10 ความเชื่อ ที่หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมาร์ตโฟน

ความเชื่อ 6 : ไม่ควรเก็บบัตรเครดิตไว้ใกล้กับสมาร์ตโฟน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังมาว่า สนามแม่เหล็กจากสมาร์ตโฟนจะไปลบล้างสภาพแม่เหล็กบนแถบหลังเครดิตการ์ด ก็ยืนยันได้เลยว่ากรณีไม่เคยเกิดขึ้น แต่ก็ตอบได้ว่าสมาร์ตโฟนนั้นสามารถส่งสนามแม่เหล็กออกมาได้จริง และชิ้นส่วนที่ส่งสนามแม่เหล็กออกมาก็มีเพียงชิ้นเดียวคือ แม่เหล็กตัวกระจิริดที่อยู่ในลำโพงของสมาร์ตโฟน ซึ่งมันไม่ได้มีความรุนแรงเพียงพอที่จะไปมีผลต่อเครดิตการ์ดในกระเป๋าตังค์ได้ ต่อให้เอาเครดิตการ์ดมาจ่อตรง ๆ กับสมาร์ตโฟนก็ตาม

ส่วนแม่เหล็กที่จะมีผลต่อเครดิตการ์ด ก็จะเป็นแม่เหล็กแบบที่ใช้ติดตู้เย็น หรือแม่เหล็กที่ใช้เป็นล็อกของกระเป๋าสะพายนั่นต่างหาก แต่ถ้าใครเคยเจอปัญหาว่าแถบแม่เหล็กด้านหลังเครดิตการ์ดนั้นสูญเสียข้อมูลไป นั้นก็เป็นไปได้จากการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เครดิตการ์ดถึงได้กำหนดวันหมดอายุไว้

ความเชื่อ 7 : คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสมาร์ตโฟนจะทำให้เกิดมะเร็ง, ทารกคลอดก่อนกำหนด และปัญหาสุขภาพอีกหลายกรณี

เรื่องอันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นเป็นเรื่องที่พูดต่อ ๆ กันมาตั้งแต่ยุค 90s แล้ว และปัจจุบันก็ยังคงมีหลาย ๆ หน่วยงานกังวลและศึกษาหาข้อยืนยันในเรื่องนี้กันอยู่ มีบทความพูดถึงเรื่องนี้มากกว่า 25,000 เรื่อง และหน่วยงานที่ลงมาเป็นธุระในการหาคำตอบให้กับเรื่องนี้ก็คือ องค์การอนามัย หรือ WHO นั่นเอง

ซึ่งองค์การอนามัยโลกก็ได้แถลงข้อสรุปชัดเจนว่า นับจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานความเป็นไปได้ว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ไม่ว่าในแง่มุมใด ๆ เลย แต่ถ้าในกรณีที่มนุษย์ไปยืนใกล้ ๆ เรดาห์ หรือ เสาส่งสัญญาณแรงสูงเป็นเวลานาน ๆ กรณีนี้อัตราความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพก็เป็นไปได้มากขึ้น

ความเชื่อ 8 : แผ่นเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อ จะทำให้หน้าจอสมาร์ตโฟนเสียหาย

มีหลาย ๆ บทความที่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยได้เผยความจริงที่น่าตกตะลึงว่า จากความรู้สึกพื้นฐานของคนเราต่างคิดเหมือนกันว่าชักโครกเนี่ยน่าจะเป็นบริเวณที่สกปรกที่สุด แต่ได้มีการสำรวจแล้วว่า สมาร์ตโฟนของเราเนี่ยล่ะ สกปรกกว่าถึง 10 เท่า โอ้ว! บนโทรศัพท์เครื่องโปรดของเรายังเป็นแหล่งรวมแบคทีเรียมากมายอีกด้วย วิธีที่จะทำความสะอาดได้ดีที่สุดคือการใช้แผ่นเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อ (Disinfectant wipe) ด้วยวิธีนี้จะช่วยตัวเราลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัส และลดการเกิดสิวเวลาที่เอาสมาร์ตโฟนไปแนบผิวหน้าเวลาคุยโทรศัพท์อีกด้วย

สำหรับใครที่เคยได้ยินได้ฟังมาว่า เจ้าแผ่นเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อเนี่ย มันไม่ดีต่อหน้าจอสมาร์ตโฟนนะ ในเรื่องนี้ทางบริษัท Apple ได้ออกมายืนยันแล้วว่า เราสามารถใช้แผ่นเช็ดทำความสะอาดฆ่าเชื้อกับสมาร์ตโฟนของเราได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

ความเชื่อ 9 : คลื่นจากสมาร์ตโฟนสามารถทำให้ไข่สุกได้

ความเชื่อนี้ไม่น่าจะคุ้นกันในบ้านเรา แต่ในสหรัฐอเมริกามีหลายคนเชื่อเช่นนั้น เพราะมีคนที่นึกสนุกในการหลอกคน ด้วยการทำ “การทดลองปลอม ๆ” ขึ้นมาเป็นคลิปแสดงการใช้สมาร์ตโฟนมาจ่อที่ไข่ไก่ดิบ แล้วสักพักก็ปอกเปลือกไข่เผยให้ดูว่าไข่ไก่ในคลิปสามารถกลายเป็นไข่สุกได้เพราะคลื่นจากสมาร์ตโฟน คลิปนี้ถูกส่งต่อกันมาตั้งแต่ต้นยุค 2000s ทำให้มีผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อเช่นนั้น แล้วมองว่าคลื่นจากโทรศัพท์มือถือที่สามารถทำให้ไข่สุกได้ ก็น่าจะเป็นอัตรายต่อสมองมนุษย์ไปได้ แต่ความจริงแล้ว คลื่นจากโทรศัพท์ไม่สามารถทำให้ไข่ หรืออาหารประเภทใดสามารถปรุงสุกได้ เพราะคลื่นที่ส่งออกมาไม่ได้มีพลังงานที่มากพอในระดับนั้น

ความเชื่อ 10 : Wi-Fi ฟรีนั้นปลอดภัย

ข้อนี้เป็นข้อที่ควรระมัดระวังกันอย่างมาก แล้วเชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้ โดยเฉพาะคนที่ชอบไปนั่งเล่นตามร้านกาแฟ แล้วเอาสมาร์ตโฟนออกมาจิ้มเล่น หรือเอาแล็ปท็อปมานั่งทำงานในร้านที่มีจุดขายคือ Free Wi-Fi แน่นอนว่าเป็นจุดขายที่เชิญชวน เพราะสะดวกและประหยัด แต่ที่ต้องระวังกันไว้เพราะ “มันไม่ปลอดภัย”

ขออธิบายเพื่อความเข้าใจพื้นฐานกันไว้ก่อนว่า Wi-Fi สาธารณะนั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ มีระบบป้องกัน และ ไม่มีระบบป้องกัน

  • ไว-ไฟ ที่ไม่มีระบบป้องกัน คือไว-ไฟ สาธารณะที่อุปกรณ์ใด ๆ ที่อยู่ในระยะการส่งสัญญาณก็สามารถเชื่อต่อได้เลย โดยไม่ต้องใช้พาสเวิร์ดในการล็อกอิน
  • ไว-ไฟ ที่มีระบบป้องกัน คือระบบเน็ตเวิร์กที่ผู้ใช้อาจจะต้องลงทะเบียนเพื่อสร้างแอกเคานต์ หรือต้องใช้พาสเวิร์ดในการล็อกอิน

แต่ ไว-ไฟ ทั้ง 2 ระบบอย่างที่กล่าวมาก็ล้วนเป็น ไว-ไฟ สาธารณะ ที่เราควรจะเชื่อมต่อด้วยความระมัดระวัง หรือพึงระลึกไว้เสมอว่าเรากำลังต่อเชื่อมกับระบบไว-ไฟ สาธารณะอยู่ในขณะนั้น และนี่คือข้อควรระวังเมื่อใช้บริการ ไว-ไฟ สาธารณะ

  • อย่าทำธุรกรรมทางการเงินขณะที่เชื่อมต่อ ไว-ไฟ สาธารณะ แม้แต่ ไว-ไฟ สาธารณะแบบที่มีระบบป้องกันต้องล็อกอิน กรอกรหัสด้วยก็ตามแต่ ยังมีความเสี่ยงอยู่ดี
  • ขณะที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ อย่าวางสมาร์ตโฟน, โน้ตบุ๊ก หรือ แท็บเล็ต ไว้ห่างตัว เพราะอาจเปิดช่องให้มิจฉาชีพแอบมาเปิดดูข้อมูลสำคัญ แอบล็อกอิน เข้าบัญชีต่าง ๆ ของคุณ ซึ่งอาจสืบเนื่องไปถึงบัญชีธนาคารได้
  • หลีกเลี่ยงการช้อปปิ้งออนไลน์ถ้าเชื่อมต่อ ไว-ไฟ สาธารณะ อยู่ การช้อปปิ้งออนไลน์ ฟังดูอาจจะไม่ใช่เรื่องน่ากังวลนะครับ แต่บางเว็บไซต์นั้นเราก็ต้องล็อกอินเข้าไปแล้วกรอกข้อมูลส่วนตัว บางแห่งอาจต้องกรอกบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตด้วย
  • ปิดฟังก์ชันเชื่อมต่ออัตโนมัติจะเป็นการดี บางคนอาจจะตั้งค่าให้ สมาร์ตโฟน, โน้ตบุ๊ก หรือ แท็บเล็ต นั้นทำการเชื่อมต่อเครือข่าย ไว-ไฟ สาธารณะ โดยอัตโนมัติ ใช่ที่ว่ามันก็สะดวกดี แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะเชื่อมต่อเข้าระบบเน็ตเวิร์กออนไลน์ แต่อุปกรณ์ของเราก็เชื่อมต่อให้โดยที่เราไม่รู้ตัวไปแล้ว เรื่องนี้ให้ระมัดระวังโดยเฉพาะเวลาที่เดินทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย
  • ให้ระมัดระวังการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธอยู่เสมอ การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธนั้นสะดวกจริงเวลาที่ใช้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน แต่ถ้าออกนอกบ้านแล้วควรปิดการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเสมอ การเปิดบลูทูธทิ้งไว้ อาจเป็นช่องทางให้บรรดาแฮกเกอร์ที่ใช้ช่องทางนี้หากิน ที่กำลังมองหาเหยื่อที่เผลอเปิดการเชื่อมต่อบลูทูธทิ้งไว้แล้วเชื่อมต่อเข้ามาดูข้อมูลสำคัญในอุปกรณ์ของเราก็เป็นได้
  • การใช้ เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (Virtual Private Network) ก็เป็นการป้องกันอุปกรณ์และข้อมูลส่วนตัวของเราได้ในขณะที่เชื่อมต่อ ไว-ไฟ สาธารณะ VPN จะช่วยในการเข้ารหัสข้อมูลส่วนตัวของเราเป็นการเพิ่มระดับความปลอดภัยจากผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อเครือข่าย ไว-ไฟ สาธารณะ เดียวกันกับเรา