รีวิวขวดน้ำเทพ CrazyCap 2 ฆ่าเชื้อได้ เก็บความเย็นทั้งวัน

คุณผู้ชมรู้ไหมครับว่าสิ่งหนึ่งที่ผมพกติดตัวทุกวัน พกไปนอกบ้านมากพอ ๆ กับมือถือคืออะไร คำตอบคือขวดน้ำหรือกระบอกน้ำครับ เพราะพอเรามีขวดน้ำเป็นของตัวเอง เราก็ลดขยะจากแก้วน้ำ ขวดน้ำพลาสติกต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ รู้มั้ยว่า 1 นาทีมีขวดพลาสติก 1 ล้านใบทั่โลกถูกซื้อใช้ นอกจากตัวขวด ยังมีฝา และฉลากที่ล้วนเป็นขยะที่รีไซเคิลยาก ช่วยลดโลกร้อนสักนิดด้วยมือเรา แถมยังลดการสัมผัสเชื้อต่าง ๆ เพราะเป็นขวดน้ำส่วนตัวที่ใช้คนเดียว

และขวดน้ำที่ผมคิดว่าต้องเปลี่ยนมาถือแทนขวดเดิมคือนี่ครับ CrazyCap 2 ขวดน้ำพร้อมฝาที่ส่องแสง Deep UV เพื่อฆ่าเชื้อในน้ำและในขวดได้ด้วย คว้ารางวัล Time Best Innovation 2020 ด้วย เพราะมีงานวิจัยจากอเมริกาพบว่า ขวดน้ำที่ใช้ซ้ำจนมีกลิ่นนั้นเกิดจากแบคทีเรียที่สะสมภายในขวดครับ ซึ่งใช้นาน ๆ อาจพบแบคทีเรียมากกว่าในชามอาหารสัตว์เลี้ยงก็ได้

ดีไซน์

หน้าตาของ CrazyCap 2 นั้นไม่แตกต่างจากขวดน้ำโลหะสุญญากาศชั้นดีที่วางขายทั่วไปนะครับ แต่จุดที่ทำให้ต่างจากขวดอื่น ๆ อยู่ที่ฝาขวดครับ ถ้าเปิดออกมาจะเห็นหลอด LED อยู่ด้านใน นี่คือหลอดไฟ Deep UV ให้แสง Ultraviolet ในช่วงคลื่น 278 นาโนเมตรในระดับ UV-C ที่จะส่องลงไปในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคได้ แถมยังลดกลิ่นเหม็นในขวดที่เกิดขึ้นระหว่างวันได้ด้วย เพราะมีแสง UV คอยฆ่าแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในขวดเรื่อย ๆ

วิธีใช้งาน

วิธีใช้งานคือแตะที่ฝาขวด 1 ครั้งเพื่อดูปริมาณแบตเตอรี่ที่อยู่บนฝาขวด ขึ้นสีเขียวแบบนี้คือมีเกินครึ่ง ถ้าเป็นสีส้มคือต่ำกว่าครึ่ง และถ้าเป็นสีแดงคือควรเอาไปชาร์จ

ถ้าแตะ 2 ครั้งแบบนี้คือเปิดแสง UV ออกมาฆ่าเซื้อครับ ไฟสีน้ำเงินที่ฝาขวดจะสว่างเป็นคลื่นแบบนี้ คือกำลังทำงานอยู่ จนเมื่อไฟดับไปคือฆ่าเชื้อเรียบร้อย ไม่มีแสง UV ลอดออกมานอกขวดให้เห็น ซึ่งโหมดมาตรฐานนี้จะทำงานนานราวๆ 1 นาทีครับ

ผมเปิดฝาออกมา และแตะ 2 ครั้งเพื่อเปิดการใช้งานอีกครั้งนะครับ จะเห็นว่าหลอด UV เปล่งแสงออกมาจริงๆ ซึ่งดูแบบนี้อาจเห็นว่ามันไม่ค่อยสว่างเท่าไหร่ เพราะตาเรามองเห็นแสง UV ได้น้อยกว่าแสงปกติ ผมส่องกับกระดาษขาวในห้องที่ปิดไฟให้ดูชัด ๆ อีกที จะเห็นว่ามันสว่างไปทั่วทั้งขวดได้แน่ ๆ

ซึ่งเราสามารถถือฝาขวดแบบนี้แล้วส่องเพื่อฆ่าเชื้อโรคตามพื้นผิวต่าง ๆ ได้ด้วย ให้ตัวหลอดไฟห่างจากวัตถุสัก 10 cm เพียงแต่ต้องระวังไม่เอาไปส่องดวงตา และพยายามไม่เอาไปส่องโดนผิวหนังคนนะครับ เพื่อป้องกันอันตรายจากแสง UV

สำหรับน้ำดื่มทั่วไปเราใช้โหมดส่องแสง UV ปกติที่แตะฝาขวด 2 ครั้งก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดแล้ว แต่ถ้าคุณต้องอาศัยน้ำที่ไม่น่าไว้ใจ เช่นไปเดินป่าแล้วต้องกินน้ำจากลำธารหรือน้ำตก ก็สามารถใช้โหมด Crazy โดยแตะที่ฝาขวด 5 ครั้ง เพื่อส่องแสง UV นานพิเศษ 2 นาที เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อโรคในน้ำจะถูกกำจัดไปจนหมดครับ

แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเติมน้ำขุ่น ๆ ลงไปในขวด CrazyCap 2 เพื่อทำให้มันสะอาดกลายเป็นน้ำใสและกินได้ เพราะขวดนี้สามารถฆ่าเชื้อโรคด้วย Deep UV ได้อย่างเดียว ไม่สามารถกรองน้ำขุ่นให้เป็นน้ำใสได้

ความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค

ซึ่งความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคของ CrazyCap 2 ก็ผ่านทดสอบจาก NSF International องค์กรทดสอบความปลอดภัยของอาหารจากอเมริกา (องค์กรเดียวกับที่เราเห็นโลโก้ติดตามขวดน้ำดื่มในท้องตลาดนั้นแหละครับ) ว่ามีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้ดี และมีการทดสอบแยกโดยบริษัท EMSL Analytical เพื่อทดสอบความสามารถในการฆ่าเชื้อที่เจอบ่อยๆเช่น E coli, Salmonella, Vibrio cholera ที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง โรคบิด และอหิวาตกโรค หรือโรคห่า ที่เคยระบาดรุนแรงในประเทศไทย พบว่าการทำงานในโหมดปกติที่แตะ 2 ครั้ง สามารถฆ่าเซื้อ E.coli ได้ 99.1% และถ้าเป็น Crazy Mode สามารถฆ่าเชื้อได้ถึง 99.999% ครับ ก็เชื่อได้ว่าแสง Deep UV ของ CrazyCap 2 นั้นฆ่าเชื้อได้จริง

แบตเตอรี่ของ CrazyCap 2 นี้สามารถใช้งานได้ราว ๆ 1 สัปดาห์ ถ้าเรากดทำความสะอาดโหมดปกติวันละ 5 ครั้ง และแม้ว่าเราจะไม่ได้กดทำความสะอาดเอง ฝาขวดก็ยังมีการส่อง UV อัตโนมัติทุก 4 ชั่วโมง นาน 20 วินาที เพื่อรักษาความสะอาดขวด ทำให้ขวดไม่มีกลิ่นด้วยครับ

เราสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้ฝาขวดโดยใช้ชุดหัวชาร์จพิเศษตัวนี้ครับ เอาไปครอบฝาขวดแล้วเสียบกับหัวชาร์จ USB ทั่วไปได้เลย เวลาชาร์จไฟที่ฝาก็จะเป็นสีส้มแบบนี้ครับ พอชาร์จเต็มแล้ว ไฟก็จะขึ้นเป็นสีเขียวครับ

และแม้ว่าฝาขวด CrazyCap 2 จะดูเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นฝาขวดน้ำก็ต้องกันน้ำสิครับ กันน้ำในระดับ IPX7 เลย เอาไปล้างทำความสะอาดตอนล้างจานได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ

จุดเด่น

ผมพูดถึงจุดเด่นของ CrazyCap 2 ในฐานะขวดน้ำฆ่าเชื้อโรคด้วย UV อย่างละเอียดไปแล้ว แต่ในแง่ของความเป็นขวดน้ำล่ะ มันทำได้ดีแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าดีมากครับ จุดนี้แหละที่น่าซื้อพอๆ กับความสามารถในการฆ่าเชื้อเลย
CrazyCap 2 เป็นขวดน้ำสุญญากาศขนาด 500 cc ภายนอกเคลือบสีมาอย่างดี แถมเก็บความร้อนความเย็นดีมาก! ผู้ผลิตบอกว่าเก็บความร้อนได้ 12 ชั่วโมง และความเย็นได้ 24 ชั่วโมง

สรุปคือ CrazyCap 2 รักษาความร้อนความเย็นได้ดีมากครับ คุณใส่น้ำเย็นไปตอนเช้า ถึงตอนค่ำ น้ำก็ยังเย็นเหมือนออกจากตู้เย็นมา เจ๋งมาก ใครที่เอาไปใส่กาแฟร้อน ก็สบายครับ ร้อนไปได้หลายชั่วโมง หรือคุณพ่อคุณแม่ลูกอ่อน ต้องการเก็บน้ำต้มสุกสำหรับชงนม ก็สามารถเก็บในชวด CrazyCap 2 ได้ครับ นอกจากจะเก็บน้ำอุ่นได้นานแล้ว ยังสามารถฆ่าเชื้อในน้ำได้ในระดับเดียวกับการต้มน้ำเลย เผื่อน้ำที่เตรียมมาหมด ก็สามารถใส่น้ำดื่มและฆ่าเชื้อในขวด CrazyCap 2 สำหรับเอาไปชงนมได้ครับ

ข้อสังเกต

ส่วนข้อสังเกตของ CrazyCap 2 ก็อย่างที่เราเล่าไปครับ ว่ามันสามารถฆ่าเชื้อโรคได้เท่านั้น มันไม่มีไส้กรอง จึงใช้กรองน้ำขุ่นๆ เป็นน้ำใสไม่ได้นะครับ แล้วก็ไม่สามารถกำจัดสารเคมีในน้ำพวกคลอรีนหรือฟลูออไรด์ ถ้าใส่น้ำที่มีกลิ่นคลอรีน ก็อาจจะไม่ได้ช่วยเท่าไหร่

แต่ถ้าเป็นกลิ่นที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา พวกนี้ UV ช่วยจัดการได้ครับ ทำให้แม้เรากระดกดื่มน้ำจากขวดทั้งวัน ก็รู้สึกว่าขวดเหม็นช้ากว่าขวดทั่วไป เพราะมี UV คอยฆ่าเชื้อจากปากของเราที่ติดเข้าไปในขวดเรื่อย ๆ

แต่ถ้าเอาไปใส่น้ำที่มีลักษณะขุ่น เช่นน้ำนม ชานม ประสิทธิภาพของ UV ก็จะลดลงนะครับ เพราะแสงส่องทะลุน้ำไปได้ไม่ไกลเท่าน้ำใส ๆ

รีวิวที่ดีก็ต้องมีราคา

สำหรับ CrazyCap 2 มีราคาอยู่ที่ขวดละ 2,590 บาทครับ มี 7 สีให้เลือกตามนี้เลย คุณผู้ชายอาจจะชอบสีน้ำเงินเข้มแบบนี้ ส่วนคุณผู้หญิงอาจจะชอบลายหินอ่อนแบบนี้ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นคุณผู้ติดตามแบไต๋รับส่วนลดพิเศษไปเลย 600 บาท เหลือ 1,990 บาทเท่านั้น แค่แจ้งกับแอดมินได้เลยว่ามาจากแบไต๋

คุณเห็นราคาครั้งแรกอาจคิดว่า CrazyCap 2 นั้นราคาสูงจัง แต่สำหรับคนที่ซื้อขวดน้ำมาเรื่อย ๆ อย่างผม ราคานี้ก็สมเหตุสมผลนะครับ เพราะขวดน้ำโลหะสุญญากาศดี ๆ ที่เก็บความร้อนความเย็นนานเป็นสิบชั่วโมง ก็ขายกันหลักพันขึ้นไปแล้ว แต่ขวดนี้มีระบบฆ่าเชื้อด้วย UV ด้วย แถมยังมีการรับประกัน 10 ปี ถ้าไฟ UV ขาด หรือแบตเสื่อมจากการใช้งานปกติภายใน 10 ปีก็เปลี่ยนได้

สนใจสินค้า CrazyCap® สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save