Connect with us

What The Fact

มูลค่า Netflix พุ่งสูงถึง 1.5 แสนล้านเหรียญ : เกือบเทียบเท่า Disney แล้วในขณะนี้

มูลค่าโดยประมาณของ Netflix อาจเทียบเท่าหรือมากกว่า The Walt Disney Company ได้ในอนาคต

ผู้ชม 748 ครั้ง!

เว็บไซต์ Variety ได้รายงานว่า หุ้นของ Netflix ได้ปิดลงในวันนี้ (23 พฤษภาคม 2018) ที่มูลค่า 344.72 เหรียญต่อหุ้น ซึ่งทำให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของ Netflix นั้นอยู่ที่ประมาณ 1.528 แสนล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า Comcast ที่มี 1.47 แสนล้านเหรียญ และน้อยกว่า Disney ที่มี 1.533 แสนล้านเหรียญ เพียงแค่ 500 ล้านเหรียญเท่านั้น

หุ้นของ Netflix ได้มีมูลค่าสูงขึ้นถึง 4% ในช่วย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จากการประกาศความร่วมมือในการผลิตเนื้อหา (Content) ร่วมกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา และมิเชล โอบามา ภรรยาของเขา

ในปี 2018 นี้ หุ้นของ Netflix ได้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ซึ่งทางบริษัทยังคงเดินหน้าค้นหาไอเดียใหม่ๆในการสร้างเนื้อหาต้นฉบับ (Original Content) อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับศิลปินและผู้สร้างภาพยนตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์สยองขวัญจากไอเดียสุดบรรเจิดของ กีเยร์โม เดล โตโร (The Shape of Water) หรือคอมเมดี้สุดพิเศษของ สตีฟ มาร์ติน และมาร์ติน ชอร์ต ที่หวนกลับมาแสดงร่วมกันอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Netflix อาจซื้อโรงภาพยนตร์สำหรับฉายภาพยนตร์ของตนเอง เพื่อให้มีสิทธิได้เข้าชิงรางวัลสำคัญอย่างออสการ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความทะเยอทะยานของ Netflix ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี มูลค่าโดยประมาณของ Disney นั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เนื่องจาก Disney มีแผนเปิดตัวบริการสตรีมออนไลน์ในปี 2019 ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยเนื้อหาอันมหาศาล ทั้งภาพยนตร์ (Marvel, Star Wars), ซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ (ผลดีจากการเข้าซื้อกิจการของ Fox) ซึ่งอาจกลายเป็นผู้ให้บริการบริการสตรีมออนไลน์รายใหญ่แข่งกับ Netflix ก็เป็นได้

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Robin Hood: ล่มเมืองเพื่อเธอ

Published

on

By

เรื่องย่อ

“Robin Hood” ผลงานภาพยนตร์โปรเจกต์ยักษ์ที่นำเรื่องราวของยอดวีรบุรุษจอม โจรมาเล่าตีความในมุมมองใหม่ บู๊กว่า ดุดันกว่า และการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า รับประกันว่าผู้ชมยังไม่เคยได้สัมผัสในเวอร์ชั่นใดมาก่อน โดยหยิบยกเรื่องราวช่วงยุคเริ่มต้นของตำนานโรบิน ฮูดหลังจากที่เขาไปร่วมรบในสงครามครูเสด เมื่อกลับมาจึงพบว่าเมืองของเขาถูกคนชั่วยึดครอง โรบิน ฮูดจึงรวบรวมตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้

จากเรื่องเล่าที่มีประวัติยาวนานมากว่า 800 ปี ว่าด้วยจอมโจรที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ฉ้อฉลและช่วยเหลือชาวบ้านตาดำ ๆ ก็เป็นความคลาสสิกและโรแมนติกที่ทุกสังคมล้วนเผชิญและอัดอั้นคล้าย ๆ กัน และถ้านับเอาเฉพาะฉบับภาพยนตร์ก็ถือว่ามีการทำหนังมากว่า 110 ปีแล้วนับแต่ Robin Hood and His Merry Men (1908) หนังสั้นขาวดำที่ถือเป็นหนังโรบิน ฮูดเรื่องแรก

มาปีนี้ โรบิน ฮูด กลับมาอีกครั้งโดยการอำนวยการสร้างของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โดยดึงผู้กำกับใหม่ถอดด้ามในวงการจอเงินแต่เก๋าในวงการจอแก้วทั้งซีรีส์ Black Mirror และกำลังมีผลงานในปีหน้ากับ His Dark Materials อย่าง ออตโต บาตเฮิร์ส มากำกับ พ่วงด้วยดาราดังคับคั่งที่คัดตัวกันอย่างโชกเลือดกว่าจะได้แต่ละคนมา ทั้ง ทารอน อีเกอร์ตัน ที่คุ้นตาจากหนัง Kingsman มารับบท โรบิน ฮูด ที่ปรับลุคให้ดูวัยรุ่นขึ้น (ให้อารมณ์หนัง Kingsman ภาคแรกเหมือนกันนะ) และมีภูมิหลังเป็นอดีตทหารครูเสด โดยมีผู้ช่วยฝึกสอนวิชาและคู่หูนาม ลิตเติ้ล จอห์น รับบทโดย เจมี่ ฟ็อกซ์ ซึ่งก็ปรับลุคจากชายสูงใหญ่ล่ำบึ้กมาเป็นชายผิวสีดูเข้มน่ากลัวแทน และได้ตัวร้ายที่ให้บรรยากาศชวนเสียวหลังอย่างเบน เมนเดลโซห์ ตัวร้ายจากเรื่อง Rogue One: A Star Wars Story มารับนายอำเภอผู้มีปมกำพร้าและต้องการล้างแค้นทุกคนให้ลำบากเช่นเดียวกับเขา ซึ่งก็สร้างมิติใหม่ ๆ น่าสนใจให้ภูมิหลังตัวละครมากขึ้นด้วย

นอกจากเนื้อหาที่รู้ ๆ กันดีแล้วอย่างการเป็นผู้นำชุมชนลุกขึ้นสู้กับอำนาจทรราชย์แล้ว หนังยังมีซับพล็อตเรื่องความรักสามเส้าเข้ามาอีก เมื่อหนึ่งในผู้นำกลุ่มต่อต้านนายอำเภอที่แสดงโดย เจมี่ ดอร์แนน จากหนัง Fifty Shades of Grey (2015) ก็ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกับโรบิน ฮูด โดยนางเอกของเรื่องก็ได้ อีฟ  ฮิวสัน ลูกสาวสุดสวยของ โบโน่ แห่งวง U2 มารับบทนำด้วย ซึ่งหนังก็วางตัวละคร 3 เส้านี้ได้น่าสนใจสามารถเล่นเผื่อมีภาคต่อได้สบาย ๆ แถมทวีความเข้มข้นมากขึ้นด้วย เพราะดอร์แนนเป็นสายหลักการต่อสู้อย่างสันติ ในขณะที่โรบินเป็นสายก่อการร้าย ซึ่งขัดแย้งโดยหลักการกันเอง

สิ่งที่หนังทำได้น่าสนใจนอกจากการปรับลุคตัวละครให้มีความแตกต่างน่าสนใจจากฉบับเก่า ๆ และการปรับเมืองน็อตติ้งแฮมที่เป็นฉากหลังจากยุคกลาง มาสู่เมืองศูนย์ยุคอุตสาหกรรมของอังกฤษที่ดูทันสมัยและเสื่อมโทรมทางจริยธรรมไปพร้อมกันแล้ว หนังยังจริงจังมากกับการใส่ฉากแอ็กชั่นที่คิดมาแบบละเอียด ทั้งการให้อีเกอร์ตันฝึกสตันท์การยิงธนูไวแบบโบราณที่ทำได้ถึง 3 ดอกในเวลา 2 วินาที การกระโจนตัวกลางอากาศยิงเป้าเคลื่อนที่ และท่าสตันท์กับการยิงธนูอีกหลายหลาก โดยได้โปรด้านธนูสไตล์โบราณเจ้าของสถิติโลกอย่าง สตีฟ ราล์ฟส และ ลาร์ส แอนเดอร์เซน มาฝึกโดยเฉพาะเพื่อให้ภาพที่มีความน่าสนใจและรู้สึกว่าธนูอาวุธคู่กายของโรบิน ฮูด นั้นทรงพลังมากที่สุดด้วย

ตรงนี้ก็เป็นจุดเด่นที่ทำให้หนังดูน่าสนใจจากมากกว่าเวอร์ชันเก่า ๆ ด้วย

ซึ่งนอกจากท่าทางแล้วหนังยังได้ครีเอทีฟอาวุธอย่าง ทิม ไวล์ดกูส  มาทำอาวุธจากพื้นฐานธนูให้ทรงพลังขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หน้าไม้ที่ยิงได้ต่อเนื่องไม่ต่างจากปืนกล หรือ ปืนอาร์พีจีแบบยิงลูกธนู 30 ดอกพร้อมกัน เป็นต้น และอาวุธที่ใช้ในเรื่องทุกชิ้นสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งทำให้เราได้เห็นความจริงจังในการสร้างฉากต่อสู้และสงครามที่น่าจดจำอย่างมาก แต่ก็น่าเสียดายว่าหนังโชว์ของในส่วนนี้จริงจังแค่ฉากสงครามครูเสดที่เป็นเปิดเรื่อง ที่ใส่มาบรรยากาศกาศเหมือนสงครามอิรักเลย ไอเดียบรรเจิดมาก! แต่พอเข้าน็อตติ้งแฮมไอเดียอาวุธกลับกลายเป็นของโบราณธรรมดาไปเฉยเลย ยังดีว่าท่วงท่าการยิงกับความรนแรงปานปืนกลยังดึงความสนใจได้ดีอยู่

จะว่าไปหนังก็ดีไปหมด ทั้งวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ลูกเล่นเพียบ ตัวละครมีมิติ การเล่าเรื่องฉับไว สนุกสนาน มีขำเป็นระยะ แต่หนังก็มาพลาดกับเรื่องบทที่ไม่น่าจะมีอะไรยุ่งยากเลยเพราะโครงเรื่องเดิมแข็งแกร่ง คนเข้าใจง่ายอยู่แล้ว ทว่าการใส่แรงจูงใจของตัวละครแต่ละตัวดันมักง่ายและไม่ค่อยน่าเชื่อเลย ทั้งจอห์น อดีตแขกอาหรับที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสอนให้โรบินเพียงเพราะโรบินดูเป็นคนดีในสงคราม และจอห์นอยากเปลี่ยนแปลงโลกที่ทุนเป็นใหญ่ คือทำไมเอ็งไม่กลับไปทำที่บ้านเกิดฟระ???? หรือตัวละครโรบินเองก็เถอะแรงจูงใจสะเปะสะปะมั่วซั่วไปหมด ทั้งอยากแก้แค้นนายอำเภอที่แย่งชิงชีวิตสุขสบายของเขาไป อยากทำลายระบบรัฐฉ้อฉล ถูกบังคับโดยจอห์น แต่แรงจูงใจที่ดันชัดสุดนั้นกลับเป็นแรงจูงใจที่อยากเอาใจสาวแค่นั้นเอง คือสาวมีอุดมการณ์อยากช่วยคน โรบินก็ช่วยคน สาวอยากแจกจ่ายเงินให้คนจน โรบินก็เอาเงินไปแจกคนจน และอีกสารพัด สรุปเป็นคนดีเพราะเมียนี่เอง ฮ่วย!!

แต่ถึงจะว่านู่นนี่ แต่หนังก็ครีเอทดีงาม และน่าติดตามสมกับเป็น โรบิน ฮูด ยุค 2018 ที่เอาแค่ดูอาวุธแปลก ๆ การต่อสู้มัน ๆ เสื้อผ้าล้ำ ๆ และการถ่ายภาพสุดเจ๋ง แค่นี้ก็เพลินคุ้มค่าตั๋วละ

ลูกศรของโรบิน ฮูดที่ว่าไว ยังไม่ทันใจเท่ากดรูปแล้วจองตั๋วได้ทันที โว๊ะ!

 

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]Penguin Highway : ใช่!มันคือการ์ตูน แต่ห้ามพาเด็กไปดูเด็ดขาด

หน้าหนังทั้งโปสเตอร์ การดีไซน์ตัวละคร ตัวอย่างหนัง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คิดว่านี่คือหนังที่สดใส ดูได้ทุกเพศทุกวัย แต่เอาเข้าจริงแล้ว Penguin Highway แม้ว่าจะเป็นหนังการ์ตูน แต่เนื้อหาไม่ใช่สำหรับเด็กเลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังเป็นกลุ่มที่ชอบหนังไซไฟ แบบใช้สมองตีความอีกด้วย

Published

on

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

หน้าหนังทั้งโปสเตอร์ การดีไซน์ตัวละคร ตัวอย่างหนัง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คิดว่านี่คือหนังที่สดใส ดูได้ทุกเพศทุกวัย แต่เอาเข้าจริงแล้ว Penguin Highway แม้ว่าจะเป็นหนังการ์ตูน แต่เนื้อหาไม่ใช่สำหรับเด็กเลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังเป็นกลุ่มที่ชอบหนังไซไฟ แบบใช้สมองตีความอีกด้วย

อาโอยาม่า เด็กชายวัย ป.4 ลูกชายของนักวิทยาศาสตร์ ทำให้อาโอยาม่า รับเชื้อพ่อมาเต็ม ๆ เขาสนใจศึกษาวิทยาศาสตร์อย่างมาก ชอบวิเคราะห์หาเหตุและผลกับทุกสิ่งรอบตัว โดยจัดบันทึกทุกข้อสังเกต ทุกสมมติฐานลงในสมุดบันทึกปกแดงที่พกติดตัวตลอดเวลา อาโอยาม่า มั่นใจและภูมิใจในความฉลาดของตัวเองและคิดว่าเขาติดอยู่ในร่างของเด็กชาย อาโอยาม่า จึงพูดจาและมีบุคลิกท่าทางที่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว เขาอยากที่จะโตเป็นผู้ใหญ่โดยเร็ววัน ถึงกับนั่งนับวันที่จะเป็นผู้ใหญ่เสียที อาโอยาม่า คิดแม้กระทั่งว่าเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่จะต้องเป็นที่หมายปองของสาว ๆ เป็นแน่ แต่แม้ว่ายังเป็นเด็ก แต่อาโอยาม่าก็หมายปองพี่สาวคนสวยที่เป็นผู้ช่วยอยู่ร้านทันตแพทย์ใกล้บ้าน แล้วแวะเวียนไปพูดคุย เล่นหมากรุกกับพี่สาวเกือบทุกวันมากกว่าจะเล่นกับเพื่อนร่วมห้อง ความวุ่นวายมาเริ่มขึ้นเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีนกเพนกวินจำนวนมากโผล่มาที่สนามหญ้าในหมู่บ้านโดยไร้สาเหตุ กลายเป็นที่แตกตื่นไปทั้งหมู่บ้าน แต่แล้วเจ้านกเพนกวินก็วิ่งพล่านไปทั่วหมู่บ้านก่อนจะหายสาบสูญไป

ด้วยนิสัยของนักวิทยาศาสตร์ อาโอยาม่า และอุจิดะคุงเพื่อนสนิทคนเดียวจึงตามสืบว่านกเพนกวินมาจากไหน และมันหายไปไหนกัน หนังเดินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ กับปริศนาชวนหาคำตอบถึงที่ไปที่มาของนกเพนกวิน แต่เมื่อหนังเดินหน้าไปเรื่อยปริศนาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น กับการเข้ามามีบทบาทของฮามาโมโตะเพื่อนหญิงที่ฉลาดที่สุดในห้อง ที่รู้คำตอบว่านกเพนกวินหายไปไหน แต่เธอก็พาอาโอยาม่า และอุจิดะคุงไปพบกับปริศนาชิ้นใหม่ ที่มหัศจรรย์กว่าเดิม กับลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่ลอยตัวอยู่กลางทุ่งหญ้า บวกกับพี่สาวคนสวยที่เผยความลับว่าเธอคือผู้สร้างนกเพนกวินเหล่านั้น ง่าย ๆ เพียงแค่ปาสิ่งของออกไปกลางอากาศแล้วมันก็จะกลายเป็นนกเพนกวิน ไม่พอช่วงท้ายยังมีสัตว์ประหลาดยักษ์ออกมาไล่กินเพนกวินอีก

ปริศนาทั้งหมดมาอัดกันอีรุงตุงนังใน 20 นาทีสุดท้ายของหนัง หนังเฉลยเพียงที่มาของปรากฏการณ์ประหลาดเหล่านี้ แต่ไม่อธิบายถึงสาเหตุว่ากำเนิดมาเพราะอะไร ไม่อธิบายจุดเชื่อมโยงระหว่างพี่สาว เพนกวิน ลูกบอลพลังงาน และสัตว์ประหลาดอย่างกระจ่างนัก ทิ้งไว้ให้เป็นการบ้านของคนดูไปขบคิดต่อกันเอาเอง ถือว่าสารที่หนังต้องการสื่อและทิ้งไว้ ค่อนข้างหนักเกินคาด และน่าจะถูกใจคนดูที่ชอบหนังในแนวนี้เช่น 2010 space odyssey, Interstella

แม้ว่าตัวละครหลักจะเป็นเด็ก ป.4 มีสังคมในโรงเรียนแบบที่เราคุ้นเคยในการ์ตูนญี่ปุ่น มีเพื่อนสนิทที่คอยวิ่งตามไปไหนมาไหนด้วย มีเพื่อนน่ารักในห้อง มีความรักกุ๊กกิ๊กระหว่างเพื่อน และที่สำคัญมีเพื่อนเกเรร่างใหญ่แบบไจแอนท์ที่คอยตามรังแกอาโอยาม่า มีเพนกวินน่ารัก มีสัตว์ประหลาด แต่ทั้งหมดคือตัวละครที่อยู่ในอนิเมชั่นที่เป็นส่วนผสมของไซไฟ และ แฟนตาซีแบบจริงจัง และจบด้วยปรัชญาสาระที่ต้องตีความต่อหลังเดินออกจากโรง อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่ก็อึ้ง ๆ ไปเหมือนกัน

อีกจุดหนึ่งที่ Penguin Highway ไม่เหมาะกับเด็ก ๆ ก็คือประเด็นเรื่องความสนใจใคร่รู้ของอาโอยาม่า เขาเริ่มรู้สึกว่ามีความสนใจเพศตรงข้าม แต่กับผู้หญิงสาวไม่ใช่เพื่อนในวัยคราวเดียวกัน ทำให้อาโอยาม่าหมกมุ่นกับหน้าอกของพี่สาว และพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง พอเจอพี่สาวเขาก็จะจ้องแต่หน้าอก ทำให้มีภาพหน้าอกของพี่สาวคนนี้อยู่บนจอบ่อยครั้ง เพราะอาโอยาม่ายังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ว่าทำไมความรู้สึกที่เขามีต่อหน้าอกของพี่สาว ต่างกับความรู้สึกที่มีต่อหน้าอกของแม่ตัวเอง ประเด็นนี้ก็ไม่ใช่หนังสำหรับเด็กแล้ว ยากนะถ้าพาเด็กมาดูแล้วต้องอธิบายเนี่ย

