Connect with us

What The Fact

10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับจอร์จ ไมเคิลชายผู้สร้างสรรค์บทเพลงอันไพเราะให้แก่ค่ำคืนวันคริสต์มาส “Last Christmas”

Published

on

ในวันที่ 25 ธันวาคมที่จะถึงนี้ นอกจากจะเป็นวันคริสต์มาสที่ทุกคนรอคอยแล้วยังเป็นวันครบรอบ 1 ปีการจากไปของนักร้องชาวอังกฤษ จอร์จ ไมเคิล (George Michael) หนึ่งในสมาชิกวง Wham! เจ้าของบทเพลงที่เรามักจะคิดถึงอยู่เสมอเมื่อวันคริสต์มาสมาเยือน บทเพลงนั้นคือ “Last Christmas”

เป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์มากที่ชายคนหนึ่งโด่งดังเพราะเพลงที่เกี่ยวข้องกับวันคริสต์มาส และเขาก็เสียชีวิตในวันคริสต์มาสพอดี ประหนึ่งว่าวันคริสต์มาสนั้นคือวันเกิด (ในฐานะศิลปิน) และวันจากไปในโลกไปนี้ของเขา

ยังมีอีกหลายเรื่องราวของชายคนนี้ ที่ฝากบทเพลงอันไพเราะแด่เรา  เราไปทำความรู้จักและร่วมรำลึกถึงจอร์จ ไมเคิล ผ่านเรื่องราวเหล่านี้กันเลยดีกว่าครับ

1. มาเริ่มข้อแรกกันด้วยเพลงฮิตของเขากันครับ “Last Christmas” เป็นเพลงฮิตที่สุดตลอดกาล และเป็นเพลงที่ถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำอีกในทุกๆปี โดยเฉพาะปาร์ตี้วันคริสต์มาสอย่างไรก็ต้องมีเพลงนี้ ปีแล้วปีเล่าเสียงของเพลงนี้ก็ยังคงดังอยู่เสมอทั้งๆที่เพลงนี้ออกเผยแพร่มาตั้งแต่ปี 1984 จวบจนวันนี้ก็กว่า 37 ปี แล้ว (ถ้าเป็นคนก็มีลูกมีครอบครัวแล้ว) นอกจากนี้ “Last Christmas” ยังเป็นเพลงที่มีเวอร์ชั่นคัฟเวอร์กว่า 400 เวอร์ชั่น !!!

2. จอร์จ ไมเคิล ผู้มีชื่อจริง อันแสนยาวเหยียดและอ่านยากว่า Giorgios Kyriacos Panayiotou มีความเกี่ยวพันกับเลข 25 และวันคริสต์มาส เขาเกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 1963 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2016

3. จอร์จ ไมเคิลคัฟเวอร์เพลงฮิตของ สตีวี่ วันเดอร์ “You and I” เพื่อมอบเป็นของขวัญแด่การอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิดเดิลตัน เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนปี 2011

4. คุณจำเปียโนสีขาวสวยในเอ็มวีเพลง “Imagine” ของ จอห์น เลนนอน อดีตสมาชิกวงสี่เต่าทอง The Beatles ได้หรือไม่ เจ้าเปียโน Steinway Model Z ตั้วนั้น จอร์จ ไมเคิลซื้อมันและบริจาคมันให้กับ The Beatles’ Story museum ในลิเวอร์พูลเพื่อที่มันจะได้อยู่กับบ้านเกิดของ The Beatles ตลอดกาล

5. เพลง I Knew You Were Waiting (For Me)ที่จอร์จ ไมเคิล ร่วมร้องกับ อเรธ่า แฟรงคลิน ถือว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะศิลปินเดี่ยวของ จอร์จ และเป็นเพลงแรกและหนึ่งเดียวของอเรธ่าที่ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งใน UK

6. Careless Whisperเป็นหนึ่งในเพลงฮิตของจอร์จ ไมเคิล ในตอนที่เขาเขียนเพลงนี้ เขามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ! โดยเขาเขียนขึ้นเมื่อตอนกำลังนั่งรถบัสไปทำงานเป็นพนักงานในโรงภาพยนตร์

