Almost Played
Almost Played

รู้หรือไม่? บทบาทดังจากเรื่องไหนที่ Leonardo, Brad Pitt และ Christian Bale เกือบได้เล่น

ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงฮอลลีวูดฝีมือดีระดับแถวหน้าก็มักจะมีหนังมาให้เลือกเล่นอยู่เสมอ บางครั้งก็พลาดโอกาสเล่นหนังดังบางเรื่องไปเพราะคิวไม่ว่าง หรือบางเรื่องพวกเขาก็เลือกจะปฏิเสธไปเอง ที่ถ้าต่อมาหนังเรื่องนั้นเกิดประสบความสำเร็จหรือคว้ารางวัลโดยเฉพาะทางด้านการแสดง ก็ต้องก่อให้เกิดความเสียดายกันเป็นธรรมดา วันนี้ What The Fact จะขอนำเสนอบทบาทในหนังที่คนดูเกือบจะได้เห็น Leonardo DiCaprio, Brad Pitt และ Christain Bale 3 ดาราชายมากฝีมือในยุคนี้ได้เล่นมาแล้ว

Christian Bale เกือบเคยได้เล่น Solo: A Star Wars Story (2018)

ตอนที่ Christian Bale ตอบรับเข้าร่วมเล่นหนัง Thor: Love & Thunder หรือ Thor ภาค 4 ก็สร้างความแปลกใจให้กับวงการพอสมควร เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องที่ไม่ชอบเล่นหนังแฟรนไชส์หรือหนังเมนสตรีมที่มีหลายภาค (นั่นทำให้เขาไม่สนใจจะมารับบทเป็น James Bond) แต่ก็มีขอยกเว้นอยู่บ้างอย่างไตรภาค The Dark Knight (2005-2012) ที่ใครบ้างจะไม่อยากร่วมงานกับผู้กำกับ Christopher Nolan และ Bale ก็มั่นใจได้ว่า หนังจะออกมาดีแน่นอน แต่ Bale ก็มีพลาดไปเหมือนกัน เช่นกับบท John Conner ใน Terminator Salvation (2009) ที่ต่อมาก็ประกาศไม่เผาผีกับผู้กำกับ McG ไปเลย

Christian Bale in The Dark Knight Rises (2012)
แฟรนไชส์ไม่กี่ชุดที่ Christian Bale ยอมเล่น ก็คือ Batman The Dark Knight
บาดแผลของ Bale ที่มารับบท John Conner ใน Terminator Salvation (2009)

Bale เคยเล่าให้ฟังในรายการ Podcast เมื่อมกราคมปี 2018 ว่า เขาเคยได้รับการติดต่อจาก LucasFilm เพื่อให้มาแสดงในบทสำคัญของเรื่อง Solo: A Star Wars Story (2017) ในบท Tobias Beckett ซึ่งเป็นอาจารย์ของ Han Solo อีกที ซึ่งสุดท้ายแล้วบทตกเป็นของ Woody Harrelson ที่ก็ทำให้นึกถึงบทบาทอาจารย์คล้ายกันนี้ของเขาใน The Hunger Games อย่างไรก็ตาม เขาก็บอกว่า ยังเปิดโอกาสให้กับหนัง Star Wars เรื่องอื่น ๆ ในอนาคตถ้ามีบทที่น่าสนใจ สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นการดีสำหรับ Bale เพราะสุดท้ายหนังเจ๊งเรื่องแรกของ Star Wars และทำให้ LucasFilm ตัดสินใจไม่ทำหนังภาคแยก Star Wars อีกต่อไป และหันมาเอาดีทางการทำเป็นซีรีส์ทาง Disney+ อย่าง The Mandarolian และ Obi-Wan แทน

Woody Harrelson, Paul Bettany, and Alden Ehrenreich in Solo: A Star Wars Story (2018)
Woody Harrelson ใน Solo: A Star Wars Story (2017)

Christian Bale เกือบเคยได้เล่น Steve Jobs (2015)

ไอคอนระดับโลกของวงการไอทีที่ใครมารับบทก็ต้องมีโอกาสขึ้นไปเหยียบเวทีล่ารางวัลต่าง ๆ แน่นอน แถมยังมาพร้อมกับผู้กำกับ Danny Boyle จากหนังออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Slumdog Millionaire (2008) อีกต่างหาก แต่จะว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดังหรือถูกพูดถึงตามที่หวังด้วยการนำเสนอที่ยังไม่เฉียบคมมากนัก ทั้งที่มีนักแสดงระดับออสการ์อย่าง Kate Winslet, Jeff Daniels และ Seth Rogen ส่วนบทของ Steve Jobs นั้นก็เป็นของนักแสดงมากฝีมือ Michael Fassbender

Bale จอมแปลงโฉมกลายเป็น Dick Cheney ใน Vice (2008)

เดิมทีหนังที่เขียนบทโดย Aaron Sorkin เรื่องนี้จะเป็นการกลับมาร่วมงานกันของผู้กำกับ David Fincher ที่เคยโด่งดังมาด้วยกันกับ The Social Network (2010) ที่ก็เล่าเรื่องราวของอีกหนึ่งอัจฉริยะอย่าง Mark Zuckerberg และ Sorkin ตั้งใจไว้เลยว่าจะให้ Bale มารับบทเป็น Jobs แต่เมื่อ Fincher ถอนตัวออกไปทุ่มเวลาให้กับหนัง Gone Girl (2014) Bale ก็เลยขอปฏิเสธไม่มาเล่นโดยให้เหตุผลว่า เขาไม่ค่อยเหมาะกับบทนี้เท่าไร (แต่จริง ๆ น่าจะเพราะ Fincher ไม่ได้กำกับแล้วมากกว่า) เพราะ Bale นั่นไม่ค่อยเกี่ยงหนังและบทที่ท้าทายความสามารถ อย่างบทบุคคลที่มีตัวตนจริงอย่างใน Vice (2018) ที่เล่นเป็นนักการเมืองตัวแสบ Dick Cheney เขาก็ทำได้

Michael Fassbender in Steve Jobs (2015)
Michael Fassbender ใน Steve Jobs (2015)

Brad Pitt เกือบเคยได้เล่น Kick-Ass (2010)

ตัวแสบอย่าง Brad Pitt มักจะอยู่ในหนังแสบ ๆ มาตลอดชีวิตซึ่งก็เหมาะกับหนัง Kick-Ass (2010) อยู่ ซึ่งก็ต้องขอบคุณหนังที่ Bale นำแสดงอย่าง The Dark Knight (2008) หนังฮีโรสายดาร์กที่ทำให้ Kick-Ass เรต R ที่ดัดแปลงจากคอมิกของ Mark Millar ได้ลืมตาอ้าปาก Pitt ที่เคยเล่นหนังแก๊งสเตอร์สุดกวนอย่าง Snatch (2000) ที่ Guy Ritchie กำกับและ Matthew Vaughn ผู้กำกับของ Kick-Ass เป็นผู้อำนวยการสร้าง จึงกลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของ Vaughn ที่จะมารับบท Big Daddy พ่อของนางเอกฮีโรวัยรุ่นที่รับบทโดย Chloë Grace Moretz

Brad Pitt, Eli Roth, and B.J. Novak in Inglourious Basterds (2009)
Pitt ใน Inglourious Basterds (2009)
Deadpool 2: Ryan Reynolds shares hilarious cropped photo of Brad ...
บทรับเชิญของ Brad Pitt ที่โผล่มาแบบห้ามกะพริบตาใน Deadpool 2 (2017)

แต่เพราะในตอนนั้น Pitt ติดงานหนัง Inglourious Basterds (2009) ของ Quentin Tarantino อยู่ ทำให้มาถ่าย Kick-Ass ไม่ได้ ซึ่งกับเรื่องนั้น Pitt ก็รับบทเป็นตัวละครสุดแสบไม่แพ้กันซึ่งก็ทำให้เขาได้รับคำชมไปอย่างล้นหลาม ซึ่งผู้ที่มารับบทแทน Pitt ก็คือ Nicolas Cage ที่เล่นเรื่องนี้จนได้รับคำชม แต่หลังจากนั้นมาป๋าก็ไม่เลือกงานไม่ยากจน รับเล่นหนังทุกเกรดและไม่มีหนังที่เล่นจนได้รับคำชมอีกเลยนับแต่นั้น ส่วน Pitt ก็ได้มาเล่นบทรับเชิญในหนัง Deadpool 2 (2017) ที่ตอนแรกก็ได้รับการวางตัวให้มาเล่นเป็น Cable Guy แต่คิวไม่ว่างเลยตกเป็นของ Josh Brolin แทน

Nicolas Cage, Aaron Taylor-Johnson, and Chloë Grace Moretz in Kick-Ass (2010)
Kick-Ass (2010)

Leonardo DiCaprio เกือบเคยได้เล่น Angels & Demons (2009)

Tom Hanks เกือบจะได้โคจรมาเจอกับ Leonardo DiCaprio อีกครั้ง หลังจากเคยร่วมงานกันมาแล้วใน Catch Me If You Can (2002) ในหนังภาค 2 ในไตรภาคของตัวละคร Robert Langdon ที่โด่งดังมากตอนภาคแรก The Da Vinci Code (2005) ซึ่งสร้างมาจากหนังสือสุดอื้อฉาว Hanks เป็นผู้ออกปากชวน DiCaprio มาเล่นบทสำคัญที่สุดของเรื่อง Patrick McKenna ที่นำมาซึ่งบทสรุปสุดหักมุมในตอนท้าย แต่สุดท้ายเขาปฏิเสธ ในรายงานไม่ได้บอกเหตุผลแต่เมื่อดูจาก Timeline ในเวลานั้น DiCaprio กำลังเตรียมเล่นหนัง 2 เรื่องที่ประสบความสำเร็จทั้งคู่อย่าง Inception (2010) และ Shutter Island (2010) อยู่

Leonardo DiCaprio and Tom Hanks in Catch Me If You Can (2002)
การพบกันแค่ครั้งเดียวในหนังของ Hanks และ DiCaprio จนถึงตอนนี้ ใน Catch Me If You Can (2002)

สุดท้ายผู้ที่มารับบทแทนคือนักแสดงมากฝีมืออีกคนอย่าง Ewan McGregor หนังเข้าฉายและไม่ได้ทำเงินถล่มทลายเท่าภาคแรก (หนังไม่ได้เชื่อมต่อกันและฉบับหนังสือนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อน The Da Vinci Code ด้วย) แต่ก็ยังดีกว่าภาคปิดท้าย Inferno (2016) ที่ทำเงินไปน้อยนิดอย่างไม่น่าเชื่อว่านำแสดงโดย Tom Hanks ก็เป็นไปได้ว่าหนังเสื่อมความนิยมแล้วหลังทิ้งห่างภาคแรก 10 ปี

Armin Mueller-Stahl and Ewan McGregor in Angels & Demons (2009)
Ewan McGregor ในบทบทหลวงแห่งวาติกันที่ดีจนน่าสงสัยใน Angels & Demons (2009)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)