Connect with us

What The Fact

เสียงสวดแห่งความหวาดกลัวและความหวังอันสลัวลาง “Pray” ซิงเกิลที่สองจากอัลบั้มที่สองของ Sam Smith

หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วได้ปล่อยซิงเกิลแรก “Too Good at Goodbyes” ไปแล้วคราวนี้ก็ได้ฤกษ์ปล่อยซิงเกิลที่สองจากอัลบั้มที่สองมาให้แฟนๆได้ฟังกันแล้วกับเพลง “Pray” ของหนุ่มเสียงมหัศจรรย์พันลึก Sam Smith ที่มาพร้อมกับการประกาศชื่ออัลบั้มใหม่ที่มีชื่อว่า “The Thrill of it All”

“Pray”  ได้ Timbaland มาร่วมโปรดิวซ์กับ Jimmy Napes ทำให้เพลงนี้มีความแตกต่างจากงานก่อนๆของสมิธ ภาคดนตรีเรียบเรียงเป็นจังหวะ 3/4 และได้รับอิทธิพลจากดนตรีกอสเปลอย่างมาก โดยมีเสียงร้องประสานแบบนักร้องในโบสถ์ นอกจากนี้การออกเสียงของสมธิในเพลงนี้ก็ค่อนข้างมีความแข็งกร้าวและทรงพลัง ดูหนักแน่นเข้มแข็งกว่างานชิ้นก่อนๆที่มักจะมีความอ่อนไหวซ่อนอยู่ในนั้น

ส่วนเนื้อหาของบทเพลงนั้นสมิธได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางไปที่อิรัก

“ผมใช้เวลา 5 วันในโมซุลและกลับบ้านมาพร้อมกับความรู้สึกละอายที่ว่าผมรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกใบนี้และชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้น้อยมากเหลือเกิน…ผมจึงอยากจะเขียนเพลงเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตในอีกมุมหนึ่งของโลก ซึ่งมันไม่สวยงามเสมอไป”

I’m young and I’m foolish, I’ve made bad decisions
I block out the news, turn my back on religion
Don’t have no degree, I’m somewhat naive
I’ve made it this far on my own
But lately, that shit ain’t been gettin’ me higher
I lift up my head and the world is on fire
There’s dread in my heart and fear in my bones
And I just don’t know what to say

ท่อนร้องแรกของเพลง สะท้อนถึงการตระหนักรู้ว่าที่ผ่านมาตนเองโง่เขลาและเดียงสานัก ตนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าส่วนอื่นๆของโลกนั้นเป็นเช่นไร  เพิกเฉยต่อข่าวสารรอบตัว เพิกเฉยต่อศาสนา จนเปลวเพลิงลุกโชนทำให้รู้สึกหวาดกลัว ความกลัวทิ่มแทงเข้าไปถึงกระดูกจนไม่รู้ว่าจะเอ่ยออกมาอย่างไร

Maybe I’ll pray, pray
Maybe I’ll pray
I have never believed in You, no
But I’m gonna pray

ในท่อนคอรัส สมิธจึงรู้สึกว่า บางทีเราคงต้อง “สวด” สวดมนต์อ้อนวอนต่อสิ่งที่เราไม่เคยเชื่อมาก่อน “You” ในที่นี้คงหมายถึง “พระเจ้า” ซึ่งสมิธคงไม่ได้เป็นคนที่ศรัทธาในศาสนาแบบจริงจังมากนัก แต่ในคราวนี้เขารู้สึกว่าถึงแม้จะไม่เคยเชื่อในพระเจ้าเลย แต่คราวนี้คงถึงทีที่ต้อง “Pray” แล้วล่ะ ถึงแม้ว่าตนจะยังไม่เชื่อและศรัทธาอย่างเต็มตัวก็ตาม

You won’t find me in church (no) reading the Bible (no)
I am still here and I’m still Your disciple
I’m down on my knees, I’m beggin’ You, please
I’m broken, alone, and afraid
I’m not a saint, I’m more of a sinner
I don’t wanna lose, but I fear for the winners
When I tried to explain, the words ran away
That’s why I am stood here today

ในท่อนร้องที่สองยังคงสืบเนื่องความจากท่อนก่อน ที่กล่าวว่าตนไม่ได้เป็นคนเคร่งหรือมีศรัทธาในศาสนามากนัก แต่คราวนี้ตนพร้อมที่จะคุกเข่าสวดมนต์อ้อนวอน เพราะ “ฉันแตกสลาย เปลี่ยวดายและหวาดกลัว”  ถึงแม้ว่าฉันจะ “ไม่ใช่นักบุญและดูเหมือนจะเป็นคนบาปเสียมากกว่า”  แต่ฉันก็จะ

And I’m gonna pray (Lord), pray (Lord), maybe I’ll pray
Pray for a glimmer of hope
Maybe I’ll pray (Lord), pray (Lord), maybe I’ll pray
I’ve never believed in You, no, but I’m gonna…
สวดเพื่อแสงแห่งความหวังอันสลัวลาง

เพลงนี้มีเวอร์ชั่นที่แซม สมิธแสดงสดเอาไว้ในรายการ Saturday Night Live ด้วย เราจะเห็นสมิธปลดปล่อยเสียงพลังเสียงท่ามกลางเสียงเปียโนและเสียงร้องจากกลุ่มนักร้องประสานเสียง

“Pray” และเพลงอื่นๆที่เหลือในอัลบั้ม “The Thrill of it All”  แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของสมิธ เนื้อเพลงมีเนื้อหาที่ไปไกลกว่าเรื่องส่วนตัว อันสะท้อนให้เห็นทัศนะที่สมิธมีต่อโลกใบนี้ ประเทศที่มีภัยสงคราม ความทุกข์ยากของมวลมนุษย์และความเศร้าโศก ความหวาดกลัว สิ่งเหล่านี้ถูกกลั่นกรองและถ่ายทอดออกมาผ่านสุ้มเสียงอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความรู้สึกอันหลากล้นของแซม สมิธ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!