Connect with us

What The Fact

SDCC 2018 : ตัวอย่างแรก Aquaman ฮีโร่ฉายเดี่ยวคนล่าสุดแห่งจักรวาล DC

Warner Bros. ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของ Aquaman ภายในงาน San Diego Comic-Con 2018 (19 – 22 ก.ค.) ซึ่งจะเดินเรื่องต่อจาก Justice League เมื่อปี 2017

Published

on

Warner Bros. ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของ Aquaman ภายในงาน San Diego Comic-Con 2018 (19 – 22 ก.ค.) ซึ่งจะเดินเรื่องต่อจาก Justice League เมื่อปี 2017

ลิงค์ตัวอย่างซับไทย : YouTube

Aquaman เป็นเรื่องราวของ Arhtur Curry (รับบทโดย เจสัน โมโมอา) ผู้อยู่ตรงกลางระหว่างโลกมนุษย์และดินแดน Atlantis ซึ่งทำให้เขาเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโลกทั้งสอง เขาต้องเดินทางกลับไปยัง Atlantis เพื่อยับยั้งมิให้ Ocean Manster (รับบทโดย แพทริก วิลสัน) เปิดศึกกับโลกมนุษย์ และร่วมเดินทางกับ Mera (รับบทโดย แอมเบอร์ เฮิร์ด) ออกตามหาตรีศูลแห่ง Atlan เพื่อขึ้นเป็นกษัรติย์แห่ง 7 คาบสมุทร

Aquaman เป็นผลงานกำกับของ เจมส์ วาน (The Conjuring, Furious 7) จากบทของ วิล บีล (Ganster Squad) และ เดวิด เลสลี่ จอห์นสัน (The Conjuring 2)

Aquaman มีกำหนดฉายวันที่ 13 ธันวาคม 2018

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

เรียนรู้ที่จะพัก และปลุกพลังใจไปกับ “แสงสวรรค์” MV ใหม่ จาก Bodyslam

Published

on

ตั้งแต่เปิดอัลบั้มมา MV ซิงเกิ้ลใหม่ที่ถูกปล่อยออกมาแต่ละตัวนั้น ไม่ธรรมดาเลย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวไซไฟในกลิ่นอายชนบทจาก “เราคือใคร” MV 360 ใน “วิชาตัวเบา” คราวนี้ก็มาถึงซิงเกิ้ลที่ 3 จากอัลบั้ม “วิชาตัวเบา” ที่ได้เวลามาปรากฏโฉมแล้ว โดยซิงเกิ้ลนี้มีชื่อว่า “แสงสวรรค์”

หากใครได้รับชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” ที่กำกับโดย ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ในตอนท้ายของภาพยนตร์จะได้ยินบทเพลงเพลงหนึ่ง ที่ปลุกพลังในใจให้ลุกโชนและมีพลังบวกในการเรียนรู้ที่จะล้ม หยุดพัก และลุกขึ้นมาก้าวเดินต่อ บทเพลงนั้นก็คือ เพลง “แสงสวรรค์”นี่เอง

“แสงสวรรค์” เขียนเนื้อร้องและทำนองโดยพี่ตูน เป็นบทเพลงที่พูดถึงการเรียนรู้ที่จะล้ม และหยุดพัก ก่อนที่จะกลั่นกรองประสบการณ์ที่ได้รับมาและลุกขึ้นมาก้าวเดินต่อไป เป็นบทเพลงสร้างเสริมพลังใจให้รับรู้ว่าชีวิตนั้นไซร้ ใช่จะสุขสมหวังเสมอไป แต่รสชาติของชีวิต และการเติบโตย่อมได้มาจากการเรียนรู้ที่ได้รับจากการล้มและพ่ายแพ้ ล้มบ้าง เจ็บตัวบ้าง พักบ้าง อย่าฝืนรีบๆทำเพื่อให้ถึงเส้นชัย ความงามระหว่างทางคงจะถูกละเลยไปเป็นแน่ จงหยุดและเฝ้ามอง ชีวิตที่อยู่ตรงหน้า รับรู้เรียนรู้ในทุกสิ่งที่ผ่านมา และแปลงมันให้เป็นคุณค่าเป็นพลังในการก้าวเดินต่อไปยังเส้นชัย

“รู้ที่จะเรียนหยุดยั้ง  รู้ที่เคยผิดพลั้ง

วันที่เมฆบดบัง  ทางเดินชีวิต

ล้มคือธรรมดา  ต้องหยุด  ฟื้นกำลังวังชา

รับทุกบทเรียนจากฟ้า  รับว่าใจเหนื่อยล้า

ยังศรัทธาและคอย  ที่จะเรียนรู้

แพ้คือธรรมดา  เข้าใจ  หากยังมีพรุ่งนี้”

MV เพลงนี้กำกับโดย ไก่ ณฐพล บุญประกอบ  และ เอ็ม ยศวัศ สิทธิวงศ์ ตากล้องของภาพยนตร์เรื่อง “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” และเป็นศิลปินเบอร์แรกของค่าย 123records ของ แสตมป์ อภิวัชร ด้วย

ไก่ ณฐพล บุญประกอบ  และ เอ็ม ยศวัศ สิทธิวงศ์

เรื่องราวใน MV เปิดด้วยการมาถึงของผู้ส่งสารลึกลับร่างยักษ์ (รับบทโดย พี่โยกเยก เชิญยิ้ม) ที่แบกเครื่องเล่นวิทยุไปด้วย  เมื่อใดก็ตามที่เขาได้เจอกับผู้คนที่กำลังทำกิจกรรมใดๆอยู่ในชีวิต เขาก็เป็นอันจะต้องกด play เครื่องเล่นวิทยุนั้น จากนั้นผู้คนทั้งหลายก็เป็นอันร่วงล้ม สลบไสลกันไปทุกราย  เปรียบผู้ส่งสารลึกลับเป็นดั่งตัวแทนจากเบื้องบนที่ลงมาเปิดเพลง “แสงสวรรค์” ให้ผู้คนได้ฟังเพื่อผ่อนพัก เพื่อให้มนุษย์ทั้งหลายได้ละวางจาก ภาระ หน้าที่ และความเหนื่อยล้าที่มีตลอดมา

ในบทเพลงมีการใช้สัญลักษณ์หลายอย่างที่น่าสนใจ

ม้วนเทปเปรียบเหมือนการบรรเลงบทเพลงชีวิต รูปร่างของแกนเทปเป็นเหมือนกงล้อที่หมุนไปไม่หยุดนิ่งเปรียบดั่งชีวิตคนเราที่เดินไป เดินไป อย่างไร้การสิ้นสุด

การกดเล่นเทปโดยผู้ส่งสาร คือ การกดเพื่อเปิดเพลงอันเป็นดั่งมนตราที่ทำให้มนุษย์ทั้งหลายต้องล้มลง และหยุดพักจากกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ เป็นเหมือนสารจากพระเจ้าที่ต้องการจะบอกกับเราว่าควรจะพักเพื่อทบทวนสิ่งที่ผ่านมาเสียบ้าง เพราะ “พักไม่ได้แปลว่าแพ้” เสมอไป

เลข 09 ที่ตัวตลับเทปสื่อถึง การ “ก้าว” เดิน นั่นเอง

ไก่ ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับ MV ได้เล่าถึงเบื้องหลังที่มาของ MV นี้ว่า

“24/11/60 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เป็นวันแรกและวันเดียวตลอดการวิ่ง 55 วันที่พี่ตูนขอเบรคกลางคันเพราะเจ็บขา
คืนนั้นเราพักกันที่โรงแรมริมทะเลชื่อ Sunshine Paradise
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

ช่วงที่ตัดต่อ 2,215 พอเราตกลงปลงใจกันว่าบิ๊กไอเดียของหนังคือ จะเล่าตัวตนพี่ตูนผ่านเนื้อเพลง งั้นถ้าวิ่งถึงเส้นชัยแล้วมีเพลงที่สะท้อนความรู้สึกจากการวิ่งครั้งนี้ได้น่าจะเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์แบบของหนังเลย เราได้แต่แอบหวังลึกๆในใจว่าเพลงนี้จะเกิดขึ้นจริง จนกระทั่งได้ฟังเดโม่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษแรกสุดเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

Wait for another day
You can go away
I will never say ‘You Can’t do it!’

เช้าวันนั้นที่โรงแรมริมทะเล ผมวิ่งจ๊อกกิ้งผ่านหน้าบ้านพัก เห็นพี่ตูนมานอนอ่านหนังสือ เลยไปเอากล้องมาตั้งถ่าย ครู่หนึ่งแกก็กลับเข้าบ้านพวกเราจึงล้มเลิกและกลับไปนอน ใครจะไปคิดว่าหลังจากนั้นห้านาทีแกจะเอากีต้าร์ออกมาแต่งเพลง ที่พูดถึงความรู้สึกของการต้องฝืนใจหยุดพักเพราะคำสั่งหมอ
เพลงๆเดียวที่หนังของพวกเราเฝ้ารอ

ใครสักคนเคยบอกไว้ นักดนตรีคือผู้นำสารจากพระเจ้า เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สึกหรือ ‘ข้อความ’ จากเบื้องบนให้ออกมาเป็นท่วงทำนองสะกดใจคนฟัง
วันนั้นใครบางคนอาจกระซิบบอกพี่ตูนให้นำสารนี้มาบอกพวกเรา

แมจเซนเจอร์ลึกลับจากสวรรค์ จึงเดินทางลงมาพร้อมแสงสว่าง มาเปิดเพลงนี้ให้ทุกคนที่กำลังทำงานหนักเพื่อพุ่งไปข้างหน้า ได้หยุดพักเพื่อกลับมาทบทวน ว่าเรากำลังทำทุกอย่างไปเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร

เพราะทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล
จึงขอบันทึกทั้งหมดไว้บนหลังเสื้อแมจเซนเจอร์ ณ ที่นี้  “

ตัวเลขด้านหลังเสื้อผู้ส่งสาร 03-024-1160 มีความหมายดังนี้

03 หมายถึงซิงเกิ้ลที่สามของอัลบั้ม “วิชาตัวเบา”

024 คือ วันที่ 24

1160 คือ เดือน  11 พฤศจิกายน ปี 2560 นั่นเอง

นอกจากนี้ใน MV “แสงสวรรค์” ยังมีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ล้ำยุคมาใช้ ซึ่งก็คือ “ไฟโดรน” โดยเป็นอุปกรณ์แสงที่มีฟังชั่นการทำงานคล้ายกับโดรนคือสามารถบังคับควบคุมขึ้นไปบนฟ้า แล้วฉายแสงลงมายังพื้นดิน เปรียบเหมือนกับแสงจากสวรรค์อย่างไรอย่างนั้นเลย

โฉมหน้า Drone Lighting ที่ใช้เป็นไฟ Top Light โดรนที่ใช้คือ Freefly ALTA 6 ใบพัด และไฟ LED แบบเลนส์ออกแบบมาเพื่อโดรนโดยเฉพาะ 

สุดท้ายนี้หากใครยังไม่ได้ชม “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” ตอนนี้ยังมีรอบฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์นะครับ ไม่อยากให้พลาดกันเลยจริงๆ มาพักกายพักใจ และ สัมผัสรับพลังกลับไปหลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้และเพลง “แสงสวรรค์” ที่เป็นหนึ่งในบทเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้กันครับ

ขอขอบคุณที่มาของ MV โดย ผู้กำกับ ไก่ ณฐพล บุญประกอบ

ภาพถ่ายและข้อมูลเรื่องไฟโดรนจาก Danuwat Jettana Movi Operator ของ MV เพลงนี้ด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

[รีวิว]ไบค์แมน ศักรินทร์ ตูดหมึก- ดูเอาฮาก็ไม่แย่ถ้าไม่แคร์สาระหนัก

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เพราะครอบครัวคาดหวัง ศักรินทร์ (พีช พชร) เลยต้องใช้ชีวิตสองด้านโกหกแม่สุรี (เจนนิเฟอร์ คิ้ม)และยายที่เป็นโรคหัวใจว่าตัวทำงานแบงค์และกำลังเฮงได้เลื่อนขั้นเป็นรองผู้จัดการหวังให้ครอบครัวภูมิใจ แต่เมื่อรถไฟเทียบชานชาลา..เสื้อกั๊กส้มต้องมาพร้อมหมวกกันน็อกในวิถีชีวิตแบบไบค์แมน หรือ มอเตอร์ไซค์วิน แต่ชีวิตพกลมของศักรินทร์คงไม่กลายเป็นพายุ หากดั๊นไม่ได้เจอจ๋าย (ฝน ศนันธฉัตร) เพื่อนสมัยคอซองที่กลายมาเป็นสาวแบงค์คนสวย แต่ดันกลายเป็นคราวซวยเมื่อแฟนของจ๋ายอย่าง เอ (โอ๊ต ปราโมทย์) รองผู้จัดการแบงค์ขี้หลี ดั๊นเป็นหลานของเพื่อนแม่ซะอี๊ก แล้วความลับของศักรินทร์จะแตกมั้ยเนี่ย..?? 

 

 

เห็นสัญลักษณ์ รฤก แน่นอนว่าเราต้องนึกถึงชื่อนายห้างอย่าง ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพชร ผู้กำกับหนังตลกร้อยล้านตระกูลส่ายหน้าที่ต่อมาขอบิดมาทางโรแมนติกคอเมดี แต่คราวนี้ พี่ยอร์ช ขอถอยไปยืนมองข้างสนามแล้วส่ง พฤกษ์ เอมะรุจิ ผู้กำกับหนัง ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ (2558) ที่ถนัดแนวทางผสมดรามากับคอเมดีเข้ากันได้อย่างดี มากุมบังเหียนและเขียนบทหนังชื่อแปลกที่เป็นเครื่องหมายสไตล์ยอร์ช ฤกษ์ชัย อย่าง ไบค์แมน ศักรินทร์ ตูดหมึก เรื่องนี้แทน  

ขอออกตัวก่อนเลยว่า รีวิวนี้วัดจากความรู้สึกตอนชมล้วนๆ ดังนั้นเรื่องบทหนังไม่สาเหตุสมผลขอไม่เอามาเป็นปัจจัยในการรีวิวนี้นะครับ เพราะคำถามที่หลายคนอยากรู้จริงๆคือหนังตลกมั้ย ฮามั้ย หรือแป๊กมั้ย ดังนั้นเรามาวัดกันไปเป็นเรื่องๆ 

เริ่มจากตัวละครนำอย่างศักรินทร์ ที่ได้ พีช พชร นักแสดงขาประจำของ GTH-GDH559 ที่ถ้าว่ากันในทางคอเมดี อันนี้ฟันธงเลยว่าแป๊กครับ! จังหวะการปล่อยมุกไม่คม รับส่งมุกกับคนอื่นไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ดูๆไปแล้ว ติดจะเอาไปเทียบกับคุณ แดน วรเวชใน แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า ที่รับบทลูสเซอร์บ้านๆได้มีเสน่ห์กว่า แต่พอถึงพาร์ตดราม่า อันนี้ยอมรับว่า ณ. ขณะที่พชรอยู่ในซีนที่ต้องสารภาพความผิดบาป เขาทำให้เราลืมได้เลยว่านี่คือลูกหลานเซ็นทรัล แม้ตั้งแต่ต้นเรื่องเราจะรู้สึกว่าเขาแค่เด็กรวยที่มาคอสเพลย์เป็น วิน มอเตอร์ไซค์ก็ตาม 

ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือฝน ATM หรือ ฝน Hormones จะเรียกอะไรก็แล้วแต่.. แต่พอฝนปรากฎกายในชุดพนักงานแบงค์ นี่คือตัวละครที่พร้อมจะทำให้คนดูหลงรักได้ทันที ด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสน่ารักคู่กับหน้าตาแบ๊วๆหมวยๆ การมารับบทพนักงานแบงค์ เฟิร์สจ็อบเบอร์ เด็กจบใหม่ที่ไม่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน เลยกลายเป็นที่เหมือนเขียนมาให้เธอได้ และด้วยคุณสมบัติด้านแอ็คติ้ง เมื่อหนังถูกสับสวิตช์ไปโหมดดราม่า ฝนก็ยังคงรักษาระดับการแสดงไปคู่กับเคมีร่วมกับ พชร ได้อย่างน่าชื่นชม 

ส่วนทีมเอาฮา อันนี้ขอกล่าวรวมๆนะครับเริ่มจาก น้าค่อม ที่ต้องบอกว่าเรื่องนี้ คุณน้าน่าชื่นชมมากครับ คงจังหวะการปล่อยมุกได้เฉียบเช่นเคย แต่ที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษคือคราวนี้ น้าลดปริมาณคำหยาบคายลงได้อย่างน่าตกใจ ที่สำคัญทุกซีนที่น้าร่วมจอกับคนอื่น น้ายังรับส่งมุกกับเขาได้อย่างไหลลื่นมว๊าก ควบคู่กันในสายตลกอาชีพ การมาถึง โรเบิร์ต สายควัน ก็คือการการันตีความฮาในเชิงปริมาณซึ่งนอกจสกจะไม่ซ้ำมุกกัญชาที่เราดูมาจนช้ำแล้ว แก๊กต่างๆที่ปล่อยมาก็เข้าเป้าทุกดอกอย่างน่าพอใจ ไม่แพ้กันกับหน้าใหม่อย่าง โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ในจักรวาลยอร์ช ฤกษ์ชัย ที่แม้เวลาบนจออาจไม่ต่างจากดารารับเชิญ แต่นอกจากบุคลิกฮาๆห่ามๆลามกที่เป็นต้นทุนเดิมแล้ว โอ๊ตยังสามารถถ่ายทอดแก๊กตามบทสั่งได้อย่างแม่นยำ ฉากลิ้นจุกปาก ต้องกลายเป็นคลิปไวรัลบนโซเชียลในอนาคตแน่นอน. 

แม้ตัวหนังจะเอา เจนนิเฟอร์ คิ้ม มาทำเสียของไปบ้างทั้งไม่มีฉากร้องเพลง หรือปล่อยมุกฮาๆ แต่ในฐานะนักแสดงเธอก็ทำหน้าที่ได้ดีนะครับ เล่นเป็นคนอยุธยาซะเหมือนเชียว 

เมื่อหักล้างเรื่องที่ว่า ศักรินทร์ ยังไม่ทำให้เราอยากลุ้น อยากเอาใจช่วยแล้ว แต่ในด้านความฮาที่เราคาดหวังก็ยังอยู่ในเกณฑ์สอบผ่านนะครับ ไม่ถึงกับนั่งเซ็งรอหนังจบให้รู้สึกลำไยแน่นอน 

เครียดกับงาน อยากหากับแฟน คลิกซื้อตั๋วไบค์แมนด้านล่างนี้เลย 

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว] Dark Crimes: การได้ 0% จากเว็บ Rotten Tomatoes มันไม่ยุติธรรมเลยเฟร้ย

Published

on

By

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

“ทาเดค” เป็นนักสืบที่รับหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมนักธุรกิจคนหนึ่ง แต่ที่เขาและคนอื่น ๆ ต้องประหลาดใจมากก็คือ เรื่องราวมันเหมือนกับเรื่องในนิยายฆาตกรรมของนักเขียนคนหนึ่งที่ชื่อ “คอซโลว์” ขณะที่คดีนี้น่าจะเปิดและปิดได้ง่าย ๆ เหมือนคดีทั่ว ๆ ไป ทาเด็คดูเหมือนจะสืบพบเรื่องในมุมมืดของคดีนี้ขึ้นมา นั่นเป็นเหมือนชนวนที่ทำให้ทาเด็คดำดิ่งสู่อีกโลกที่มืดบอด และทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

หนังอาชญากรรมที่ได้ จิม แคร์รีย์ ตลกหน้าเป็นชื่อดัง พลิกเข้มมารับบทเจ้าหน้าที่สืบสวนของโปแลนด์ในคดีฆาตกรรมสุดลึกลับ โดยนำเค้าโครงมาจากเรื่องจริงสุดอื้อฉาวปี 2007 ของประเทศโปแลนด์ด้วย แต่ความน่าสนใจทั้งหมดน่าจะถูกบดบังด้วยความเป็นหนังผลโหวต 0% มะเขือเทศเน่าสนิทจากเว็บ Rotten Tomatoes จากนักวิจารณ์ 34 คน แบบที่นาน ๆ จะเจอหนังเรื่องไหนได้สักที หนังเรื่องนี้มันต้องพิเศษโคตร ๆ จริง ๆ

ตามที่ได้เกริ่นไว้ หนังได้แรงบันดาลใจจากบทความปี 2008 ใน The New Yorker ของ เดวิด กรานน์ เรื่อง True Crime: A Postmodern Murder Mystery โดยนำมาจากคดีจริงที่ได้ขึ้นชื่อว่าแปลกประหลาดและมีชื่อเสียงอย่างมากของโปแลนด์ จนเกิดศัพท์ว่า Novel Killer ขึ้นมา อันนี้ขอเล่าเหตุการณ์ของคดีจริงแล้วกันเพราะในหนังดัดแปลงไปเยอะ จึงไม่น่าจะสปอยล์

เหตุการณ์มันเริ่มในปี 2000 เมื่อนักธุรกิจรายหนึ่งชื่อว่า ดาเรียส เจนิสซีวสกี ถูกฆาตกรรมและเอาศพทิ้งในทะเลสาบ ตำรวจไม่สามารถหาร่องรอยใด ๆ ต่อไปได้ จนคดีถูกทิ้งไว้นานหลายปี แล้วในปี 2003 ตำรวจก็ได้พบว่านิยายที่เพิ่งวางแผงชื่อ Amok ของ คริสเตียน บาล่า ซึ่งดันมีรายละเอียดคล้ายคลึงกับการฆาตกรรมดาเรียสอย่างกับแกะแบที่ควรมีแต่ฆาตกรตัวจริงเท่านั้นถึงจะรู้ จนนำมาสู่การรื้อฟื้นสืบสวนครั้งใหม่กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญที่มีคำตัดสินสิ้นสุดในปี 2007 ออกมา ซึ่งคริสเตียนก็สารภาพว่าได้ลงมือฆ่าดาเรียสเพราะจับได้ว่าดาเรียสเป็นชู้กับเมียของตนเอง

บาลา ตัวจริง

หนังเรื่อง Dark Crimes เองเดิมใช้ชื่อว่า True Crimes เช่นเดียวกับตัวบทความที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นผลงานการดัดแปลงโดย เจเรมี่ บร็อก มือเขียนบทรางวัล BAFTA จากเรื่อง The Last King of Scotland (2006) และได้ผู้กำกับชาวกรีกที่มีผลงานโด่งดังในเทศกาลประกวดเวนิส ปี 2013 อย่าง อเล็กซานดรอส อวรานาส มาถ่ายทอดด้วย หนังมีการดัดแปลงตัวละคร และเหตุการณ์หลายอย่างจนแทบจะเป็นคนละเรื่องกับคดีจริง เช่น ทาเดค ก็มาจากตำรวจตัวจริงที่ชื่อ จาเซค ส่วนนักเขียนนิยายตัวจริงอย่างคริสเตียน ก็เปลี่ยนชื่อเป็น คอสโลว์ และคดีนี้ก็เกี่ยวโยงกับการเล่นเซ็กวิตถารของคลับลับที่ชื่อ เดอะเคจ ซึ่งเกี่ยวพันกับตัวละครจำนวนมาก โดยเรื่องของฆาตกรรมตามนิยายนั้นแทบจะเป็นเพียงส่วนจ้อยร้อยของหนังเท่านั้น

นายตำรวจโปแลนด์ ต้นแบบของจิม แครร์รียืในเรื่อง

ที่สำคัญหนังมีการหักมุมไปมา และเล่นกับจิตใจที่ถลำลึกในการหาความยุติธรรมอย่างบ้าคลั่งของตัว ทาเดค ได้อย่างน่าสนใจ ยิ่งจุดจบที่ทุกอย่างขมวดแล้วนั้นก็เลวร้ายบัดซบกับตัวละครของ จิม แคร์รีย์ ได้ใจมาก แถมเสนอจุดที่หนังต้องการได้คมคายเรื่อง ความจริง (Truth) และความสมจริง (Reality)

ทั้งหนังยังได้การแสดงที่ดีมาก ๆ จากนักแสดงนำทั้งหลายที่ใช้สกิลสายดราม่าแนวยุโรปซัดใส่กันได้อย่างเข้มข้นมาก ๆ โดยเฉพาะ จิม แคร์รีย์ ที่ก็ยืนยัดชัดอีกครั้งว่าในสายดราม่าเขาก็เอกอุไม่แพ้สายคอเมดี้เลยสักนิด นอกจากนั้นโปรดักชั่นของหนังก็ดูดีทั้งภาพและเสียง มีกลิ่นไอความนัวร์ในแบบของ เดวิด ฟินเชอร์ มาก ๆ เสียดายเพียงแต่ว่าหนังเรื่องนี้มีวิธีการเล่าแบบยุโรปจ๋ามาก ๆ ซึ่งเป็นแนวการนำเสนอที่คนสายแมสอย่างฮอลลีวู้ดน่าจะอินยากมาก หนังเล่าค่อนข้างเชื่องช้า การเชื่อมโยงแต่ละฉากมีความโดด ๆ แบบที่คนดูต้องช่วยเชื่อมเองบ้าง ไม่อธิบายอะไรเลยมั่ง คือถ้ามันฉายแต่ตามเทศกาลหนังยุโรปอาจได้รับการตีคุณค่าที่ดีกว่านี้ แม้จะไม่ได้ดีมากก็ตาม โชคร้ายที่มันถูกมองว่าเป็นหนังสไตล์ฮอลลีวู้ดเพราะมี จิม แคร์รีย์ เล่นล่ะมั้ง

และอีกอย่างที่น่าเสียดายและเป็นการทำตัวเองของหนังคือ บทหนังที่ตัวเรื่องคิดมาน่าสนใจ แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดระหว่างทางให้น่าสนใจ ให้คนติดตามล่อหลอกได้มากพอ แถมบทสรุปก็ไม่ได้หักมุมว้าวจนเราตะลึงแต่อย่างใดด้วย จนทำให้การแสดงที่ดีหลาย ๆ ครั้งดูเป็นความล้นและไร้เหตุผลเพราะการเล่าเรื่องโดยรวมที่กระท่อนกระแท่นนั่นเอง

หนังเปิดตัวไปในเทศกาลภาพยนตร์เมืองวอร์ซอว์ ประเทศโปแลนด์ไปตั้งแต่ปี 2016 แต่เพิ่งจะลงฉายทางการในหลายประเทศปีนี้เอง ซึ่งบ้านเราช่างโชคดีเพราะที่อื่นลงฉายในทีวี ลงแผ่น หรือสตรีมมิ่งแทบจะทันที แต่บ้านเราจะได้ชมหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ด้วย เย่! ไปพิสูจน์ความดาร์ก ความโป๊ ความรุนแรงกันได้เลยฮะ อ่อไม่เหมาะกับเด็กอย่างแรงนะจ๊ะ

ซื้อตั๋วแบบดาร์กๆต้องหาตั๋วผี ซื้อตั๋วแบบคนดีๆเชิญที่ภาพนี้เลยจ้า

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!