Connect with us

What The Fact

[รีวิว]The Girl in the Spider’s Web : จากแฮคเกอร์สาวกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่

เท้าความสักนิดว่า The Girl in the Spider’s Web เรื่องนี้คือภาคที่ 4 ของ มิลเลนเนียมซีรีส์ นิยายที่ว่าด้วยปฏิบัติการของ ลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ แฮคเกอร์สาว ที่ผ่านอดีตอันโหดร้ายและมืดมน เธอร่วมมือกับ มิคาเอล บลอมควิสต์ นักข่าวรุ่นใหญ่ในการต่อกรกับองค์กรลับที่มีพลังอำนาจและเครือข่ายมากมายในสวีเดนและเกี่ยวพันกับครอบครัวของเธอ ฉบับนิยายเป็นผลงานประพันธ์ของ สตีก ลาร์สัน อดีตนักข่าวที่ผันตัวเองมาเขียนนิยายขาย แล้วก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก มิลเลนเนียมซีรีส์ 3 เรื่องแรกของเขาขายได้ถึง 80 ล้านเล่มทั่วโลก ทั้ง 3 เรื่องถูกสร้างเป็นหนัง และเป็นการแจ้งเกิดของนูมิ ราเพซ และ ไมเคิล ไนควิสต์ นักแสดงนำทั้งคู่ได้กลายมาเป็นดาราฮอลลีวู้ด รวมถึงหนังภาคแรกก็ถูกรีเมคในชื่อเดียวกัน ด้วยฝีมือผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ ออกฉายในปี 2011 ได้รูนีย์ มาร่า มารับบทลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ และ แดเนียล เครก เจ้าของบทเจมส์ บอนด์ มารับบทมิคาเอล บลอมควิสต์ หนังเว้นช่วงไปนานถึง 7 ปี แล้วฮอลลีวู้ดก็ตัดสินใจไม่รีเมคภาค 2 และ 3 แต่กระโดดข้ามมาสร้าง The Girl in the Spider’s Web ซึ่งเป็นนิยายเล่มที่ 4 ของซีรีส์ไปเลย และเป็นผลงานเขียนของเดวิด เลเกอร์ครานตซ์ ที่มารับหน้าที่สานต่อตำนานสาวรอยสัก หลังจาก สตีก ลาร์สัน ที่เสียชีวิตด้วยเหตุหัวใจวายไปตั้งแต่ 2004 ก่อนที่ผลงานทั้ง 3 เล่มจะถูกตีพิมพ์เสียอีก ปัจจุบัน เดวิด ลาเกอร์ครานตซ์ ได้สานต่อตำนานมิลเลนเนียมซีรีส์มาถึงเล่มที่ 5 แล้ว ในชื่อ The Girl Who Takes an Eye for an Eye ออกวางจำหน่ายเมื่อปีที่ผ่านมา และผลงานภาคต่อของเขาทั้ง 2 เล่มก็ยังประสบความสำเร็จ ติดอันดับขายดีเช่นเคย

the girl in the spider's web : พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ

7.4

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

6.0/10

ความสนุก

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • ชื่นชมการพลิกบทบาทของแคลร์ ฟอย
  • ความตั้งใจกับงานภาพของเฟเด อัลวาเรซ
  • ดูง่ายขึ้น เอาใจตลาดมากขึ้น ฉากแอ็คชั่นมากขึ้น

จุดสังเกต

  • ตัวร้ายที่ปูความมาดี กับถูกกำจัดไปง่ายดาย
  • สเวอร์ กุดนาสัน ไม่เข้ากับภาพลักษณ์นักหนังสือพิมพ์ลายคราม
  • บรรยากาศเปลี่ยนไป ไม่ถูกใจแฟนเก่า

เท้าความสักนิดว่า The Girl in the Spider’s Web เรื่องนี้คือภาคที่ 4 ของ มิลเลนเนียมซีรีส์ นิยายที่ว่าด้วยปฏิบัติการของ ลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ แฮคเกอร์สาว ที่ผ่านอดีตอันโหดร้ายและมืดมน เธอร่วมมือกับ มิคาเอล บลอมควิสต์ นักข่าวรุ่นใหญ่ในการต่อกรกับองค์กรลับที่มีพลังอำนาจและเครือข่ายมากมายในสวีเดนและเกี่ยวพันกับครอบครัวของเธอ ฉบับนิยายเป็นผลงานประพันธ์ของ สตีก ลาร์สัน อดีตนักข่าวที่ผันตัวเองมาเขียนนิยายขาย แล้วก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก มิลเลนเนียมซีรีส์ 3 เรื่องแรกของเขาขายได้ถึง 80 ล้านเล่มทั่วโลก ทั้ง 3 เรื่องถูกสร้างเป็นหนัง และเป็นการแจ้งเกิดของนูมิ ราเพซ และ ไมเคิล ไนควิสต์ นักแสดงนำทั้งคู่ได้กลายมาเป็นดาราฮอลลีวู้ด รวมถึงหนังภาคแรกก็ถูกรีเมคในชื่อเดียวกัน ด้วยฝีมือผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ ออกฉายในปี 2011 ได้รูนีย์ มาร่า มารับบทลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ และ แดเนียล เครก เจ้าของบทเจมส์ บอนด์ มารับบทมิคาเอล บลอมควิสต์ หนังเว้นช่วงไปนานถึง 7 ปี แล้วฮอลลีวู้ดก็ตัดสินใจไม่รีเมคภาค 2 และ 3 แต่กระโดดข้ามมาสร้าง The Girl in the Spider’s Web ซึ่งเป็นนิยายเล่มที่ 4 ของซีรีส์ไปเลย และเป็นผลงานเขียนของเดวิด เลเกอร์ครานตซ์ ที่มารับหน้าที่สานต่อตำนานสาวรอยสัก หลังจาก สตีก ลาร์สัน ที่เสียชีวิตด้วยเหตุหัวใจวายไปตั้งแต่ 2004 ก่อนที่ผลงานทั้ง 3 เล่มจะถูกตีพิมพ์เสียอีก ปัจจุบัน เดวิด ลาเกอร์ครานตซ์ ได้สานต่อตำนานมิลเลนเนียมซีรีส์มาถึงเล่มที่ 5 แล้ว ในชื่อ The Girl Who Takes an Eye for an Eye ออกวางจำหน่ายเมื่อปีที่ผ่านมา และผลงานภาคต่อของเขาทั้ง 2 เล่มก็ยังประสบความสำเร็จ ติดอันดับขายดีเช่นเคย

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

ในภาคนี้โดดข้ามจากภาค 3 มา 3 ปีลิสเบ็ธยังคงยึดอาชีพแฮคเกอร์อิสระ เธอได้รับการว่าจ้างที่สุดท้าทายจาก ฟรานส์ บัลเดอร์ โปรแกรมเมอร์อัจฉริยะที่คิด “ไฟร์ฟอลล์” โปรแกรมอัจฉริยะที่สามารถแฮคเข้าฐานยิงจรวดได้ทั่วโลก ซึ่งฟรานส์ ได้ขายให้กับอเมริกาไป แล้วรู้สึกว่าไฟร์ฟอลของเขาจะเป็นภัยพิบัติต่อโลกมนุษย์ เลยจ้างลิสเบ็ธให้ไปแฮคหน่วยงานความมั่นคงของอเมริกาแล้วขโมยไฟร์ฟอลล์กลับมา ซึ่งลิสเบ็ธก็ทำได้สำเร็จ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหม่ที่ลิสเบ็ธจะต้องเผชิญ เอ็ดวิน นีดแมน เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงานสืบรู้ว่าคนที่ขโมยไฟร์ฟอลล์อยู่ในสตอล์คโฮล์ม , สวีเดน เขาบินมาตามล่าไฟร์ฟอลล์คืน ขณะเดียวกันแก๊งคนร้ายจอมโหดก็บุกเข้าที่พักของลิสเบ็ธแล้วชิงไฟร์ฟอลล์ไปได้สำเร็จ แล้วยังระเบิดที่พักของลิสเบ็ธเป็นจุณ ลิสเบ็ธสืบหาเจอว่าแก๊งนี้คือ “แก๊งแมงมุม” ซึ่งเกี่ยวพันกับ คามิลลา พี่สาวของเธอที่ไม่หน้ากันมา 16 ปี เท่ากับลิสเบ็ธกำลังเจอศึก 2 ด้าน จึงต้องขอความช่วยเหลือจาก มิคาเอล บลอมควิสต์ คู่หูเก่าและ พลาก ซี้เก่านักแฮคเกอร์มือฉมัง

เอ็ดวิน นีดแมน ตัวละครใหม่มาเพิ่มสีสันในภาคนี้

สิ่งแรกที่อยากชื่นชมคือการพลิกบทบาทแบบหน้ามือเป็นหลังมือของ แคลร์ ฟอย นักแสดงสาวดีกรี 1 ลูกโลกทองคำนักแสดงนำหญิงจากซีรีส์ The Crown ที่เธอรับบทเป็นควีนอลิซาเบ็ธ ที่มากับภาพลักษณ์เจ้าหญิงที่ดูสง่ามีราศรี แล้วการที่มารับบทเป็นลิสเบ็ธ ซาลันเดอร์ มันคือตัวละครที่ต่างกันสุดขั้ว ลิสเบ็ธ เป็นสาวโฉด โหด ที่เต็มไปด้วยอดีตอันชอกช้ำมืดมน เกลียดสังคม เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยสัก เจาะร่างกาย ดูดบุหรี่จัด และเป็นไบเซ็กชวล ก็ต้องบอกว่าถ้าฟังชื่อแต่แรกว่าแคลร์ ฟอย จะมาเป็นลิสเบ็ธ นี่เป็นตัวเลือกที่ไม่ใช่เลย และนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เมื่อได้ชมก็ต้องยอมรับว่าเธอคือนักแสดงมากความสามารถจริง ๆ สามารถถ่ายทอดความเป็นสาวกร้านได้อย่างน่าเชื่อ แล้วก็ต้องชื่นชมทีมผู้สร้างที่กล้าเลือกแคลร์ ฟอย มารับบทนี้

อีกคนที่ต้องชื่นชมคือ เฟเด อัลวาเรซ ผู้กำกับชาวอุรุกวัยที่ผลงาน 3 เรื่องหลังนี้ได้รับเสียงชื่นชมล้วน ๆ จากงานกำกับหนังสยองขวัญเรื่องสั้นที่ดุโหดจนเข้าตา แซม ไรมี ปรมาจารย์หนังสยองขวัญ ยอมให้มารีเมค Evil Dead ผลงานสุดรัก แล้วก็ต่อด้วย Don’t Breathe (2016) หนังฟอร์มเล็กแต่สุดระทึก แล้วฮิตจนใกล้จะได้ดูภาคต่อกันแล้ว การได้มากำกับ The Girl in the Spider’s Web ถือว่าเป็นงานท้าทายมาก เพราะนี่คือการมาสานต่อตำนานต่อจาก เดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับระดับมาสเตอร์ของฮอลลีวู้ด และนี่เป็นผลงานระดับทุนสร้าง 43 ล้าน เป็นหนังทุนสร้างสูงสุดที่เฟเด อัลวาเรซ เคยกำกับมา

ผู้กำกับ เฟเด อัลวาเรซ

ใน The Girl in the Spider’s Web เฟเด ยังพ่วงหน้าที่เขียนบทร่วมกับ สตีเวน ไนท์ มือเขียนบทงานชุกอีกรายของฮอลลีวู้ด หนังเปิดเรื่องด้วยวีรกรรมของลิสเบ็ธ ที่เธอผันตัวเองมาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรม คอยลงทัณฑ์พวกคนร้ายที่ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิง แต่แล้ววีรกรรมยกระดับสังคมก็ถูกยุติอยู่แค่นั้น มาเข้าเรื่องราวตามล่าโปรแกรมไฟร์ฟอลล์ตามพลอตหลัก และด้วยเหตุที่ว่านี่คือภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์ จึงไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ที่หนังจะต้องอิงเรื่องราวและตัวละครจากภาคก่อน ๆ เชื่อว่าผู้สร้างก็รู้ปัญหาข้อนี้ ก็พยายามปูความเรื่องราวในอดีตไว้ในช่วงต้นของหนังพอประมาณ ซ้ำร้ายหนังยังเปลี่ยนตัวละครหลักทั้งลิสเบ็ธ และ มิคาเอล อีกด้วย ด้วยภาพลักษณ์ของลิสเบ็ธนั้นมีความโดดเด่นอยู่แล้วทั้งหน้าตาและการแต่งตัว แต่กับบทของมิคาเอล ไนควิสต์นั้นได้ สเวอร์ กุดนาสัน ดาราชาวสวีเดนมารับบท ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูสะอาดสะอ้าน แล้วหน้าตาอ่อนมากแม้จะเข้าวัย 40 ใกล้เคียงกับ แดเนียล เครกที่รับบทนี้ใน The Girl With The Dragon Tattoo (2011) แต่ดูแล้วสำอางเกินไปสำหรับบทนักหนังสือพิมพ์รุ่นใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการ

สเวอร์ กุดนาสัน ในบท มิคาเอล บลอมควิสต์

ด้วยความที่เป็นหนังภาค 4 หนังจึงไม่เสียเวลาในการแนะนำตัวละครหลัก ทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะครึ่งแรกใช้แต่ละนาทีได้อย่างมีคุณค่ามาก เพราะตัวละครในภาคนี้ค่อนข้างมาก ขึ้นต้นเหมือนเรื่องราวจะดูซับซ้อนที่ลิสเบ็ธต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างนักเขียนโปรแกรม หน่วยงานรักษาความปลอดภัยของสวีเดน หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา และแก๊งแมงมุมตัวร้ายรายใหม่ของแฟรนไชส์นี้ แต่ทุกอย่างก็ถูกคลี่คลายได้ง่ายดายในครึ่งหลัง น่าเสียดายมือสังหารของแก๊งแมงมุมที่หนังดูตั้งใจในการสร้างสรรค์ตัวละครนี้ให้เป็นจอมโหดของภาคนี้ ก็ไม่ถูกใช้ประโยชน์ได้อย่างที่ควร กลับถูกกำจัดทิ้งอย่างง่ายดายเกินไปเพื่อไปเน้นหนักกับตัว คามิลลา ซาลันเดอร์ พี่สาวของลิสเบ็ธแทน

คามิลลา ซาลันเดอร์ ตัวร้ายประจำภาคนี้

แม้ว่าเฟเด จะคุมบรรยากาศของหนังให้หม่นได้ตามโทนของ The Girl With The Dragon Tattoo (2011) มีความตั้งใจแม้กระทั่งคุมโทนสีหนังให้มีแต่ ขาว-เทา-ดำ ทั้งฉากและเสื้อผาของทุกตัวละคร แล้วเลือกให้คามิลลา เป็นคนเดียวในเรื่องที่ใส่ชุดแดง เพราะเธอคือตัวละครหลักของภาคนี้ แม้ว่าภาพจะดูขึงขังจริงจังแต่เนื้อหาของ The Girl in the Spider’s Web กลับมีความเป็นแอ็คชั่นมากขึ้น ถ้าตัดเรื่องการทำความรู้จักตัวละครเดิม ๆ ไป หนังก็แทบไม่มีความซับซ้อนเลย เปิดช่องให้ใส่แอ็คชั่นได้มากขึ้น ฉากไคลแมกซ์ท้ายเรื่องที่บ้านในป่าลึกทำออกมาได้สนุก บทบาทของลิสเบ็ธขยับจากแฮ็คเกอร์สาวกลายเป็นอีสาวนักบู๊ไปแล้ว บทของเธอต้องต่อสู้ทั้งปืนและมือเปล่ามากขึ้น

สรุปได้ว่า The Girl in the Spider’s Web เป็นภาคที่ลดความซับซ้อนของเนื้อหาลง เป็นผลให้หนังค่อนข้างขัดใจกับแฟนเก่าที่ติดตามแฟรนไชส์นี้มายาวนาน แต่เชื่อว่าเจ้าของหนังก็ยอมเสี่ยงว่าเมื่อหนังเอาใจตลาดมากขึ้นอาจจะได้แฟน ๆ กลุ่มใหม่มามากขึ้น แล้วจะได้สานต่อแฟรนไชส์นี้ไปอีกยาวนาน ถ้าหนังประสบความสำเร็จทางทางผู้สร้างอาจจะย้อนไปรีเมคภาค 2 ภาค 3 ตามหลังมาก็เป็นได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

What The Fact

กระโดดไปกับ “Bawat Kaluluwa” !!! ซิงเกิ้ลใหม่จาก IV OF SPADES วงร็อคจากฟิลิปปินส์

Published

on

the girl in the spider's web : พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ

7.4

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

6.0/10

ความสนุก

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • ชื่นชมการพลิกบทบาทของแคลร์ ฟอย
  • ความตั้งใจกับงานภาพของเฟเด อัลวาเรซ
  • ดูง่ายขึ้น เอาใจตลาดมากขึ้น ฉากแอ็คชั่นมากขึ้น

จุดสังเกต

  • ตัวร้ายที่ปูความมาดี กับถูกกำจัดไปง่ายดาย
  • สเวอร์ กุดนาสัน ไม่เข้ากับภาพลักษณ์นักหนังสือพิมพ์ลายคราม
  • บรรยากาศเปลี่ยนไป ไม่ถูกใจแฟนเก่า

เป็นอีกหนึ่งวงอนาคตไกลอย่างแน่นอนจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา กับ “IV OF SPADES” วงอัลเทอร์เนทีฟร็อคจากมะนิลา ฟิลลิปปินส์ ที่ล่าสุดได้ปล่อย MV ซิงเกิ้ลใหม่ “Bawat Kaluluwa” จากอัลบั้มเปิดตัวของพวกเขา “CLAPCLAPCLAP!” ให้ได้ชมกัน

เนื้อเพลงของ “Bawat Kaluluwa” เหมือนจะมีความเชื่อมโยงกันกับเนื้อหาของเพลงที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ คือ “Bata, Dahan-Dahan” ที่พูดถึงภาวะของความเป็นเด็กที่ซ่อนอยู่ในตัวตนของเราซึ่งในตอนนี้กำลังถูกกังขังเอาไว้ด้วยปัญหาที่รายล้อม 

Zild Benitez ร้องนำและมือเบสของวงได้พูดถึงเพลงนี้ว่า “มันเป็นสัญญาณเตือนไปถึงใครที่กำลังจะสูญเสียเป้าหมายในการดำรงอยู่และกำลังถูกริดรอนอิสรภาพด้วยห้วงความคิดที่เขาพยายามหลบหลีกมันเสมอมา”

ดังนั้นในมิวสิควีดิโอของเพลงนี้จึงเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่รักการอ่านการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่เป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งเขาได้ฝันเห็นตัวเองอีกคนในป่าอันลึกลับ หลังจากตื่นขึ้นมาภาพฝันนั้นก็ทิ้งร่องรอยแห่งความสงสัยใคร่รู้ให้แก่เขา เขาจึงพยายามที่จะหาคำตอบให้กับความฝันอันแสนประหลาดนี้ 

ดูทรงแล้วเหมือนจะเป็นภาคต่อจาก Bata, Dahan-Dahan เพราะเด็กน้อยคนหนึ่งใน MV นั้นทั้งหน้าตาและทรงผมช่างละม้ายคล้ายกับเด็กหนุ่มใน MV ตัวนี้ แถมตอนจบของ MV ตัวนี้ก็เหมือนจะมีอะไรต่ออีกด้วย ต้องรอชม MV ตัวต่อไปแล้วล่ะ

MV กำกับโดย  Raymond Dacones เจ้าเก่า ซึ่งเป็นคนกำกับ MV ให้กับ  IV OF SPADES ทุกเพลงเลย วิชวลดีมากๆ ได้อารมณ์ทุกเพลง

IV of Spades (อ่านว่า “four of spades”) เป็นวงร็อคจากมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ มีสมาชิกสามคน (ก่อนนี้มีสี่) คือ

Zild Benitez  ร้องนำ  (เริ่มในปี 2018) เบส คีย์บอร์ด ซินธิไซเซอร์ และโปรแกรมมิ่ง

Blaster Silonga ลีดส์กีตาร์ ร้องคอรัส

Badjao de Castro กลอง ร้องคอรัส

(ก่อนหน้านี้ตำแหน่งร้องนำและริธึ่มกีตาร์เป็นของ Unique Salonga)

หนึ่งในจุดเด่นของวงก็คือการแต่งกาย เสื้อผ้า หน้าผมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุค 70 ซึ่งที่จริงแล้วไม่ได้มีแต่เพียงเรื่องการแต่งกายเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมถึงเรื่องของอิทธิพลทางดนตรีด้วย ซึ่ง IV of Spades ได้รับมาเต็มๆทั้งดิสโก้ ฟังก์ อัลเทอร์เนทีฟร็อค รวมไปถึงซาวด์ดนตรีในแบบมะนิลา

ตอนนี้พวกเขาได้ออกผลงานอัลบั้มแรกมาแล้วในชื่อว่า “CLAPCLAPCLAP!”  สามารถรับฟังกันอย่างเกษมสำราญได้เลยครับ รับรองจะติดใจ !!!

Spotify 

Apple Music 

ติดตามฟังและชมผลงานของพวกเขาได้ทาง IV of Spades

ที่มา

http://www.scoutmag.ph/music/iv-of-spades-denise-20171201

https://www.bandwagon.asia/articles/iv-of-spades-music-video-bawat-kaluluwa-watch

https://en.wikipedia.org/wiki/IV_of_Spades

http://www.scoutmag.ph/music/iv-of-spades-release-music-video-for-for-bawat-kaluluwa-lex-20190120

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

เอาใจคอจีน! เปิดตัว MVHub ออนไลน์​สตรีมมิ่งหนังจีนมากสุดในอาเซียน​

Published

on

By

the girl in the spider's web : พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ

7.4

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

6.0/10

ความสนุก

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • ชื่นชมการพลิกบทบาทของแคลร์ ฟอย
  • ความตั้งใจกับงานภาพของเฟเด อัลวาเรซ
  • ดูง่ายขึ้น เอาใจตลาดมากขึ้น ฉากแอ็คชั่นมากขึ้น

จุดสังเกต

  • ตัวร้ายที่ปูความมาดี กับถูกกำจัดไปง่ายดาย
  • สเวอร์ กุดนาสัน ไม่เข้ากับภาพลักษณ์นักหนังสือพิมพ์ลายคราม
  • บรรยากาศเปลี่ยนไป ไม่ถูกใจแฟนเก่า

The Return of The Dragon การกลับมาใหม่ของหนังจีนซีรี่ส์จีนในยุคดิจิทัล

บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด  (MVTV) และ บริษัท ทีวีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (TVBI)  ได้จัดงานเปิดตัวแพลทฟอร์มวีดิโอออนไลน์สตรีมมิ่งหนังจีนซีรี่ส์จีน  MVHub  สุดยิ่งใหญ่  เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2562 ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ ในธีมงาน Return of The Dragon การกลับมาใหม่ของหนังจีนซีรี่ส์จีนในยุคดิจิทัล ที่พร้อมเปิดให้บริการ​ในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้

ภายในงานมีดารารับเชิญระดับตำนาน เจ้ายุทธจักรสาวสองพันปีแห่งยุทธภพ หมีเซียะ (Michelle Yim) และนักแสดงดาวรุ่งดวงใหม่ที่กำลังร้อนแรงของค่ายทีวีบีฮ่อกง หลีเจียซิน (Ali Lee) เจ้าของตำแหน่ง TV Queen และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมของทีวีบี ปีล่าสุด  หยางหมิง (Mat Yeung) ดารานำจาก Fist Fight ดุ-ดวล-เดือด ซีรี่ส์สุดฮอตที่เพิ่งลาจอทีวีบีฮ่องกง  หยวนเหว่ยห้าว (Benjamin Yuen) เจ้าของรางวัลดาราชายยอดนิยมทีวีบี ฝั่งมาเลเซียและสิงคโปร์ ปีล่าสุด  มาร่วมงาน พบปะแฟนๆ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเต็มที่

หลีเจียซิน (Ali Lee)

หยางหมิง (Mat Yeung)

หยวนเหว่ยห้าว (Benjamin Yuen)

หมีเซียะ (Michelle Yim)

ในส่วนของ MVHub นั้น แพลตฟอร์ม​นี้จะเสิร์ฟ​หนังจีนและซีรีส์จีนตั้งแต่ปี 1970 ถึงปี 2000 มากกว่า 250 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ไร้เทียมทาน, 8 เทพอสูรมังกรฟ้า, มังกรหยก, ไซอิ๋ว, จิ๋นซีฮ่องเต้​หรือ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้​ และอื่น ๆ อีกมาก เรียกได้ว่าคอหนังจีนทั้งยุคใหม่ยุคเก่าไม่ควรพลาด รวมไปถึงยังมีช่องทีวีจากฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่รวม 28 ช่องอีกด้วย

ที่สำคัญ​ นอกจากจะดูได้ทุกที่ทุกเวลาแค่มีสมาร์ท​โฟนแล้ว ยังมาพร้อมเสียงพากย์​ไทยที่ผ่านมากี่สมัยยังไงก็เป็นเอกลัษณ์​ที่ชวนคิดถึง หรือจะดูแบบซาวน์แทร็ก​ก็มีให้เลือกเช่นกัน

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจใหม่ บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น  (ไทยแลนด์)  จำกัด และคุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรชื่อดังและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (SHOW NO LIMIT)

