12 ปี ‘ความคิด’ บทเพลงรักที่ฝากไว้ในพื้นดินและท้องฟ้าของแสตมป์ อภิวัชร์

“ฉันจะฝากเอาไว้อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า…

มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า…ฉันยังรักเธอ”

เป็นเวลา 12 ปีแล้วที่บทเพลง ‘ความคิด’ ของนักร้องนักแต่งเพลงหนุ่ม ‘แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข’ ได้สร้างความคิดถึงอันละมุนละไมขึ้นมาในใจของผู้ฟัง ทำให้การหวนไห้ถึงวันวานและความหลังครั้งเก่าเต็มไปด้วยท่วงทำนองของความงดงามที่เจือเข้าไปในความทรงจำของเรา และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้บทเพลง ‘ความคิด’ ก็ได้มีอายุครบ 12 ปีบริบูรณ์ ล่าสุดแสตมป์ได้นำเอาบทเพลงที่อาจเรียกได้ว่าเป็นบทเพลง ‘แจ้งเกิด’ ของเขามาใส่ MV ใหม่ที่เต็มไปด้วยภาพของท้องฟ้าหลากสีสัน หลากช่วงเวลา ได้มองดูพร้อมกับรับฟังเพลงเพราะ ๆ เพลงนี้แล้วชวนพาใจคิดถึงใครบางคนที่อยู่ในห้วงความทรงจำจริง ๆ

‘ความคิด’ บทเพลงที่ฝากไว้ในพื้นดินและท้องฟ้าแห่งความคิดถึง

‘ความคิด’ (Orchestrated version) ที่มาพร้อมภาพบรรยากาศงาม ๆ นี้เป็นเวอร์ชันที่อยู่ในอัลบั้มอินเตอร์ ‘Eakamai Dream 1’ ที่ออกกับทาง Toy’s Factory ค่ายเพลงดังจากญี่ปุ่น ซึ่งมีการอัดเสียงร้องใหม่ทั้งหมด และมีการเรียบเรียงเสียงดนตรีและเครื่องสายใหม่ด้วยเช่นกันผ่านฝีมือการเรียบเรียงของ แจ๊ค อภิสิทธิ์ วงศ์โชติ นักดนตรีมือทองและอาจารย์พิเศษ คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ส่วนมิวสิกวิดีโอในเวอร์ชันนี้ แสตมป์เล่าให้ฟังผ่านเพจเฟซบุ๊กของเขาว่าไอเดียของวิดีโอนี้เกิดจาก ‘jaggi’ เจ้าของเพจ JaggiTechTravel เพื่อนของแสตมป์ที่ออกมาถ่ายคลิปท้องฟ้าทุก ๆ วันในช่วงกักตัว ซึ่งเข้ากันดีกับบทเพลงนี้ได้อย่างน่าทึ่ง อาจเป็นเพราะท่อนที่ร้องว่า “ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า“ ช่วยสื่อใจความสำคัญว่าไม่ว่าเราจะอยู่ไกลกันแค่ไหน แต่เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมองฟ้าเราจะมองฟ้าผืนเดียวกันเสมอ และก้อนเมฆก้อนนั้นอาจจะแบกความคิดถึงของใครสักคนอยู่ก็ได้

ส่วน jaggi เจ้าของผลงาน MV ชิ้นนี้ก็ได้เล่าว่าการถ่ายทำทั้งหมดเกิดขึ้นโดยไม่ได้มีการวางแผนมาก่อนว่าจะใช้ภาพที่ถ่ายมากับเพลงความคิด เขาเพียงแค่ออกมาถ่ายบรรยากาศบ้านเมืองในช่วงโควิด และด้วยกล้องที่ใช้ถ่ายนั้นมีฟังก์ชัน VDO Timelapses ที่แค่เพียงกด Rec แล้วไปจิบกาแฟรอ กล้องก็รวมไฟล์ออกมาเป็น Timelapse VDO ให้เลย จึงได้ภาพของท้องฟ้างาม ๆ ที่มาพร้อมความเคลื่อนไหวที่สวยงามของหมู่เมฆ บางวันเมฆมาก บางวันเมฆน้อย เป็นความงามตามธรรมชาติที่ตราตรึงและเข้ากับเพลง ‘ความคิด’ เป็นอย่างยิ่ง

กว่าจะมี ‘ความคิด’

แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย เครื่องดนตรีชิ้นแรก ๆ ที่แสตมป์ใช้ในการสร้างเสียงเพลงออกมาก็คือคีย์บอร์ดและกีตาร์ จากนั้นก็เล่นดนตรีเป็นงานอดิเรกมาโดยตลอด พอช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแสตมป์เริ่มสนใจการสร้างสรรค์ผลงานเพลงประกอบละครเวที และได้มีโอกาสแต่งเพลงประกอบละครถาปัดเรื่อง ‘ปริศนา’ ร่วมกับเพื่อน ได้เข้าร่วมวง ‘กล้วยไทย’ วงแนวนูเมทัลในตำแหน่งมือกีตาร์ และได้รวมตัวกับเพื่อน ๆ ตั้งวงดนตรีส่งเพลงไปที่ 104.5 Fat Radio ซึ่งเป็นจุดพลิกผันให้แสตมป์ ได้พบเจอกับพี่ ๆ ในวงการเพลงและมีผลงานอัลบั้มแรกในนามของวง 7thSCENE ในสังกัดค่ายเลิฟอีสและได้รับการถ่ายทอดวรยุทธด้านการแต่งเพลงจากบอย โกสิยพงษ์

แสตมป์และวง 7thSCENE

สิ่งหนึ่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับแสตมป์นอกจากการเป็นนักร้องแล้วก็คือทักษะในการแต่งเพลง แสตมป์เริ่มแต่งเพลงให้กับศิลปินมากมายและได้รับรางวัลครั้งสำคัญในชีวิตครั้งแรกคือ รางวัล สีสันอวอร์ดสาขาเพลงยอดเยี่ยมจากเพลง ‘น้ำตา’ ของพี่เบิร์ดธงไชย แมคอินไตย์ และมีผลงานออกมาอีกมากมาย เช่น ‘เงินล้าน’ ของวงโมเดิร์นด็อก เพลง ‘ราตรีสวัสดิ์’ ของ ฟักกลิ้งฮีโร่ เพลง ‘ฝัน หวาน อาย จูบ’ ประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘ฝัน หวาน อาย จูบ’ เป็นต้น แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของแสตมป์เกิดขึ้นเมื่อเขาได้มีโอกาสออกอีพีอัลบั้มเดี่ยวของตนเองเป็นครั้งแรกในแนวอะคูสติกพอปที่เขานิยามว่าเป็น ‘เพลงโพสต์เบเกอรีพอป’ (เพลงพอปในยุคหลังจากค่ายเบเกอรี่มิวสิค) เป็นบทเพลงรักในมุมมองใหม่ ๆ ที่มาพร้อมความละมุนละไม สดใส ในมุมมองของคนช่างคิด เช่นบทเพลง ‘ทฤษฎีสีชมพู’ ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ และ ‘ความคิด’ บทเพลงแจ้งเกิดของแสตมป์ที่ถูกนำมาใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘ณ ขณะรัก’ (A Moment in June) ภาพยนตร์รักอารมณ์หว่องของ โอ ณัฐพล วงศ์ตรีเนตรกุล จนกลายเป็นเพลงยอดนิยมและได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยมจากหลายสถาบันและกลายเป็นบทเพลงรักอมตะแห่งยุคสมัยใหม่เพลงหนึ่งที่อยู่ในใจผู้ฟังชาวไทยเสมอมาและเป็นรากฐานสำคัญที่นำพาแสตมป์ไปสู่การเป็นศิลปินระดับสากลในทุกวันนี้

ต้นทางของ ‘ความคิด’

แรกเริ่มเดิมทีเพลง ‘ความคิด’ เป็นซิงเกิลจากอีพีอัลบั้ม ‘Million Ways To Write part 1’ ซึ่งเป็นอีพีอัลบั้มแรกของแสตมป์กับทางค่ายเลิฟอีส ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551 อีพีชุดนี้ถือได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดแสตมป์อย่างเป็นทางการ หลายบทเพลงเข้าไปครองใจคนฟัง และได้รับความนิยมพอสมควรแต่ในตอนนั้นสถานะของแสตมป์ยังคงมีความเป็นศิลปินอินดี้อยู่ ยังไม่ได้ดังในวงกว้างมากนัก แต่ต่อมาชื่อของแสตมป์และบทเพลง ‘ความคิด’ ก็ฮิตติดลมบนขึ้นมาเมื่อบทเพลงนี้ถูกนำไปใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘ณ ขณะรัก (A Moment in June)’ ที่ออกฉายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 บทเพลงรักเศร้าที่ล่องลอยไปบนห้วงอารมณ์แห่งความทรงจำและความคิดถึงเป็นเพลงรักลึกซึ้งที่ใช้ถ้อยคำบรรยายอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างสวยงามบนท่วงทำนองละมุนหวานอมเศร้า ซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับบรรยากาศและเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง ณ ขณะรัก ที่ได้นักแสดงคุณภาพมาร่วมแสดงมากมายไม่ว่าจะเป็น ชาคริต แย้มนาม, กฤษดา สุโกศล แคลปป์, เดือนเต็ม สาลิตุล, สินิทธา บุญยศักดิ์, นภัสกร มิตรเอม, สุเชาว์ พงษ์วิไล, มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ และ ฮิโระ ซะโนะ เนื้อหาของหนังเป็นเรื่องราวความรักและความสัมพันธ์ที่เคยพลาดของคน 6 คน 3 คู่ (ชาคริต – ตั๊ก นภัสกร, สุเชาว์ – เดือนเต็ม, น้อย กฤษฎา – นุ่น สินิทธา) ที่เคลื่อนไหวผ่านบทเพลงที่ทำให้พวกเขามาพบกัน โดยเป็นเหตุการณ์ 2 ห้วงเวลาในปี 2515 และ 2542 ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาผ่านบรรยากาศและงานภาพที่ขับความเหงา เศร้า ซึ้งออกมาได้อย่างถึงอารมณ์หว่อง หนังเรื่องนี้ได้รับเกียรติให้ฉายเปิดเทศกาลและฉายอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 13” ประเทศเกาหลีใต้

อีพีอัลบั้ม ‘Million Ways To Write part 1’
ภาพยนตร์เรื่อง ‘ณ ขณะรัก’ (A Moment in June)

เพลง ‘ความคิด’ สามารถขึ้นสู่ชาร์ตอันดับหนึ่งในหลายคลื่นวิทยุของประเทศไทย อาทิ ซี้ดเอฟเอ็ม กรีนเวฟ แฟตเรดิโอ เป็นต้น ทำให้แสตมป์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลซี้ดอะวอร์ดส์ครั้งที่ 5 ใน 3 สาขา คือ “ศิลปินชายยอดเยี่ยม” จากอัลบั้ม มิลเลียนเวส์ทูไรท์พาร์ต 1 “เพลงยอดนิยมสุดซี้ดประจำปี” และ “เพลงยอดเยี่ยมประจำปี” จากเพลง ‘ความคิด’ นั่นเอง

เดิมทีเพลง ‘ความคิด’ เกือบจะเป็นเพลงของคนอื่นและคงกลายเป็นเพลงดังของศิลปินคนนั้นเหมือนที่เคยเป็นมา แต่ว่าด้วยความหวงเป็นพิเศษสุดท้ายแสตมป์ก็เลยเก็บเพลงนี้ไว้ให้กับตัวเอง แสตมป์ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาของเพลง ‘ความคิด’ ไว้ใน Blast Magazine ว่า “เพลงนี้ผมเขียนให้กับ “แน็ตตี้ จิรุตถ์ตันติวรอังกูร” มือกีตาร์วงลิปตาและ ทีมเสือร้องไห้ เขาอยากให้ผมแต่งให้ คือชุดแรกชุดเดี่ยวของผมเนี่ย มีบางเพลงผมหวงไม่อยากให้ใคร คือแต่งแล้วนะ ชอบว่ะ ขอเก็บไว้เอง ชุดแรกนี้เหมือนคอมพิเลชั่นของเพลงที่หวง เพลง “ความคิด” เนี่ยผมแต่งให้เขาแล้วนะ หวงว่ะ มันรู้สึกมีความหมายสำหรับเรามากก็เลยเก็บไว้เอง ตอนนั้นเขาให้โจทย์มาว่าไปที่ที่เราไปด้วยกันนะเราก็จะคิดถึงกันทุกที คือผมเป็นคนชอบอดีต ชอบหวนนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้ว เพลงนี้ก็คืออดีต จะสังเกตเห็นได้ว่าเพลงของผมนี่จะเป็นเรื่องอดีตเยอะ ‘กาลครั้งหนึ่ง’ ‘ครั้งสุดท้าย’ อะไรแบบนี้เพลงนี้ก็อารมณ์เหมือนว่า..สมมุติว่าเราไปที่มหาวิทยาลัยก็จะแบบความคิดมันพรั่งพรูมากเลยนะ แล้วมันก็มีความรู้สึกว่า ถ้าคนที่เราสนิทด้วยเขามาอยู่ที่นี่เหมือนกันเขาจะคิดถึงเราไหม ผมเลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมาครับ”

หลากสีสันของ ‘ความคิด’

ด้วยความเป็นคนที่มีนิสัยชอบแปลงเพลงมาแต่ไหนแต่ไร เพลง ‘ความคิด’ ก็เลยถูกทำออกมาหลายเวอร์ชัน (อย่างไม่เป็นทางการต่างกรรมต่างวาระกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ ‘ความฮา’) อย่างครั้งหนึ่งแสตมป์เคยนำเอาบทเพลงฮิตของ ‘จุ๋ยส์ จุ๋ยส์’ คือ ‘อย่าขี้โม้’ มาทำในเวอร์ชันของตัวเอง โดยคงคอนเซปต์ของการเป็นเพลงไทยสไตล์เนื้อภาษาญี่ปุ่น (มั่ว) ด้วยการนำเอาทำนองเพลง ‘ความคิด’ มาใส่เนื้อญี่ปุ่นแบบมั่ว ๆ แต่แอบแทรกไว้ด้วยแก่นสารของความเป็นคนที่ผูกพันกับพอปคัลเจอร์ในยุคที่แสตมป์เติบโตมา เริ่มต้นท่อนแรกก็มีโดราเอมอนมาแล้ว โดราเอมอน โดราเอมอน คิมิ โว” ก่อนที่จะตามมาอีกเป็นขบวนมีทั้ง ฮิคารุ เซียนโกะ , โซระ อาโออิ กับ คาเอเดะ มัตสึชิม่า (ฮั่นแน่ ! บ่งบอกถึงการเป็นแฟน AV ตัวยง) , เคียวโกะ ฟูกาดะ, ซาซึเกะ คาคาชิ นารุโตะ และ มิซึรุ อาดาจิ นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเจ้าของผลงานมังงะสุดฮิตถูกใจวัยหวานอาทิ ‘Touch’ , Rough’ และ ‘H2’ เป็นต้น หรือแม้แต่ผู้กำกับจอมอหังการ์สุดขี้โม้ ‘เควินติน ทารันติโน่’ ก็มากับเค้าด้วยแถมอยู่ตรงท่อนฮุคเลย เรียกได้ว่าเวอร์ชันนี้เป็นเวอร์ชันที่บันเทิงสุด ๆ กลบความซึ้งในเวอร์ชันต้นฉบับไปเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังฟังเพราะอยู่ดีเพราะแสตมป์ก็ร้องด้วยอารมณ์ซึ้งแบบเดียวกับที่ร้องเวอร์ชันต้นฉบับ

คงไม่เป็นการเกินเลยหากจะกล่าวว่าบทเพลง ‘ความคิด’ นั้นคือหนึ่งในบทเพลงอมตะของวงการเพลงไทย ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ กี่ยุคกี่สมัย คงฟังรุ่นไหนก็ตาม บทเพลงนี้ก็ยังสามารถเข้าไปซึมแทรกอยู่ในใจของผู้ฟังได้เสมอ และไม่แน่ในอนาคตข้างหน้าก็อาจจะมี ‘ความคิด’ ในเวอร์ชัน 20 ปี 30 ปี และอีกหลายเวอร์ชันออกมาให้เราได้ฟังกัน พร้อมพาใจเราล่องลอยไปในท่วงทำนองแห่งความคิดที่ลอยละล่องฟุ้งอยู่ในใจของเราเช่นนั้นตลอดไป

Source

https://www.facebook.com/StampApiwat/

https://www.facebook.com/JaggiTechTravel/

Blast Magazine

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส