คุณเป็นหรือเปล่า? ‘FOBO’ พฤติกรรมที่ตัดสินใจไม่ได้ และไม่ทำให้เสร็จซะที!

แมคกินนิสเลยออกแบบทางแก้ที่เขาใช้ออกมาสองอย่าง

  1. สำหรับของทั่วไปในชีวิตประจำวัน – เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า “ถามนาฬิกา” (หรือถ้าใครไม่มีก็เหรียญในกระเป๋าก็ได้) โดยจะตัดทางเลือกออกให้เหลือแค่สองอันแล้วก็แบ่งหน้าปัดนาฬิกาออกเป็นสองด้าน ซ้าย-ขวา สำหรับแต่ละทางเลือกไว้ในใจ (ถ้าเป็นเหรียญก็หัว-ก้อย) หลังจากนั้นก็ก้มดูนาฬิกาว่าเข็มวินาทีมันอยู่ด้านไหนของหน้าปัด แล้วก็ไปทางนั้นเลย
  2. สำหรับเรื่องใหญ่ๆ – เขาใช้เทคนิคเดียวกับนักลงทุน (Venture Capitalist) โดยเอากระดาษมาเขียนเลยว่า ข้อดีมีอะไร ข้อเสียมีอะไร ความท้าทาย การเรียนรู้ ความสามารถ ฯลฯ หลังจากนั้นก็เรียบเรียงและอ่านหลาย ๆ รอบ มันเป็นกระบวนการเหมือนกับที่นักลงทุนทำก่อนที่จะตัดสินใจวางเงินลงทุน ซึ่งสำหรับตัวเราเองการตัดสินใจบางอย่างก็คือการลงทุนเหมือนกัน เวลา เงิน พลังงาน ฯลฯ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) เป็นคนหนึ่งที่ประสบกับปัญหา FOBO เช่นกันในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ เขาเรียกมันว่า “Option Paralysis” หรือ “เป็นอัมพาตในการตัดสินใจ” เขาแก้ไขปัญหานี้โดยการลดทางเลือกของตัวเองลงให้เหลือน้อยที่สุดอย่างเช่นเรื่องของชุดที่ใส่ในแต่ละวัน ให้เหลือเสื้อกับกางเกงแบบเดียว เพื่อลดการตัดสินใจในตอนเช้าว่าจะใส่อะไรดี เพราะทุกการตัดสินใจนั้นต้องใช้พลังงานทางสมอง การเลือกชุดที่จะใส่ในแต่ละวันก็ทำให้เสียพลังงานได้ กระบวนการคิดเดียวกันนี้ก็ถูกใช้โดยบุคคลที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆด้วยอย่าง บารัก โอบามา (Barack Obama), สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) และ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg)

แน่นอนว่ามันอาจจะทำได้สำหรับเสื้อผ้าแต่ถ้าเป็นอย่างอื่นหล่ะ? สิ่งที่เราทำได้คือใช้เทคนิคที่เรียกว่า “Mostly Fine Decision” หรือการเลือกผลลัพธ์ที่เรารู้สึกว่าดีพอแล้ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่เรารู้ว่าเราเสียเวลามากพอแล้ว ทิม เฮอร์เรร่า (Tim Herrera) นักเขียนแห่ง New York Times อธิบายว่า

“MFD คือผลลัพธ์ขั้นต่ำที่สุดที่คุณพอใจที่จะยอมรับมันได้จากการตัดสินใจครั้งนี้ มันคือสิ่งที่เรารู้สึกว่าโอเคกับมัน มากกว่าที่จะเป็นผลลัพธ์ที่ต้องสมบูรณ์แบบ”

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ตัดทุกอย่างออกให้หมดแล้วถามตัวเองว่า “อะไรคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นถ้าตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่างตอนนี้?”

เรามักจินตนาการถึงปลายทางทุกอย่างไว้กับการตัดสินใจอันใดอันหนึ่งเท่านั้น โดยลืมนึกไปว่าระหว่างทางยังต้องมีการตัดสินใจอื่น ๆ ที่ตามมาอีกมากมาย ถ้า FOBO กำลังเป็นสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ให้ลองคิดว่า “สิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นคืออะไร?” ถ้าทางไหนก็ไม่แย่ ก็โยนเหรียญเลยตัดสินใจไปเลย บางทีมันอาจจะดูว่าไร้เหตุผลแต่การตัดสินใจแล้วมองไปข้างหน้าก็นำมาซึ่งอิสรภาพอย่างเหลือเชื่อเช่นกัน แน่นอนมันไม่ได้หมายความว่าให้ลดความคาดหวังหรือเลือกตัวเลือกห่วย ๆ แต่แค่ยอมรับว่า “ความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริงและมันอาจจะไม่ได้นำมาซึ่งความสุขด้วย”

มีอาจารย์ผมคนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยชอบให้การบ้านโหด ๆ กับนักเรียนเสมอ โจทย์มักจะยากและใช้เวลาทำนานเสมอ เขามักมีประโยคปิดท้ายทุกคาบเรียนตอนให้การบ้านว่า

“Done is always better than perfect”
ทำให้เสร็จย่อมดีกว่ารอให้มันสมบูรณ์แบบ

อ้างอิง 1 อ้างอิง 2 อ้างอิง 3 อ้างอิง 4 อ้างอิง 5 อ้างอิง 6

ภาพ: Getty Images

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก