพื้นดำ อักษรขาว แต่ต่างประเทศน่าจะไม่ชอบ เลยมีการปรับเปลี่ยนเมนูใหม่ให้ตรงใจต่างชาติมากขึ้น และเกมของตะวันตกจะชอบความท้าทาย จึงใส่โหมดยากเข้าไปในเกมด้วย โดยอธิบายว่าคนญี่ปุ่นจะชอบเล่นเกมชิวๆ มากกว่า (จริงเหรอ แอดว่าเกมญี่ปุ่นมักยากกว่าเกมจากฝั่งตะวันตกนะ)

Q: Final Fantasy ยังมี Remake แล้ว Dragon Quest จะทำบ้างไหม

A: ถ้าภาค 11 ขายดี ก็อาจจะคิดถึงการทำเกมภาคเก่าๆ ใหม่ เพราะคนเล่นหน้าใหม่อาจจะสนใจย้อนเล่นภาคเดิม (เกร็ดเล็กน้อย จริงๆแล้ว Dragon Quest เคยทำ Remake มาหลายครั้งแล้ว ที่เด่นๆ เลยก็คือภาค 5 ใน PS2 และภาค 7 ใน 3DS และภาคอื่นๆ อีกมากมาย แต่นี่น่าจะหมายถึงรีเมกให้เป็นสามมิติเต็มรูปแบบเหมือนอย่างที่ทำ Final Fantasy VII Remake)

Q: คิดว่าภาคนี้จะขายดีแค่ไหนใน South East Asia

A: ก็หวังว่าภาค 11 จะทำให้แฟนๆ ใน SEA ดีใจ และดึงดูดแฟนๆ หน้าใหม่เข้ามาด้วย จริงๆ แล้วพวกเราเองก็รู้ว่ามีแฟนๆ อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เราไม่รู้ว่าแฟนเกมนี้อยู่เท่าไหร่กันแน่ การที่มาทำ Event นี้ก็ทำให้รู้ว่ามีแฟนๆ อยู่มากแค่ไหน

Q: Dragon Quest ภาคหลักยังเป็น Turn-base อยู่ มีความกังวลอย่างไรบ้างกับระบบเกมแบบนี้ และมีแผนจะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นแบบภาค Heroes บ้างไหม

A: เราก็เข้าใจว่ามีคนไม่ชอบระบบแบบนี้อยู่ แต่เกมนี้ก็ทำมาเพื่อแฟนๆ และครบรอบ 30 ปี จึงไม่ได้กังวลกับผลตอบรับ แต่ก็มีโอกาสจะเปลี่ยนระบบการเล่นได้ในอนาคต แต่จะไม่เหมือนกับภาค Heroes

Q: มีเกมมากมายที่ทำ Collaboration (Cross-Over) แล้ว Dragon Quest มีโอกาสที่จะทำบ้างไหม

A: ถ้าหากเกมอื่นเข้ามาพูดคุยก็มีโอกาสเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่านอกญี่ปุ่น Dragon Quest ไม่ได้ดังมาก เพราะฉะนั้นก็ติดตามกันต่อไป (แต่ก็เคยไป Cross กับ FFXIV แล้วครั้งนึง โดยครั้งนั้นเป็นการเอา Dragon Quest X ที่เป็นภาคออนไลน์มา)

หลังจบสัมภาษณ์ มีการแจกโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นด้วย !!

และนี่คือบทสัมภาษณ์ทั้งหมด ส่วนตัวผู้เขียนเองแล้วรู้สึกว่า Dragon Quest XI เป็นเกมที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สิ่งแรกเลยก็คือการที่ตัวเกมหันมาใช้ Graphics สมัยใหม่ผ่าน Unreal Engine เองนี่ล่ะครับ หากคนที่เป็นแฟนซีรี่ส์นี้ก็จะรู้ว่า Dragon Quest จะทำเกมลงให้กับเครื่องพกพาอย่าง NDS และ 3DS มาตลอดในระยะหลังๆ งานนี้ใครที่เป็นแฟนๆ หรือผู้เล่นหน้าใหม่ๆก็บอกเลยว่า ห้ามพลาด !!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!