Kate Winslet
Kate Winslet

Kate Winslet “เสียใจ” เคยทำงานกับผู้กำกับชั้นครูที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ

น้อยครั้งที่เราจะได้เห็นดาราฮอลลีวูดออกมาโจมตีหรือแสดงความเห็นเชิงลบต่อเพื่อนร่วมวงการ หรือกระทั่งผู้กำกับที่ดูจะมีบารมีเหนือกว่าและย่อมส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่อาจจะต้องโคจรกลับมาร่วมงานกันในอนาคต แต่สำหรับดารารุ่นเดอะเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง Kate Winslet ผู้โด่งดังจากหนัง Titanic (1997) อาจจะไม่ได้แคร์ปัญหานี้สักเท่าไร เพราะผู้กำกับคนไหนก็อยากร่วมงานกับเธอ ต่างจากเธอที่ออกมาแสดงความเห็นไม่เผาผีกับสองผู้กำกับชั้นครูระดับตำนานอย่าง Roman Polanski และ Woody Allen

เรื่องของเรื่องเกิดมาจากการที่เธอได้มาสัมภาษณ์เปิดอกกับนิตยสาร Vanity Fair ท่อนหนึ่ง เธอบอกว่าเธอเสียใจที่เคยทำงานร่วมกับผู้กำกับชื่อดังทั้งสองคน เพราะทั้งคู่ต่างเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์

Kate Winslet ตอนเล่น Carnage (2011)

มันเป็นอะไรที่…คือฉันเคยทำงานกับ Woody Allen และ Roman Polanski ด้วยเนี่ยนะ? ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผู้ชายสองคนนั้นถูกยกย่องอย่างมากมายในวงการภาพยนตร์ขนาดนี้ได้ยังไง มันช่างน่าอับอายเหลือเกิน ฉันต้องออกมารับผิดชอบต่อความจริงที่ว่า ฉันเคยทำงานร่วมกับพวกเขาทั้งคู่ ฉันกำลังต่อสู้กับความเสียใจพวกนั้น แต่เราจะได้อะไรล่ะ ถ้าเรายังพูดถึงปัญหาพวกนี้กันแบบตรง ๆ ไม่ได้” Winslet ออกมาให้สัมภาษณ์ตอกฝาโลงไม่กลับไปร่วมงานกับพวกเขาอีกแน่นอน

Winslet เคยร่วมงานกับผู้กำกับ Roman Polanski ในหนังเรื่อง Carnage (2011) ซึ่งมีนักแสดงหลายคนร่วมแสดงในหนังรวมดาราออสการ์ ตั้งแต่ Jodie Foster, Christoph Waltz และ John C. Reilly ในเรื่องนี้ยังทำให้ Winslet เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมประเภทเพลงและตลกของเวทีลูกโลกทองคำ ส่วนอีกเรื่องที่เธอเพิ่งจะร่วมงานกับผู้กำกับ Woody Allen ใน Wonder Wheel (2017)

Carnage (2011)
ผู้กำกับ Roman Polanski และ Kate Winslet ในงานเปิดตัวหนัง
Kate Winslet, Jim Belushi และผู้กำกับ Woody Allen ในหนัง Wonder Wheel (2017)
Kate Winslet, ผู้กำกับ Woody Allen และ Juno Temple ในงานเปิดตัวหนัง

Polanski นั้นถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ตั้งแต่ปี 1977 จนเขาหนีออกจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อจะได้ไม่ต้องติดคุกและทำหนังงานที่นั่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและไม่เคยกลับมาเหยียบสหรัฐฯ อีกเลย (แม้จะได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2003 ก็ตาม) ส่วน Allen นั้นถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวบุญธรรม Dylan Farrow ในปี 1992 แต่ยังไม่เคยมีคดีถึงชั้นศาลที่ตัดสินว่า Allen มีความผิด และเขาก็ยังคงทำงานอยู่ในวงการฮอลลีวูดอยู่เรื่อยมา

Farrow ได้ตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึกในปี 2014 หลังจากที่อัลเลนได้รับรางวัล Golden Globe Cecil B. DeMille ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศบนเวทีลูกโลกทองคำ และต่อมาก็ไม่กี่ปีมานี้ก็เกิดกระแส #MeToo ที่เป็นการออกมาต่อต้านพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศของผู้ทรงอิทธิพลในวงการหนัง โทรทัศน์ และวงการเพลงของหสหรัฐฯ ในวงกว้าง ซึ่งกับกรณีของ Allen นั้นก็ส่งผลให้ฮอลลีวูดถูกบีบให้ต้องทบทวนมุมมองที่มีต่อ Allen ว่าเป็นคนดีเสียใหม่

พฤติกรรมฉาวในอดีตของ Allen ถูกหยิบขึ้นพูดถึงอีกครั้ง ตอนที่ Harvey Weinstein อดีตผู้อำนวยการสร้างหนัง Miramax ก่อคดีข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อหลายรายจนล่าสุดถูกตัดสินให้จำคุกยาวนานถึงขนาดอาจต้องเสียชีวิตกันในนั้น ในช่วงนั้นเอง Ronan Farrow ลูกชายของ Allen ที่ลุกขึ้นมาเปิดโปงบุคคลต่าง ๆ ในวงการที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อรวมถึงพ่อของเขา

ถึงอย่างนั้น ก็อาจจะเกิดคำถามว่า กรณีล่วงละเมิดทางเพศของทั้งคู่นั้นเกิดขึ้นและเป็นข่าวครึกโครมก่อนที่เธอจะรับเล่นหนังให้ผู้กำกับทั้งสองหลายสิบปี แล้วทำไม Winslet ถึงเพิ่งจะนึกเสียใจขึ้นมากในตอนนี้ เธอจึงขยายความว่า นี่ก็เป็นสาเหตุให้เธอรู้สึกเสียใจ เพราะก่อนหน้านี้เธอเลือกที่จะมุ่งความสนใจของตัวเองไปที่หน้าที่ความสำเร็จของหน้าที่การงาน (แน่ละ ใครจะไม่อยากร่วมงานกับผู้กำกับออสการ์ในตำนาน) โดยไม่สนใจว่าพวกเขาเคยทำอะไรมาบ้าง

นอกจาก Winslet แล้ว นักแสดงอีกหลายคนที่เคยทำงานร่วมกับ Allen ก็ออกมาบริจาคเงินของพวกเขาเพื่อการเคลื่อนไหวผลักดันให้เกิดการรับผิดชอบในเรื่องนี้ผ่านโครงการรณรงค์ต่าง ๆ เช่น RAINN และ Time’s Up ด้วย นัยนึงก็เพื่อเป็นการสำนึกผิดและแสดงความรับผิดชอบกับอดีตที่กลับไปแก้ไขไม่ได้

ถึงอย่างนั้น สิทธิ์ในการเลือกอยากจะร่วมงานกับใครก็เป็นเรื่องของนักแสดงแต่ละคน ขึ้นอยู่กับว่านักแสดง ผู้กำกับ และสตูดิโอค่ายหนังนั้น ใครจะมีบารมีมากกว่ากัน ส่วนในวันนี้ชีวิตและสวัสดิภาพจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศของนักแสดงโดยเฉพาะผู้หญิงและนักแสดงเด็ก ก็ดูจะได้รับการคุ้มครอง เฝ้าระวังกันขึ้นและเหยื่อก็ดูจะได้รับการยอมรับและเห็นใจ รวมถึงถูกยกย่องว่าเป็นผู้กล้าหาญมากขึ้นตามลำดับ คงต้องติดตามกันต่อไปว่า เหตุร้ายแบบนี้จะลดลงอย่างเห็นผลชัดเจนหรือไม่ในวงการฮอลลีวูด

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส