Connect with us

What The Fact

เผยเคล็ดวิชาของไข่มุก BNK48 จอมยุทธเพนกวิ้นเจ้าสำนักป้ายเป่าหลง!

เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการเกมโชว์ทันทีที่ BNK48 บุกรายการเกมโชว์ ไม่ว่าจะเป็น 4 ต่อ 4 ปีจอ ที่เมื่อ 8 สาว BNK48 สายฮามาเจอพิธีกรสายขยี้ งานนี้จึงเกิดความบันเทิงถึงขีดสุด

ใส่รองเท้าส้นสูงแล้วเล็บขบ เติมลิปสติกหลังจากนั่งมอเตอร์ไซค์ ครับ ถ้าน้ำหนึ่งกับปูเป้ว่าอย่างนั้นก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ

แต่ที่เร้าใจที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นรายการ Davinci เกมถอดรหัส ที่ออกอากาศมาตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา งานนี้สาว ๆ ได้ปล่อยมุกปล่อยของกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาการหวีดเมื่อทราบว่าถึงคราวของตัวเองต้องลงมาเล่นเกม

คือพวกหนูโดนบังคับมาเล่นเหรอลูก อาการสยองขวัญมาก หรือทีมงานบรี๊ฟไว้น่ากลัว!?

หรืออาการเกร็งของปัญและเจนนิษฐ์ “คู่แต่งงาน” แห่ง BNK48 ก็น่ารักแบบกินกันไม่ลงจริง ๆ

หรือแม้แต่ศัพท์ใหม่ที่บรรดาสาว ๆ บัญญัติกันจนผู้ชมมึนหัวเลยทีเดียว

จ้ะ

แต่ที่เด็ดที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไข่มุก หรือที่ตัวเธอเองและแฟน ๆ เรียกกันว่าคุณไข่ ที่บัญญัติศัพท์ได้อย่างเหนือชั้น ทั้งอ๊บไสไม้ ป้ายเป่าหลงและอื่น ๆ อีกมากมาย

สารภาพเลยว่าตอนที่เราได้ยินคำว่า ป้ายเป่าหลง ครั้งแรก เราคิดว่าน่าจะเป็นชื่อสำนักวิทยายุทธหรือไม่ก็กิจการเก่าแก่บนถนนเยาวราช!

ณ จุดนี้ คุณไข่คงจะเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากผู้ชมไปได้เป็นกระบุงแล้ว อย่ากระนั้นเลย เรารีบมาดูกันต่อเลยดีกว่าว่าเพนกิ้น*น้อยน่ารักแห่ง BNK48 นี้มีดีอะไรจะมามัดใจแฟน ๆ ได้อีก

*คนญี่ปุ่นเรียกนกเพนกวิ้นว่า ペンギン (ออกเสียงว่า เพ็นกิ้น) อีกทั้ง AKB48 ยังมีเพลงฮิตที่ชื่อว่า 走れ!ペンギン (ออกเสียงว่า ฮาชิเระ เพ็นกิ้น) อีกด้วย เชื่อว่านี่เป็นสาเหตุที่แฟน ๆ เรียกคุณไข่ว่าเพนกิ้น ไม่ใช่เพนกวิ้นตามที่คนไทยเรียกนกชนิดนี้มาแต่เดิม

เพลง 走れ!ペンギン ของ AKB48 ที่แฟน ๆ BNK48 เห็นพ้องต้องกันว่า ถ้ามีเวอร์ชันของ BNK48 เมื่อไหร่ คุณไข่ต้องเป็นเซ็นเตอร์เท่านั้น!

1. คุณไข่โก๊ะอย่างนี้มานานแล้วนะ

ถ้าจะให้อภิปรายว่าจริง ๆ แล้วคุณไข่รู้จักคำว่ากบแต่ตั้งใจเรียกว่าอ๊บหรือเปล่าล่ะก็ ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเรื่องนี้มีคุณไข่คนเดียวที่รู้ความจริง แต่ที่เราพอจะบอกได้ก็คือ คุณไข่ก็เป็นของคุณไข่อย่างนี้มานานแล้ว ดังที่ปรากฏในเกมกล่องปริศนาในรายการ BNK48 Show เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2560 ที่คุณไข่ก็เรียกกบว่าอ๊บ ๆ

และทักษะการสร้างสรรค์คำของคุณไข่ก็ไม่ได้เพิ่งมาเช่นเดียวกัน ดังที่ปรากฏในเกมอ่านปากของฉันนะในรายการ BNK48 Show เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2560 ที่คุณไข่ก็ได้ประดิษฐ์ศัพท์ใหม่ออกมาเหมือนกัน

และความโก๊ะของคุณไข่นี่แหละที่ตกแฟน ๆ ได้เป็นแถบ ๆ ยืนยันฟันธงโดยปูเป้กับประโยคอมตะของเธอเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่ว่า “คุณไข่ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น”

ซึ่งทำให้เราต้องย้ำอีกหลาย ๆ ครั้งว่า BNK48 เป็นไอดอลกรุ๊ป ไม่ใช่คณะตลกนะครับ!

อนึ่ง ถ้าว่ากันตามตำราไอดอลญี่ปุ่นแล้ว บุคลิกลักษณะของคุณไข่นั้นเรียกกันว่าเท็นเน็ง (天然キャラ) คือพูดหรือแสดงออกในลักษณะที่ไม่เข้ากับบริบทแวดล้อมโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากผู้คนโดยรอบได้ ยกตัวอย่างเช่นในรายการ 4 ต่อ 4 ปีจอเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่เมื่อพิธีกรถามว่า “ลืมสายชาร์จทำยังไง” คุณไข่ก็ตอบออกไปว่า “ขโมยเพื่อนค่ะ” ซึ่งถ้าพิธีกรไม่ขยี้ให้กลายเป็นเรื่องชวนหัวก็อาจจะดราม่าได้ง่าย ๆ ซึ่งที่ผ่านมา AKB48 ก็มีสมาชิกแถวหน้าที่มีบุคลิกเท็นเน็ง เช่นโคจิมะ ฮารูนะ (小嶋陽菜) แห่ง AKB48 รุ่นที่ 1 ต้นฉบับคามิ 7 และอิชิกาวะ มิโอริ (市川美織) แห่ง AKB48 รุ่นที่ 10

ภาพจากรายการ AKBINGO! วันที่ 8 มิถุนายน 2554

สำหรับเมืองไทยซึ่งวัฒนธรรมไอดอลยังเป็นของใหม่ ผู้ชมอาจจะยังสับสนหรืองงงวยกับการที่ไอดอลมีบุคลิกลักษณะเช่นนี้ อะไรที่ผิดพลาดหรือไม่สมบูรณ์จึงอาจจะดูเป็นเรื่องแกล้งทำหรือจงใจทำ แต่ที่ญี่ปุ่นนั้น ความโก๊ะหรือความไม่สมบูรณ์แบบของไอดอลเป็นเรื่องเอามาขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันเพื่อความบันเทิงขั้นสุดของผู้ชม เม็มเบอร์ที่ขึ้นชื่อในด้านนี้ก็เช่นคาวาเอ รินะ (川栄李奈) หรือริจจังแห่ง AKB48 รุ่นที่ 11 ที่เคยได้เป็นเซ็มบัตสึอันดับที่ 16 ในการเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48 เมื่อปี 2557

ริจจังกับการแปลภาษาของเธอ (ภาพจากรายการ めちゃ2イケてるッ! วันที่ 1 มีนาคม 2557)

ริจจังกับสูตรคูณแม่ 8 ที่เธอท่องไม่ถูกซะที (ภาพจากรายการ めちゃ2イケてるッ! วันที่ 18 พฤษภาคม 2556)

ริจจังกับอาการเท้าเหม็นที่โดนขยี้แล้วขยี้อีก (ภาพจากรายการ めちゃ2イケてるッ! วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 และวันที่ 12 เมษายน 2557)

งานนี้บอกเลยว่า ถ้าเรายอมรับว่าไอดอลก็เป็นคนที่มีด้านที่ไม่สมบูรณ์แบบแล้วล่ะก็ ไอดอลก็มีเรื่องสนุก ๆ ให้เราติดตามและให้กำลังใจอีกมากมายทีเดียว

2. คุณไข่ยอดนักชงเรือ

ถึงแม้นักชงเรือที่ขึ้นชื่อในวงจะเป็นเม็มเบอร์อย่างเปี่ยม อรหรือซัทจัง แต่ไข่มุกก็มีความสามารถด้านนี้ไม่แพ้กัน ดังที่จะเห็นได้ในโอกาสต่าง ๆ เช่นการชงเรือเฌอสิค (เฌอปราง & มิวสิค) ในงาน All New Suzuki Swift เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561

แต่ความสามารถเฉพาะตัวอันสุดยอดในการชงเรือของคุณไข่ก็คือการชงเรือตัวเอง และคู่ของเธอก็คือปูเป้ ถึงแม้ปูเป้จะพยายามหนีแต่คุณไข่ก็หาได้แคร์ไม่ ทั้งหมดก็เพื่อความสุขของแฟน ๆ นั่นเอง

อนึ่ง คำว่า “เรือ” หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเม็มเบอร์ที่ดูจะสนิทกันมากเป็นพิเศษ มักเกิดจากการสังเกตของแฟน ๆ หรือเม็มเบอร์ด้วยกันเอง สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า ship ซึ่งย่อมาจากคำว่า relationship ที่แปลว่าความสัมพันธ์นั่นเอง (ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าการชงเรือหรือการต่อเรือมันสนุกตรงไหน ก็ให้คุณนึกถึงสมัยประถมหรือม.ต้นที่เพื่อน ๆ เที่ยวจับคู่คนนั้นกับคนนี้ บอกว่าคนนั้นกับคนนี้เป็นแฟนกัน มันบันเทิงในลักษณะนั้นแหละครับ)

3. ครัวคุณไข่ รายการทำอาหารสุดมุ้งมิ้ง

ความสามารถที่สุดแสนจะโดดเด่นอีกอย่างของคุณไข่ก็คือการทำอาหาร (ส่วนใหญ่จะเป็นขนมหวาน) ซึ่งคุณไข่ก็มีครัวคุณไข่ รายการทำอาหารที่มีให้ติดตามเป็นประจำทางเฟซบุ๊ก นอกจากแฟน ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารและชื่นชมความน่ารักของคุณไข่แล้ว อีกไฮไลท์สำคัญก็คือเม็มเบอร์ BNK48 คนอื่น ๆ ที่แวะเวียนมาสร้างสีสันให้รายการนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเฌอปรางที่เมาความสุขหลังจากได้กินมาการองชาเขียว

หรือปัญที่โรยเกลือแบบ Salt Bae

แต่ที่ทำให้เราชื่นอกชื่นใจที่สุดก็คือ คุณไข่ได้ทำขนมไปแจกเด็ก ๆ ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการกุศลของ BNK48 นั่นเอง

และความสามารถอันเอกอุด้านนี้ของคุณไข่ยังไปเข้าตารายการตีท้ายครัวจนโดนบุกบ้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

4. คุณไข่เป็นตัวแทนทีมไทยสู้ศึกเลือกตั้ง

ในการเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48 ครั้งที่ 10 ที่กำลังจะประกาศผลในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายนนี้ คุณไข่คือหนึ่งใน 10 สมาชิกของ BNK48 ที่ลงสู้ศึก โดยไกด์บุ๊กเลือกตั้งของสำนักพิมพ์โคดันชะได้บรรยายไว้ว่า คุณไข่เป็นอีกหนึ่งเม็มเบอร์ที่น่าจับตามอง เธอมีความสามารถรอบด้านทั้งการตัดเย็บเสื้อผ้า ทำขนมถึงขนาดมีรายการเป็นของตัวเองและมีความน่ารักโดดเด่นและความเป็นไอดอลมาเป็นอันดับหนึ่งใน BNK48 อีกด้วย อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากแฟน ๆ มากขึ้นด้วยการพัฒนาฝีมือของตัวเอง ตอนแรกคุณไข่หวังว่าจะได้ที่ 100 แต่ถึงแม้จะไม่ได้ตามที่หวัง แค่ได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

ข้อมูลของไข่มุกจากไกด์บุ๊กเลือกตั้งของสำนักพิมพ์โคดันชะ

“ช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเรา อาจจะไม่ต้องโหวตก็ได้ แต่ว่าแค่ส่งใจก็พอแล้วค่า” (ภาพจาก BNK48 DIGITAL LIVE STUDIO 11 June 2018)

และอย่าลืมร่วมชมร่วมเชียร์ไข่มุกและเม็มเบอร์ BNK48 ที่สู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ทางช่องทางออนไลน์ของ Workpoint กันนะครับ

5. คุณไข่ผู้อ่อนโยนและเป็นกำลังใจสำคัญ

ไอดอลไม่ใช่แค่นักร้องนักเต้น แต่เป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจด้วย และคุณไข่ก็เป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจสำคัญของใครหลาย ๆ คน อันนี้เราจะไม่อธิบายอะไรมาก เชิญชมคลิปครับ

สำหรับใครที่โดนคุณไข่ตกเป็นที่เรียบร้อยก็ไปติดตามกันต่อได้ที่เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของเธอได้เลย ขอให้คุณไข่ได้เป็นความสุขความสดใสของทุกคนครับ ^_^

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ภาพยนตร์

[รีวิว] The Prodigy เด็ก(จอง)เวร – เด็กเปรต..แม่โง่เป็นบ้า..แต่ผวาได้ตลอด

Published

on

ใครจะไปคิดว่าเบื้องหลังหน้าใสๆซื่อๆ ไมล์ส ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ซาร่า จะซ่อนสัญชาตญาณอำมหิตไว้ หลังก่อวีรกรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ซาราห์ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรสิงสู่ให้ไมล์ส กลายเป็นเด็กจองเวร ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

ในบรรดาทำเนียบหนังเด็กผี หลายคนอดคิดถึงหนังในตำนานอย่าง The Omen ที่มีทั้งภาคต่อและภาครีเมค ที่ถูกพูดถึงว่าเป็นต้นแบบหนังเด็กเปรต ก่อนจะมีหนังแนวนี้ตามมาทั้ง Child’s Play, Apt Pupil และThe Orphan เป็นต้น และสำหรับ The Prodigy หนังก็มาในแนวทางเดียวกัน เดินตามสูตรหนังเด็กเปรต ทั้งเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดจากหนูน้อยหน้าใส การตายของสัตว์เลี้ยง หรือกระทั่งการละเมอพูดภาษาแปลกๆ แต่สิ่งที่บทหนังดูจะเดิมพันเป็นพิเศษนั่นคือ การบอกคนดูโต้งๆเลยตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่าวิญญาณชั่วร้ายที่มาสิงไมล์สตั้งแต่ต้นเรื่องเป็นใคร จนคนดูต้องอุทาน “อ้าว! แล้วทีนี้เราจะไปลุ้นกับการตามหาความจริงของอีแม่เด็กเปรตทำไมล่ะเนี่ย” และแม้ว่ามันจะนำไปสู่ช่องโหว่ในการดำเนินเรื่องที่เต็มไปด้วยฉากชวนสงสัยแบบคนดูต้องแอบหงุดหงิดบ้างแหละว่าทำไมอีพ่อแม่มันไม่รู้ซักที แต่ด้วยการกำกับ-เลือกใช้ภาพ และการตัดต่อก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันทำให้คนดูลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้จริงๆ เรียกง่ายๆว่าทั้งเกาหัวแกรกๆงงกับความโง่ของตัวละครก็ดันอดไม่ได้ที่จะเอามือปิดตา หรือแอบเอากระเป๋ามากอดไว้ให้รู้สึกปลอดภัยตอนดูนั่นเอง 

ไม่เพียงแค่ฉากระทึกต่างๆจะทำได้ดี อีกจุดที่หนังกล้าทิ้งไพ่ตายคือ จุดพลิกผันแบบไม่ต้องสนใจภูมิหลังที่มาตัวละครอะไรกันแล้ว ที่สำคัญคือ ต่อให้รู้ว่าตัวละครทำสิ่งที่โง่เขลาเบาปัญญา เราก็ยังอดลุ้นตามปนเกาหัวแกรกๆว่า เฮ้ย!เอางี้เลยเหรอวะ ซึ่งตอนดูก็เกิดพุทธิปัญญาว่า อ๋อ..!มันอาจเป็นอารมณ์เดียวกับเราดูละครไทยนั้นแหละ แม้ว่ามันจะทำให้นางเอกดูโง่ๆแค่ไหนเราก็ยังอดเอาใจช่วยไม่ได้ แม้ว่าบางเหตุการณ์จะทำเอาเราอยากเรียกนางมาทดสอบไอคิวใหม่ก็ตาม  

แจ็คสัน โรเบิร์ต สก็อต หนูน้อยดวงซวยจาก IT มารับบทไมล์ส ได้หลอนชิบหายวายป่วงมาก แค่นั่งหน้านิ่งทำตาหินใส่ก็แทบฉี่ราดแล้ว ตอนต้องเปลี่ยนบุคลิกนี่ถึงกับเย็นเยียบไปทั้งตัวเลย ส่วน เทย์เลอร์ ชิลลิ่ง นางเอกซีรีส์ Orange is the new black ก็รับบท ซาร่าห์ แม่ผู้ทำทุกทางให้ลูกรอดจากการสิงสู่ได้อย่างน่าเห็นใจดี แม้บทหนังจะทำให้เธอดูเบาปัญญาปนๆไปกับอารมณ์ไบโพลาร์ ผีเข้าผีออก เดี๋ยวเชื่อเดี๋ยวไม่เชื่อก็ตามทีเถอะ แต่ทุกฉากที่เห็น ซาร่า อยู่กับ ไมล์ส คือช่วงที่คนดูไม่อาจหายใจได้ทั่วท้องจริงๆ 

โดยรวมเราอาจจัด The Prodigy เป็นหนังสยองดูไปกินพอพคอร์นไปพร้อมตะโกนด่านางเอกในใจไปได้อย่างเพลิดเพลินเชียวแหละ แต่ใครหวังจะได้ดูหนังสยองขวัญเปี่ยมตรรกะน่าเชื่อถือขอให้ผ่านไปก่อนน้องไมล์สจะทำหน้าอ้อนใส่แล้วโผล่มาแฮร่ให้คุณตกใจเล่นในโรงแล้วกัน อิอิ

ระทึกไปกับอีแม่ อย่าแคร์ถูกผิด สัมผัสความอำมหิตจาก เด็ก(จอง)เวร คลิกเลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว]Happy Death Day 2U : กลายเป็นหนังไซไฟไปซะงั้น

ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2017 ทำกำไรไปถล่มทลาย 125 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างจิ๊บ ๆ มากแค่ 4.8 ล้านเหรียญ ไม่แปลกที่มีภาค 2 ตามออกมาติด ๆ โดยทีมงานเดิมครบถ้วน ได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ที่ 9 ล้าน แค่สุดสัปดาห์แรกก็เก็บไปแล้ว 26 ล้านที่เหลือก็คือรอเก็บกำไรเข้ากระเป๋าอย่างเดียว คริสโตเฟอร์ แลนดอน เจ้าของเรื่องและผู้กำกับก็ประกาศเดินหน้าภาค 3 ทันที

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2017 ทำกำไรไปถล่มทลาย 125 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างจิ๊บ ๆ มากแค่ 4.8 ล้านเหรียญ ไม่แปลกที่มีภาค 2 ตามออกมาติด ๆ โดยทีมงานเดิมครบถ้วน ได้ทุนสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ที่ 9 ล้าน แค่สุดสัปดาห์แรกก็เก็บไปแล้ว 26 ล้านที่เหลือก็คือรอเก็บกำไรเข้ากระเป๋าอย่างเดียว คริสโตเฟอร์ แลนดอน เจ้าของเรื่องและผู้กำกับก็ประกาศเดินหน้าภาค 3 ทันที

ในภาค 2 นี้ เรื่องราวดำเนินต่อจากภาคแรกแบบนาทีต่อนาที หลังจากที่”ทรี”คลี่คลายปริศนาเจอผู้ที่อยู่ภายใต้หน้ากาเบบี้ และสามารถทลายวงจรวนลูปที่ติดอยู่ในวันเดิม ๆ ได้สำเร็จ แต่แล้ว “ไรอัน” เพื่อนร่วมห้องของ “คาร์เตอร์” แฟนของทรีก็โผล่เข้ามาแล้วบอกว่าเขากำลังติดอยู่ในลูปวันเดิม ๆ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรหน้ากากเบบี้ ปัญหาของไรอัน ดึงความสนใจของทรีได้ แล้วทั้งหมดก็เจอต้นเหตุของวังวนว่ามาจาก “ซิซซี่” อุปกรณ์จักรกล สิ่งประดิษฐ์จากมันสมองอัจฉริยะของไรอันและแก๊ง ที่เป็นนักรียนวิทยาศาสตร์จักรกลแต่ซิซซี่ยังทำงานไม่สมบูรณ์เป็นผลให้ปล่อยคลื่นพลังงานออกมา แล้วทำให้ทรีติดอยู่ในวังวน และต่อมาก็ตัวไรอันเอง เมื่อไรอันเดินเครื่องอีกครั้งก็ดึงทรีกลับเข้าไปอยู่วังวนเดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เรื่องราวกลับเปลี่ยนไปจากเดิม ฆาตกรหลังหน้ากากเบบี้ก็ไม่ใช่คนเดิมทางออกคือทรีต้องช่วยไรอันและทีมให้แก้ไขข้อผิดพลาดของ”ซิซซี่” เพื่อจะทำให้เธอหลุดออกมาจากวังวนอย่างถาวร

คริสโตเฟอร์ แลนดอน ยังคงควบหน้าที่กำกับและเขียนบทเช่นเดิม ในภาคแรกถือว่าไอเดียของคริสโตเฟอร์ บรรเจิดมากกับการเอาเรื่องราววังวนลูป ที่ตัวเอกของเรื่องติดอยู่ในวันเดิม ๆ มารวมเข้ากับหนังฆาตกรใส่หน้ากาก ซึ่งหนังก็ออกตัวอย่างเต็มที่ว่าไอ้รับอิทธิพลมาจาก GroundHog Day (1993) หนังคอมมีดี้คลาสสิกที่ตัวเอกติดอยู่ในวันเดิม ๆ จนกว่าจะพิสูจน์ตัวเองว่าปรับปรุงนิสัยเป็นคนดีได้แล้ว มาภาคนี้คริสโตเฟอร์ ใส่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมิติทับซ้อนเข้าไป มีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นประเด็นหลัก ก็ออกตัวชัดเจนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากไตรภาค Back To The Future

ปัญหาของภาคนี้คือโทนของหนังที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก เมื่อคริสโตเฟอร์เลือกที่จะอธิบายที่ไปที่มาของสถานการณ์วนลูปว่าเกิดจากปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ มีการลงลึกเรื่องทฤษฎีมิติทับซ้อน อธิบายด้วยศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ยาก ๆ และทางออกของปัญหาจากเดิมที่มุ่งประเด็นไปที่ตัวตนของผู้ที่อยู่หลังหน้ากาก กับกลายเป็นการร่วมมือกันที่จะผลักดันให้ “ซิซซี่” ถูกแก้ไขและเดินเครื่องได้สำเร็จ ทำให้ Happy Death Day 2U มีน้ำหนักเอนเอียงไปทางหนังไซไฟ และเรื่องราวของฆาตกรสวมหน้ากากก็ถูกลดความโดดเด่นลงเป็นประเด็นรอง แม้บทหนังจะพยายามคงเสน่ห์ต่าง ๆ จากภาคแรกไว้ แต่ก็ไม่เท่าเดิม หนังยังคงมีทั้งฉากตื่นเต้นฆาตกรตามล่าเหยื่อ แต่ก็มีเพียงแค่ 2-3 ฉาก ฉากที่ทรีตายแล้วตายอีกจากเดิมที่ตายเพราะพยายามกระชากหน้ากากเบบี้ กลับกลายเป็นการฆ่าตัวตายเพื่อพยายามหาสูตรแก้ไขข้อบกพร่องของ”ซิซซี่” ซึ่งถูกเล่าออกมาในแนวขำ ๆ ทำให้บรรดามุกต่าง ๆ ในภาคนี้มากขึ้น หนังกลับมีเสียงหัวเราะเสียมากกว่าบรรยากาศชวนลุ้นของหนังสยองขวัญ

ฉะนั้นแฟนที่ติดตามมาจากภาคแรก ถ้าคาดหวังอารมณ์ขันที่เคยสอดแทรกไว้ในภาคแรก อาจจะพึงพอใจ แต่ถ้าคาดหวังอารมณ์ลุ้นระทึกกับการหนีเอาชีวิตรอดจากการตามล่าของหน้ากากเบบี้ก็จะผิดหวัง ที่ฉากเหล่านี้ลดน้อยไป เลือดน้อยลง ความโหดแทบไม่เห็น แม้จะมีการเผยตัวร้ายคนใหม่ที่อยู่เบื้องหลังหน้ากาก แต่ก็ไม่ได้ชวนให้เซอร์ไพรส์อะไรมากมาย หนังสอดแทรกดราม่าเข้ามาเล็กน้อย ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย เรื่องความผูกพันของทรีและแม่ และเมื่อเธอเปิดใจกับคาร์เตอร์ ให้ความสำคัญกับเพื่อนด้วยการให้อภัยลอรี่ แต่ก็ไม่ได้ถูกขับเน้นอารมณ์ดราม่าเหล่านี้ให้ขึ้นมาโดดเด่นนัก

แต่ถึงแม้คะแนนจากนักวิจารณ์จะได้น้อยลงจากภาคแรก รวมไปถึงรายได้ของหนังก็ไม่น่าจะไปไกลกว่าภาคแรก แต่ด้วยกำไรของหนังที่ยังคงสวยงาม ทำให้หนังได้เดินหน้าต่อไปจนครบจบไตรภาค ซึ่งหนังก็เผยทิศทางของภาค 3 ไว้ในฉากโพสต์เครดิต ที่ไม่ต้องรอนานหลังหนังจบ พอได้ดูก็เห็นชัดแล้วว่า เรื่องราวของภาค 3 ยิ่งออกทะเลไปไกลแน่นอน สรุปได้ว่า Happy Death Day 2U เสน่ห์ของหนังน้อยลงไป ออกทะเลมากขึ้น และพูดเต็มปากไม่ได้แล้วว่านี่คือ “หนังสยองขวัญ”

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

“PAR-K” อาณาจักรแห่งเสียงดนตรีอันสดใสและไพเราะจากสองปลา “Whal & Dolph”

Published

on

Whal & Dolph เป็นวงดนตรีอินดี้อีกวงหนึ่งที่กำลังเติบโต และเข้าถึงแฟนๆในวงกว้างมากขึ้น อัลบั้มแรก Rayon (เรยอน) ที่มีเพลงฮิตอย่าง รอให้เธอบอก ฉันยังเก็บไว้  เก็บเธอเอาไว้ดูก่อน และอีกมากมาย ถือว่าประสบความสำเร็จมาก และเป็นสิ่งที่นำพาสุ้มเสียงของพวกเขาให้เข้าไปอยู่ในใจของใครหลายคน

คราวนี้คู่หูสองปลา  ดอล์ฟ  ปอ กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ (ร้องนำ) และวาฬ น้ำวน วนนท์ กุลวรรธไพสิฐ (กีตาร์) ได้กลับมาอีกครั้งพร้อม EP อัลบั้มที่มีชื่อว่า “PAR-K” ซึ่งมาจากคำว่า “PARK” หรือ สวน ซึ่งปอได้มีความประทับใจเมื่อครั้งไปถ่ายภาพในบ้านหลังหนึ่งที่มีสวนสวยงามเลยเก็บความประทับใจนั้นมาใช้ตั้งชื่ออัลบั้ม แต่ก็ยังแอบใส่ลูกเล่นเล็กๆด้วยการแยกคำเป็น “PAR-K” ซึ่ง PAR ก็หมายถึง “ปลา” นั่นเอง ส่วน K ก็คือ Kingdom หรืออาณาจักร รวมกันแล้วก็คืออาณาจักรของปลา

บทเพลงใน EP “PAR-K”  ประกอบไปด้วยทั้งหมด 4 เพลงได้แก่ “บรรยากาศดี”  “ไม่รู้ทำไม” “ฝากไว้กับดาว” และ “ฉันดีใจที่ได้พบเธอ”  ทั้งหมดล้วนแล้วแต่กลั่นออกมาจากประสบการณ์ของปอทั้งสิ้น เรียงร้อยออกมาเป็นถ้อยภาษาที่เขาอยากจะสื่อสาร พร้อมผ่านท่วงทำนองอันไพเราะจากน้ำวน และการเรียบเรียงเติมเต็มผ่านเครื่องดนตรีต่างๆจนสมบูรณ์ ทำให้ EP นี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตขึ้นของทั้งเนื้อหาและดนตรี

“บรรยากาศดี”

เพลงแรก “บรรยากาศดี” (Red Dress) บทเพลงที่หยิบฉวยบรรยากาศของช่วงเวลาเมื่อแรกพบอันก่อให้เกิดความประทับใจตราตรึงมานำเสนอผ่านท่วงทำนองอะคูสติคสบายๆ ทั้งดนตรีและคำร้องบรรยายความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกคุ้นเคยที่เรามีต่อใครคนหนึ่งทั้งๆที่เพิ่งได้พบกัน

“ไม่รู้ทำไม”

บางครั้งเหตุผลกับความรู้สึกก็สวนทางกัน ทั้งๆที่ได้พบคนที่ดีแล้วแต่ไม่รู้ทำไมวันหนึ่งความรักที่เคยมีก็หมดหายไป “ไม่รู้ทำไม” (Skyfall) คือบทเพลงที่เล่าอาการหมด “แพชชั่น” ผ่านท่วงทำนองสดใส ที่ดูเหมือนว่าจะขัดแย้งกับเนื้อหาของเพลงที่พูดถึงภาวะที่กำลังนำไปสู่การเลิกรา

“ฝากไว้กับดาว”

“ฝากไว้กับดาว” (Secret of Star) เป็นเพลงที่มีความลงตัวดีทั้งเนื้อหาและดนตรีที่น่ารักและอบอุ่น จึงถูกนำมาทำเป็น MV ไปแล้วเรียบร้อย เพลงน่ารักๆ ที่พูดถึงความรักที่อาจเกิดขึ้นในเวลาที่ยังไม่เป็นใจ  การ “เก็บความรู้สึก” นั้นเอาไว้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ไม่ได้ทิ้งมันไปแต่ฝากเอาไว้กับ “ดาว”

“ฉันดีใจที่ได้พบเธอ”

“ฉันดีใจที่ได้พบเธอ” (The Golden Song) บทเพลงโรแมนติคที่แฝงอารมณ์เศร้าละมุนปิดท้ายอัลบั้ม ที่มีเพียงเสียงร้องของปอและเสียงกีตาร์จากน้ำวน เสียงกีตาร์ปิ๊กกิ้งหวานๆของน้ำวน และเสียงร้องสบายๆของปอ ช่วยขับกล่อมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ถ่ายทอดความรู้สึกที่จริงใจกับความต้องการบอกใครคนนั้นที่ได้พบกันว่า “ฉันดีใจที่ได้พบเธอ”

“PAR-K” ถือว่าเป็น EP อัลบั้มที่ค่อนข้างลงตัว ถึงแม้โดยรวมงานเพลงทั้ง 4 เพลงจะมีความใกล้เคียงและไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ก็เหมือนกับการฟังเพลงเพลงหนึ่งที่แบ่งออกเป็น 4 พาร์ท ทุกเพลงมุ่งไปในทิศทางของเรื่องราวและอารมณ์ในแบบเดียวกัน ซึ่งก็เป็นการประกาศแนวทางการทำเพลงของ Whal & Dolph  ที่ชัดเจน แต่ทั้งนี้เราก็ได้เห็นถึงพัฒนาการของทั้งคู่ ที่ทำให้เชื่อได้ว่างานเพลงที่จะตามมาหลังจากนี้จะต้องมีความน่าสนใจยิ่งขึ้นอีกแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!