Artist's concept of the asteroid 16 Psyche, which is thought to be a stripped planetary core. Image credit: Maxar/ASU/P. Rubin/NASA/JPL-Caltech

เรื่องจริงหรือมโน ‘ไซคี16-ดาวทองคำ’ มูลค่ามหาศาล จนนาซาต้องเร่งไปสำรวจ?!

สถานะปัจจุบันของภารกิจ และความน่าตื่นเต้นในอนาคต

สำหรับความคืบหน้าของภารกิจ สำนักงานใหญ่ของนาซาในวอชิงตัน ได้อนุมัติการดำเนินการในขั้นตอนออกแบบขั้นสุดท้ายและขั้นตอนการผลิต หรือที่เรียกว่า ‘Phase C’ ในช่วงกลางปีที่แล้ว ในขั้นตอนนี้ ทีมได้สรุปการออกแบบระบบ พัฒนาแผน และลำดับขั้นตอนสำหรับภารกิจอย่างละเอียด รวมไปถึงการทดสอบทั้งยานอวกาศและระบบทั้งหมดของยาน แถมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นาซายังได้ขอความร่วมมือไปยังอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าของบริษัท SpaceX เพื่อช่วยให้ยานอวกาศขึ้นสู่อวกาศและดำเนินภารกิจไปอย่างลุล่วงด้วย (ซึ่งก็น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนคิดกันไปว่าดาวดวงนี้ต้องมีมูลค่ามหาศาลแน่ ๆ )

ถัดจาก Phase C ยังมีอีกสามขั้นตอนในภารกิจ โดย ‘Phase D’ จะเริ่มในช่วงต้นปี 2021 รวมถึงการประกอบและการทดสอบยานอวกาศขั้นสุดท้าย ควบคู่ไปกับการเดินทางทางขึ้นสู่อวกาศในเดือนสิงหาคม 2022 ส่วน ‘Phase E’ จะเริ่มหลังจากนั้น ครอบคลุมการปฏิบัติการในห้วงอวกาศและการรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของภารกิจ และในที่สุด ‘Phase F’ เกิดขึ้นหลังจากภารกิจเสร็จสิ้นการปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมถึงการปลดยานอวกาศออกจากภารกิจ และการจัดเก็บข้อมูลทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาพจำลองยานอวกาศของภารกิจ Psyche ขณะเข้าใกล้กับเป้าหมายหรือดาวเคราะห์น้อย Psyche
แสดงให้เห็นแผงโซลาร์เซลล์ 5 แผงที่วางแผนไว้ว่าจะติดตั้งเข้ากับยานอวกาศ
Credit: SSL/ASU/P. Rubin/NASA/JPL-Caltech

31 มกราคม 2026 คือวันในกำหนดการที่ยานอวกาศจะเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อย เมื่อไปถึงยานจะโคจรรอบดาวเคราะห์น้อยเป็นเวลา 21 เดือน และใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อย่าง เครื่องถ่ายภาพในหลายช่วงคลื่น (Multispectral imager) ที่มีความละเอียดสูง โดยใช้ฟิลเตอร์เพื่อแยกแยะระหว่างองค์ประกอบที่เป็นโลหะและซิลิเกตของดาวเคราะห์น้อย นอกจากนี้ยังมี เครื่องสเปกโตรมิเตอร์ตรวจจับรังสีแกมมาและนิวตรอน เครื่องวัดสนามแม่เหล็ก และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับช่วงคลื่นวิทยุ เพื่อทำแผนที่และศึกษาคุณสมบัติของดาวเคราะห์น้อย Psyche 16 แถมภารกิจนี้ ยังเป็นการทดสอบเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ถอดด้ามที่ซับซ้อนที่เรียกว่า ‘Deep Space Optical Communications’ ด้วย

จะเห็นว่ามูลค่าของดาวเคราะห์น้อยอาจไม่ใช่การตีค่าเป็นตัวเงินอย่างที่ร่ำลือกันหนาหู แต่องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นจากการสำรวจครั้งนี้ก็นับว่า มหาศาลประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว

และถ้าสมมติว่ามีแร่ธาตุเช่นนั้นอยู่จริง ก็ใช่ว่าเราจะสามารถนำมันกลับมาให้อยู่ในภายใต้กลไกตลาดโลกได้ (หากนำกลับมาได้จริง โลหะเหล่านี้ก็จะไม่สูงค่าอีกต่อไป เพราะปริมาณที่มากล้นเกินความต้องการของตลาดอยู่ดี) นาซาเองก็ยืนกรานว่า ภารกิจนี้เป็นไปเพื่อการสำรวจเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าเราจะพบอะไรในดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ เบื้องต้นก็คงจะทำให้เราทึ่ง ส่วนที่ว่ามันจะนำไปสู่อะไรนอกเหนือจากองค์ความรู้นั้น เราก็คงต้องรอลุ้นรอติดตามภารกิจสำรวจกันต่อไป

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส