Connect with us

บันเทิง

เปิดใจสาว PinkuNotori จากเด็กติดเกม สู่อาชีพ GamerGirls

ทราบที่มา ความเป็นไปของ PinkuNotori กันมาแล้วจาก คุณสมยศ เชาวลิต แม่ทัพใหญ่แห่ง JIB ครบเครื่องเรื่องไอที มาวันนี้เรามาจับเข่าคุยกับน้องๆ PinkuNotori กันบ้าง จากสมาชิกทั้งหมด วันนี้ตัวแทน PinkuNotori 3 คน มิ้น จูน แซนด์ เริ่ม

JIB เผยกลยุทธ์พิชิตใจเกมเมอร์ ด้วยสาวๆ PinkuNotori GamerGirls

รู้ได้ยังไงว่ามีการรับสมัคร

จูน – มีพี่ในกลุ่มที่เล่นเกมชวนเข้ามาค่ะ

มิ้น – เห็นประกาศในกลุ่มเกมค่ะ

แซนด์ – มีน้องที่รู้จักกัน บอกว่ามีเปิดรับสมัคร ก็เลยลองมาสมัครดู

มิ้น กัปตัน PinkuNotori

เล่นเกมอะไรกันมาก่อนจะเข้ามาที่ PinkuNotori

จูน – ถ้าเป็นเกมที่เล่นบ่อยๆ ก็ OverWatch ค่ะ เคยไปแข่งด้วย เคยแข่งทัวร์นาเม้นต์หญิง OverWatch ออนไลน์ ได้อันดับ 2 ค่ะ อยู่ทีมเดียวกับพี่มิ้วมาก่อน มารู้จักกับ Pinku ก็จากพี่มิ้วนี่แหละค่ะ

มิ้น – เล่นเกมมาก่อนค่ะ ก็มีแข่งบ้าง เกมที่เล่นก่อนหน้านั้นก็เป็นพวก Dead by Daylight สมัยหลังจากที่แบบว่าอัพคอมมาแล้วก็เล่น Dead by Daylight เล่น OverWatch ด้วย แต่ว่าแข่งแค่ Dead by Daylight ประมาณ 3 ทัวร์นาเม้นต์ได้ เข้ารอบประมาณ 20 ทีมสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้เข้ารอบชิง

แซนด์ – ของแซนด์ก็สไตล์เดียวกันกับพี่มิ้นก็จะเป็นสายแข่งทัวร์นาเม้นต์ Dead by Daylight มาก่อน เข้ารอบลึกสุดก็ 8 ทีมสุดท้าย

จูน

เข้ามาแล้วทำอะไรบ้าง

มิ้น – ทำเยอะเลยค่ะ อย่างหนูกับจูนก็เพิ่งไปไต้หวันมาไป Facebook live (ComputexTaipei2018) อย่างคอมมาร์ทก็จะมีการซ้อมเต้น เตรียมตัว พัฒนาบุคคิลภาพ จากตอนแรกที่เข้ามาแต่ล่ะคนหน้าสดมาก แต่คือพอมาอยู่ที่นี่ต้องเริ่มรู้จักการแต่งหน้าแต่งตัว ทำตัวให้สวยขึ้น ก็มีพัฒนาการ บุคลิกภาพภายนอก เมื่อก่อนอาจจะอยู่แต่บ้านไม่ค่อยแต่งหน้าเลย เดี๋ยวนี้ก็ต้องมาแต่งนิดๆ หน่อยๆ ให้ดูธรรมชาติ มีถ่ายคลิป ทำคอนเท้นต์ต่างๆ มีทำสตรีมทางเพจ

แซนด์

ต้องหัดสตรีมมั้ย

มิ้น – ถ้าตอนแรกที่เข้ามาบางคนยังไม่เคยสตรีมเลย อย่างหนูก็ไม่เคยเลย ต้องหัดค่ะ

จูน – ก็เริ่มพัฒนามาค่ะ จากแบบเกร็งๆ ตอนพูด ตอนนี้ก็รู้สึกว่าเป็นธรรมชาติ แล้วก็สนุก

แซนด์ – ช่วงแรกๆ มีพี่ที่ดูแลมาเซ็ทระบบให้ก่อน พอทำเป็นแล้วก็ทำกันเองได้ค่ะ

เตรียมการอย่างไร เวลาสตรีม มีเทคนิคอย่างไร

จูน – ของจูนนี่ก็จะก็คิดไว้ค่ะ ว่าถ้าสมมุติว่าไม่มีใครคอมเม้นต์คุยกับเรา เราจะพูดเรื่องอะไรดี ก็อาจจะพูดว่าเกมนี้สนุกยังไง สกินนี้ใส่แล้วดีไหม สวยไหม แพงไหม พูดไปคนเดียว จนกว่าจะมีคนมาคุยด้วย

มิ้น – พูดถึงชีวิตประจำวันที่เราทำมา อย่างวันนี้ไปเจออะไรมาบ้าง เอามาเล่า หรือว่า JIB กำลังมีอะไรบ้างก็เอามาพูด เอามาประชาสัมพันธ์ และด้วยความที่เราเป็นการสตรีมแบบกลุ่ม เราก็อาจจะชวนคุยกันเองบ้าง ว่าแต่ละคนไปเจออะไรมา หรือคุยถึงเรื่องในเกม

แซนด์ – พยายามหาอะไรที่น่าสนใจในตัวเกม แล้วก็หยิบขึ้นมาเล่น โชว์ให้เค้าดู ให้เค้าเห็น และเชิญชวนให้คนที่เล่นเกมนี้มาลองทำ ว่าสิ่งที่เราพูดไปใช้ได้จริงไหม

มิ้น – อย่างในเพจเราส่วนใหญ่จะสตรีมเป็นคู่ เป็นทีม 4 คน ซึ่งสมมุติว่ามีคนเข้ามาทักทายเรา เค้าอาจจะหยุดพิมพ์ไปแล้วเพราะว่าเค้าตั้งใจดูเรา เราก็อาจจะเป็นการชวนคุยระหว่างกันเอง ว่าแบบวันนี้เป็นไงบ้าง ทำให้สตรีมเราไม่เงียบ ก็ต้องช่วยกัน

แล้วทำอย่างไร ไม่ให้พูดชนกัน

มิ้น – ด้วยความที่เราทำทีมกันมาเกือบ 6 เดือนแล้วมีความรู้ใจกันว่าจังหวะไหนใครควรพูดอะไร ถ้าเงียบ ก็จะมีคนพูดขึ้นมาทันที แรกๆ เขิลๆ แทบจะไม่ค่อยคุยกันเลยค่ะ แต่ก็ใช้วิธีแบ่งงานกันว่าใครสวัสดี ใครขอบคุณสปอนเซอร์ แต่หลังๆ เราเริ่มรู้ใจกันแล้ว

มิ้นเป็นหัวหน้าทีม ต้องทำอะไรมากกว่าคนอื่นไหม

มิ้น – จริงๆ แล้วหนูมองว่ามันก็คือการอยู่ด้วยกัน เพียงแต่ว่าเราจะต้องเป็นคนที่มีสติมากกว่าคนอื่น เราต้องคอยเตือนสมาชิกในกลุ่ม เวลาหลุด

ไปงาน Comptex ที่ไต้หวันมาเป็นอย่างไรบ้าง

มิ้น – หนูไม่ค่อยรู้เรื่องคอมมาก่อน แต่พอเราไปไต้หวันเราต้องไปไลฟ์ แล้วก็ต้องไปถามเขา เพราะว่าที่นั่นเป็นงานโชว์คอมพิวเตอร์ ความที่เราไม่มีความรู้เราก็พยายามที่จะฟังเค้าว่าพูดว่าอะไร ได้ความรู้กลับมาเยอะเลยค่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณจูนที่คอยเป็นล่ามภาษาอังกฤษให้

แต่ละคนมีจุดเด่นอะไรกันบ้าง

จูน – ร้องเพลง ได้หลายแนว (ร้องเพลงให้ฟัง) และก็ภาษาอังกฤษค่ะ

มิ้น – เป็นพิธีกรได้ค่ะ เอ็นเตอร์เทนคนได้ค่ะ

แซนด์ – มีความรู้ด้านไอที ชอบเล่นอุปกรณ์ รีวิวสินค้าได้ค่ะ

เราคาดหวังอะไรจากการมาอยู่ PinkuNotori

จูน – อยากให้วงการเกมเติบโตขึ้น และเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ในอนาคต และอยากให้มีผู้หญิงมาเล่นเกมมากขึ้น อยากให้เราเป็นแบบอย่างให้เขา

มิ้น – คล้ายๆ กับจูนค่ะ เพราะเหมือนกับว่า แรกๆ ที่บ้านก็ไม่ค่อยสนับสนุน หลังจากมาอยู่ PinkuNotori ก็ทำให้ที่บ้านรู้ว่า เล่นเกมมันสร้างรายได้ๆ อยากให้คนภายนอกมองว่า เล่นเกมไม่ได้สร้างแต่ผลเสีย แต่สร้างผลดีได้ ถามว่า esports ดังไหม ก็ดังแต่ก็ยังมีคนมองถึงแต่ผลเสียของมันอยู่ อีกเรื่องคือพวกหนูอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบในการเล่นเกม อยากให้คนที่กลับบ้านไปแล้วเล่นเกม แบบไม่รู้จักการแบ่งเวลา มีพวกเราเป็นแบบอย่างในการแบ่งเวลา และอยากช่วยพัฒนาสังคมการเล่นเกมให้ดีขึ้น

เราได้อะไรบ้างจากการมาอยู่ที่นี่

แซนด์ – ได้ประสบการณ์ดีๆ ได้โอกาสดีๆ อะไรที่หาที่อื่นไม่ได้ อย่างเช่นการเปิดตัวแบรนด์ต่างๆ ที่จะต้องเป็นคนในเท่านั้น ถึงจะได้รับเชิญไป อีกเรื่องคือได้รับการซัพพอร์ทเรื่องอุปกรณ์ บางคนแบบชอบเล่นเกมมากๆ แต่ไม่มีคอมพิวเตอร์ดีๆ สำหรับเล่นเกม และที่มีความสุขมากๆ คือเราได้ครอบครัว ปกติคนจะมองว่า คนเล่นเกมคือเด็กที่หัวรุนแรง หัวร้อน มีแต่ผู้ชาย มาอยู่ที่นี่เราก็ได้เพื่อนผู้หญิงเพิ่มขึ้นด้วย

อยากจะบอกคนในสังคมอย่างไร

จูน – อยากให้มองว่าการเล่นเกม ไม่ได้เแค่เล่นไปวันๆ อยากให้มองว่ามันเป็นกีฬา งานอดิเรก เพราะมีหลายเกมที่เปิดเป็นลีกจริงจัง ซึ่งนักกีฬาก็ได้ทั้งเงินเดือน เงินซัพพอร์ทจากสปอนเซอร์ และยังเป็นกีฬาที่แข่งออนไลน์ได้ด้วย

เราจะบอกกับเกมเมอร์อย่างไรให้รู้จักแบ่งเวลา

มิ้น – การเล่นเกมทำให้เรามีความสุขก็จริง แต่ถ้าทำแล้วไปกระทบกับชีวิตประจำวันก็ไม่ควรทำ คนเล่นควรจะรู้ลิมิตตัวเอง ควรเล่นเวลาไหน ควรลำดับคามสำคัญของสิ่งที่เราควรทำมาก่อน เพราะจริงๆ แล้วไม่มีใครชอบให้ใครมาว่าเราเป็นเด็กติดเกม เราคงไม่มีความสุขที่ปล่อยให้คนมาว่าเรา เพราะฉะนั้นเราควรทำให้คนรอบข้างรู้ว่าเราไม่ใช่เด็กติดเกมนะ เรารู้จักการแบ่งเวลา อย่างมิ้น ไม่เคยทิ้งการเรียนเลย ต้องทำให้คนที่บ้านรู้ว่าเรายังเรียนได้ดี ที่บ้านก็จะไม่ว่าเราอีกเลย

มีปัญหาเรื่องติดเกมกันบ้างไหม

จูน – มีค่ะ สมัยอยู่ ม.3 จูนติดเกมหนักมาก ชอบแอบแม่มาเล่นตอนดึกๆ ตอนนั้นโดนแม่ว่า แม่ผิดหวังในตัวเรา ตอนนั้นเลยรู้สึกผิด ที่เราแบ่งเวลาผิด เลยกลับมาตั้งใจเรียน และทำให้แม่รู้ว่าเราไม่ใช่เด็กติดเกม

แซนด์ – หนูมีตารางการใช้ชีวิตแน่นอนค่ะ สมัยเด็กๆ ที่บ้านจะสอนว่า เรียน 8 เล่น 8 นอน 8 เวลาทำอะไรเราจะมีแบบแผนตัวเอง ถ้าเกิดเล่นมากไปจนการเรียนตกก็จะมีปัญหา

หลังจากมาอยู่ทีม PinkuNotori ที่บ้านว่ายังไงบ้าง

แซนด์ – ช่วงก่อนมาเซ็นสัญญากับ PinkuNotori เป็นช่วงปีใหม่พอดี หนูเลยคุยกับทุกคนในบ้าน สรุปคือทุกคนแบนหมด เพราะกลัวว่าเราจะเสียการเรียน เพราะเขามองว่าแทนที่เราจะเอาเวลาว่างไปทบทวนบทเรียน เรากลับใช้เวลาตรงนั้นมาแคสเกม ซึ่งตัวหนูเองมองว่ามันเป็นเวลาผ่อนคลายของหนู แต่พอเข้ามา ที่บ้านกลับมาฟีดแบคที่ดีขึ้น คุณพ่อแชร์เข้ากลุ่มที่บ้านว่าลูกมาออกงาน ชมว่าแซนด์ดูเก่งขึ้น เมื่อก่อนแซนด์เป็นคนไม่ค่อยพูด แต่พอมาอยู่ PinkuNotori ก็เริ่มฝึกสกิลพูดมากขึ้น เพราะที่บ้านเองคิดว่าไม่น่าจะทำงานพิธีกรได้

จูน – แม่จูนไม่ได้ห้าม แต่ก็ไม่ได้สนับสนุน แต่พอจูนเริ่มเข้ามาทำงาน เริ่มไป Live เป็นพิธีกร เป็นล่าม แม่ก็เริ่มส่งให้เพื่อนดู และจูนเองก็ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้ เพราะเงินที่ได้จากการทำงานก็เยอะกว่าที่ได้จากแม่ เราก็เลยใช้เงินตรงนี้ และบอกแม่ว่าไม่ต้องให้เงินเรา

มิ้น – คนที่สนับสนุนคนแรกคือพี่ชาย เพราะพี่ชายชอบเล่นเกม แต่ด้วยความที่อยู่ในครอบครัวใหญ่ ตอนทำทีแรกก็ต้องยืมคอมอาใช้สำหรับสตรีม ที่บ้านก็ไม่เข้าใจว่าหนูทำอะไร เขาคิดว่าหนูเล่นเกม เขาก็เปิดทีวี สรุปเสียงเข้ามาในสตรีม มีวันนึง หลังจากได้กล้องมาจากบริษัท หนูก็บอกที่บ้านว่า นอนเขยิบไปหน่อยนะ เดี๋ยวจะเข้ามาในเฟรมกล้อง แต่เขาไม่เข้าใจ หนูก็เลยต้องเล่นเกมแบบที่คนที่บ้านอยู่ในเฟรมกล้อง แต่พอเราทำไปเรื่อยๆ ที่บ้านก็เริ่มเข้าใจ ก็เลยทำห้องให้ มาช่วยย้ายของ หลังจากมาอยู่หนูก็ไม่เคยขอเงินที่บ้านเลย ที่บ้านเริ่มเอาสิ่งที่เราทำไปอวด พ่อยังชอบมาแซวในสตรีมหนูเลย บอกว่า น่ารักนะครับ อูก้าอูก้า หนูก็แบบเนียนสวัสดีกลับไป

คิดว่าจะอยู่ในวงการนี้อีกนานไหม

มิ้น – หนูเองใกล้จะเรียนจบแล้ว ก่อนจะเข้ามา Pinku มีความคิดว่า อาจจะเข้าไปงานสักช่วงนึง หรือสอบแอร์โฮสเตจ เพราะหนูชอบใช้ภาษาอังกฤษ แต่พอมาทำงานตรงนี้แล้ว หนูก็มองว่าถ้าเราอยู่ในสายนี้ ก็อาจจะเป็นงานที่มั่นคงได้ เป็นงานที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข อาจจะหางานประจำทำ พอเลิกงานแล้วก็กลับมาทำสตรีมต่อได้

แซนด์ – หนูมีความรู้สึกว่า สิ่งนี้เราอยู่กับมันได้นานมาก มันไม่มีอะไรมาบอกว่าเราจะต้องหยุด อย่างถ้าเราเป็นนักกีฬา พอ 30 กว่าๆ ร่างกายก็อาจจะไม่ไหว จะไปวิ่งเหมือนหนุ่มๆ 18-19 ไม่ได้ แต่วงการนี้มันไปต่อได้เรื่อยๆ เพราะการเล่นเกมครึ่งหนึ่ง มันคือการส่งความสุขให้คนดู ไม่ว่าเราจะแก่แค่ไหน แต่ถ้าเราตามเด็กรุ่นใหม่ทัน แล้วเราสามารถเอ็นเตอร์เทนคนดูได้ อนาคตอาจจะมีคนสตรีมหมากรุกอายุ 50-60 แล้วเอ็นเตอร์เทนคนดูก็ได้

จูน – หนูคิดว่าถึงเราออกจาก PinkuNotori แต่เราก็สามารถทำต่อเองได้ เพราะที่เราทำอยู่นี้เราก็ใช้เวลาว่างในการทำ เพราะแทนที่จะนั่งเล่นเกมเฉยๆ แบบไร้สาระ เราก็สามารถสตรีมเพื่อหารายได้ เราสามารถทำงานนี้ไปพร้อมกับงานประจำได้ หรือจะทำเป็นงานประจำเลยก็ได้ เพราะมันสามารถทำได้เรื่อยๆ สามารถเล่นเกมได้ตลอดเวลา

ทุกอย่างถ้าจริงจังมากพอไม่ต้องรอก็พอทำเป็นอาชีพได้ อย่างกรณีนี้น้องๆ PinkuNotori บ้างเรียน บ้างทำงาน แต่ด้วยใจรักในการเล่นเกม รู้จักแบ่งเวลาในเหมาะสม ก็สามารถทำเป็นอาชีพได้ไปติดตามน้องๆ กันนะครับ

กัปตัน มิ้น PinkuNotori

จูน  PinkuNotori

แซนด์  PinkuNotori

       

สาวๆ PinkuNotori ในงานคอมมาร์ท 2018

  

น้องจูนเเละน้องน้ำหวานมาลองเล่น Dead by day light 3 มกราคม 2561

สตรีมของน้องๆ PinkuNotori 9 มกราคม 2561เกม Playerunknown’s battlegrounds

จูน PinkuNotori ร้อง Cover

ช่องทางการติดตาม Facebook และ instagram ของสาวๆ Pinkunotori

Mint (น้องมิ้น)

Facebook: https://bit.ly/2JHBMpR
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.mint

Sand (น้องแซนด์)

Facebook: https://bit.ly/2MrezKD
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.sand

Prim (น้องพริม)

Facebook: https://bit.ly/2HMO924
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.prim

June (น้องจูน)

Facebook: https://bit.ly/2LQVtfQ
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.june

Namwan (น้องน้ำหวาน)

Facebook: https://bit.ly/2t52n9q
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.namwan

Peach (น้องพีช)

Facebook: https://bit.ly/2JAfoTo
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.peach

Lookmhoo (น้องลูกหมู)

Facebook: https://bit.ly/2ycwC44
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.lookmhoo

Jinny (น้องจินนี่)

Facebook: https://bit.ly/2HMGTn8
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.jinny

Muay (น้องหมวย)

Facebook: https://bit.ly/2lamkYW
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.muay

Noon (น้องนุ่น)

Facebook: https://bit.ly/2JTlrSi
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.noon

Pat (น้องแพท)

Facebook: https://bit.ly/2HNH55h
Instagram: https://www.instagram.com/pinkunotori.pat

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ชั่วโมง BNK48 ศึกษา: ร้อยเรื่องราวผ่านวาทะในงานเลือกตั้ง

Published

on

ภาพประกอบจาก TrueID

“ครูเอี่ยมครับ”
“ว่า?”
“ครูเอี่ยมคิดยังไงกับงานเลือกตั้ง BNK48 ครับ?”
“นี่ งานก็ยังไม่เสร็จ ยังจะมาชวนคุยนอกเรื่องอีก”
“โธ่ ครูเอี่ยม ก็ผมอยากรู้”
“ทำใบงานให้เสร็จก่อน แล้วเดี๋ยวช่วงพักค่อยคุยกัน”

ตัวอย่างการ์ดที่ครูเอี่ยมทำให้นักเรียน

“ครูเอี่ยมชอบงานเลือกตั้งครั้งนี้ไหมครับ?”
“ก็สนุกดีนะ หลากหลายอารมณ์ดี ในมุมมองของผม งานเลือกตั้งมันเป็นจุดระเบิดอารมณ์ปีละครั้งสำหรับเหตุการณ์ที่ผ่าน ๆ มา อย่างของ AKB48 เขาเดบิวมากว่า 13 ปีแล้ว มันมีเรื่องราวเต็มไปหมด ของ BNK48 เพิ่งจะเดบิวได้ไม่ถึง 2 ปี เรื่องราวอาจจะยังไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าได้อรรถรสพอสมควรล่ะ”
“ผมชอบน้าเน็กในฐานะพิธีกรมาก ๆ เลยครับ เคมีเข้ากับ BNK48 ดีมาก ๆ”
“ผมก็ชอบ จริง ๆ ผมเห็นว่าน้าเน็กเข้ากับ BNK48 ได้ดีตั้งแต่ผมได้ดูรายการของน้าเน็กเมื่อปลายปี 2560 แล้ว ยังแอบคิดเลยว่า ถ้ามีงานเลือกตั้งเมื่อไหร่ อยากให้น้าเน็กมาเป็นพิธีกร แล้วผมก็สมหวัง”
“จะว่าไป ผมสนใจคำพูดของน้าเน็กครับครูเอี่ยม”
“ตรงไหนเหรอ?”

“ผลของเซ็มบัตสึโซเซ็งเกียวบอกได้ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือฐานแฟนคลับของแต่ละคนอย่างชัดเจน แต่ที่สำคัญที่สุด ผลเซ็มบัตสึโซเซ็งเกียวคือรางวัลที่ทุกคนมอบให้กับเม็มเบอร์ทุกคนด้วยความรัก และตอบแทนความทุ่มเทของเม็มเบอร์” – น้าเน็ก

“ครูเอี่ยมคิดว่าผลการเลือกตั้งบอกฐานแฟนคลับจริง ๆ เหรอครับ? ผมว่ามันบอกจำนวนเงินในกระเป๋าของแฟนคลับมากกว่า”
“ก็บอกจำนวนเงินในกระเป๋านั่นแหละ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้วันแมนวันโหวต หนึ่งคนจะโหวตเท่าไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นจำนวนโหวตคงไม่ได้บอกจำนวนแฟนคลับแบบเป๊ะ ๆ คุณเองก็ชอบเม็มเบอร์หลายคน แต่ก็ไม่ได้โหวตให้ทุกคนที่คุณชอบ จริงไหมล่ะ”
“ใช่ครับ”
“แม้แต่เม็มเบอร์อย่างเฌอปรางก็เคยพูดว่า การจะเป็นโอตะ BNK48 ไม่ได้ต้องทำอะไรเป็นพิเศษเลย แค่ชื่นชอบ BNK48 ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว”
“แล้วครูเอี่ยมคิดว่าคะแนนพวกนี้เป็นรางวัลให้กับเม็มเบอร์จริง ๆ เหรอครับ?”
“ใช่สิ ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ”
“ผมว่าเม็มเบอร์ไม่ได้ส่วนแบ่งอะไรจากเงินค่าโหวตของพวกเราหรอก”
“เอ อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ และพวกเราก็คงไม่ได้เข้าไปรู้การบริหารจัดการข้างในจริง ๆ หรอก แต่ก็เคยมีข่าวลือนะว่าเม็มเบอร์ AKB48 ไม่ได้ส่วนแบ่งรายได้จากคะแนนโหวตเลือกตั้งแต่ได้ส่วนแบ่งรายได้จากบัตรจับมือ”
“ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่ควรจะเอาเงินไปทุ่มโหวต เอาเงินไปซื้อบัตรจับมือดีกว่า อย่างนั้นเหรอครับ?”
“อย่างที่บอกนะว่าเราไม่รู้เรื่องจริงข้างในหรอกว่าเขาแบ่งหรือไม่อย่างไร แต่ผมว่าหัวใจสำคัญของการเชียร์ไอดอลคือการเชียร์แล้วเรามีความสุข คุณมีความสุขทางไหนก็ไปทางนั้น ชอบโหวตก็โหวต ชอบจับมือก็จับมือ”
“นั่นสิครับ”
“ผมว่าบางทีพวกคุณก็คิดมากไป เวลาคุณไปร้านข้าวมันไก่เงี้ย คุณชอบข้าวมันไก่ก็สั่งข้าวมันไก่ คุณชอบข้าวมันไก่ทอดก็สั่งข้าวมันไก่ทอด คือถ้าคุณจะคิดถึงขนาดว่าอย่างไหนแม่ค้าได้กำไรเยอะกว่าก็ได้ แต่ผมก็ยังเสนอว่าสั่งของที่คุณอยากกินเฮอะ”
“55+ ใช่เลยครับครูเอี่ยม”
“และที่สำคัญที่สุด คุณโหวตให้เม็มเบอร์เพราะอะไร?”
“เพราะชอบ เพราะอยากสนับสนุนครับ”
“ก็ถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกคะแนนมันก็สะท้อนความรู้สึกตรงนั้นของพวกเราอยู่แล้ว แล้วมันจะไม่ใช่รางวัลสำหรับเม็มเบอร์ได้ยังไงล่ะ”

“ผมเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้ เม็มเบอร์ BNK48 ลงเลือกตั้งกันทุกคน ของที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างนี้หรือเปล่าครับครูเอี่ยม?”
“ไม่เลย ที่ญี่ปุ่น การเลือกตั้งของ AKB48 มีเม็มเบอร์ไม่ลงเลือกตั้งเยอะแยะไป หรือกระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้วที่เฌอปรางกับมิวสิคติดอันดับ เม็มเบอร์ BNK48 ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ลงเลือกตั้งนี่ จำได้ไหม?”
“แล้วเม็มเบอร์ญี่ปุ่นที่ไม่ลงเลือกตั้งนี่เพราะอะไรเหรอครับ?”
“ก็มีหลายเหตุผลนะ ถ้าจากปากคำของเม็มเบอร์เอง หลายคนก็บอกว่าไม่อยากให้แฟน ๆ เสียเงินมากมาย บางคนก็บอกว่าอยากให้แฟน ๆ เก็บเงินไว้ซื้อบัตรจับมือมาหาพวกเธอดีกว่า บางคนก็ไม่พูดอะไรปล่อยให้แฟน ๆ ตีความไปต่าง ๆ นานา แต่ผมว่าก็คงมีไม่น้อยแหละที่ไม่ลงเลือกตั้งเพราะกลัวจะไม่ติดอันดับ”
“กลัวอย่างที่มิวนิคกลัวเหรอครับ?”
“มิวนิคทำไมเหรอ?”

“แต่ว่าตอนนี้หนูไม่กลัวแล้ว เพราะหนูรู้ว่ามีทุกคนอยู่ข้าง ๆ หนูอยู่” – มิวนิค

“ตอนที่อยู่บนเวที มิวนิคบอกว่ากลัว”
“อ๋อ ณ จุดนั้น มิวนิคก็คงกลัวที่จะไม่ติดอันดับน่ะแหละ”
“ระดับมิวนิคเนี่ยนะครับ?”
“ถึงมิวนิคจะมีความนิยมสูงและได้เป็นเซ็นเตอร์ของเพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ ก็เถอะ แต่ผลด่วนที่ได้อันดับที่ 28 และผลโค้งสุดท้ายได้อันดับที่ 32 ก็หวาดเสียวอยู่นะ”
“ผมว่ามิวนิคแบกความกดดันไว้เยอะมาก”
“ก็คงอย่างนั้น มีผลงานในวงการบันเทิงมากตั้งแต่เด็ก ๆ แถมหลาย ๆ คนยังยกให้เป็นตัวท็อปของรุ่นที่ 2 อีก”
“แต่สุดท้ายก็ติดอันดับจนได้ สมกับเป็นคามิโอชิของผมเลยครับ”
“จ้ะพ่อคุณ อย่าให้เห็นว่าบดล่ะ!”

“อยากอยู่ BNK48 นาน ๆ ได้ไหมคะ” – อิซึรินะ

“ตอนน้าเน็กประกาศชื่ออิซึรินะ ผมนี่เฮลั่นบ้านเลยครับ”
“แน่นอน ผมอยู่ในอิมแพ็คอารีนา หูแทบดับเลยล่ะคุณ เป็นเสียงเชียร์ที่ดังที่สุดในงานวันนั้นเลย ไม่ว่าจะใครก็เอาใจช่วยอิซึรินะทั้งนั้น”
“อิซึรินะเพิ่งจะได้ติดอันดับเลือกตั้งใช่ไหมครับครูเอี่ยม?”
“ใช่แล้ว อิซึรินะลงเลือกตั้ง AKB48 มาแล้ว 8 ครั้ง ไม่เคยติดอันดับเลยสักครั้ง ทุกคนก็หวังว่าอิซึรินะจะติดอันดับเป็นครั้งแรกสักที เพื่อเป็นการตอบแทนที่อิซึรินะเป็นทุกอย่างของ BNK48 จริง ๆ”
“ผมเห็นแม่ครูเอี่ยมไปจับมืออิซึรินะด้วย”
“ใช่ ก็แม่ผมอยากไปให้กำลังใจอิซึรินะน่ะแหละ จริง ๆ แม่ผมชอบทุกคน แต่ผมจะให้แม่ผมจับมือทุกคนไม่ได้ ไม่งั้นผมจะเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวกินล่ะ!”

“แต่มันก็เป็นความดีใจที่ดีใจไม่สุด เพราะว่าเหมือน เรามา เราก็อยากให้เพื่อนขึ้นมากับเราด้วย” – มินมิน

“ผมติดใจคำพูดของมินมินครับครูเอี่ยม”
“ทำไมเหรอ?”
“ที่มินมินพูดว่าอยากให้เพื่อนขึ้นมาด้วยเนี่ย เพื่อนในที่นี้หมายถึงสมาชิกแก๊งปลาเผาอีก 3 คน คือออม ฝ้ายและเค้กใช่ไหมครับ”
“ผมเข้าใจว่าอย่างนั้นแหละ เพราะแก๊งนี้สนิทกัน และติดเซ็มบัตสึด้วยกันในซิงเกิ้ลที่ 4 ด้วย”
“กล้องก็จับภาพออม ฝ้ายและเค้กในจังหวะด้วยครับครูเอี่ยม ทั้งสามคนนั่งอยู่ด้วยกัน”
“แล้วคุณติดใจคำพูดไหนของมินมินเหรอ?”
“คือผมสงสัยว่ามินมินรู้ได้ยังไงว่าสามคนนั้นจะไม่ติดอันดับแน่ ๆ แล้ว?”
“อ๋อ อืม น่าสนใจ คุณคิดว่ายังไง?”
“อาจจะเป็นเพราะว่าทั้งสามคนนี้ไม่ติดอันดับตอนผลโค้งสุดท้ายมั้งครั้ง”
“ก็คงประมาณนั้น แต่ถ้าจะดูให้ชัด ๆ คุณลองมาดูที่คะแนนผลด่วนกับคะแนนผลสุดท้ายสิ คุณเห็นอะไรไหม?”

ภาพจาก https://election.bnk48.com/

“เห็นอะไรครับครูเอี่ยม?”
“ในผลสุดท้าย ตอนประกาศอันดับที่ 32 ซึ่งเป็นอันดับที่ประกาศออกมาเป็นอันดับแรก จิ๊บได้คะแนนรวม 5472 คะแนน”
“ครับ”
“แล้วคุณดูคะแนนผลด่วนสิ เห็นไหมว่ามีเม็มเบอร์ถึง 13 คนที่ได้คะแนนมากกว่า 5472 คะแนน แปลว่าทันทีที่คะแนนรวมของจิ๊บถูกประกาศออกมา 13 คนนี้สบายใจได้แล้วว่าติดอันดับแน่ ๆ”
“นั่นสิครับ โอกาสน้อยมาก ๆ ที่สามคนนี้จากที่ไม่ติดอันดับในผลโค้งสุดท้ายแล้วจะเบียดเข้าไปในผลสุดท้ายได้”
“และยังไม่นับว่าหน้าตาของอันเดอร์เกิร์ลส์ในผลโค้งสุดท้ายกับในผลสุดท้ายเหมือนกันเป๊ะ ๆ เลย ต่างกันแค่ลำดับตำแหน่ง มันก็ชวนให้คิดแหละว่าหน้าตาของเซ็มบัตสึในผลโค้งสุดท้ายกับในผลสุดท้ายจะเหมือนกัน แล้วก็ปรากฏว่าออกมาเหมือนกันจริง ๆ ต่างกันแค่ลำดับตำแหน่ง กลายเป็นว่าผลโค้งสุดท้ายบอกหน้าตาของเซ็มบัตสึและอันเดอร์เกิร์ลส์ได้แม่นยำมาก ๆ”
“น่าเสียดายนะครับที่ฝ้ายไม่ติดอันดับ ผมยังจำได้เลยตอนที่ฝ้ายร้องเพลงให้ครูเอี่ยมทายในรายการแฟนพันธุ์แท้”
“ใช่ ผมตายไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น 55+”

ภาพจากรายการแฟนพันธุ์แท้ 2018 วันที่ 5 ตุลาคม 2561

“หนูอยากเป็นเซ็นเตอร์ แต่ก็ต้องบอกไปว่า ติดเซ็มบัตสึเพราะว่า มันก็ออกสื่อด้วย” – ซัทจัง

“ซัทจังพูดเหมือนกับว่า ถ้าไม่ติดเซ็มบัตสึแล้วจะไม่ได้ออกสื่อเลยนะครับครูเอี่ยม”
“มันก็แล้วแต่ว่าช่วงเวลานั้น BNK48 มีพื้นที่สื่อมากน้อยแค่ไหนน่ะนะ ถ้าเป็นช่วงที่กระแสดีหรือสื่อมีเรื่องให้เล่น ไม่ต้องเป็นเซ็มบัตสึก็ออกสื่อได้ เหมือนตอนช่วงที่เม็มเบอร์รุ่นที่ 2 เดบิว เพลงรองอย่างฤดูใหม่ก็ได้ออกโทรทัศน์นะ ยังไม่นับว่างานอีเวนต์ต่าง ๆ อุนเอ (運営 = ฝ่ายบริหารจัดการ) ก็พยายามกระจายงานไปให้เม็มเบอร์อยู่แล้ว”
“จริงด้วยครับครูเอี่ยม”
“จะว่าไป ถ้าเราย้อนกลับไปดูซิงเกิ้ลเลือกตั้งของ AKB48 ยุคแรก 3 ซิ้งเกิ้ลเลือกตั้งแรกคือ Iiwake Maybe, Heavy Rotation และ Flying Get ทั้ง 3 ซิงเกิ้ลนี้ใช้เซ็มบัตสึ 21 คน แต่ด้วยความที่ AKB48 ยังไม่ดังมากและข้อจำกัดของรายการโทรทัศน์ ในเซ็มบัตสึ 21 คนนี้ 12 อันดับแรกเท่านั้นที่อยู่ในมีเดียเซ็มบัตสึ (メディア選抜) และ 12 คนนี้แหละที่จะได้เดินสายออกรายการโทรทัศน์เพื่อโปรโมตซิงเกิ้ล”
“งั้นอีก 9 คนก็ไม่ได้ออกรายการโทรทัศน์เลยเหรอครับ?”
“อาจจะได้ออกบ้างนะ ผมไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ไม่ได้ออกเท่ามีเดียเซ็มบัตสึแน่ ๆ”

ภาพจากรายการ SMAPxSMAP วันที่ 29 สิงหาคม 2554

“อันนี้ผมคิดเล่น ๆ นะครับครูเอี่ยม เป็นไปได้ไหมที่เซ็นเตอร์หรือเม็มเบอร์แถวหน้าของเพลงรองจะโดดเด่นกว่าเม็มเบอร์แถวหลังของเพลงหลัก?”
“เรื่องนี้แฟน ๆ ของ AKB48 ก็พูดถึงเหมือนกัน โดยเฉพาะในยุคที่ AKB48 ยังมีมีเดียเซ็มบัตสึอยู่ แฟน ๆ บางคนตั้งข้อสังเกตว่าอูเมดะ อายากะ เม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 22 ในการเลือกตั้งครั้งที่ 3 และได้เป็นเซ็นเตอร์เพลงรองอย่าง Dakishimecha Ikenai นั้นได้พื้นที่สื่อมากกว่าคูราโมจิ อาซูกะ เม็มเบอร์ที่ได้อันดับที่ 21 ในการเลือกตั้งครั้งเดียวกันและติดเซ็มบัตสึเพลงหลักอย่าง Flying Get แต่ถามว่าในกรณีของ BNK48 จะเป็นอย่างนั้นไหมก็ต้องคอยดูกันต่อไปนะ”

“ผมเห็นในทวิตเตอร์มีคนบอกว่า ซัทจังพูดว่าอยากให้ซิงเกิ้ลที่ 6 นี้ เพลงรองดังกว่าเพลงหลัก”
“ก็ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือเปล่าน่ะนะ แต่ก็ฟังดูขี้เล่นสมกับเป็นซัทจัง และซัทจังจะเป็นเซ็นเตอร์ของเพลงรองด้วยนี่”
“แล้วมันจะเป็นไปได้เหรอครับครูเอี่ยม?”
“ก็เป็นไปได้เหมือนกันนะ แต่ผมมองว่าที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดขึ้นกับ BNK48 นะ หรือคุณคิดว่ายังไง?”
“ผมไม่มั่นใจเหมือนกันครับ”
“นั่นอาจจะเป็นเพราะ BNK48 ยังไม่เคยมีการจัดอันดับเพลงล่ะมั้ง”
“แล้ว AKB48 มีงานจัดอันดับเพลงไหมครับ?”
“มีสิ งาน AKB48 Request Hour ไงล่ะ งานนี้เป็นงานที่ให้แฟน ๆ โหวตให้เพลงที่ตัวเองชอบ ก็คล้ายกับงานเลือกตั้งที่ให้แฟน ๆ โหวตให้เม็มเบอร์ที่ตัวเองชอบน่ะแหละ”
“แล้วมีไหมครับที่เพลงรองได้อันดับดีกว่าเพลงหลักในซิงเกิ้ลเดียวกัน?”
“ก็มีนะ อย่าง RIVER เมเจอร์ซิงเกิ้ลที่ 14 ของ AKB48 มี RIVER เป็นเพลงหลักและ Kimi no Koto ga Suki Dakara เป็นเพลงรอง”
“ทั้งสองเพลงนี้แสดงที่งาน AKB48 Asia Festival 2019 ที่ผ่านมานี่ครับ”
“ใช่ และในงาน AKB48 Request Hour ทุกครั้งตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2559 ซึ่ง Kimi no Koto ga Suki Dakara ติดอันดับนั้น เพลงนี้อันดับสูงกว่า RIVER ทุกครั้งเลยนะ”

“ตำแหน่งเซ็มบัตสึมันทำให้หนูได้อยู่บนเวทีได้นานขึ้น มันทำให้หนูได้ทำสิ่งที่หนูรัก ได้ร้องได้เต้นแล้วก็ได้เห็นหน้าทุกคน ได้เห็นรอยยิ้มของทุกคนที่ส่งให้มา” – ปูเป้

“ผมว่าปูเป้พูดไม่จริงนะครูเอี่ยม เรื่องที่บอกว่าการเป็นเซ็มบัตสึทำให้ได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน”
“ทำไมล่ะ? เห็นสิ”
“ก็ข้างล่างมันมืด เขาเปิดไฟแต่บนเวที แล้วปูเป้จะเห็นคนดูได้ยังไง”
“เอ่อ อันนั้นเป็นปัญหาของผู้กำกับแสงแล้วล่ะ ต้องให้ปูเป้ไปเคลียร์เอง เขาสื่อความหมายตรงก็พอแล้วคุณ!”

“แต่วันนี้หนูต้องขอบคุณเสียงกรี๊ดของทุกคนที่ทำให้หนูมั่นใจมากยิ่งขึ้น” – น้ำหนึ่ง

“น้ำหนึ่งพูดเหมือนกับว่าเวลาน้ำหนึ่งไปออกงานที่ไหนแล้วไม่มีคนกรี๊ดอย่างนั้นแหละครับครูเอี่ยม”
“มีสิ ทำไมจะไม่มีล่ะ แต่สิ่งที่งานประกาศผลการเลือกตั้งให้กับเม็มเบอร์ที่ติดเซ็มบัตสึก็คือ เม็มเบอร์คนนั้นจะมั่นใจได้จริง ๆ ว่าเสียงกรี๊ดนั้นเป็นของตัวเองล้วน ๆ ไง ที่ผ่านมาเวลาน้ำหนึ่งไปออกงานที่ไหนก็ไม่ค่อยได้เป็นเม็มเบอร์แถวหน้าหรือเซ็นเตอร์ เวลามีคนเชียร์เราตอนที่อยู่กันหลาย ๆ คน มันก็คงไม่แปลกใช่ไหมล่ะที่จะแอบคิดว่า เขากรี๊ดเราหรือกรี๊ดคนข้าง ๆ เราหว่า”
“ผมชอบแฟน ๆ ของน้ำหนึ่งมาเลยครับครูเอี่ยม เชียร์เสียงดังมาก แถมยังสามัคคีกันใช้แท่งไฟสีแดง”
“อื้ม ผมก็ชอบ ดูเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดี น้ำหนึ่งมองขึ้นไปคงชื่นใจน่าดู”

“ที่ญี่ปุ่นมีอย่างนี้ไหมครับครูเอี่ยม?”
“ก็มีบ้างนะ ของ AKB48 นี่ไม่เท่าไหร่ แต่ของ SKE48 นี่ชัดเจนเลย เม็มเบอร์แต่ละคนจะมีสีแท่งไฟประจำตัว เวลาแฟน ๆ พร้อมใจกันเปลี่ยนสีนี่ ภาพออกมาสวยงามมากจริง ๆ ลองกลับไปดูงานเลือกตั้งทั่วไป AKB48 เมื่อปีที่แล้วดูสิ”
“อีกหน่อย BNK48 จะมีบ้างไหมครับ?”
“ผมว่าคงยังไม่มีไปจนกว่าวงจะทำแท่งไฟเปลี่ยนสีได้ออกมาขายนะ”

แท่งไฟสีแดงของซูดะ อาการิ ภาพจากงานประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึโลก AKB48 ครั้งที่ 10 วันที่ 16 มิถุนายน 2561 ทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิ

“อันนี้ก็เป็นแค่อันดับ General Election เนาะ” – ปัญ

“ผมมองว่าปัญขี้แพ้มากเลยครับครูเอี่ยม”
“ทำไมคุณพูดอย่างนั้น?”
“ก็เม็มเบอร์ทุกคนแข่งกัน ขับเคี่ยวกันแทบตาย แต่ปัญกลับพูดออกมาว่า มันก็แค่อันดับเลือกตั้ง”
“ผมไม่มองอย่างนั้นเลย ผมคิดว่าปัญแคร์ความรู้สึกของแฟนคลับมาก ๆ ต่างหาก”
“ยังไงครับครูเอี่ยม?”
“อย่างที่รู้ว่าปัญเป็นเม็มเบอร์ที่ได้รับความนิยมสูงมาตลอด ยิ่งดูจากตัวเลขบนเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรมนี่ยิ่งชัด จะมากจะน้อยมันก็ต้องมีการตั้งความหวังอยู่แล้ว และเมื่อมันไม่เป็นอย่างที่หลาย ๆ คนคาดหวัง แฟน ๆ ของปัญก็คงเสียใจไม่น้อย สิ่งที่พอจะคลายความเสียใจได้ก็คงเป็นคำพูดนี้ของปัญนี่แหละ จะให้ปัญพูดเหรอว่า หนูผิดหวังมากค่ะที่ทุกคนโหวตให้หนูแค่นี้ มันก็คงไม่ใช่น่ะนะ”
“หรือจริง ๆ แล้วปัญพยายามไม่มากพอครับครูเอี่ยม?”
“ถ้ามองในมุมนึงมันก็เป็นไปได้ นั่นเป็นประเด็นที่ปัญต้องไปตกผลึก แต่ไม่ได้แปลว่าปัญไม่มีสิทธิ์เข้าใจความรู้สึกและปลอบโยนคนที่ทุ่มเทให้เธอนี่”
“ผมแปลกใจมากที่ยอดไลก์ยอดฟอลโลว์ในโลกออนไลน์ไม่ได้ไปกับยอดโหวต”
“การกดไลก์มันมีต้นทุนน้อยกว่าการควักเงิน 350 บาทหรือ 200 บาทน่ะ ไม่ใช่แค่เฉพาะ BNK48 นะ ตอนนี้เรื่องนี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ในการตลาดออนไลน์เหมือนกัน ยอดไลก์ไม่เท่ากับยอดซื้อ”

“เหนื่อยกันหรือเปล่าคะ ได้กินข้าวอิ่มหรือเปล่า” – แก้ว

“ผมเห็นแก้วถามแฟน ๆ ว่าเหนื่อยกันหรือเปล่าคะ ได้กินข้าวอิ่มหรือเปล่า งานเลือกตั้งครั้งนี้ทำแฟน ๆ อดข้าวกันเลยเหรอครับครูเอี่ยม?”
“ไม่ใช่แค่อดข้าวอดน้ำอดขนมนะคุณ เพื่อนผมหลายคนถึงขนาดทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาโหวตเลย เหนื่อยอย่างที่แก้วถามจริง ๆ น่ะแหละ”
“คนจะอินนี่ก็อินสุด ๆ เลยนะครับ”
“ตามนั้น แต่มีอีกเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ เลยเกี่ยวกับคะแนนสุดท้ายของแก้ว คุณลองดูคะแนนของเนยที่ได้อันดับที่ 7 แก้วที่ได้อันดับที่ 8 และปัญที่ได้อันดับที่ 9 ดูสิ”

“หูย ห่างกันนิดเดียวนะครับครูเอี่ยม”
“ใช่ เนยได้คะแนนมากกว่าแก้วแค่ 290 คะแนน และแก้วได้คะแนนมากกว่าปัญแค่ 339 คะแนน ฉิวเฉียดมาก ๆ ถ้าใครที่ไม่ได้โหวตให้นี่คงเสียดายแย่อะ”
“ถ้าดูกันตามช่วงคะแนนนี่ ผมว่าน่าจะเป็นคามินายน์มากกว่าคามิเซเว่นนะครับ”
“คุณต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่าคามิเซเว่น (神7) ที่แปลว่าเทพเจ้าทั้งเจ็ดเนี่ย มันมาจากการที่ในการเลือกตั้งทั่วไปเซ็มบัตสึของ AKB48 2 ครั้งแรก หน้าตาของเม็มเบอร์ 7 อันดับแรกไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย เป็น 7 คนเดิมที่แค่สลับตำแหน่งกัน เขาก็เลยเรียกเม็มเบอร์ 7 คนนี้ว่าคามิเซเว่น เหมือนเป็นเม็มเบอร์แถวหน้าของวง แต่ต่อมาเมื่อเม็มเบอร์ 7 อันดับแรกเปลี่ยนหน้าไปแล้ว คำ ๆ นี้ก็ยังอยู่ เลยใช้เรียกเม็มเบอร์ 7 คนแรกในการเลือกตั้งครั้งใด ๆ ก็แล้วแต่ว่าคามิเซเว่น”
“ถ้างั้นผมขอใช้คำว่าคามินายน์ได้ไหมครับ เพราะผมคิดว่าคะแนนของแก้วกับปัญไม่ได้ห่างจากเนยเท่าไหร่?”
“ก็อย่างที่ผมบอกไป เลข 7 มันเกิดขึ้นจากผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งแรก แล้วเขารับมาใช้ต่อเรื่อย ๆ ไม่ได้มีการสังคายนาความหมายอะไร เอาเป็นว่าผมเสนอว่าคุณอย่าไปซีเรียสกับเลข 7 นักเลยละกัน ดีไหมล่ะ?”

ต้นฉบับคามิเซเว่นของ AKB48 ภาพจาก Liberty Times Net

“แต่อยากให้รู้ว่าอรก็รักทุกด้อมหย่อมหญ้า” – อร

“ด้อมนี่คืออะไร มันมีที่มาจากอะไรครับครูเอี่ยม?”
“คำว่า ด้อม เนี่ยมาจากคำภาษาอังกฤษว่าแฟนด้อม (fandom) ที่แปลว่ากลุ่มคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ถ้าในบริบทของ BNK48 ด้อมหรือบ้านก็คือกลุ่มคนที่ชอบเม็มเบอร์คนนั้น ๆ”
“แล้วไปยังไงมายังไงเม็มเบอร์หนึ่งคนถึงได้มีหลายด้อมครับ?”
“คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ด้อมเนี่ยแฟนคลับเข้าตั้งกันเอง เม็มเบอร์ไม่ได้ตั้ง เพราะฉะนั้นมันควบคุมไม่ได้หรอก ส่วนถามว่าทำไมไม่สามัคคีกัน ไม่รวมกันเป็นด้อมเดียว เหตุผลมันก็ไม่มีอะไรหรอก เขาอาจจะทำกิจกรรมต่างกัน หรือมีรสนิยมหรือความคิดที่แตกต่างกัน ธรรมดาของมนุษย์เวลาอยู่รวมกันมาก ๆ”
“แล้วจำนวนด้อมนี่มันค่อย ๆ เพิ่มเหรอครับ?”
“เอาจริง ๆ ยุคแรก ๆ นี่ไม่มีด้อมนะ สมัยก่อนไม่ว่าจะชื่ออะไรก็แล้วแต่ มันหมายถึงกลุ่มคนที่ชอบเม็มเบอร์คนนั้น ๆ อย่างคำว่าแซลมอนก็หมายถึงแฟนคลับของอร ใครก็ได้ที่นิยมชมชอบอรน่ะแหละ ไม่ได้เจาะจงเลยว่าเป็นกลุ่มไหน อรพูดคำว่าแซลมอนออกรายการโทรทัศน์ได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ไป ๆ มา ๆ มันก็กลายเป็นชื่อจำเพาะถึงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีคนที่เป็นแฟนคลับของอรที่ไม่ใช่แซลมอน ก็แตก ๆ แยก ๆ กันไป ก็ต้องทำใจน่ะ”
“กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เม็มเบอร์พูดชื่ออะไรพวกนี้ไม่ได้เลย เดี๋ยวมีคนน้อยใจสินะครับ”
“ก็เห็นมีแต่แก้วน่ะนะที่พูดชื่อเฉพาะพวกนี้ในงานเลือกตั้งครั้งนี้”
“เฌอปรางด้วยนี่ครับ”
“เอ ของเฌอปรางนี่ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ”

“งู้ยค่ะ” – เจน BNK48

“ครูเอี่ยมคิดว่าถ้าโอ๊ต ปราโมทย์ไม่หวีดเจน เจนจะมาได้ไกลขนาดนี้ไหมครับ?”
“ทำไมคุณถึงถามอย่างนั้น?”
“ผมคิดว่าเจนมาได้ไกลอย่างทุกวันนี้เพราะโอ๊ต ปราโมทย์ ทั้งการที่โอ๊ต ปราโมทย์เป็นศิลปินดัง ประกาศว่าโอชิเจน หวีดเจนออกนอกหน้า แถมยังให้เล่น MV อีก ทำให้เจนได้พื้นที่สื่อเยอะมาก”
“ผมคิดว่าการที่เจนมีวันนี้ได้ โอ๊ต ปราโมทย์มีผลอย่างแน่นอน แต่คุณคงอยากรู้ว่ามีผลกี่เปอร์เซ็นต์ อะไรทำนองนั้นใช่ไหม?”
“ประมาณนั้นครับ”
“ตอบยากนะ มันประเมินเป็นตัวเลขเป๊ะ ๆ ไม่ได้หรอก แต่ผมอยากจะชวนคุณคิดอย่างนี้ว่า ทุกการกระทำของแฟน ๆ มีผลต่อตัวไอดอลอยู่แล้ว ทุกครั้งที่คุณกดแชร์รูปเม็มเบอร์ทางโซเชียลมีเดีย คุณทำให้เม็มเบอร์เป็นที่รู้จักเป็นที่ชื่นชมมากขึ้น หรือแม้กระทั่งจำนวนบัตรจับมือ ที่อุนเอก็พูดเองว่ามีผลต่อการเลือกเซ็มบัตสึเมื่อก่อนหน้านี้”
“นั่นสิครับ”
“ที่สำคัญก็คือ โอ๊ต ปราโมทย์ชอบเจนเพราะเจนเป็นเจน ชอบสิ่งที่เจนทำและแสดงออกในฐานะไอดอล ไม่ได้มีนอกมีใน มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้กระทั่งตัวโอ๊ต ปราโมทย์เองก็แสดงความถ่อมตัวมาตลอด ไม่เคยขี้โม้โอ้อวดว่าได้ใกล้ชิดเม็มเบอร์มากกว่าพวกเรา ขนาดไปจับมือไปถ่ายรูปก็ใช้บัตรเข้าไป”

“แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น เกิดเม็มเบอร์คนอื่นเกิดเห็นเจนแล้วมุ่งไปตกคนในวงการบันเทิง ไม่สนใจแฟน ๆ เลย จะดีเหรอครับ?”
“ผมว่าคุณกังวลมากเกินไป ตอนที่โอ๊ต ปราโมทย์มาโอชิเจน เจนก็ไม่ได้ทำอะไรให้โอ๊ต ปราโมทย์เป็นพิเศษ หรือถ้าเม็มเบอร์จะไปตกคนในวงการบันเทิง ผมว่าก็ดีออก มีเรื่องสนุก ๆ ให้เราติดตามกันอีก เม็มเบอร์ได้พื้นที่สื่อด้วย และส่วนใหญ่เวลาเม็มเบอร์ไปตกคนในวงการบันเทิง เขาก็ตกตอนไปทำงาน ไม่ได้กินเวลาที่จะมาเอาใจใส่พวกเราซะหน่อย เอาจริง ๆ เท่าที่เห็นก็ ‘ฉันเปล่านะ เขามาเอง’ ทั้งนั้นแหละ”

“แล้วที่ญี่ปุ่นมีอย่างนี้ไหมครับครูเอี่ยม?”
“หมายถึงที่คนในวงการบันเทิงหวีดเม็มเบอร์ออกนอกหน้าน่ะเหรอ?”
“ครับ”
“มีสิ ทุกวันนี้มูราโมโตะ ไดซูเกะ พิธีกรรายการ AKBINGO! ก็หวีดโองูริ ยูอิอย่างออกนอกหน้า หรือสมัยก่อนโน้น ซาตะ มาซากิ พิธีกรรายการ AKBINGO! รุ่นแรกก็หวีดชิโนดะ มาริโกะสุด ๆ”
“แล้วถ้าไม่ใช่พิธีกรที่ร่วมงานกันสม่ำเสมอล่ะครับ?”
“ที่ผมนึกออกก็มียาเบะ ฮิโรยูกิ นักแสดงตลกชื่อดังของญี่ปุ่น คนนั้นได้ร่วมงานกับชิมาซากิ ฮารูกะครั้งเดียวก็โอชิเลย หลังจากนั้นก็แสดงออกว่าชอบมาตลอด แต่ดูเหมือนจะเอ็นดูแบบลูกสาวนะ เพราะตัวยาเบะ ฮิโรยูกิแก่กว่าพ่อของชิมาซากิ ฮารูกะอีก”

มูราโมโตะ ไดซูเกะโอชิโองูริ ยูอิชัดเจน (ภาพจากรายการ AKBINGO! วันที่ 22 มกราคม 2562)

“มันคือรักที่ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น” – มิวสิค

“ครูเอี่ยมคิดเหมือนที่มิวสิคพูดไหมครับว่า ความรักที่แฟนคลับให้กับไอดอลเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข?”
“ผมคิดว่าตราบเท่าที่ความรักยังอยู่ มันก็คงเป็นอย่างนั้น อย่างในบริบทนี้ คนที่โหวตให้มิวสิคก็คงอยากให้มิวสิคได้อันดับสูง ๆ นั่นก็เป็นความสุขของเขาแล้ว ถ้าอยากได้อะไรตอบแทนเป็นอื่น เขาคงไม่มาลงเงินกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างนี้หรอก”
“ก็จริงนะครับ”
“แต่คุณก็ต้องไม่ลืมว่าความรักมันเป็นอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ รักได้ก็หน่ายได้เป็นธรรมดา โจทย์ที่ไอดอลจะต้องขบคิดก็คือ จะทำยังไงให้ตัวเองเป็นที่รักของแฟน ๆ ไปนาน ๆ เท่าที่จะนานได้ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ไอดอลต้องทุ่มเทเหมือนกัน ไม่ใช่จะปล่อยปละละเลยแฟน ๆ แล้วคิดว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมได้นะ”

“พวกคุณรู้ไหมว่า ปาฏิหาริย์ของหนู มันคือทุก ๆ คนต่างหาก” – เจนนิษฐ์

“พวกเราเป็นปาฏิหาริย์ของเจนนิษฐ์เหรอครับครูเอี่ยม?”
“มันขึ้นอยู่กับว่าคุณแปลคำว่า ปาฏิหาริย์ ยังไง ถ้าคุณแปลแบบกบ ทรงสิทธิ์ ที่ปาฏิหาริย์จะพาคุณย้อนเวลาได้ อันนั้นคงไม่ใช่ แต่ถ้าคำว่า ปาฏิหาริย์ แปลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก มันก็คงใช่น่ะแหละ”
“ยังไงครับครูเอี่ยม?”
“ก็ตามที่เจนนิษฐ์อธิบายน่ะนะ คนที่ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่ญาติ จู่ ๆ มารักกันและทุ่มเทให้ผู้หญิงคนหนึ่งได้ขนาดนี้ มันเกิดขึ้นง่าย ๆ ที่ไหน แต่ไม่ได้แปลว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ปาฏิหาริย์มันเกิดขึ้นได้ถ้าเรามีความพยายามมากพอ ก็คงต้องขอบคุณตัวเจนนิษฐ์เองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุของปาฏิหาริย์ครั้งนี้”
“แฟน ๆ ช่วยกันสร้างปาฏิหาริย์ครั้งนี้สินะครับ”
“ผมมีรุ่นน้องคนหนึ่งอยู่ด้อมเจนนิษฐ์ คอยรายงานสถานการณ์ให้ผมฟัง มันคือที่สุดของที่สุดจริง ๆ แหละคุณเอ๊ย!”

“ถ้าเราได้ที่ 1 แล้วจะมีใครยินดีกับเราไหมอะ” – เฌอปราง

“ทำไมเฌอปรางถึงถามคำถามนี้ด้วยสุ้มเสียงแบบนั้นครับครูเอี่ยม?”
“ผมมองว่ามันไม่มีประเด็นอะไรหรอก เรื่องของเรื่องก็คือ ตอนที่เฌอปรางถูกเรียกชื่อ เม็มเบอร์เกินครึ่งวงไปประจำที่ตรงกลางเวทีหมดแล้ว มันเลยไม่มีภาพที่เม็มเบอร์เยอะ ๆ ไชโยเฮฮาเข้ามายินดีกับเฌอปรางตอนที่เฌอปรางจะลุกขึ้นมา เฌอปรางเลยออกมารับรางวัลและกล่าวสุนทรพจน์แบบว้าเหว่หน่อย ๆ ถ้าตอนที่เฌอปรางลุกขึ้นมามีเม็มเบอร์ห้อมล้อมอยู่ ภาพก็คงไม่ออกมาแบบนี้ อีกอย่าง นี่เป็นงานเลือกตั้งครั้งแรก ทุกอย่างดูเป็นพิธีรีตอง เม็มเบอร์เลยอาจจะยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และวิ่งมาหาเฌอปรางด้วยแหละ”
“ครูเอี่ยมไม่คิดว่าเฌอปรางมีระยะห่างจากคนอื่นเพราะชื่อเสียง ตำแหน่งหรือสถานะเหรอครับ?”
“ผมไม่ได้อยู่ในวง ผมคงฟันธงไม่ได้ว่าใครรักใครมากน้อยแค่ไหน แต่ผมไม่เชื่อว่าเฌอปรางจะไม่เป็นที่รักของเพื่อน ๆ ในวงด้วยเรื่องเหล่านี้หรอก เห็นไหมว่าที่สุดแล้วซัทจังและคนอื่น ๆ ก็วิ่งออกมากอดเฌอปรางนะ”
“ภาพที่ออกมามันดูเหงา ๆ ไปเยอะเลยครับ”
“อื้ม ก็คงให้เป็นการบ้านของผู้กำกับเวทีละกัน”

“เอ้า มีอะไรจะถามผมอีกไหม?”
“ไม่มีแล้วครับ”
“ถ้าอย่างนั้นตาผมถามพวกคุณบ้าง ใบงานเสร็จหรือยัง!?

*ขอบคุณภาพงานประกาศผล BNK48 6th Single Senbatsu General Election ทั้งหมดจาก TrueID ทุกท่านสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่นี่ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ประกาศผลรางวัลใหญ่สุดท้ายก่อนออสการ์ BAFTA 2019 เค้าลางเริ่มมาแล้วว่าออสการ์จะเป็นของใครบ้าง

Published

on

By

24 กุมภาพันธ์นี้จะมีการประกาศผลรางวัลออสการ์ ที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในวงการภาพยนตร์ แต่ก่อนหน้านั้นยังมีการประกาศรางวัลใหญ่อีกสาขาที่เด็ดดวงและไม่ควรพลาด นั่นก็คือ BAFTAs Awards 2019 หรือ British Academy Film Awards เรียกสั้น ๆ ว่า แบฟต้า เป็นรางวัลประจำปีของสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลให้กับภาพยนตร์ โทรทัศน์ รายการสำหรับเด็ก และสื่อเชิงโต้ตอบ ส่วนผู้ชนะในแต่ละสาขาจะมีใครบ้าง ไปดูกันเลย!

“BlacKkKlansman”

“The Favourite”

“Green Book”

“Roma” (winner)

“A Star is Born”

Bradley Cooper, “A Star is Born”

Alfonso Cuarón, “Roma” (winner)

Yorgos Lanthimos, “The Favourite”

Spike Lee, “BlacKkKlansman”

Paweł Pawlikowski, “Cold War”

“Cold War,” Janusz Głowacki, Paweł Pawlikowski

“The Favourite,” Deborah Davis, Tony McNamara (winner)

“Green Book,” Brian Currie, Peter Farrelly, Nick Vallelonga

“Roma,” Alfonso Cuarón

“Vice,” Adam McKay

“BlacKkKlansman,” Spike Lee, David Rabinowitz, Charlie Wachtel, Kevin Willmott (winner)

“Can You Ever Forgive Me?,” Nicole Holofcener, Jeff Whitty

“First Man,” Josh Singer

“If Beale Street Could Talk,” Barry Jenkins

“A Star is Born,” Bradley Cooper, Will Fetters, Eric Roth

Christian Bale, “Vice”

Bradley Cooper, “A Star is Born”

Steve Coogan, “Stan & Ollie”

Rami Malek, “Bohemian Rhapsody” (winner)

Viggo Mortensen, “Green Book”

Glenn Close, “The Wife”

Lady Gaga, “A Star is Born”

Melissa McCarthy, “Can You Ever Forgive Me?”

Olivia Colman, “The Favourite” (winner)

Viola Davis, “Widows”

Adam Driver, “BlacKkKlansman”

Mahershala Ali, “Green Book” (winner)

Richard E. Grant, “Can You Ever Forgive Me?”

Sam Rockwell, “Vice”

Timothee Chalamet, “Beautiful Boy”

Amy Adams, “Vice”

Claire Foy, “First Man”

Emma Stone, “The Favourite”

Margot Robbie, “Mary Queen of Scots”

Rachel Weisz, “The Favourite” (winner)

“BlacKkKlansman,” Terence Blanchard

“If Beale Street Could Talk,” Nicholas Britell

“Isle of Dogs,” Alexandre Desplat

“Mary Poppins Returns,” Marc Shaiman

“A Star Is Born,” Bradley Cooper, Lady Gaga, Lukas Nelson (winner)

“Bohemian Rhapsody,” Newton Thomas Sigel

“Cold War,” Łukasz Żal

“The Favourite,” Robbie Ryan

“First Man,” Linus Sandgren

“Roma,” Alfonso Cuarón (winner)

“Bohemian Rhapsody,” John Ottman

“The Favourite,” Yorgos Mavropsaridis

“First Man,” Tom Cross

“Roma,” Alfonso Cuarón, Adam Gough

“Vice,” Hank Corwin (winner)

“Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald,” Stuart Craig, Anna Pinnock

“The Favourite,” Fiona Crombie, Alice Felton (winner)

“First Man,” Nathan Crowley, Kathy Lucas

“Mary Poppins Returns,” John Myhre, Gordon Sim

“Roma,” Eugenio Caballero, Bárbara Enríquez

“The Ballad of Buster Scruggs,” Mary Zophres

“Bohemian Rhapsody,” Julian Day

“The Favourite,” Sandy Powell (winner)

“Mary Poppins Returns,” Sandy Powell

“Mary Queen of Scots,” Alexandra Byrne

“Bohemian Rhapsody,” Mark Coulier, Jan Sewell

“The Favourite,” Nadia Stacey (winner)

“Mary Queen of Scots,” Jenny Shircore

“Stan & Ollie,” Mark Coulier, Jeremy Woodhead, Josh Weston

“Vice,” Kate Biscoe, Greg Cannom, Patricia DeHaney, Chris Gallaher

“Bohemian Rhapsody,” John Casali, Tim Cavagin, Nina Hartstone, Paul Massey, John Warhurst (winner)

“First Man,”Mary H. Ellis, Mildred Iatrou Morgan, Ai-Ling Lee, Frank A. Montaño, Jon Taylor

“Mission: Impossible – Fallout,” Gilbert Lake, James H. Mather, Chris Munro, Mike Prestwood Smith

“A Quiet Place,” Erik Aadahl, Michael Barosky, Brandon Proctor, Ethan Van der Ryn

“A Star is Born,” Steve Morrow, Alan Robert Murray, Jason Ruder, Tom Ozanich, Dean Zupancic

“Avengers: Infinity War,” Dan DeLeeuw, Russell Earl, Kelly Port, Dan Sudick

“Black Panther,” Geoffrey Baumann, Jesse James Chisholm, Craig Hammack, Dan Sudick (winner)

“Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald,” Tim Burke, Andy Kind, Christian Manz, David Watkins

“First Man,” Ian Hunter, Paul Lambert, Tristan Myles, J.D. Schwalm

“Ready Player One,” Matthew E. Butler, Grady Cofer, Roger Guyett, David Shirk

“Capernaum,” Nadine Labaki, Khaled Mouzanar

“Cold War,” Paweł Pawlikowski, Tanya Seghatchian, Ewa Puszczyńska

“Dogman,” Matteo Garrone

“Roma,” Alfonso Cuarón, Gabriela Rodríguez (winner)

“Shoplifters,” Hirokazu Kore-eda, Kaoru Matsuzaki

“Free Solo,” Elizabeth Chai Vasarhelyi, Jimmy Chin, Shannon Dill, Evan Hayes (winner)

“McQueen,” Ian Bonhôte, Peter Ettedgui

“RBG,” Julie Cohen, Betsy West

“They Shall Not Grow Old,” Peter Jackson, Clare Olssen

“Three Identical Strangers,” Tim Wardle, Grace Hughes-Hallett, Becky Read

“Incredibles 2,” Brad Bird, John Walker

“Isle of Dogs,” Wes Anderson, Jeremy Dawson

“Spider-Man: Into the Spider-Verse,” Bob Persichetti, Peter Ramsey, Rodney Rothman, Phil Lord (winner)

“Beast,” Michael Pearce, Kristian Brodie, Lauren Dark, Ivana MacKinnon

“Bohemian Rhapsody,” Graham King, Anthony McCarten

“The Favourite,” Yorgos Lanthimos, Ceci Dempsey, Ed Guiney, Lee Magiday, Deborah Davis, Tony McNamara (winner)

“McQueen,” Ian Bonhôte, Peter Ettedgui, Andee Ryder, Nick Taussig

“Stan & Ollie,” Jon S. Baird, Faye Ward, Jeff Pope

“You Were Never Really Here,” Lynne Ramsay, Rosa Attab, Pascal Caucheteux, James Wilson

“Apostasy,” Daniel Kokotajlo (Writer/Director)

“Beast,” Michael Pearce (Writer/Director), Lauren Dark (Producer) (winner)

“A Cambodian Spring,” Chris Kelly (Writer/Director/Producer)

“Pili,” Leanne Welham (Writer/Director), Sophie Harman (Producer)

“Ray & Liz,” Richard Billingham (Writer/Director), Jacqui Davies (Producer)

“I’m OK,” Elizabeth Hobbs, Abigail Addison, Jelena Popović

“Marfa,” Greg McLeod, Myles McLeod

“Roughhouse,” Jonathan Hodgson, Richard Van Den Boom (winner)

“73 Cows,” Alex Lockwood (winner)

“Bachelor, 38,” Angela Clarke

“The Blue Door,” Ben Clark, Megan Pugh, Paul Taylor

“The Field,” Sandhya Suri, Thomas Bidegain, Balthazar de Ganay

“Wale,” Barnaby Blackburn, Sophie Alexander, Catherine Slater, Edward Speleers

Barry Keoghan

Cynthia Erivo

Jessie Buckley

Lakeith Stanfield

Letitia Wright (winner)

 

และปลายเดือนนี้ 24 กุมภาพันธ์ มาติดตามกันว่าใครจะได้รางวัลในสาขาอะไรบ้างของ ออสการ์ อย่าลมกดติดตาม แบไต๋ และ What The Fact นะ ข่าวล่ามาไวแน่นอน ♥

 

 

 

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความวงการเกม

เกมเก่าที่มีอายุครบ 20 ปีตอนนี้ และยังคงมีภาคต่อ

Published

on

และก็มาถึงปี 2019 ปีแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ของเกมเหล่านี้ในปีนี้ก็ยังคงมีเกมชื่อดังประกาศออกมาอย่างมากมายมากมายให้พวกเรา กว่าที่เกมจะมาถึงตรงนี้ที่เราได้นั่งเกมที่ดีที่ได้รับผ่านเกมมาแล้วที่ผ่านมาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาจนถึงปี 2019 ดูกันว่ามีเกมไหนภาคอะไรบ้างที่ออกมาตั้งแต่ปี 1999 มาจนถึง 2019 แต่ก็ยังมีภาคต่อให้เราได้เล่นกันถ้าพร้อมแล้วไปนั่งเครื่องย้อนเวลาแล้วตามมาเลย

Super Smash Bros

เริ่มต้นเกมแรกกับตำนานเกมต่อสู้ที่ชาวเกมเมอร์ฝั่ง Nintendo น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี กับ Super Smash Bros ภาคแรกที่วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 21 มกราคม 1999 บนเครื่อง Nintendo 64 ซึ่งในครั้งแรกที่เกม  Super Smash Bros วางจำหน่ายมีตัวละครจากซีรี่ส์ชื่อดังของ Nintendo อย่าง Super Mario, Donkey Kong, The Legend of Zelda, Metroid, Star Fox, Kirby, Yoshi และ Pokémon และมีตัวละครเพียง 12 ตัวเท่านั้นอย่าง Mario, Donkey Kong, Link, Samus, Yoshi, Kirby, Fox, Pikachu, Luigi, Captain Falcon, Ness, และ Jigglypuff กับรูปแบบการเล่นที่ไม่มีพลังชีวิตแบบเกมอื่นๆ แต่จะมีค่าเปอร์เซ็นต์ที่เราจะกระเด็นตกเหว ซึ่งสร้างความสนุกและแปลกใหม่ให้แฟนๆเป็นอย่างมาก จนเวลาผ่านมากว่า 20 ปีแล้วเกม Super Smash Bros ก็ยังมีภาคต่อออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงตอนนี้

Final Fanyasy Vlll

ย้อนเวลากลับไปวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1999 เกม Final Fanyasy Vlll ได้วางจำหน่ายเป็นครั้งแรก ซึ่งตัวเกมนี้คือหนึ่งในภาคต่อของซีรี่ส์เกมในตำนานอย่าง Final Fanyasy ที่ในภาค 8 ของซีรี่ส์นี้วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง PlayStation 1 โดยตัวเกมยังคงรูปแบบการเล่นและควบคุมมาจาก Final Fanyasy Vll ที่สร้างชื่อเสียงมาแล้ว โดยในภาคนี้จะเปลี่ยนรูปแบบของตัวละคร และเรื่องราวให้สมจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโมเดลตัวละครในเกมให้สมส่วน ไม่ใช่ SD แบบภาคก่อนๆ แถมยังมีการออกแบบตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ให้แฟนๆ จดจำจากฝีมือ Nomura Tetsuya ที่สร้างชื่อมาจาก Final Fanyasy Vll รวมถึงเรื่องราวในเกมที่อ้างอิงเรื่องราวของความรัก ที่เป็นแกนหลักของเรื่องที่เกมซีรี่ส์ Final Fanyasy ไม่ค่อยจะเน้นมาก่อน ซึ่งตอนนี้ตัวละครของเกม Final Fanyasy Vlll ก็ยังปรากฏตัวตามเกมต่างๆอยู่ เป็นเครื่องยืนยันความสนุกของเกมนี้ได้เป็นอย่างดี

Silent Hill

ในช่วงปี 1999 เป็นเวลาที่เกมชื่อดังอย่าง Resident Evil 2 ยังคงเป็นกระแส และมีข่าวเกมภาคใหม่อย่าง Resident Evil 3 ที่จะวางจำหน่ายที่แฟนๆทั่วโลกรอคอย ทาง Konami ก็ปล่อยเกมสยองขวัญของตัวเองออกมา ในวันที่ 31 มกราคม 1999 นั่นคือเกม Silent Hill เกมที่ประกาศเปิดตัวว่าเป็นเกมสยองขวัญ ที่ให้อารมณ์ที่ต่างจากเกม Resident Evil ที่ในเกม Silent Hill เราจะได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆในเมือง Silent Hill เพื่อตามหาลูกสาวที่หายตัวไป คนที่เคยเล่นในยุคนั้นต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เกมนี้หลอนสยองและน่ากลัว กับความวิปริตที่นักพัฒนาใส่มาแบบไม่ยั้ง กับความหลอนของหมอกที่เราแทบมองอะไรไม่เห็นเลย นอกจากเสียงวิทยุที่เตือนเราว่ามีศัตรูอยู่ใกล้ๆ สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ จนมีภาคต่อออกมามากมายจนถึง (ก่อน) ปัจจุบัน ซึ่งแฟนๆ ก็หวังว่า Konami จะเข็นภาคใหม่ (แบบไม่ใช่ตู้ปาจิงโกะ) ออกมาไวๆ นะ

Resident Evil 3 Nemesis

หลังจากที่เกม Silent Hill ได้สร้างกระแสความสยองขวัญ จนแทบแย่งตลาดตัวเกมแนวนี้ไป ในวันที่ 22 กันยายน 1999 ทาง Capcom ก็ปล่อยเกมที่หลายคนในยุคนั้นรอคอย อย่าง Resident Evil 3 Nemesis ออกมาเอาใจแฟนๆ ที่คราวนี้ตัวเกมยังคงเล่าเรื่องราวในเมืองแรคคูน ที่เป็นเรื่องราวก่อนเกม Resident Evil 2 เพียง 1 วัน ที่เราต้องเจอกับศัตรูสุดโหด ที่เป็นตำนานในวงการเกมอย่าง Nemesis ที่มันไม่ได้มีแค่ความน่ากลัว  แต่มันมีอาวุธครบมือที่มาพร้อมความโหดในการไล่ล่าเราตลอดเวลา แถมยังเป็นการขยายเรื่องราวที่เคยมีกับฉากที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นเมืองทั้งเมือง แทนที่โรงพักแบบภาคเก่า ภาคนี้จึงยังเป็นตำนานที่หลายคนต่างรอคอยให้ Remake ออกมาต่อจาก Resident Evil 2 Remake

Grand Theft Auto 2

ทุกตำนานย่อมมีจุดเริ่มต้นคำๆนี้ยังคงใช้ได้เสมอ ยิ่งเกมในตำนานอย่าง Grand Theft Auto หรือเราเรียกในชื่อย่อๆว่า GTA ที่กว่าเกมนี้จะดังมีชื่อเสียงจนกลายเป็นตำนานมาจนถึงตอนนี้ ครั้งหนึ่งเกมนี้ก็เคยถูกสร้างมาแบบมุมมองด้านบน ที่เรียกว่า Bird-Eye View ที่ตัวละครในเกมจะเป็นตัวเล็กๆ วิ่งไปมา ซึ่งในภาค 2 ของ Grand Theft Auto ก็ยังคงรูปแบบเดียวกับภาคแรก โดยเกมนี้ถูกวางจำหน่ายวันที่ 22 ตุลาคม 1999 บนคอมพิวเตอร์ Microsoft Windows ซึ่งสิ่งที่เราเคยทำใน Grand Theft Auto ภาคหลังๆ ทำได้ล้วนมีต้นแบบมาจาก Grand Theft Auto 2 เกมนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการไล่ยิงผู้คน ขโมยรถ สู้กับตำรวจเมื่อดาวเพิ่ม จะต่างกันแค่รูปแบบกราฟิกเท่านั้น ที่แม้เอามาเล่นตอนนี้จะดูไม่น่าสนใจ แต่มันก็คืออีกหนึ่งก้าวอันยิ่งใหญ่ของเกมในตำนาน ที่มียอดขายอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง Grand Theft Auto V ก็มีรากฐานมาจากเกมนี้นั่นเอง

Soulcalibur

ย้อนกลับไปในปี 1998 เกมภาคต่อชื่อดังที่คนหลายคนรู้จักกันอย่างล้ำสมัย Soul Edge ได้รับการตีพิมพ์เป็นเกมแนวใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับชื่อใหม่อย่าง Soulcalibur ที่เป็นชื่อดาบคู่อริกับ Soul Edge ที่ตัวเกมเป็นเรื่องราวใหม่การเล่นใหม่ที่มีทั้งตัวละครเก่าและใหม่อย่างใกล้ชิดและในวันที่ 5 สิงหาคม 1999 เกม Soulcalibur ถูกวางลงบนเครื่องดรีมแคสต์ในยุคนั้นโดย Hiroaki Yotoriyama บอกว่าตัวเกมควรเดินไปข้างหน้าเพื่อเริ่มต้นการเดินทางและเนื้อเรื่องใหม่เขามาจากเกม Soul Edge 2 มาเป็น Soulcalibur ที่ยังคงมีการต่อสู้แบบใช้อาวุธอย่างรวดเร็วและสวยงามขึ้นกว่าก่อนตัวละครที่มีเอกลักษณ์และหลาย ๆ ตัว แต่ก็ยังมีตัวละครที่อยู่ในภาคใต้ ถึงตอนนี้แน่นอน

Gran Turismo 2

วันที่ 11 ธันวาคม 1999 เกมแข่งรถภาคต่อที่ชาว PlayStation 1 ทั่วโลกรอคอยอย่าง Gran Turismo 2 ได้วางจำหน่าย โดยในภาคแรกนั้นได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้ทาง Sony รีบเข็นภาค 2 ออกมา ซึ่งตัวเกมก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ตรงข้ามตัวเกมกลับพัฒนาตัวเองขึ้นกว่าเดิม ให้มีความสมจริงมากขึ้นในการควบคุมรถ พร้อมสนามแข่งที่อ้างอิงมาจากของจริง ที่ถูกจำลองออกมาได้ถูกอกถูกใจแฟนๆ รวมถึงโมเดลรถในเกมที่อ้างอิงรถจริงๆ ที่มีอยู่ในตอนนั้น มาแบบจัดครบจัดเต็ม ใครที่เป็นแฟนเกมแข่งรถต่างรู้ดี ว่าเกมในซีรี่ส์ Gran Turismo ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวัง และในภาค 2 ก็เป็นหนึ่งในตำนานเกมที่หลายคนยังคงหลงรักมาจนถึงทุกวันนี้

Crash Team Racing

ปิดท้ายด้วยเกมแข่งรถสุดสนุก ที่ไม่ว่าจะดูมุมไหนตัวเกมก็ลอกแบบมาจากเกมแข่งรถในตำนานของ Nintendo อย่าง Mario Kart ซึ่งเกม Crash Team Racing ที่แม้จะเป็นแบบนั้น แต่ตัวเกมก็สร้างเรื่องราวและความแตกต่างจากต้นฉบับ จนมีรูปแบบการเล่นที่น่าสนใจเป็นของตัวเอง โดยตัวเกมวางจำหน่ายวันที่ 30 กันยายน 1999 และในวันที่ 21 มิถุนายน 2019 ครบรอบ 20 ปีเกม Crash Team Racing ก็จะมีภาคใหม่ออกมาในชื่อ Crash™ Team Racing Nitro-Fueled บนเครื่อง PS4 ถ้าไม่ดีจริงไม่สนุกจริงคงไม่มีภาคต่อออกมาอย่างแน่นอน

ก็จบกันไปแล้วกับเกมที่ครบรอบ 20 ปีในปี 2019 เกมนี้ทุกเกมที่เรานำมาเล่นเป็นเกมที่ยังคงมีภาคต่อหรือตัวละครในเกมยังคงมีบทบาทอยู่ในเกมภาคต่อ มาเล่นเกมนี้กันดีกว่าเกมอื่น ๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้คุณเล่นเกมนี้ได้อย่างเต็มที่ ปีที่ 21 หรือ 22 เกมเหล านี้ก็ยังคงมีภาคต่อออกมาอีกอย่างแน่นอนเราในฐานะคนเล่นก็เตรียมตัวรอกันได้ตราบเท่าที่เราไม่เบื่อกันไปเสียก่อน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!