ในส่วนของอัตราค่าบริการในช่วงเปิดตัว  วันนี้ – วันที่ 30 เมษายน 2562   สมาชิกรายเดือน  เพียง 300 บาทต่อเดือน (ราคาเต็ม 389 บาทต่อเดือน)  สมาชิกรายปี เพียง 3,000 บาทต่อปี (ราคาเต็ม 4,468 บาทต่อปี) พร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมสำหรับสมาชิกรายปีเท่านั้น อาทิ ของพรีเมี่ยมเฉพาะสมาชิก MVHub  กิจกรรม Meet & Greet และกิจกรรมสนุกอีกหลากหลายรูปแบบ

ผู้สนใจสมัครสมาชิก MVHub ทดลองรับชมฟรี 30 วันผ่านอินเตอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ www.mvhub.com และดาวน์โหลด MVHub Application ทั้งระบบแอนดรอยด์หรือระบบไอโอเอส สามารถรับชมได้ทุกอุปกรณ์ ทางสมาร์ททีวี สมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊กส์ และแท็บเล็ต รวมทั้ง รับชมผ่านกล่องรับสัญญาณ V2H เชื่อมต่อกับโทรทัศน์แบบเดิมได้ทุกสถานที่ ทุกเวลาตามความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง

รายละเอียดเพิ่มเติม​ www.MVHub.com​ หรือเฟซบุ๊ก​ MVHub

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

คำวิจารณ์แรก John Wick 3 จากรอบทดลองฉาย : แอ็คชั่นยอดเยี่ยม แต่เยอะเกินไป

Published

on

the girl in the spider's web : พยัคฆ์สาวล่ารหัสใยมรณะ

7.4

คุณภาพงานสร้าง

8.0/10

เนื้อหา ตรรกะ ความสมบูรณ์ของบท

6.0/10

ความสนุก

8.0/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

คุ้มค่าตั๋ว

8.0/10

จุดเด่น

  • ชื่นชมการพลิกบทบาทของแคลร์ ฟอย
  • ความตั้งใจกับงานภาพของเฟเด อัลวาเรซ
  • ดูง่ายขึ้น เอาใจตลาดมากขึ้น ฉากแอ็คชั่นมากขึ้น

จุดสังเกต

  • ตัวร้ายที่ปูความมาดี กับถูกกำจัดไปง่ายดาย
  • สเวอร์ กุดนาสัน ไม่เข้ากับภาพลักษณ์นักหนังสือพิมพ์ลายคราม
  • บรรยากาศเปลี่ยนไป ไม่ถูกใจแฟนเก่า

ผู้กำกับ แชด สตาเฮลสกี กำลังเร่งตัดต่อ John Wick: Chapter 3 – Parabellum ซึ่งมีทั้งเวอร์ชัน Director’s Cut และ Screening Cut โดยเวอร์ชันสมบูรณ์จะเข้าฉายในเดือนพฤษภาคม 2019 นี้

สำหรับเวอร์ชัน Screening Cut สำหรับฉายรอบทดลองนั้น ได้มีการเชิญผู้ชมมาอย่างหลากหลาย รวมถึงแฟนตัวยงของแฟรนไชส์ John Wick ด้วย

คำวิจารณ์ในรอบทดลองฉายนี้ “ส่วนใหญ่แสดงความชื่นชมฉากแอ็คชันอันยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟน ๆ ชอบมากที่สุดในแฟรนไชส์ John Wick แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูจะมากเกินไป”

แชด สตาเฮลสกี ได้กล่าวว่า John Wick: Chapter 3 – Parabellum จะมีหลายอย่างเพิ่มขึ้นจากภาคก่อนถึง 20% ทั้งตัวละครมากขึ้น และฉากแอ็คชั่นที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 3 ฉาก อีกทั้งฉากแอ็คชั้นที่เพิ่มขึ้นอากอีกอย่างน้อย 3 ฉาก

นอกจากนี้ John Wick: Chapter 3 – Parabellum ยังมี 2 เส้นเรื่อง ซึ่งทำให้ตัวภาพยนตร์ยาวขึ้นกว่าภาคก่อนด้วย

ทั้งนี้ จากกระวิจารณ์ต่าง ๆ ทำให้น่าสนใจว่า แชด สตาเฮลสกี จะตัดต่อ John Wick: Chapter 3 – Parabellum ไปในทิศทางใดต่อไป

John Wick: Chapter 3 – Parabellum มีกำหนดฉายวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!