Artist's concept of the asteroid 16 Psyche, which is thought to be a stripped planetary core. Image credit: Maxar/ASU/P. Rubin/NASA/JPL-Caltech

เรื่องจริงหรือมโน ‘ไซคี16-ดาวทองคำ’ มูลค่ามหาศาล จนนาซาต้องเร่งไปสำรวจ?!

องค์ประกอบของ Psyche 16 เหตุแห่งสมญา ‘ดาวทองคำ’

มาทบทวนข้อมูลดาวเคราะห์น้อย Psyche 16 กันอีกสักนิด เบื้องต้น นาซาได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับแร่โลหะของดาวเคราะห์น้อยว่า ‘ประกอบไปด้วยเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่’  โดยคำอธิบายนี้ก็มีที่มาจากการใช้อุปกรณ์ตรวจจับคลื่นทั้งหลายในงานวิจัยต่าง ๆ นั่นเอง  

การตรวจหาองค์ประกอบของ Psyche เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ผ่านการสังเกตการณ์ของเรดาร์ งานวิจัย Ostro 1985 และ Magri et al. 1999 ได้ระบุว่า มันเป็นดาวเคราะห์น้อยประเภท M ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีโลหะมากที่สุด โดยน่าจะมีนิกเกิลและเหล็กเป็นองค์ประกอบมากที่สุด แต่เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์น้อยที่อุดมด้วยโลหะ ในรายงานของ Ostro 1985 จึงคาดว่าจะมีโลหะ ‘มีค่า’ ชนิดอื่น ๆ อยู่ภายในด้วย

และเพราะเรายังไม่ได้ศึกษาโครงสร้างภายในของดาวเคราะห์น้อยอย่างละเอียด (ซึ่งแน่นอนว่า นั่นคือเป้าหมายของการสำรวจครั้งนี้ไงล่ะ) ผู้ศึกษาจึงหันไปหาข้อมูลของวัตถุจำพวกอุกกาบาต (Meteorite) เพื่ออนุมานองค์ประกอบของ Psyche 16 แทน  โดยปริมาณทองคำในอุกกาบาตที่เคยตรวจพบนั้น มีค่าที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ 0.0003 ส่วนต่อล้าน ถึง 8.74 ส่วนต่อล้าน ตามรายงานของ Jones 1974

ถ้าหากดาวเคราะห์น้อย Psyche 16 ดันแจ็กพอต มีปริมาณทองคำอยู่ในขอบข่ายไปในทางมากที่สุดของอัตราส่วนนี้ มูลค่าของทองคำจะทะยานไปหลายล้านล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ่านไม่ผิดล้าน 3 ครั้ง เลขศูนย์ 18 ตัว) และนี่ก็เป็นเพียงการคำนวณเฉพาะค่าของทองคำเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะ หากนำมาคิดว่ามีแพลทินัมหรือทองคำขาวอยู่ด้วย มูลค่าก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก และเมื่อบวกกับนิกเกิลและเหล็ก มูลค่าของมันอาจพุ่งสูงถึง 140 ล้านล้านล้านดอลลาร์ (140 quintillion) เลยทีเดียว

แต่ช้าก่อน! กลับมาสู่จุดเริ่มต้นทั้งหมดทั้งมวล มูลค่านี้เกิดมาจากการ ‘คาดการณ์’ ล้วน ๆ แถมยังเป็นการคาดการณ์ที่สุดโต่งอีกต่างหาก หากอ้างอิงจากงานวิจัยและทั้งนาซาเองก็จะเห็นว่า โลหะที่น่าจะมีอยู่จริงจนถึงขั้นที่พูดอธิบายออกมาได้นั้น มีเพียงแค่ ‘นิกเกิลและเหล็ก’ เท่านั้นเอง  

ดังนั้น คำกล่าวที่ว่าดาวเคราะห์น้อย Psyche 16 เป็นดาวเคราะห์น้อยทองคำ ดาวเคราะห์น้อยขุมทรัพย์ ฯลฯ นั้น จึงเกิดจากการคาดเดาล้วน ๆ เรายังไม่สามารถระบุได้ชัดว่า Psyche 16 จะมีโลหะที่มีมูลค่าเช่นนั้นจริงหรือไม่ และเมื่อเราค้นดูช่วงเวลาที่สื่อส่วนใหญ่โหมกระพือข่าวนี้กัน ก็พบอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้เกิดการวิเคราะห์ถึงมูลค่าของมันแบบสุดกู่นี้ขึ้นมา นั่นก็คือการเลื่อนกำหนดการดำเนินภารกิจสำรวจของนาซาเอง

ความเร่งรีบของนาซา ช่วยให้เกิดการ ‘จับแพะชนแกะ’ ขึ้น

เดิม ภารกิจสำรวจ Psyche มีกำหนดการส่งยานสำรวจขึ้นสู่อวกาศในเดือนตุลาคม 2023 และจะเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยในปี 2030 แต่จู่ ๆ เมื่อกลางปีที่แล้วนาซาก็เปลี่ยนแผน ทำให้กำหนดการใหม่เลื่อนมาเร็วขึ้น 1 ปี เป็นออกเดินทางในเดือนสิงหาคมปี 2022 และจะเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยในต้นปี 2026 ซึ่งเร็วกว่าไทม์ไลน์เดิมถึง 4 ปี นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สื่อต่างหลายต่างจับตาว่า ทำไมจึงเลื่อนมาให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดมากมายถึงเพียงนี้ ทั้งที่ปกติ มีแต่เลื่อนออกไปช้ากว่าเดิม หรือเพราะนาซาอยากจะรีบไป ‘ขุดทอง’ ที่ว่านั่นจริง ๆ

เพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใดถึงเลื่อนเราจึงไปไล่เรียงหาข้อมูลและพบว่า นาซาได้ชี้แจงถึงกำหนดการที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะแรกเริ่มเดิมที นาซาอยากจะมอบ ‘ความท้าทาย’ ให้กับทีมผู้รับผิดชอบภารกิจเกิดความ ‘ตื่นตัว’ แต่กลายเป็นว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งแทน

จิม กรีน (Jim Green) ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ (Director of the Planetary Science Division) ที่สำนักงานใหญ่ของนาซาในวอชิงตันกล่าวว่า “เราให้ทีมออกแบบภารกิจสำรวจลองตรวจสอบดูว่า หากใช้กำหนดการที่เร็วขึ้นกว่าเดิมจะช่วยให้การเดินทางไปยังดาวเคราะห์น้อย Psyche 16 มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมได้หรือไม่ และพวกเขาก็ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ กำหนดการที่เร็วขึ้นจะช่วยให้เราบรรลุวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ได้เร็วขึ้นแถมยังมีต้นทุนที่ลดลงด้วย”

โครงการดิสคัฟเวอรี (Discovery program) ของนาซาได้ประกาศให้โอกาสทีมต่าง ๆ เสนอภารกิจเพื่อออกเดินทางสำรวจในปี 2021 หรือ 2023 โดยภารกิจ Lucy (Lucy mission) ที่สำรวจดาวเคราะห์น้อย Trojan เพื่อศึกษาซากส่วนที่เกี่ยวข้องกับการก่อตัวของดาวเคราะห์วงนอก (Outer planets) ของระบบสุริยะ ได้รับเลือกให้ออกเดินทางในปี 2021 และภารกิจ Psyche ได้รับเลือกให้ตามรอยภารกิจนี้ในปี 2023 

ภาพจำลองภารกิจ Lucy ภารกิจแรกที่จะไปเยือนดาวเคราะห์น้อย Trojan ของดาวพฤหัสบดี
Credits: NASA

เอลคินส์อธิบายว่า การได้รับเลือกให้เลื่อนกำหนดการเร็วขึ้นในครั้งนี้ เป็นเพราะข้อได้เปรียบที่เด่นชัดอย่าง ‘เส้นทางการเดินทาง’ ที่ทำให้ยานไปที่หมายได้เร็วขึ้นกว่าเดิมประมาณสองเท่า และเมื่อคำนวณถึงงบประมาณที่ต้องใช้ มันก็คุ้มค่ากว่าการเดินทางตามกำหนดการเดิมด้วย “เราทุกคนตื่นเต้นมากที่ยานจะได้ไปสำรวจดาวเคราะห์น้อย และโลกจะได้เห็นดาวแห่งโลหะที่น่าทึ่งนี้เร็วขึ้น”

เส้นทางใหม่ที่ได้รับการออกแบบใหม่นี้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้แรงโน้มถ่วงของโลกเข้าช่วย ทำให้ลดระยะเวลาในการเดินทางลง นอกจากนี้ วิถีใหม่ยังอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากกว่าเดิม จึงช่วยลดสิ่งป้องกันความร้อนสำหรับยานอวกาศลง ทำให้ยานมีน้ำหนักเบาลง และเส้นทางหรือวิถีนี้ยังรวมไปถึงการใช้แรงโน้มถ่วงของดาวอังคารมาช่วยใช้เป็นแรงส่งให้ยานเดินทางต่อไปในปี 2023 ด้วย

(อ่านต่อหน้า 3 คลิกด้านล่างเลย)