ลาก่อน ‘ไมเคิล คอลลินส์’ ชายผู้โดดเดี่ยวที่สุดในประวัติศาสตร์ ลูกเรือ Apollo 11 ที่ไม่ได้แตะจันทร์

ชีวิตหลังสร้างประวัติศาสตร์

หากนับรวมภารกิจอะพอลโล 11 คอลลินส์ใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศถึง 266 ชั่วโมง นอกจากการเป็นนักบินอวกาศแล้ว เขายังทำหน้าที่เป็น CAPCOM หรือผู้สื่อสาร (Capsule communicator) ให้กับอะพอลโล 8 โดยถ่ายทอดข้อมูลระหว่างศูนย์ควบคุมภารกิจและลูกเรือด้วย

ไม่เพียงแต่สร้างผลงานในการสำรวจอวกาศเท่านั้น ด้วยความสามารถทั้งทางด้านบริหารและสื่อสาร หลังเกษียณจากกองทัพอากาศในฐานะพลตรีและออกจากการทำงานให้นาซาในปี 1970 เขาก็ได้กลายเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกิจการสาธารณะ ต่อมาในปี 1971 ก็ได้ร่วมงานกับสถาบันสมิธโซเนียนในตำแหน่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์อากาศและอวกาศแห่งชาติ มีความรับผิดชอบที่รวมไปถึงการวางแผนและการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี 1976 ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการและงบประมาณที่วางไว้ได้อย่างน่าชื่นชม

ในปี 1980 เขายังได้เป็นรองประธานของบริษัท LTV Aerospace and Defence Co. และดำรงตำแหน่งอยู่ 5 ปี ก่อนจะลาออกมาเปิดบริษัทเอง ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาอิสระในงานเขียนและบรรยายเกี่ยวกับอวกาศ โดยได้สร้างผลงานเขียนเป็นหนังสือหลายเล่ม ได้แก่ ‘Carrying the Fire (1974)’ ‘Flying to the Moon and Other Strange Places (1976)’ ‘Liftoff: The Story of America’s Adventure in Space (1988)’ และ ‘Mission to Mars (1990)’

ไมเคิล คอลลินส์ที่ถูกขนาบข้างด้วยนีล อาร์มสตรอง และบัซ อัลดริน เพื่อนร่วมภารกิจประวัติศาสตร์
เมื่อครั้งพบปะประธานิบดี บารัค โอบามา เมื่อปี 2009
Credit : NASA

นอกจากผลงานเหล่านี้ คอลลินส์ยังได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยหกแห่ง รวมถึงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และรางวัลอีกหลายอย่าง ได้แก่ Presidential Medal for Freedom, Robert J. Collier Trophy, Robert H. Goddard Memorial Trophy และ Harmon International Trophy

เรียกได้ว่าเก่งหลากหลายด้านมาก ๆ แถมยังพัฒนาตัวเองไม่หยุดจริง ๆ และนั่นก็ทำให้ไม่ว่าเขาจะไปที่ใด ก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เสมอ 

ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2019 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 50 ปี ที่ยานอะพอลโล 11 เดินทางสู่ดวงจันทร์ นักบินอวกาศ ไมเคิล คอลลินส์ เป็นผู้กล่าวในงานที่ศูนย์ควบคุมการปล่อยยานอวกาศเคนเนดี และพูดคุยกับทีมอาร์ทิมิส 1 (Artemis 1) ซึ่งเป็นทีมที่จะเป็นผู้ตามรอยสร้างประวัติศาสตร์ เดินทางไปดวงจันทร์อีกครั้ง 

(ซ้าย) ไมเคิล คอลลินส์ในวัยชรามาเยือนศูนย์ควบคุมการปล่อยยานอวกาศเคนเนดีอีกครั้ง
เพื่อพูดคุยกับทีมอาร์ทิมิส 1 ที่จะดำเนินตามรอยไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง
Credit : NASA

ลิซา เดฟรีส์ (Lisa Devries) ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัยของอาร์ทิมิส 1 กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ วันนี้ช่างเป็นวันที่เหลือเชื่อจริงๆ ! ช่างเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับคนที่ทำงานนี้และสร้างประวัติศาสตร์มาก่อน… เมื่อตอนเป็นเด็ก ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มายืนในจุดนี้ จุดที่ได้พูดคุยกับพวกเขา เหล่าบุคคลที่สร้างประวัติศาสตร์ ได้รู้และซาบซึ้งกับทุกสิ่งที่พวกเขาอุทิศให้โครงการอะพอลโล และได้ตระหนักว่า พวกเรานี่แหละ จะเป็นผู้กุมบังเหียน และสืบทอดเจตนารมณ์ที่มุ่งหน้าเดินทางไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง”

วิดีโอรำลึกถึงไมเคิล คอลลินส์จากนาซา

แม้หลายคนนอกวงการอาจไม่ค่อยคุ้นหูชื่อเขามากนัก แต่อย่างน้อยบนแผ่นป้าย ‘เรามาอย่างสันติเพื่อมวลมนุษยชาติ’ ที่ทิ้งไว้บนดวงจันทร์ ก็ยังมีชื่อของเขาปรากฏเด่นหรายากจะลบเลือน และเราก็เชื่อว่า คุณความดี ความเสียสละของเขาอย่างที่ได้ถ่ายทอดในบทความนี้ จะยังคงตราตรึงใจคนในแวดวงดาราศาสตร์และเยาวชนคนรุ่นหลังไปอีกตราบนานเท่านาน

อ้างอิง

NASA1 / NASA2 / NASA3 / NASA4

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส