‘Bat Out of Hell’ ตำนานอัลบั้มของ Meat Loaf ที่เกือบไม่มีค่ายไหนเอา เพราะคิดว่าแปลกไป

‘Bat Out of Hell’ สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ของ ‘Meat Loaf’ ถือเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของโลกใบนี้ อีกทั้งยังเป็นผลงานทำให้ชื่อของ Meat Loaf กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ก่อนที่ Meat Loaf จะกลายเป็นศิลปินร็อกที่มีชื่อเสียง น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาเคยเป็นนักแสดงละครเวทีมาก่อน! มิหนำซ้ำยังเคยถูกเหยียดหยามสารพัดจากคนในวงการดนตรีด้วยกัน

ย้อนเวลากลับไปช่วงทศวรรษ 70s หลังทำสตูดิโออัลบั้มชุดแรกไม่ประสบความสำเร็จจนโดนค่ายต้นสังกัดดองยาว ช่วงเวลานั้น Meat Loaf หรือชื่อจริงคือ มาร์วิน ลี อะเดย์ (Marvin Lee Aday) ก็ตัดสินหันหลังให้วงการเพลง โดยการไปเป็นนักแสดงละครเวทีเต็มตัว ซึ่งในระหว่างนั้นเขาได้พบกับ จิม สไตน์แมน (Jim Steinman) นักประพันธ์เพลงละครเวที ที่ต่อมากลายเป็นนักแต่งเพลงคู่บุญของเขา 

จุดเปลี่ยนในชีวิตของทั้งคู่เกิดขึ้นในปี 1973 หลังสไตน์แมนที่ขณะนั้นกำลังง่วนกับการเขียนเพลงประกอบละครเวทีเรื่อง Peter Pan อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกว่าเพลงที่กำลังแต่งอยู่ ดูมีค่ามากกว่าจะใช้เพียงแค่ประกอบละครเวทีเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจนำเพลงที่กำลังแข่งทั้งหมดมาให้ Meat Loaf ลองร้องดู ซึ่งปรากฏว่าเสียงร้องของ Meat Loaf และแนวคิดทางด้านดนตรีที่ใกล้กันของทั้งคู่ ก็ทำให้พวกเขาเกิดไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของตัวเองขึ้นมา

(ซ้าย) สไตน์แมน (ขวา) Meat Loaf

ดนตรีที่ทั้งคู่ทำออกมาด้วยกัน มีความเป็นโปรเกรสซีพร็อกที่มีส่วนผสมของดนตรีคลาสสิกอย่างโอเปร่า ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่อย่างมากในยุคสมัยนั้น 

หลังจากนั้นพวกเขาได้เริ่มภารกิจเดินสายหาค่ายต้นสังกัด แต่ก็ไม่รู้ว่าดนตรีดังกล่าวใหม่เกินไปสำหรับคนยุคนั้นหรือไม่ เพราะจนแล้วจนรอดก็ไม่มีค่ายไหนสนใจอยากลงทุนกับพวกเขาเลย 

Meat Loaf เคยเล่าย้อนความหลังว่า การโดนปฏิเสธที่โหดที่สุดคือการถูก ไคลฟ์ เดวิส (Clive Davis) ตำนานโปรดิวเซอร์ ซึ่งสมัยนั้นนั่งแท่นเป็นผู้บริหารของค่ายซีบีเอส ด่ากราดว่าผลงานของพวกเขานั้นแย่ไม่มีชิ้นดี แถมยังต่อว่า Meat Loaf ประมาณว่า “เป็นนักแสดงก็ดีอยู่แล้ว จะมาออกอัลบั้มทำไม”

“นักแสดงไม่มีใครมาออกอัลบั้มเพลงกันหรอก! พวกเอ็งรู้วิธีการเขียนเพลงเปล่า? รู้อะไรเกี่ยวกับการเขียนบ้าง? ข้าไม่รู้ว่าพวกเอ็งกำลังทำอะไรอยู่ แบบฟอร์มแบบนี้มันไม่ใช่ เคยฟังเพลงป๊อปกันบ้างไหม? เคยได้ยินเพลงร็อกแอนด์โรลไหม… พวกเอ็งควรลงไปข้างล่าง และหาซื้อแผ่นเสียงร็อกแอนด์โรลสักแผ่น แล้วกลับไปฝึกแต่งดูนะ” นี่คือประโยคที่เดวิสพูดกับทั้งคู่ในวันนั้น

Meat Loaf เล่าต่อว่าหลังจากที่เขาเดินออกมาจากตึกซีบีเอส ด้วยความหัวร้อนจัด ๆ จึงหันหลังกลับไปและตะโกนใส่ตึกไปว่า ”ไปตายซะ ไอ้เวรไคลฟ์”

ไคลฟ์ เดวิส

แม้การถูกหนึ่งในค่ายเพลงและโปรดิวเซอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลปฏิเสธ จะทำให้ทั้งคู่เสียศูนย์ไม่น้อย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาหยุดตามล่าความฝันต่อไป 

ในปี 1977 หลังพยายามหาค่ายเพลงอยู่ 3 ปี สุดท้ายพวกเขาก็ได้รับโอกาสจากค่าย คลีฟแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล เรคคอร์ดส์ หลัง สตีฟ โปโปวิช (Steve Popovich) ผู้บริหารของค่าย เกิดเปลี่ยนใจอยากเซ็นสัญญากับพวกเขา ว่ากันว่าสาเหตุที่โปโปวิชเปลี่ยนใจ ก็เกิดจากการที่เขานำเดโมของ Meat Loaf ไปเปิดให้กับภรรยาและน้องสะใภ้ฟัง ซึ่งปรากฏว่าทั้งคู่ชอบเพลงเหล่านี้มาก จึงทำให้โปโปวิชต้องเบนเข็มกลับมาหา Meat Loaf กับสไตน์แมนอีกครั้ง 

การบันทึกเสียงอัลบั้มชุดนี้ เริ่มต้นขึ้นในปลายปี 1975 ที่แบร์วิลล์ สตูดิโอส์ ในวูดสต็อก รัฐนิวยอร์ก โดยมี ท็อดด์ รันด์เกรน (Todd Rundgren) เข้ามารับหน้าที่โปรดิวซ์อัลบั้มชุดนี้ แน่นอนว่าพอมีค่ายหนุนหลังแล้ว ทั้ง Meat Loaf และ สไตน์แมน ก็จัดเต็มเลือกนักดนตรีดัง ๆ หลายคนมาร่วมในกระบวนการบันทึกเสียง ไม่ว่าจะเป็น รอย บิตแทน (Roy Bittan) หรือ มาร์ก ไวเบิร์ก (Max Weinberg) จากวง E Street Band ของ บรูซ สปริงส์ทีน (Bruce Springsteen) ก็มาร่วมแจมด้วย นอกจากนี้ เอลเลน โฟลีย์ (Ellen Forey) ศิลปินดังก็ยังถูกเชิญมาร่วมงานถึง 4 เพลง โดยหนึ่งในนั้นเป็นเพลงที่เธอร้องคู่กับ Meat Loaf อย่าง “Paradise By The Dashboard Light”

‘Bat Out of Hell’

จากอัลบั้มที่ทุกคนปฏิเสธ สุดท้าย ‘Bat Out of Hell’ กลับกลายมาเป็นหนึ่งในผลงานที่ทำยอดขายสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 43 ล้านก็อปปี้ รวมไปถึงนิตยสาร Rolling Stone ยังยกให้อัลบั้มชุดนี้เป็นหนึ่งในอัลบั้มยอดเยี่ยมตลอดกาล ลำดับที่ 343 อีกด้วย

หากใครที่ยังไม่เคยฟังผลงานชุดนี้ แนะนำว่าลองหาเพลงอย่าง “You Took the Words Right Out of My Mouth (Hot Summer Night)”, “Two Out of Three Ain’t Bad” และ “Paradise by the Dashboard Light” ฟังดู แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของดนตรีโปรเกรสชีพร็อกแท้ ๆ ที่หาได้ยากขึ้นแล้วในสมัยนี้

และเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ Meat Loaf ได้เสียชีวิตลงแล้ว ด้วยวัย 74 ปี จากการประกาศของครอบครัวทางเฟซบุ๊ก

อ้างอิง:

https://bit.ly/3tNkzFm

https://bit.ly/3qKg50l

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save