7.สัมพันธภาพอันดีซึ่งเป็นที่มาของวง Wham! นั้นเกิดขึ้นเมื่อ จอร์จ ไมเคิล และ แอนดรูว์ ริดจ์ลีย์เรียนด้วยกันที่โรงเรียนใน Bushey โดยริดจ์ลีย์เป็นคนช่วยจอร์จติวหนังสือ และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนมาร่วมทำวง Wham! ด้วยกัน

8. หากคุณตั้งใจฟังให้ดีคุณจะได้ยินเสียงร้องแบ็คกราวด์ของ จอร์จ ไมเคิล ในเพลง “Nikita” ของท่านเซอร์ เอลตัน จอห์น

9. “Fastlove”  เป็นเพลงที่จอร์จ เขียนขึ้นจากเรื่องราวความรักแบบวูบวาบรวดเร็ว (สมดังชื่อเพลง) ของเขากับ Brett Charles หนุ่มแบงค์ที่เขาพบในคาซัคสถาน เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มเดี่ยวลำดับที่สามของเขา Older (1996)

10. หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงหลังจากอัลบั้ม Faith จอร์จ ไมเคิลก็รู้สึกกลัวในการเข้ามาของชื่อเสียงที่เขาได้รับ เขาจึงประกาศว่าเขาจะไม่ให้สัมภาษณ์และเดินสายโปรโมทอัลบั้มที่สอง ‘Listen Without Prejudice Vol. 1’ หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่จอร์จแถลงข่าวออกไป แฟรงค์ ซินาตร้าได้เขียนจดหมายสาธารณะมาให้จอร์จ ไมเคิลโดยกล่าวว่า จอร์จนั้นเป็น “ป็อปสตาร์จำยอม” และกล่าวถึง สิ่งที่จอร์จพูดเกี่ยวกับ “โศกนาฏกรรมแห่งชื่อเสียง” โดยเขาได้พยายามกระตุ้นเตือนให้จอร์จมองสถานการณ์นี้ในมุมมองที่ต่างออกไปและให้รู้สึกขอบคุณในความสำเร็จที่ทำให้เขาไม่ต้องไปนั่งเล่นดนตรีในบาร์ที่ไม่มีใครมานั่งฟังเพลงของเขา ซินาตร้าจบจดหมายฉบับนี้ด้วยข้อความว่า “ใครก็ตามที่มีพรสวรรค์ควรโอบกอดมัน ทะนุถนอมมันและแบ่งปันมันให้กับผู้อื่น เพราะว่าในที่สุดมันจะถูกพรากไปจากคุณในเวลาอันรวดเร็ว เชื่อผมเถอะ ผมเคยอยู่ในจุดนั้นมาแล้ว” แต่ในที่สุดความพยายามนี้ก็ไม่เป็นผล จอร์จ ไมเคิลยังคงหลักเลี่ยงที่จะออกสื่อหรือให้สัมภาษณ์ใดๆจนกระทั่งปี 1996

 

11. รู้หรือไม่? มีภาพยนตร์สารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวของจอร์จ ไมเคิลชื่อว่า George Michael : A Different Story (2005) กำกับโดย Southan Morris โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้มีศิลปินชื่อดังมากมายมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของจอร์จ อาทิเช่น Elton George, Noel Gallagher, Sting, Mariah Carey, Boy George, Simon Cowell, Geri Halliwell และ Andrew Ridgeley

ดูกันเต็มๆได้ที่นี่เลยครับ

นอกจากนี้ในปีนี้ยังมีภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติของจอร์จ ไมเคิลอีกเรื่องคือ George Michael : Freedom ออกฉายทางโทรทัศน์ ซึ่งจอร์จเป็นผู้กำกับร่วมกับเดวิค ออสติน ถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตและผลงานเพลงของเขา ผ่านมุมมองของเขาและศิลปินร่วมวงการมากมาย

และนี่ก็คือเรื่องราวของจอร์จ ไมเคิล ศิลปินผู้ฝากผลงานอันน่าประทับใจเอาไว้ในใจของเรา

แด่ จอร์จ ไมเคิล (25 มิถุนายน 1963 – 25 ธันวาคม 2016)

Source

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ร่วมลุ้นไปกับนิวท์ สคามันเดอร์และผองเพื่อนใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์

Published

on

ระหว่างศาสตร์มืดอันเย้ายวนของ กรินเดลวัลด์ กับ ความสงบสุขของโลก เขาจะเลือกทางไหน..??

Warner Bros. Pictures จัดเต็มอีกครั้ง ด้วยการปล่อยภาพจากหนังชุดใหม่ จากภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald – สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์” 

การเดินทางครั้งที่ 2 ในโลกเวทมนตร์..ไม่กี่เดือนหลังจาก “นิวท์ สคามันเดอร์” ได้เปิดหน้ากากและจับตัวพ่อมดศาสตร์มืดตัวร้าย “เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์” อย่างไรก็ดี ตามที่เขาลั่นวาจาไว้ กรินเดลวัลด์หลบหนีไปได้และรวบรวมสมัครพรรคพวกที่เดินตามรอยเขา ยกย่องพวกผู้วิเศษไว้เหนือพวกสิ่งมีชีวิตที่ไร้เวทมนตร์ เพียงผู้เดียวที่อาจหยุดยั้งเขาได้คือพ่อมดที่เขาเคยเรียกว่าเป็นเพื่อนรัก “อัลบัส ดัมเบิลดอร์” แต่ดัมเบิลดอร์จะต้องการความช่วยเหลือจากพ่อมดที่เคยจัดการกรินเดลวัลด์มาแล้วครั้งหนึ่ง นิวท์ สคามันเดอร์ อดีตนักเรียนของเขา การผจญภัยครั้งนี้ทำให้นิวท์และ ทีน่า ควีนนี่ และเจค็อบ ได้กลับมาพบกัน แต่ภารกิจนี้จะรวมถึงการทดสอบความซื่อสัตย์ของพวกเขา กับการได้เผชิญความเสี่ยงใหม่ ๆ ในภยันตรายที่เพิ่มมากขึ้น และโลกของผู้วิเศษที่แตกแยก

ผลงานการกำกับของ เดวิด เยทส์ จากฝีมือรังสรรค์บทของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง อำนวยการสร้างโดย เดวิด เฮย์แมนเจ.เค. โรว์ลิ่งสตีฟ โคลฟส์ และไลโอเนล วิแกรม พร้อมทั้งยังได้นักแสดงมาร่วมทีมอย่างคับคั่ง อาทิ เอ็ดดี้ เรดเมย์น (นิวท์ สคามันเดอร์)จู๊ด ลอว์ (อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เวอร์ชั่นหนุ่ม)จอห์นนี่ เดปป์ (เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์)เอซรา มิลเลอร์ (ครีเดนซ์ แบร์โบน)แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน (ทีน่า โกลด์สตีน)แดน ฟ๊อกเลอร์ (เจคอบ โควัลสกี)อลิสัน ซูดอล (ควีนนี่ โกลด์สตีน) พร้อมด้วย คลอเดีย คิม (มาเลดิกตัส)โซอี้ คราวิทซ์ (ลีตา เลสแตรงจ์)คัลลั่ม เทอร์เนอร์ (ธีซีอุส สคามันเดอร์) เป็นต้น

แล้วมาลุ้นไปกับ นิวท์ สคามันเดอร์ และผองเพื่อน ใน Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald สัตว์มหัศจรรย์ อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ 15 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ในระบบปกติ 3D, IMAX3D และ 4DX

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (9-11 พ.ย.) : The Grinch เปิดตัวดี 75 ล้านเหรียญทั่วโลก

The Grinch เปิดตัวในช่วงต้นเทศกาลหยุดยาวปลายปีได้ดี

Published

on

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา The Grinch ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือ How the Grinch Stole Christmas สุดคลาสสิกของ ดร.ซูสส์ ภายใต้งานสร้างของสูดิโอ Illumination เจ้าของผลงานสุดฮิตอย่าง Despicable Me และ Minion ได้เข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก โดยทำรายได้ไป 66 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 78.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 75 ล้านเหรียญ

  • ผู้กำกับ รอน ฮาร์เวิร์ด เคยดัดแปลงหนังสือดังกล่าวเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2000 ในชื่อ How the Grinch Stole Christmas ซึ่งนำแสดงโดย จิม แครีย์ และประสบความสำเร็จสูงมากด้วยรายได้ 345 ล้านเหรียญทั่วโลก

Overlord ผลงานอำนวยการสร้างของ เจ เจ แอบรัมส์ ที่เน้นบรรยากาศในสงครามโลก ผสานกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ และสยองขวัญ คล้ายกับนำองค์ประกอบของภาพยนนตร์เกรดบีในยุคก่อนมาปัดฝุ่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ก็ทำรายได้เปิดตัวไปในระดับกลาง 10.1 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 19.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 38 ล้านเหรียญเท่านั้น

The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story ที่สานต่อเรื่องราวของหญิงสาวรอยสักมังกรจากไตรภาค Millennium ของประเทศสวีเดน ทำรายได้เปิดตัวไปเพียง 8 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไปเพียง 16.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 43 ล้านเหรียญ

และ Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของวง Queen และนักร้องนำ เฟรดดี เมอร์คิวรี ที่เต็มไปด้วยสีสัน ก็ยังคงทำรายได้ดี โดยในสหรัฐอเมริกาทำไปได้กว่า 100 ล้านเหรียญแล้ว ส่วนรายได้ทั่วโลกนั้นอยู่ที่ 285.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 52 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : The Grinch

66 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 12.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 78.7 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 75 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : Bohemian Rhapsody

30.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 100 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 185.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 285.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 52 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Overlord

10.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 9.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 19.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 38 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : The Nutcracker and the Four Realms

9.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 35.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 61.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 97 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 120 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : The Girl in the Spider’s Web: A New Dragon Tattoo Story

8.02 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 16.3 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 43 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : A Star is Born

8.01 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 178 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 144.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 322.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 7 : Nobody’s Fool

6.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 24.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 265,000 เหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 24.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 19 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Venom

4.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 206.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 467.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 673.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Halloween

3.8 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 156.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 88.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 245.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : The Hate U Give

2.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 6)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 26.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 2.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 28.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 23 ล้านเหรียญ

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ผู้กำกับ Bat V Sup เผย ซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังหูทิยพ์หาแม่ เพราะเขาไม่อยาก “เพิกเฉยเสียงผู้คนที่ร้องขอความช่วยเหลือ”

Published

on

Batman V Superman คือภาพยนตร์ซุปเปอร์จากฝั่ง DC อันเป็นฝีมือการกำกับของ Zack Snyder ที่เขาได้แฝงสรรพสิ่งเชื่อมโยงหรืออ้างอิงหนังสือการ์ตูนคอมมิคในรูปแบบสัญญะ นัย และเรื่องราวฉากหลังที่เอาใจแฟน DC แบบสุดๆ แต่ก็เพราะไอความแฟนเซอร์วิสนี่แหละ มันเลยก่อให้เกิดข้อสงสัยและข้อถกเถียงมากมายกับคนดู ซึ่งหนึ่งในฉากที่หลายคนฉงนกันมากเป็นอันดับต้นๆ คือ “ทำไมซุปเปอร์แมนไม่ใช้พลังการได้ยินในการหาแม่ของเขาแทนการก้มหัวทำตามคำสั่ง เล็กซ์ ลูเธอร์ (Lex Luthor)

แต่ดูเหมือนตอนนี้ข้อสงสัยที่ว่า ได้ถูกเฉลยผ่านตัวพี่ Snyder ของเราเองผ่านการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ถามตอบถึงผลงานและความเป็นอยู่ของแกในปัจจุบันบน Twitter ส่วนตัว ซึ่งเขาก็ได้อธิบายว่า

ในฉากกรีนสกรีนที่ซุปเปอร์แมนบินขึ้นเหนือเมืองและกล้องเริ่มหมุนรอบตัวเขา ในจังหวะนั้น เขาจะได้ยินเสียงกรีดร้องของความช่วยเหลือของผู้คน และเสียงของการก่ออาชญากรรม ซึ่งหากสังเกตดูทีสีหน้าของซุปเปอร์แมน คุณก็จะเห็นได้ว่าเขากำลังเจ็บปวดอยู่ เพราะเขารู้ตัวว่าหากใช้วิธีดังกล่าวหาแม่ เขานั้นจะต้องเพิกเฉยต่อเสียงขอความช่วยเหลือจากทั้งสองเมือง (Metropolis, Gotham) และโลกทั้งใบ

ที่มา: Twitter

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!