ซ้าย : โทมิฮิโกะ โมริอิ ผู้ประพันธ์, ขวา : ฮิโรยาสุ อิชิดะ ผู้กำกับ

ต้นฉบับของหนังมาจากนิยายปี 2010 ของโทมิฮิโกะ โมริมิ ผลงานของเขาหลายชิ้นถูกดัดแปลงอนิเมชั่นแล้วหลายเรื่องทั้งเป็นภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์ และ Penguin Highway เป็นเรื่องล่าสุด แต่เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ สตูดิโอ โคโลไรโด บริษัทสร้างอนิเมชั่นน้องใหม่ ที่เคยผลิตแต่อนิเมชั่นขนาดสั้นมาแล้วหลายเรื่อง ,โคโลไรโด ก่อตั้งโดยผู้กำกับ ฮิโรยาสุ อิชิดะ กับ โยจิโร อาราอิ อดีตมือออกแบบตัวละครที่มาจากค่ายจิบลิ ไม่แปลกที่หน้าตาตัวละครจะชวนให้นึกถึงจิบลิอยู่พอควร แต่บรรยากาศหลัก ๆ แล้ว โคโลไรโด ก็พยายามสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองให้ได้อยู่ ทั้งโทนสีที่ไม่เน้นความฉูดฉาด แต่ออกโทนสว่างสบายตา ทุก ๆ ฉากจะเล่นกับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านต้นไม้ มีแสงอาทิตย์ส่องเป็นลำดูสบายตา ถ่ายทอดบรรยากาศเมืองชนบทออกมาได้น่าอยู่มาก โดยเฉพาะภาพต้นไม้ใบหญ้าเขียว ๆ

ฉากป่า ต้นไม้ แสงอาทิตย์ เขียนสวยมาก

สรุปได้ว่า Penguin Highway คืออนิเมชั่นภาพสวยใสสบายตา ที่มาในแนว ไซไฟ-แฟนตาซี ไม่ใช่อนิเมชันที่หวังผลทางการตลาด แต่มาทางสายรางวัล ไปคว้ารางวัลแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ซาโทชิ คอน อะวอร์ด (Satoshi Kon Award) จากเทศกาลหนังนานาชาติแฟนตาเซีย 2018 มาแล้ว ถ้าใครชอบหนังที่ต้องคิดตามเยอะ ๆ นี่คือหนังที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บันเทิง

แกะกล่อง Sweat16 CD 3rd Single TKO

Published

on

หลังจากที่ Sweat16 เปิด Pre-Oder CD 3rd Single TKO รอบ Early Bird ไปเมื่อ : 25 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ไม่ต้องรอนาน วันนี้ 20 พ.ย. 2561 ของถึงมือแล้วครัช ความดีงามของรอบ CD 3rd Single TKO รอบ Early Bird ก็คือจะได้รูปเพิ่มอีก 1 รูป (เป็นได้ 2 รูป) และแน่นอนครับ Random จาก 13 members (1 Member มี 1 แบบ) โดยรอบปกติ จะได้เพียง 1 รูป ไปดูกันครับว่าผมจะได้รูป Member คนไหน

ภายในซีดี CD 3rd Single TKO テクニカルノックアウト

ภายใน Single ประกอบไปด้วย
CD 1 แผ่น (4 Track)
– Track 1 : TKO
– Track 2 : Merenge Koi-Gokoro
– Track 3 : TKO (off vocal version)
– Track 4 : Merenge Koi-Gokoro (off vocal version)

Leaflet Member TKO (13 Members)
Lyrics : TKO / Merenge Koi-Gokoro
บัตร HI-FIVE 1 ใบ

  

 


Pre-Oder รอบปกติ : 6-30 พฤศจิกายน 2561 >>> https://sweat16.bentoweb.com/th
สิ่งที่จะได้รับสำหรับผู้พรีออเดอร์รอบปกติ
– Photo Member TKO แถบแดง 1 ใบ / Random จาก 13 members (1 Member มี 1 แบบ)

ติดตามรายละเอียดกิจกรรม HI-FIVE เพิ่มเติมได้ที่เพจ Official SWEAT16

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!