‘จงกล้าหาญ สงสัยใคร่รู้ และมุ่งมั่น’ เรื่องราวสดุดี 80 ปีสตีเฟน ฮอว์กิง

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็ออกดอกผล ฮอว์กิงตั้งข้อสังเกตว่า การควบรวมปรับใช้ทฤษฎีต่าง ๆ ทำให้รู้ได้ชัดเจนขึ้นว่า ค่าใดต้องปรับเพื่อความสอดคล้อง ค่าใดจำกัดออกเพื่อให้คำนวณได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งก็ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงที่เฉียบคมและให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง

“ผมเชื่อว่า ขณะนี้เราอาจจะอยู่ใกล้จุดสิ้นจุดของการค้นหากฎเกณฑ์สุดท้ายของธรรมชาติแล้ว …และแม้ว่าจะค้นพบทฤษฎีเอกภาพสมบูรณ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะล่วงรู้ในทุก ๆ สิ่ง”

ฮอว์กิงอธิบายว่า แม้ว่าเราจะค้นพบกฎมากมาย แต่นั่นก็ยังไม่สมบูรณ์ ในหลาย ๆ กฎ ทั้งในฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ก็ใช้ไม่ได้ในบางสถานการณ์ หรือในสถานการณ์สุดขั้ว และแม้เราจะพบกฎพื้นฐานที่สมบูรณ์ แต่ก็ยังความท้าทายอีกมากที่รอเราอยู่ เราอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีเพื่อพัฒนากระบวนการที่จะนำไปใช้ทำนายเหตุการณ์ต่าง ๆ ในโลกความเป็นจริงที่ซับซ้อนนี้ได้

เป้าหมายของเราก็คือ ความเข้าใจที่สมบูรณ์ต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ รอบตัวเรา รวมถึงการดำรงอยู่ของเราด้วย

นอกจากผลงานในเชิงประจักษ์ต่อสาธารณชน ฮอว์กิงยังเป็นสมาชิกที่มีอายุน้อยที่สุดของราชบัณฑิตยสถานของอังกฤษ โดยได้เข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี 1974 ต่อมา ในปี 1977 ก็ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์สาขาฟิสิกส์แรงโน้มถ่วง ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และอีก 2 ปีถัดมา ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น “ศาสตราภิชานคณิตศาสตร์ลูเคเชียน (Lucasian Chair of Mathematics)” (เป็นตำแหน่งของผู้มีความรู้ความชำนาญสูงสุดเป็นที่ยอมรับในหมู่ปราชญ์สาขาเดียวกันที่มหาวิทยาลัยเชิญมา จะมีตำแหน่งเดียวและมักเป็นตำแหน่งตลอดชีพ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เซอร์ไอแซก นิวตัน เคยได้รับมาก่อน คนทั่วไปจึงเปรียบเทียบสตีเฟน ฮอว์กิง กับนิวตันและไอนสไตน์นั่นเอง นอกจากนี้ ฮอว์กิงยังเป็นผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยทฤษฎีทางจักรวาลวิทยา (Centre for Theoretical Cosmology) แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อีกด้วย

แม้จะมีผลงานมากมาย แต่ในแง่ของชีวิต ปัญหาทางกายส่งผลกับชีวิตรัก เจน ภรรยาคนแรกเหนื่อยล้าจากการดูแลฮอว์กิง ส่งผลให้ความสัมพันธ์เหินห่างขึ้นเรื่อย ๆ จนหย่าร้างกันในที่สุด จากนั้น ฮอว์กิงแต่งงานอีกครั้งกับ เอเลน เมสัน (Elaine Mason) แต่ก็หย่าร้างอีกครั้งในเวลาต่อมา มีข้อสังเกตว่าเขาอาจถูกเมสันทำร้ายร่างกาย แต่ข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการปฏิเสธเรื่อยมา

สตีเฟน ฮอว์กิง และเอเลน เมสัน ภรรยาคนที่สอง
Cr. : bbc.com

หลังจากใช้ ‘โบนัสชีวิต’ มาจนหมด ฮอว์กิงก็เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2018 โดยภายหลังการเสียชีวิต วารสาร Journal of High Energy Physics ได้ตีพิมพ์ผลงานชิ้นสุดท้ายของเขาซึ่งเป็นบทความร่วมกับ โทมัส เฮอร์ตอก (Thomas Hertog) นักฟิสิกส์เชิงทฤษฎีที่มหาวิทยาลัยคาธอลิกเลอเวน (Katholieke Universiteit Leuven) ราชอาณาจักรเบลเยียม ที่พยายามหักล้างแนวคิดแปลกประหลาดในด้านจักรวาลวิทยาที่เรียกว่า “ภาวะขยายตัวชั่วนิรันดร์ (Eternal inflation)” ซึ่งเป็นแนวคิดที่บอกเป็นนัยว่า เอกภพของเราอาจเป็นเพียงหนึ่งในจำนวนมากมายมหาศาลในพหุจักรวาลอันเป็นอนันต์ (ว้าว นี่เท่ากับหักล้างจักรวาลในภาพยนตร์หลายเรื่องเลยนะนี่) แต่นอกเหนือจากการพยายามพิสูจน์ว่าเรามีเพียงเอกภพเดียว แต่สิ่งที่พวกเขามุ่งมั่นศึกษานั้นเป็นสิ่งที่พื้นฐานกว่านั้น นั่นคือ พวกเขาระบุว่า เอกภพของเราไม่เคยมีช่วงเวลา “ชั่วขณะแห่งการสร้างสรรค์ (A singular moment of creation)” แต่แรก

น่าเสียดายว่าแนวคิดนี้ยังไปไม่ถึงปลายทาง ยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากที่ต้องทำเพื่อพิสูจน์ และถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็คาดว่าผลงานตลอดทั้งชีวิตของเขาน่าจะคงส่งผลไปในอนาคตอีกยาวไกลเฉกเช่นนักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อก่อนหน้า

Cr. : bbc.com

“จงกล้าหาญ สงสัยใคร่รู้ และมุ่งมั่น เพราะมันสามารถทำให้เราเอาชนะสิ่งต่าง ๆ ได้ แม้จะมีโอกาสเพียงน้อยนิด” คำกล่าวในคลิปวิดีโอที่กูเกิลจัดทำขึ้นนี้ อาจฟังดูเหมือนคำขวัญเสียยิ่งกว่าคำขวัญวันเด็กในปีนี้เสียอีก ทว่า ไม่ใช่แค่เด็กหรอกนะที่ควรเป็นเช่นนั้น เราหวังว่า แรงบันดาลใจและพลังความคิดที่ได้รับจากสตีเฟน ฮอว์กิง จะยังคงตราตรึงและดังก้องอยู่ภายในใจใครหลาย ๆ คน และจะนำพามวลมนุษยชาติไปสู่ปลายทางของคำตอบและอนาคตที่สดใสต่อไป

อ้างอิง

หนังสือ “ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief history of TIME)”

Wikipedia

BBC1 /BBC 2 /BBC3

Scince.org

Eoportal.org

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save