Connect with us

What The Fact

วิเคราะห์ “10 สิ่งสำคัญ” จากตัวอย่างแรก “Avengers: End Game” ที่คนทั้งโลกรอคอย

Marvel Studios ได้ปล่อยตัวอย่างแรกของ Avengers: Endgame ที่แฟน ๆ ทั่วโลกต่างรอคอยมาอย่างยาวนาน โดยบอกเล่าเรื่องราวหลังจากที่ Thanos ได้ทำลายชีวิตไปครึ่งหนึ่งของจักรวาล

ตัวอย่างข้างต้นนี้ ได้นำเสนอเรื่องราวของตัวละครหลักที่ต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจว่า ภาพยนตร์จะนำพาผู้ชมไปยังจุดจบของมหากาพย์ครั้งนี้ได้อย่างไร ?

และนี่คือ 10 สิ่งสำคัญ ที่ได้รับการเปิดเผยในตัวอย่างแรกของ Avengers: End Game

10. เดินเรื่องต่อจาก Avengers: Infinity War

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Avengers: End Game จะเดินเรื่อง 5 ปี หลังจากเหตุการณ์ใน Avengers: Infinity War แต่จากตัวอย่างล่าสุดนี้ ทำให้ทราบว่า End Game นั้น เดินเรื่องต่อจาก Infinity War ทันที

แต่ถ้าไม่มีการเดินเรื่องข้ามไปในอนาคตแล้วนั้น เหตุใดจีงมีรายงานว่า Marvel Studios ได้คัดเลือก เอ็มม่า เฟอร์แมน มารับบทเป็น Cassie Lang (ลูกสาวของ Scott Lang หรือ Ant-Man) ในวัยสาว ?

9. Tony Stark ล่องลอยในอวกาศ ในยานของ Guardians of the Galaxy

Avengers: Infinity War จบลงด้วยการที่ Tony Stark และ Nebula ยังคงอยู่ที่ดาว Titan หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้สูญสลายไปแล้ว รวมถึง Spider-Man และ Doctor Strange ด้วย

และจากตัวอย่างล่าสุดของ Avengers: End Game ทำให้ทราบว่า Tony Stark และ Nebula ได้เดินทางมาในยาน Benatar ของทีม Guardians of the Galaxy โดยคาดว่าจะเดินทางกลับมายังโลก

ไม่เพียงแค่นั้น Tony Stark ยังได้แสดงออกถึงความรักที่มีต่อ Pepper Potts ภรรยาของเขา

8. Thanos ละทิ้งแล้วทุกสิ่ง

หลังจากที่ทำลาย 50% ของทุกสรรพชีวิตในจักรวาลไปแล้วนั้น Thanos ได้เริ่มใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายบนดวงดาวที่ยังไม่ปรากฏชื่อ อีกทั้งยังได้นำชุดเกราะมาแขวนเป็นหุ่นไล่กาแทน

7. ถุงมือ Infinity Gauntlet เสียหาย

ดูเหมือนว่าถุงมือ Infinity Gauntlet ซึ่งสามารถเก็บพลังของ Infinity Stone ทั้ง 6 ก้อนได้นั้น ยังคงได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังจากที่ได้ใช้ไปแล้วในตอนท้ายของ Avengers: Infinity War แต่น่าสนใจว่าเหตุใด Thanos จึงยังไม่ถอดถึงมือ Infinity Gauntlet ออกมา

นั่นอาจเป็นเพราะ Thanos ไม่อยากให้ Infinity Stone คลาดสายตาไป

6. Shuri เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน

Shuri น้องสาวสุดอัจฉริยะของเจ้าชาย T’Challa หรือ Black Panther ได้ปรากฏใบหน้าขึ้นในขณะที่ Bruce Banner กำลังดูภาพผู้ที่สูญสลายไปในตอนท้ายของ Avengers: Infinity War ซึ่งทำให้แนวคิดจากแฟน ๆ ที่ว่า Bruce Banner จะร่วมมือกับ Shuri ในภารกิจของ Avengers: End Game นั้น ต้องตกไป

จริง ๆ แล้ว Marvel เคยใช้ตัวอย่างภาพยนตร์ในการหลอกให้คนดูเข้าใจเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ผิดมาแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ว่า ภาพที่ปรากฏในฉากนี้อาจมีความหมายอื่นอีก ก็เป็นได้

5. Nebula จะร่วมมือกับ Tony Stark

ตัวอย่างดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า Nebula ก็อยู่ในยาน Benatar เช่นเดียวกับ Tony Stark และคาดว่าเธอจะร่วมมือกับ Tony Stark เพื่อต่อสู้ครั้งสุดท้ายใน Avengers: End Game

อีกทั้งความรู้และประสบการณ์ของเธอจะเป็นประโยชน์อย่างมากด้วยเช่นกัน

4. Hawkeye กลายเป็น Ronin

สิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ ได้ทราบจากตัวอย่างล่าสุดนี้ คือ โฉมใหม่ของ Hawkeye ที่ได้กลายเป็น Ronin ซึ่งจาก Ultimate Comics นั้น ได้ระบุว่า Hawkeye หรือ Clint Barton ได้กลายเป็น Ronin หลังจากที่ครอบครัวเขาต้องสูญสิ้นไปแล้ว ซึ่งสอดคลองกับประโยคจากตัวอย่างที่ว่า “We Lost Family” (เราสูญเสียครอบครัว)

จึงมีความเป็นไปได้ที่ Clint Barton อาจได้เห็นครอบครัวของเขาต้องสูญสลายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งนำพาเขามาสู่ด้านมืด

นอกจากนี้ Black Widow ซึ่งได้ตาม Hawkeye มาถึงญีปุ่น ก็ดูตื่นตะลึงกับภาพลักษณ์ใหม่เพื่อนสนิทที่กลายเป็น Ronin และเป็นการย้อนแย้งไปถึงอดีตที่ Hawkeye เคยช่วยเธอให้ออกมาจากวงการนักฆ่ามาแล้ว

นั่นทำให้ Black Widow รู้ว่า เธออาจได้เป็นผู้ที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของ Hawkeye บ้างในคราวนี้

3. ทีม Avengers ยังมีแผน : หรือจะเป็นการย้อนเวลา ?

จากตัวอย่างล่าสุด ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่า Steve Rogers นั้น สวมชุดแบบเดียวกับใน Captain America: The Winter Soldier ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีย้อนเวลาที่แฟน ๆ ต่างกล่าวถึงเป็นอย่างดี

นี่เป็นฉากแรกในตัวอย่างที่กล่าวอ้างถึงแผนการของทีม Avengers ในการแก้ไขสถานการณ์ครั้งนี้ ซึ่งถึงแม้ว่า Steve Rogers จะทุ่มสุดตัว แต่ก็ดูไม่มั่นใจสักเท่าไรนัก ในขณะที่ Black Widow ก็คอยย้ำเตือนว่ามันต้องได้ผล

2. ชื่ออย่างเป็นทางการ Avengers: End Game

ตัวอย่างล่าสุดนี้ เป็นการยืนยันชื่ออย่างเป็นทางการของ Avengers 4 นั่นคือ Avengers: End Game ซึ่งสอดคลองกับที่ Doctor Strange ได้กล่าวกับ Tony Stark ก่อนที่ร่างกายจะสูญสลายไปว่า “We”re in the Endgame now” (นี่ล่ะแผนเผด็จศึก)

Doctor Strange ได้ใช้มณี Time Stone ข้ามเวลาเพื่อดู 14 ล้านความเป็นไปได้ในการต่อสู้กับ Thanos ซึ่งมีแค่ความเป็นไปได้เดียวเท่านั้นที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะได้

อาจกล่าวได้ว่า End Game นั้นเป็น “แสงสุดท้าย” ของศึกนี้เลยก็ว่าได้

1. Ant-Man หนีออกมาจากมิติ Quantum Realm ได้แล้ว

ในฉากสุดท้ายของตัวอย่างนี้ ได้เปิดเผยให้เห็น Scott Lang หรือ Ant-Man ที่สามารถหนีกออกมาจากมิติ Quantum Realm ได้ หลังจากที่ต้องติดอยู่กับ The Wasp ในฉาก End Credit ของ Ant-Man & the Wasp ในขณะที่คนอื่น ๆ รอบข้างได้สูญสลายไป

นั่นทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Ant-Man จะเป็นตัวละครสำคัญ และมิติ Quantum Realm ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญในทฤษฎีการย้อนเวลาด้วย

Avengers: End Game มีกำหนดฉายวันที่ 24 เมษายน 2019

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] Sex Education เพศศึกษา (หลักสูตรเร่งรัก) – ก้าวข้ามวัยแบบจั๊กกะจี้หัวใจที่ใครๆก็อยากบวก

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย : ลอรี นันน์
  • เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์หรือหนังวัยรุ่นทะลึ่งทะเล้นแต่แอบซ่อนประเด็นการก้าวข้ามวัย (coming of age)
  • สตรีมมิงทั้ง 8 ตอนแล้วทาง Netflix (คลิกเพื่อชมซีรีส์ได้ทันที)
  • คำเตือน มีฉากเซ็กส์แบบเห็นหน้าอกผู้หญิง และ เห็นอวัยวะเพศชาย

หนุ่มสาวคนไหนเซ็กส์มีปัญหาต้องมาหาพวกเขา! เมื่อ โอทิส (อาซา บัตเตอร์ฟิลด์) เมฟ (เอ็มมา แม็คคีย์) และ อีริค (นคูติ กัตวา) เปิดคลินิกลับบำบัดเรื่องเซ็กส์ ทั้งหนุ่มล่ำที่ไม่ถึงจุดสุดยอด, เลสเบี้ยนที่ไม่เคยเสพย์สุขทางเพศ หรือกระทั่งสาวติดเซ็กส์ที่ไม่เคยรู้ความต้องการในเรื่องเซ็กส์ของตัวเอง แต่ยิ่งนานวันโอทิสกลับกำลังตกหลุมรักเมฟ ทั้งที่เธอไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อน งานนี้ปัญหาวุ่นๆทั้งหัวใจและใต้สะดือจะมีคำตอบตำราหรือไม่ ติดตามได้ใน Sex Education 

Sex Education คือซีรีส์อังกฤษจาก Netflix ที่นำเรื่องเพศกับวัยรุ่นมาเป็นแกนกลางของเรื่อง แต่บอกแบบนี้อย่านึกว่าหนังจะมาทางมุกสัปดนแบบ American Pie หรือ Porky หนังวัยรุ่นวุ่นใต้สะดือจากฝั่งอเมริกันนะครับ เพราะจุดเด่นจริงๆคือซีรีส์สามารถนำเรื่องเซ็กส์มาโยงใยถึงการก้าวข้ามวัยได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว โดยบทซีรีส์โดดเด่นมากในการสร้างคาแรกเตอร์ทุกตัวเลย คือดูๆไปเราจะไม่รู้สึกว่าตัวละครไหนกำลังทำให้เรารำคาญกับความสัปดนของมันตรงกันข้าม เซ็กส์กลับค่อยๆเปิดเผยให้เห็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่บางคนภายนอกดูแข็งแกร่งแต่ความรักและเซ็กส์ก็พาเธอไปสู่คลินิกทำแท้ง หรือกระทั่งตัวพระเอกอย่าง โอทิส เองก็เป็นคนขาดความมั่นใจในเรื่องเซ็กส์มีปัญหากระทั่งไม่สามารถช่วยตัวเองได้ และเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายเมื่อเขาดันมีแม่เป็นนักบำบัดด้านเพศสัมพันธ์ที่พยายามก้าวก่ายเรื่องใต้สะดือของเขาเหลือเกิน ทำให้เห็นว่าบทซีีรีส์มองเรื่องเซ็กส์ในมุมมองรอบด้านและสามารถอธิบายความสัมพันธ์และความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากบทแล้ว นักแสดงทุกคนคือจุดเด่นและสามารถนำพาคนดูไปร่วมรู้สึกกับเรื่องราวได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ อาซา บัตเตอร์ฟิลด์ ที่หลังจาก Ender’s Game (2013) แล้วก็มักได้แต่บทโชว์หล่อสไตล์วัยรุ่นชายหน้าตาดี แม้ใน Sex Education เขาก็ยังได้โชว์หล่ออยู่ดี (ฮ่าาาา) แต่สิ่งที่ อาซา ได้เพิ่มให้ตัวละครโอทิส มีชีวิตมีเลือดเนื้อจริงๆ เขาทำให้เห็นถึงความเปราะบางของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง ยิ่งต้องใกล้กับสาวกร้านโลกที่เขาหลงรักก็ยิ่งรู้สึกยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ จนหลายคนเอาไปแทนความรู้สึกตัวเองเวลาแอบรักใครสักคนและประเด็นนี้เองที่ดูจะโดนใจชาวโซเชี่ยลไทยเป็นพิเศษด้วย

สำหรับสาว เอ็มมา แม็คคีย์ เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะแจ้งเกิดให้เธอได้ไม่ยาก บทสาวเมฟถูกเขียนมาท้าทายนักแสดงอย่างแท้จริงเพราะภายใต้บุคลิกสาวกร้านโลก ยังเต็มไปด้วยความว้าเหว่จากการเป็นเด็กถูกทิ้งทั้งจากครอบครัวและพี่ชาย แถมยังกดเก็บความฉลาดแล้วแสดงออกแต่พฤติกรรมแย่ๆทำลายตัวเองไปเป็นวันๆ ยิ่งเรื่องหัวใจที่เธอหลงรักนักกีฬาว่ายน้ำดาวเด่นของโรงเรียนแต่กลับคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ ยิ่งได้พลังการแสดงทั้งสายตาและแอ็คติ้งที่เข้าใจตัวละครของ เอ็มมา ก็ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกใจสลายไปกับเธอได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

และสำหรับ นคูติ กัตวา ดาราหนุ่มผิวสีในบทเพื่อนรักของโอทิส ก็เรียกได้ว่าสร้างสีสันให้เรื่องราวสนุกได้ทุกตอน ทุกมุกตลกและมิตรภาพระหว่างโอทิส กับอีริคคือส่วนที่น่ารักมากของเรื่องราว ยิ่งได้นคูติที่สามารถมารับบทเกย์ที่พยายามให้คำปรึกษาเพื่อนรักและในขณะเดียวกันก็ยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เขาต้องปกปิดตัวตนทางเพศไว้ได้อย่างน่าเห็นใจและถ่ายทอดให้คนดูรักและเอาใจช่วยให้ อีริค ได้เติบโตและกล้าเปิดตัวตนของตัวเองเสียทีได้อย่างหมดใจที่สำคัญเขายังเป็นเจ้าของฉากที่ชวนตัวบิดที่สุดของเรื่องอีกด้วย (จะเป็นฉากไหน กับใครไปดูกันเองจ้า)

นอกจากนี้ Sex Education ยังเป็นการกลับมาของนักแสดงรุ่นใหญ่แต่กลับได้รับบทที่ทรงเสน่ห์ที่สุดนั่นคือ จิลเลียน แอนเดอร์สัน ที่เด็ก 90 รู้จักเธอดีจากบทเอเจนต์ สกัลลี่ แห่ง The X-Files แต่คราวนี้ จิลเลียน เธอมาในบทแม่ของโอทิสที่เป็นนักบำบัดด้านเซ็กส์ แต่เชื่อไหมครับว่าลุคผมสั้นสีดอกเลากลับยิ่งทำให้เธอดู ฮอต ยิ่งกว่าตอนสาวๆเสียอีก เรียกง่ายๆว่ายามใดเธอปรากฎตัวก็ทำให้หนุ่มๆกระชุ่มกระชวยไม่แพ้สาวๆคนอื่นๆในเรื่องเลย

ด้วยบทที่เขียนมาอย่างดี มีตัวละครที่คนดูจะหลงรัก บวกกับประเด็นเรื่องเพศในวัยรุ่นที่แม้ซีรีส์จะมีฉากเซ็กส์และพูดถึงเรื่องเซ็กส์แทบทุกตอน แต่มันกลับสะท้อนด้านที่อ่อนไหวของวัยรุ่นและอุปสรรคที่ต้องเจอในรายทางระหว่างการเติบโตได้อย่างเข้าอกเข้าใจและยังสร้างความประทับใจให้คนดูได้อีกด้วย

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

IO ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย: เมื่อโลกเป็นพิษ เธอเลยใช้ชีวิตแบบนักปรัชญา

Published

on

By

เรื่องย่อ

แซม คือนักวิทยาศาสตร์คนสุดท้ายบนโลก เนื่องจากโลกประสบปัญหามลพิษจนไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ดำรงอยู่ได้อีก ประชากรโลกส่วนใหญ่เลือกเดินทางสู่อาณานิคมในอวกาศซึ่งตั้งอยู่แถวดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี แต่แซมยังคงเชื่อว่าโลกยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูได้ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ แต่แล้วเมื่อโลกดูเหมือนจะขับไล่เธอมากขึ้น เธอก็มีทางเลือกแค่จะไปขึ้นยานลำสุดท้ายที่จะออกจากโลกกับผู้มาเยือนแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ หรือ จะดันทุรังอยู่บนโลกที่เธอรักต่อไป

ดูจากเรื่องย่อก็พอจับความได้ว่าหนังจาก เน็ตฟลิกซ์ออริจินัล เรื่องนี้ น่าจะมีความอินดี้แบบเรื่อยเอื่อยอยู่ไม่เบา เพราะหนังมีตัวละครหลัก ๆ แค่ 2-3 คน กับความยาว 96 นาที แต่เล่าไป 2 บรรทัดนิด ๆ ก็แทบจบเรื่องแล้ว ดูเหมือนว่าหนังไซไฟของเน็ตฟลิกซ์นั้น จะกลายเป็นขึ้นชื่อในเรื่องความปรัชญาอินดี้ปลายเปิด บางทีไม่สนการกระตุ้นคนดูระหว่างทางเลยด้วยซ้ำ อย่างปีที่ผ่านมาก็มีหนังอย่าง Bird Box หรือ Annihilation  ซึ่งก็เป็นจุดแข็งของหนังค่ายนี้ เพราะจะรอสตูดิโอฮอลลีวู้ดผลิตออกมาก็คงไม่มีวันล่ะกับหนังที่ทำท่าจะไม่ได้ตังค์ในโรงแบบนี้ และข้อดีของหนังฉบับเน็ตฟลิกซ์นี่ล่ะที่เราต้องมาแนะนำหนังเรื่องนี้กัน

IO Last on Earth เป็นหนังไซไฟผลงานของ โจนาธาน เฮลเพิร์ต ซึ่งเติบโตมากับหนังสายยุโรปอย่างฝรั่งเศส และนี่เป็นหนังขนาดเรื่องที่ 2 ของเขาเท่านั้น ในขณะที่เรื่องแรกอย่าง House of Time (2015) ที่ฉายในฝรั่งเศสก็เป็นแนวไซไฟคอเมดี้ ซึ่งทำให้เห็นว่าตัวเขานั้นสนใจในหนังแนวไซไฟ หรือแฟนตาซีอยู่ไม่น้อย และสำหรับ IO ก็เป็นการบิดแนวหนังไซไฟมาเล่นเชิงดราม่าปรัชญาและการแสวงหาความหมายของชีวิตสุดท้ายบนโลก โดยอิทธิพลการเล่าเรื่องหลัก ๆ นั้นน่าจะมาจากหนึ่งในทีมเขียนบท และโปรดิวเซอร์ของหนัง อย่าง ชาร์ล สเปโน ที่เคยมีงานอย่าง Embers (2015) ซึ่งว่าด้วยโลกอนาคตที่ผู้คนต่างสูญเสียความทรงจำและผู้รอดชีวิตต่างแสวงหาความเชื่อมโยงกับโลกและผู้อื่น ด้วยเนื้อหาและลีลาการเล่าเชิงกวีปรัชญานั้นก็ไม่ต่างจาก IO เลยทีเดียว

ด้วยสไตล์แบบหนังยุโรปจึงอาศัยความนิ่ง และแรงกระตุ้นความสนใจผู้ชมผ่านบทสนทนาที่มีไม่มากแต่แฝงนัยยะบางอย่าง โดยหลายครั้งมักอ้างอิงตำนานเทพปกรณัม และหนังสือปรัชญากรีกมาพูดกันเสมอ ซึ่งสายอาร์ตหรือสายปรัชญา ชอบกระตุ้นสติปัญญาผ่านหนังน่าจะเป็นที่สนใจ แต่สำหรับสายสมองอ่อนเพลียต้องการแสวงหาหนังมาเป็นคาเฟอีนให้ดวงตาต้องบอกว่า นี่มันยานอนหลับเบนโซไดอะซีปีนชัด ๆ เลย ดังนั้นใครเป็นข้อหลังขอให้ผ่านไปก่อนเลยนะครับ แต่ถ้าใครผ่านข้อสอบคัดตัวข้อแรกนี้ไปก็มาอ่านรีวิวกันต่อเลย

หนังได้ดาราสาวอเมริกันหน้ายังไม่ช้ำอย่าง มาร์กาเร็ต ควอลลี ที่เคยมีผลงานในหนังเน็ตฟลิกซ์อย่าง Death Note ในบท มีอา และสายอาร์ตอาจคุ้นหน้าเธอจากโฆษณา Kenzo World เมื่อปี 2017 ที่เธอต้องเต้นแบบชนเผ่าในชุดราตรีพาดผ่านโถงอาคาร โดยมีฉากเต้นหน้ากระจกโดยไร้เงากล้องสะท้อนได้อย่างน่าทึ่งมาแล้ว ตัว ควอลลี รับบท แซม ที่เรียกว่าแทบจะต้องแบกหนังกว่าค่อนเรื่องไว้ลำพังก่อนที่ตัวละครแขกแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ ที่แสดงโดย แอนโธนี แมกกี้ หรือรู้จักกันดีในบท ฟาลคอน ในหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล จะมาเยือน และต้องบอกว่าด้วยเสน่ห์หรือเซ็กแอพพีลของควอลลี ประกอบกับใบหน้าที่มีโครงสวยชวนมอง ก็สามารถทำให้ผู้ชมอยากดูอยากมองอยู่ไม่น้อย

ประกอบกับหนังค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียดและปริศนาต่าง ๆ ในชีวิตของแซมมามากขึ้น ๆ ทั้งการตอบจดหมายของเธอกับแฟนหนุ่มที่ชื่อ ลีออน  ซึ่งออกจากโลกไปดวงจันทร์ไอโอก่อนหน้า ก็เป็นความโรแมนติกชวนเหงาเล็ก ๆ โดยเฉพาะคำลงท้ายจดหมายที่ส่งถึงกันว่า จากโลกถึงสุดขอบจักรวาล ที่ได้อารมณ์เหงามาก ๆ ทั้งความจริงเกี่ยวกับ ดร.วอลเดน ซึ่งเป็นพ่อของเธอที่เราได้ยินเสียงในวิทยุมาตลอดเรื่อง และตัวตนและเป้าหมายที่แท้จริงของชายปริศนาอย่าง ไมกาห์ ผู้รอบรู้ปรัชญากรีกก็ทำให้เรายังคงติดต่อกับสารของหนังได้เรื่อย ๆ ถึงหนังจะไม่มีสัตว์ประหลาดอะไรให้ตื่นเต้น หรืออุปสรรคแบบหนังยานอวกาศให้ต้องลุ้นวินาทีต่อวินาที และบรรยากาศของการเล่าเรื่องจะชวนไปทำอย่างอื่นระหว่างดูเสียเหลือเกินก็ตาม

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ของเน็ตฟลิกซ์คงเหมาะกับคนดูเฉพาะกลุ่มมากกว่า ถ้าเทียบแบบหนังชินไค ก็เป็นยุค Voices of a Distant Star มากกว่า Your Name อย่างแน่นอน แต่ที่น่าสนใจคืออารมณ์ร่วมระหว่างดูมันได้กับสถานการณ์ฝุ่นละอองในอากาศเป็นพิษอยู่ในขณะจริง ๆ

นี่นั่งใส่หน้ากากกันฝุ่นดูทะเลหมอกฝุ่นคลุมเมืองในหนัง โคตรอินเลย

ใครเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ดูหนังได้ทางลิ้งก์นี้เลย www.netflix.com/watch/80134721

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

Netflix รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 35% และมีสมาชิกใหม่มากถึง 29 ล้านราย

Netflix เติบโตต่อเนื่อง หวังยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกในปี 2019 นี้

Published

on

Netflix ได้เปิดเผยรายได้ประจำปี 2018 อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 35% และคิดเป็นผลกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่า อยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญ

รายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากจำนวนสมาชิกที่จ่ายค่าบริการรายเดือนซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2018 นี้ Netflix ได้มีสมาชิกใหม่ถึง 29 ล้านราย และทำให้มีสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 139 ล้านราย และทาง Netflix ยังหวังว่าในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2019 นี้ จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 8.9 ล้านราย

นอกจากนี้ Netflix ยังมีเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จอย่าง Bird Box ที่มียอดผู้ชมมากถึง 45 ล้านวิว ใน 7 วันแรกที่เริ่มเปิดให้ชม และคาดว่าจะมีผู้ชมมากกว่า 80 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก อีกทั้งยังมีภาพยนตร์ต้นฉบับอย่าง Elite ที่มีผู้ชมมากถึง 20 ล้านวิว ใน 4 สัปดาห์แรก

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!