James Bond 007: Sean Connery
James Bond 007: Sean Connery

James Bond 7 ตอนแรกเริ่มของ Sean Connery ผู้บุกเบิก “สายลับพยัคฆ์ร้าย” ให้กลายเป็นตำนาน

YOU ONLY LIVE TWICE (1967)

หนัง James Bond ลำดับที่ 5 ที่พลิกแนวไปจากเดิมตรงที่มาดำเนินเรื่องกันที่ประเทศญี่ปุ่น และใช้นักแสดงญี่ปุ่นกันเกือบตลอดทั้งเรื่อง หลังจากเรื่องนี้ Sean Connery ขอถอนตัวจากบท Bond หลังจากเรื่องนี้ หนังจึงได้ George Lazenby มารับบท Bond ใน On Her Majesty’s Secret Service (1969) แต่หนังล้มเหลวมาก ทำให้ผู้อำนวยการสร้างต้องกลับไปจีบ Connery มาสร้างความเชื่อมั่นอีกครั้ง ส่วนในภาคนี้หนังได้แสดงท่าทีกดขี่ทางเพศกับเพศหญิงอย่างชัดเจน ซ้ำสองด้วยการเป็นผู้หญิงเอเชียอย่างญี่ป่นเสียด้วย ตั้งแต่ฉากร่วมรักของ Bond กับสาวฮ่องกงและญี่ปุ่นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้น Bond ก็ได้เข้าพิธีแต่งงานแบบญี่ปุ่น (ปลอม ๆ เพื่อทำงานลับ) เป็นคร้ังแรก

องค์การร้ายระดับโลก Spectre ร่วมมือกับประเทศจีน สร้างยานอวกาศพิเศษขนาดยักษ์เพื่อดูดกลืนยานอวกาศของสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียต สร้างเรื่องให้เกิดการเข้าใจผิดระหว่างกันของขั้วมหาอำนาจและหวังจะให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 กองทัพเรือของอังกฤษต้นสังกัดเดิมของผู้การ Bond จึงขอความช่วยเหลือมายังหน่วย MI6 และขอให้ 007 ออกปฏิบัติการ มีการสร้างเรื่องว่า Bond ออกสืบราชการลับในฮ่องกงและถูกยิงตาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นการสร้างข่าวลวง เขาบุกไปถึงญี่ปุ่นได้สู้กับซามูไรและนินจา ตามไปจนเจอฐานลับของ Spectre ที่ซ่อนไว้ในปล่องภูเขาไฟ และได้เผชิญหน้ากับคู่ปรับตลอดกาล Blofeld เป็นครั้งแรกในภาคนี้ ที่บอกกับ Bond (ที่แกล้งตายไปแล้วว่า) “คุณมีแค่สองชีวิตเท่านั่นละ”

  • นักแสดง: Sean Connery, Donald Pleasence, Akiko Wakabayashi, Mie Hama, Tetsurô Tanba
  • ผู้กำกับ: Lewis Gilbert (007-Moonraker, The Spy Who Loved Me, Educating Rita)
  • ชื่อภาษาไทยของหนัง: จอมมหากาฬ 007
  • วายร้ายประจำเรื่อง: คู่ปรับตลอดกาล Blofeld แห่ง Spectre
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 9/111 ล้านเหรียญฯ

DIAMONDS ARE FOREVER (1971)

กลับมารับบท Bond อย่างพกความมั่นใจสูงสุดว่าไม่มีใครมาแทนที่เขาได้ในบทนี้ แม้เนื้อเรื่องจะดำเนินคล้าย ๆ กับภาคที่แล้ว You Only Live Twice แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่แฟน ๆ จะไม่ดูหนัง 007 ภาคนี้ถือว่าลดความแฟนตาซีจ๋าลงจากภาคก่อน ๆ และอ้างอิงสงครามเย็นน้อยลง และภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายจริง ๆ ของตัวร้าย Blofeld ที่ได้เป็นตัวร้ายแบบเต็มตัว (ซึ่งก็ไม่ได้จบตัวละครนี้ว่าถึงแก่ความตายแต่อย่างใด) และกว่าจะกลับมาอีกทีก็ภาค Spectre (2017) ที่เหมือนเป็นการรีเมกกลาย ๆ กับบทที่ Christoph Waltz แสดงไว้

เรื่องราวในภาคนี้ M ได้สั่งให้ Bond ตามคดีลอบค้าเพชรเถื่อนที่ดูไม่ชอบมาพากลที่ประเทศฮอลแลนด์ เพราะอยู่ดี ๆ เพชรก็หายไปเฉย ๆ ไม่ปรากฏแม้ในตลาดมืด 007 ปลอมตัวเป็น Peter Franks นักค้าเพชรเถื่อนทำทีตีสนิท Tiffany Case ที่รับจ้างขนส่งเพชรซึ่งเธอก็แอบหลงรัก Bond แถมยังรู้ตัวตนจริงของเขาแล้วด้วย Bond กับ Tiffany ขนส่งเพชรเข้าสหรัฐฯ ไปในโลงศพของ Franks โดยมี Mr. Wint กับ Mr. Kidd 2 นักฆ่าโรคจิตคอยติดตามสะกดรอย Bond รอดมาได้เพราะความช่วยเหลือของ CIA ก่อนจะสืบเสาะไปพบว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือชายชื่อ Willard Whyte ที่ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนาน 3 ปี ก่อนที่ Bond จะบุกไปเจอว่า Blofeld ได้สวมรอยเป็น Whyte และดำเนินแผนชั่วร้ายนี้โดยใช้เพชรไปหักเหแสงเลเซอร์ในดาวเทียมเพื่อทำลายเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลก

สิ่งที่ต้องขอหมายเหตุเอาไว้สำหรับ Sean Connery ในการรับแสดงหนังเรื่องนี้อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ เขาตัดสินใจมอบเงินค่าตัวทั้งหมดในการแสดงของภาคนี้กว่า 1.2 ล้านเหรียญฯ ให้กับองค์กรการกุศลในสก็อตแลนด์ด้วย

  • นักแสดง: Sean Connery, Jill St. John, Charles Gray, Lana Wood, Bruce Cabot
  • ผู้กำกับ: Guy Hamilton (007- Goldfinger, Live and Let Die, The Man with the Golden Gun)
  • ชื่อภาษาไทยของหนัง: เพชรพยัคฆ์ราช 007
  • วายร้ายประจำเรื่อง: คู่ปรับตลอดกาล Blofeld แห่ง Spectre
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 7/43 ล้านเหรียญฯ
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 1 สาขา (ผสมเสียงยอดเยี่ยม)

NEVER SAY NEVER AGAIN (1983)

ที่มาที่ไปของหนัง Bond นอกคอกหรือนอกสารบบของ EON Production เรื่องนี้เกิดมาจากช่วงปลายยุค 1950s ตอนที่ Ian Fleming ได้ร่วมงานกับ Kevin McClory โปรดิวเซอร์อิสระ และแชร์ลิขสิทธิ์นิยายตอน Thunderball ร่วมกันกับ McClory นิยายตอนนี้ของ Fleming นั้นเคยเป็นบทหนังมาก่อนซึ่ง Fleming ร่างไว้กับ Jack Whittingham ในชื่อหนังว่า Longitude 78 West แต่เกิดทะเลาะกันจนวงแตกไปก่อนหนังจะสร้างจริง Fleming จึงเอามาเขียนเป็นนิยายวางขายต่อโดยไม่ได้ขออนุญาตหรือให้เครดิต McClory เลย เขาจึงยื่นฟ้องต่อศาลเรียกร้องสิทธิ์ของนิยายและหนังที่จะสร้างจากนิยายเรื่องนี้ ซึ่งสุดท้าย McClory ชนะคดีในปี 1963 ส่งผลให้เขาได้เครดิตเป็นผู้อำนวยการสร้างคนเดียวในภาค Thunderball ของ EON Production ปี 1965 แต่ก็มีเงื่อนไขว่า McClory จะต้องไม่สร้างหนังที่ดัดแปลงจากนิยายชุดนี้จนกว่าจะผ่านไป 10 ปี

ต่อมากลางยุค 1970s McClory ก็ได้นำนิยายมารีเมกเป็นหนัง Bond อีกครั้ง และได้ Sean Connery กลับมารับบทเดิม เล่นในหนังที่เนื้อเรื่องที่เหมือนเดิมเป๊ะ ออกฉายปี 1983 ชนกันกับทีมสร้างแฟรนไชส์หลักที่ส่งตอน Octopussy ของ Roger Moore เข้าฉาย Never Say Never Again นั้นระหว่างการสร้างก็ประสบปัญหามากมาย หลัก ๆ คือการถูกเล่นงานทางข้อกฎหมายจาก EON Production ส่วนชื่อหนังมีที่มาจากคำพูดของภรรยา Connery ที่พูดขึ้นมาเพราะกังวลว่าหนังจะสร้างไม่เสร็จและทีมสร้างก็หยิบมาใช้เป็นชื่อหนังเสียเลย สุดท้ายหนังประสบความสำเร็จระดับปานกลาง (เพราะคนดูก็ไม่รู้หรอกว่า เป็นหนัง 007 ที่สร้างโดยทีมไหนกันแน่) และค่าย MGM ก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์ของหนังกลับมารวมอยู่กับเรื่องอื่น ๆ ในที่สุด

หนังเล่าเรื่องของ James Bond ที่เข้าสู่วัยทอง M ส่งให้เขาเข้าคลินิกตรวจสุขภาพเพื่อตรวจเช็กร่างกาย ทำให้ Bond ได้พบกับ Fatima พยาบาลลึกลับที่พันผ้าพันแผลไปทั้งตัวและมีท่าทางแปลก ๆ ความจริงเผยว่า Fatima นั้นทำงานให้กับองค์กร Spectre บงการโดย Blofeld ที่กำลังดำเนินแผนการร้ายด้วยการจารกรรมหัวรบนิวเคลียร์ 2 ลูกไปและนำมาใช้เป็นเงื่อนไขข่มขู่เงินจากประเทศต่าง ๆ M ได้มอบหมายให้ Bond ติดตามหัวรบกลับคืนมาโดยให้เข้าทางน้องสาวของ Fatima ที่ชื่อ Domino ซึ่งถูกควบคุมตัวไว้โดย Maximilian Largo มหาเศรษฐีที่เป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของ Spectre

  • นักแสดง: Sean Connery, Klaus Maria Brandauer, Max von Sydow, Barbara Carrera, Kim Basinger
  • ผู้กำกับ: Irvin Kershner (Star Wars: The Empire Strikes Back, Robocop 2,)
  • ชื่อภาษาไทยของหนัง: พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์
  • วายร้ายประจำเรื่อง: คู่ปรับตลอดกาล Blofeld แห่ง Spectre
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 36/55 ล้านเหรียญฯ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก