Connect with us

ภาพยนตร์

อีกด้านของ “ความกล้า” จาก Only The Brave : งานศิลปะโดย “อแมนดา มาร์ช” บริจาคให้มูลนิธินักผจญไฟป่า

อีกมุมหนึ่งของ อแมนดา มาร์ช (Amanda Marsh) อีกหนึ่งบุคคลสำคัญผู้นิยาม “ความกล้า” ให้กับภาพยนตร์ Only the Brave ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้นักผจญเพลิง

Published

on

อีกมุมหนึ่งของ อแมนดา มาร์ช (Amanda Marsh) อีกหนึ่งบุคคลสำคัญผู้นิยาม “ความกล้า” ให้กับภาพยนตร์ Only the Brave ได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้นักผจญเพลิง

อแมนดา มาร์ช เป็นภรรยาของ อีริค มาร์ช (Eric Marsh) หัวหน้าทีมนักผจญเพลิง แกรนิต เมาท์เท่น ฮอตช็อต ในเหตุการณ์ไฟป่าบริเวณตอนกลางของรัฐแอริโซนา เมืองยาร์เนลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคร่าชีวิต 19 นักผจญเพลิง และได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์แห่งความกล้าหาญ “Only the Brave”

(ซ้าย) เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี ผู้รับบท อแมนดา มาร์ช ใน Only the Brave, (ขวา) อแมนดา มาร์ช ตัวจริง

ในภาพยนตร์ เราจะได้เห็น อแมนดา มาร์ช (เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี) ในรูปลักษณ์ของหญิงที่จิตใจเด็ดเดี่ยว และหัวรั้น เธอเลือกที่จะรัก อีริค ทั้งที่รู้ดีว่างานของเขาเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตมากเพียงไร ในขณะเดียวกัน เธอก็แสดงออกถึงความขัดแย้งต่อ อีริค อยู่เป็นระยะ ซึ่งป็นเพราะความเครียดและวิตกกังวลถึงการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ปล. เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี ผู้รับบท อแมนดา มาร์ช ได้ใช้เวลาในการพูดคุยกับ อแมนดา ตัวจริง อยู่นาน เพื่อเป็นการปรับทัศนคติของเธอให้เหมาะสมต่อการรับบทหนึ่งในตัวละครหลักของ Only the Brave

(ซ้าย) อแมนดา มาร์ช และ อีริค มาร์ช, (ขวา) อีริค มาร์ช (จอช โบรลิน) และ อแมนดา มาร์ช (เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี) ใน Only the Brave

จนกระทั่งมาถึงวันที่เกิดเหตุการณ์แห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เธอก็คืออีกหนึ่งคนที่แทบจะเสียสติ หมดสิ้นเรี่ยวแรง แต่เธอก็ประคองตัวเพื่อที่จะพูดปลอบโยน เบรนดัน แม็คโดนาห์  (ไมลส์ เทลเลอร์) ผู้รอดชีวิตเพียงรายเดียวว่า “ฉันดีใจที่เป็นเธอ และอีริคจะต้องดีใจที่เป็นเธอ”

…นั่นคือคำพูดเพื่อให้ตัวเธอเองสงบจิตใจลงด้วยเช่นกัน

และมันคือ “ความกล้า” ที่จะเผชิญความสูญเสีย ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ Only the Brave ได้พยายามอธิบาย

อแมนดา มาร์ช ได้กล่าวว่า

“การถ่ายภาพเป็นวิธีที่ช่วยรักษาแผลใจของฉันจากความสูญเสียได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันช่วยให้ฉันเห็นความงดงามในทุกๆที่ และเป็นแรงผลักดันให้ฉันสร้างสรรค์ผลงานที่เรียกว่า ศิลปะ

ฉันนำเอาประสบการณ์ในชีวิตจริงมาสะท้อนในการถ่ายภาพ มันทำให้ฉันได้ค้นพบตัวเอง และภาพของฉันก็เป็นดั่งตัวแทนของกาลเวลา

20% ของกำไรจากการขายผลงานภาพถ่าย จะบริจาคให้กับ มูลนิธิอีริค มาร์ช เพื่อนักผจญไฟป่า (Eric Marsh Foundation for Wildland Firefighters)”

เรามาดูตัวอย่างผลงานภาพถ่ายของ อแมนดา มาร์ช กัน

อแมนดา มาร์ช สะท้อนความเศร้าออกมาเป็นแรงขับด้านศิลปะ ไม่ใช่เพื่อให้ลืมมัน แต่เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญ และไม่อยากให้ใครต้องเผชิญชะตากรรมเช่นเธออีก

ข้อมูลอ้างอิง : amandamarshphotography

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Ghost Stories: เริ่มจากหลอนรุนแรงจนทุเลา กลายเป็นหนังเกินคาดเดาสุดครีเอท

Published

on

By

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

ศาสตราจารย์ ฟิลลิป กู๊ดแมน (รับบทโดย แอนดี้ เนย์แมน) ผู้ไม่เคยเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่กลับต้องเผชิญกับเรื่องเล้นลับด้วยตัวเอง เมื่อเขาได้รับเทปเสียงปริศนาที่หักล้างความเชื่อของเขา พร้อมข้อพิสูจน์ที่มาในรูปแบบของ 3 คดีขนหัวลุก ที่ไม่เคยมีใครหาคำตอบและที่มาของมันได้ ภาพยนตร์ระทึกขวัญน่าจับตาที่การันตีด้วยคะแนนมะเขือเทศสดกว่า 81% เสริมระดับความระทึกด้วย มาร์ติน ฟรีแมน จาก The Hobbit (2012 – 2014) , Cargo (2017) , Black Panther (2018) และนักแสดงดาวรุ่งสายแปลก อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ จาก The End of the F***ing World (2017) , Departure (2015)

นี่คือหนังที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าน่ากลัวสลัดผักที่สุดแห่งเกาะอังกฤษในโมงยามนี้ นอกจากว่าความน่ากลัวของเรื่องเล่าทั้ง 3 คดีปริศนาที่ตัว ศจ.กู๊ดแมน ต้องเข้าไปแก้ไขคดีสไตล์หนัง ออมนิบัสฟิล์ม หรือหนังที่ประกอบด้วยหนังสั้นในตัวที่มักจะ 3 เรื่องบ้าง 4 เรื่องบ้างแล้วแต่การออกแบบแล้ว (ตัวอย่างบ้านเราก็ ผีสามบาท หรือ 4 แพร่ง นั่นล่ะ) หนังยังโยงใยแต่ละเรื่องสั้นด้วยความครีเอทเหลือคณากับการติดตามว่าทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับตัว ศจ.กู๊ดแมนกันแน่ เมื่อเขาถูกไอดอลด้านการท้าพิสูจน์ผีสมัยเด็ก กลับมาบอกว่าพวกเขาเข้าใจผิดว่าผีไม่มีจริงมาตลอด และถ้ากู๊ดแมนไม่เชื่อก็จงหาคำอธิบาย 3 คดีที่ยากจะเข้าใจนี้มาให้ได้

คดีที่ 1: ในความมืด เรื่องราวของยามกะดึก (พอล ไวท์เฮ้าส์) ที่ต้องอยู่เฝ้าอาคารร้างที่เคยเป็นที่บำบัดคนไข้หญิงโรคประสาทเมื่อหลายสิบปีก่อน และเมื่อนาฬิกาเตือนเวลา 03.45 น. ที่เขาต้องเตรียมเดินตรวจเวรปกติก็เกิดเหตุบางอย่างที่ทำให้เขารู้ว่าเขาอาจไม่ได้อยู่คนเดียว หนังชวนให้นึกถึงหนังอย่าง Tales of Terror from Tokyo and All Over Japan: The Movie (2004) ตอนที่ 1 ที่ว่าด้วยยามกะดึกเหมือนกัน แต่กับคดีใน Ghost Stories นี้ ความมืดถูกออกแบบให้โคตรน่ากลัว เรื่องราวและร่องรอยของคารร้างก็ชวนให้นึกถึงสุสานโสเภณีที่กาญจนบุรีของไทยเสียเหลือเกิน ด้วยความใกล้เคียงความเป็นวิญญาณแบบที่เราคุ้นเคยมากสุด ขอยืนยังเลยว่าแค่ตอนแรกก็ขนหัวลุกชูชันสั่นประสาทแล้ว

คดีที่ 2: กลางป่า ดาราวัยรุ่นที่เล่นแนวจิต ๆ ได้ขนลุกอย่าง อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ มารับบทเด็กที่ครอบครัวมีปัญหาพ่อแม่อารมณ์ร้าย (จริง ๆ คือราวกับอยู่ในบ้านผีสิงเลยมากกว่า) และคืนหนึ่งเขาก็พานพบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อขับรถผ่านป่าเวลา 03.45 น. แล้วเผลอชนกับบางสิ่งที่ตามหลอกหลอนเขาหลังจากนั้น พูดตรง ๆ คือตอนที่ ศจ.กู๊ดแมนมาสัมภาษณ์เจ้าหนูนี่ที่บ้านมันน่ากลัวกว่าตอนที่เล่าเรื่องคืนขับรถซะอีก แต่ไม่ใช่ว่าตอนเรื่องในป่าไม่น่ากลัวนะ คือสมองเราหลอนไปแล้วอ่ะ เจออะไรโผล่มาในหนังมันก็เห็นเป็นผีไปหมดเลย แอบสะดุ้งเฮือกกับเบาะรถไปซะหลายรอบ 555 คือมันเป็นตอนที่สนองตอบสารที่หนังสื่อมาเป็นระยะได้ดีเลยนะว่า “สมองเราเห็นในสิ่งที่เราอยากเห็น” แต่ด้วยความที่ตอนนี้มันออกแนวภูตมากกว่าผี เราเลยไม่ค่อยอินเท่าตอนแรก แต่นั่นล่ะยังสยองอยู่ดีแม้จะไม่สุด

คดีที่ 3: บาร์ตี้ นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทุกอย่าง (มาร์ติน ฟรีแมน) ต้องพบกับความอ้างว้างในบ้านใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อภรรยาท้องแก่เกิดมีปัญหาภาวะการตั้งครรภ์และต้องค้างอยู่ที่คลีนิก และเมื่อเวลา 03.45 น. มาถึง (อีกแล้ว) เขาก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดที่เอานอนไม่หลับทีเดียว อารมณ์เรื่องเล่าในตอนนี้ยังกับหนังไทยเลย ผีหลอกในบ้านตัวเองงี้ อาจดูห้วนสั้นไปนิด แต่เอาจริงแล้วมันเหมือนรีบปิดอินโทรเพื่อเข้าเรื่อง ศจ.กู๊ดแมน กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาทั้งหมดมากกว่า

และบทสรุปเรื่องราวทั้งหมดก็ทำให้เราได้พบว่าจริง ๆ แล้ว นี่เป็นหนังที่เล่นกับความคิดการรับรู้ของคนเรา ตลอดจนคนดูมาก ๆ มันครีเอทแบบหนังอย่างพวกจิตวิทยาฝั่งฮอลลีวู้ดเลย ดูรวม ๆ ก็เหมือนไม่ได้มีอะไรใหม่มากนักจับพลอตที่เคย ๆ มีมาผูกใหม่ แต่กลายเป็นว่ามันได้หนังผีที่หลอกหลอนและสดใหม่ขึ้นมา เอาเป็นว่าจบคดีที่ 3 คุณก็เดาตอนจบไม่ค่อยถูกหรอก จนมันค่อยเฉลย ๆ ท้ายหนังนั่นล่ะ ความน่ากลัวอาจลดลงแต่ความสร้างสรรค์นี่ยกนิ้วให้เลย

ส่วนที่หนังยังทำไม่ถึงก็มีโปรดักชั่นที่ดูอังกฤษจ๋า (แน่ล่ะก็มันหนังอังกฤษ) แต่ความชัดและใสแบบพวกซีรีส์อังกฤษคิดว่ามันยังไม่ค่อยเหมาะกับหนังแนวนี้เท่าไหร่โดยเฉพาะช่วงเฉลยนั่นดูสว่างเคลียร์ไปหมด แล้วก็การเฉลยนี่เชื่อว่าด้วยความสร้างสรรค์ของมันคงมีทั้งคนชอบและไม่ชอบล่ะนะ และเรื่องสุดท้ายที่ไม่ชอบ คือการที่หนังยังใช้เสียงดังให้เราตกใจ คือก็ไม่ได้มากขนาดจงใจหรอก แค่คิดว่าหนังมันน่ากลัวโดยไม่ต้องมีเสียงจัมป์สแกร์ก็ได้ จะเป็นโรคหัวใจวายกันพอดี 555

เรื่องผีอาจลึกลับ แต่เรื่องจองรอบซื้อบัตร จองสะดวกซื้อสบายได้ที่รูปนี้เลยฮ๊าฟฟฟ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

[รีวิว] ALPHA ผจญนรกแดนทมิฬ 20,000 ปี – ควายขวิดตกผา เจอหมา หาทางกลับบ้าน

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เคดา (โคดี สมิธ แมคฟี) เด็กหนุ่มแรกรุ่นแห่งเผ่าโซลูเทรียนที่ต้องพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายด้วยการออกล่าควายไบซันกับ เทา (โยฮันเนส ฮาวเกอร์ โยฮันเนสสัน) พ่อผู้เป็นหัวหน้าเผ่าและคาดหวังกับผลงานการล่าสัตว์ครั้งนี้ของลูกชายแต่เมื่อเกิดเหตุชลมุนจนควายตัวหนึ่งขวิด เคดา จนตกหน้าผาจนทุกคนในเผ่าสิ้นหวังเดินทางกลับบ้านพร้อมข่าวร้าย แต่ไม่นาน เคดา ก็ฟื้นสติและได้ผูกมิตรกับหมาป่าจ่าฝูงที่เขาใช้คมมีดฟันมันจนบาดเจ็บในการปะทะเมื่อแรกพบจนเกิดมิตรภาพต่างสายพันธุ์ แต่เวลาไม่คอยท่าเคดาจำต้องพาเพื่อนซี้สี่ขาฝ่าสภาพอากาศอันหนาวเหน็บและอันตรายรอบด้านเพื่อกลับไปยังบ้านของเขาก่อนที่หิมะแรกจะตก พวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่

 

 

สิ่งแรกที่จะนึกถึงเมื่อพูดถึงหนังเรื่อง ALPHA คงหนีไม่พ้นหนังที่มีกำหนดเลื่อนฉายอย่างกับเกมมอญซ่อนผ้า คือพร้อมจะเปลี่ยนวันฉายได้ตลอดเวลาตั้งแต่กำหนดเดิมช่วง กันยายน-ตุลาคมปีที่แล้ว (2560) แต่หนังก็ถูกเลื่อนโปรแกรมฉายออกไปเป็นเดือนมีนาคมเมื่อต้นปีนี้ (2561) และในเดือนธันวาคมปีที่แล้วโซนี่พิคเจอร์ก็ประกาศวันฉายใหม่เป็นเดือนกันยายนปีนี้ ก่อนจะเลื่อนฉายที่อเมริกาเร็วขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมาส่วนบ้านเราหนังก็เข้าฉายแล้ววันนี้

แต่นอกจากเรื่องเลื่อนฉายแบบมาราธอนแล้ว ข้อมูลที่เรารับรู้จาก ALPHAก่อนหน้านี้มีแค่ภาพโปรโมตที่เน้นซีจีสร้างโลก 20,000 ปีก่อนขึ้นมาพร้อมๆกับบรรดาสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆที่ไม่ต่างจากปัจจุบันนักแต่เน้นเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ออกหากินเป็นฝูงดูยิ่งใหญ่ ดูแกรนด์สร้างความน่าสนใจตามประสาหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์พร้อมพลอตว่าด้วยการเอาตัวรอดในยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งก็ดันไปคล้ายพลอตเรื่องของหนังอย่าง 10000BC (2008) หนังผจญภัยฟอร์มยักษ์ของโรแลนด์ เอมเมอริชเมื่อ 10 ปีก่อนที่ชูจุดขายในการปลุกเสือเซเบอร์ทูธมาให้ผู้ชมยลโฉม ส่วนนักแสดงก็ยังไม่ใช่จุดขายนักทั้ง โคดี สมิธ แมคฟี จาก Let Me In หรือโยฮันเนส ฮาวเกอร์ โยฮันเนสสัน หนึ่งในนักแสดงซีรีส์ดัง Game of Throne แถมพอปล่อยตัวอย่างหนังออกมาในช่วงหลังดันไปเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมาป่า เลยทำให้ภาพหนังผจญภัยโลกหมื่นปีที่เคยปูมาก่อนหน้านี้เริ่มดูเฉไฉไปทางหนังหมาเพื่อนรักซะงั้น แต่เอาล่ะยังไงเราก็ต้องตัดคะแนนจากตัวหนังจริงๆซึ่งบอกได้เลยว่า….อาการหนักเอาการ

เริ่มจากการปูพื้นตัวละครก่อนเลย อันนี้ต้องบอกว่าหนังมีปัญหาในการทำให้เราเข้าใจเข้าถึงวัฒนธรรมชนเผ่ามาก เปิดเรื่องมาด้วยการล่าควายไบซันที่ทำให้เคดาตกผาเป็นซีนอารัมภบทแล้ว เมื่อหนังตัดไปเล่าเหตุการณ์ที่มาที่ไปกลับมีแค่ฉากคัดเลือกคนไปล่าสัตว์จากการให้เด็กหนุ่ม ลับหิน ทำปลายหอกแล้วหนุ่มน้อยเคดาเราดันลับได้คมกริบ คุณพ่อเทาเลยเลือกเขาไปล่าควายประเพณีด้วยกัน ซึ่งตรงนี้หนังไม่แม้แต่จะบอกสาเหตุว่าทำไมต้องคัดเลือกจากการลับหินให้คม เพราะท้ายที่สุดตอนออกล่ามีซีนที่เทาสั่งให้เคดาสังหารควายไบซันระหว่างทางแต่เคดาก็อ่อนแอเกินกว่าจะปาดคอมันจนได้ รวมถึงการยกเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่ได้ชวนให้เราผูกพันธ์แม้แต่น้อยทั้ง เทาในฐานะพ่อหรือบท่แม่ของนาทัสเซีย มัลธี เพราะหนังให้เวลากับการปูความสัมพันธ์ตรงนี้น้อยเกินไป ต่างจากหนังที่นำเสนอเรื่องชนเผ่าอย่าง Apolalypto (2006) ยังปูความสัมพันธ์ของครอบครัวตัวเอกได้หนักแน่นทำให้เราอยากเอาใจช่วยมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นการที่หนังเลือกประดิษฐ์ภาษาขึ้นเองแล้วบอกว่านี่คือภาษายุโรปโบราณก็ยิ่งเป็นภาระคนดูที่ต้องอ่านซับไตเติลจนตัวหนังยิ่งยากจะดึงคนดูให้มีอารมณ์ร่วมตามอีก เลยกลายเป็นว่าคนดูได้แต่งงว่านี่คือหนังของชนชาติไหนก็ไม่รู้ที่พูดจาไม่รู้เรื่อง เอะอะก็ยกเรื่องความกล้าหาญอย่างเดียวโดยการดำเนินเรื่องแทบไม่นำพาให้มีอารมณ์ร่วมตามแต่อย่างใด

นอกจากจุดขายไม่เด่นและเล่าเรื่องได้ไร้อารมณ์ร่วมแล้ว อีกจุดที่เป็นปัญหาคือการนำเสนอนี่แหละ เอาในเชิงเนื้อเรื่องที่หนังเองพยายามจับปลาสองมือคืออยากทั้งนำเสนอการค้นพบความกล้าหาญของเคดาและความรักความผูกพันธ์ระหว่างเคดาและอัลฟ่า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนอกจากปัญหาในการปูความสัมพันธ์ของตัุวละครมนุษย์ตอนต้นแล้ว การที่หนังใช้ซีจีอย่างสิ้นเปลืองก็มีผลต่อความเชื่อถือมาก ในกรณีแรกหนังสอบตกโดยสิ้นเชิงในการโยนประสบการณ์ความกลัวใส่เคดา เนื่องจากหนังมักเน้นภาพสวยๆซีจีเด่นๆแต่กลับไม่ได้ทำให้เรารู้สึกถึงความกลัวของเคดาจริงๆทั้งที่ความกลัวถือเป็นจุดหนึ่งที่ตัวละครจะค้นพบความกล้าในตัวเองแต่ลงท้ายสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เคดาจะได้เจอกลับมีแค่กลัวอัลฟาจะกัด และกลัวเสือดำจะโผล่มาขย้ำในถ้ำน้ำแข็งซึ่งหนังก็กำกับออกมาได้ไร้อารมณ์ร่วมเหลือเกินจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือผลงานกำกับของ อัลเบิร์ต ฮิวจ์ ผู้กำกับ The Book Of Eli (2010) หนึ่งในหนังแอ็คชันทริลเลอร์ที่สนุกมาก แต่พอต้องมากำกับหนังเรต PG 13 เรื่องนี้ ตัวหนังกลับออกมาจืดชืดเหลือทนจริงๆ แถมในด้านความตื่นตาตื่นใจหนังก็สอบตกสิ้นเชิง เพราะในขณะที่ 10000BC เราได้ดูช้างแมมมอธ เสือเซเบอร์ทูธ ใน ALPHA เราได้ดูแค่หมาป่าที่ไซส์ยืดได้หดได้ เสือดำที่โผล่มาไม่กี่ช็อต ควายไบซัน ที่ดูเป็นอัลกอริทึ่มของคอมพิวเตอร์เท่านั้นเอง

อีกกรณีคือความผูกพันธ์ระหว่างคนกับหมาป่า ซึ่งตรงนี้เหมือนเป็นจุดขายในเทรลเลอร์ตัวสุดท้ายก่อนหนังฉาย ซึ่งโอเคว่าหนังก็ทำตรงนี้ได้น่ารักดีแต่ในขณะเดียวกันมันก็มีผลในการทำให้พลังของเรื่องในส่วนของการเอาตัวรอดที่ควรจะตื่นเต้นลดลงไปแบบกราฟดิ่งฮวบๆเหมือนกัน ที่สำคัญบทสรุปของหนังยังทำให้อดคิดวิตถารไปไม่ได้ว่า เคดา กับ อัลฟ่า  “เอาตัวรอด” กันท่าไหนจนอัลฟาท้องได้เนี่ย อดไม่ได้จริงๆฮ่าาาา

สรุปเลยแล้วกันว่า ALPHA คือโปรแกรมที่ต่อให้คาดหวังหรือไม่ได้กับมัน มันก็พร้อมจะทำให้เราผิดหวังกับแทบทุกองค์ประกอบของหนังจริงๆ ไม่ว่าจะเอาตื่นเต้น ความตื่นตาตื่นใจ หรือกระทั่งความรักความผูกพันธ์ระหว่างคนกับหมาที่ความเป็นซีจีกลับมาทำร้ายหนังอย่างร้ายกาจ

ALPHA อาจถูกใจผู้ชมอย่างคุณก็ได้ ไปพิสูจน์ในโรงหนังดีกว่า คลิกซื้อตั๋วด้านล่างเลย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

[รีวิว]ไบค์แมน ศักรินทร์ ตูดหมึก- ดูเอาฮาก็ไม่แย่ถ้าไม่แคร์สาระหนัก

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เพราะครอบครัวคาดหวัง ศักรินทร์ (พีช พชร) เลยต้องใช้ชีวิตสองด้านโกหกแม่สุรี (เจนนิเฟอร์ คิ้ม)และยายที่เป็นโรคหัวใจว่าตัวทำงานแบงค์และกำลังเฮงได้เลื่อนขั้นเป็นรองผู้จัดการหวังให้ครอบครัวภูมิใจ แต่เมื่อรถไฟเทียบชานชาลา..เสื้อกั๊กส้มต้องมาพร้อมหมวกกันน็อกในวิถีชีวิตแบบไบค์แมน หรือ มอเตอร์ไซค์วิน แต่ชีวิตพกลมของศักรินทร์คงไม่กลายเป็นพายุ หากดั๊นไม่ได้เจอจ๋าย (ฝน ศนันธฉัตร) เพื่อนสมัยคอซองที่กลายมาเป็นสาวแบงค์คนสวย แต่ดันกลายเป็นคราวซวยเมื่อแฟนของจ๋ายอย่าง เอ (โอ๊ต ปราโมทย์) รองผู้จัดการแบงค์ขี้หลี ดั๊นเป็นหลานของเพื่อนแม่ซะอี๊ก แล้วความลับของศักรินทร์จะแตกมั้ยเนี่ย..?? 

 

 

เห็นสัญลักษณ์ รฤก แน่นอนว่าเราต้องนึกถึงชื่อนายห้างอย่าง ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพชร ผู้กำกับหนังตลกร้อยล้านตระกูลส่ายหน้าที่ต่อมาขอบิดมาทางโรแมนติกคอเมดี แต่คราวนี้ พี่ยอร์ช ขอถอยไปยืนมองข้างสนามแล้วส่ง พฤกษ์ เอมะรุจิ ผู้กำกับหนัง ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ (2558) ที่ถนัดแนวทางผสมดรามากับคอเมดีเข้ากันได้อย่างดี มากุมบังเหียนและเขียนบทหนังชื่อแปลกที่เป็นเครื่องหมายสไตล์ยอร์ช ฤกษ์ชัย อย่าง ไบค์แมน ศักรินทร์ ตูดหมึก เรื่องนี้แทน  

ขอออกตัวก่อนเลยว่า รีวิวนี้วัดจากความรู้สึกตอนชมล้วนๆ ดังนั้นเรื่องบทหนังไม่สาเหตุสมผลขอไม่เอามาเป็นปัจจัยในการรีวิวนี้นะครับ เพราะคำถามที่หลายคนอยากรู้จริงๆคือหนังตลกมั้ย ฮามั้ย หรือแป๊กมั้ย ดังนั้นเรามาวัดกันไปเป็นเรื่องๆ 

เริ่มจากตัวละครนำอย่างศักรินทร์ ที่ได้ พีช พชร นักแสดงขาประจำของ GTH-GDH559 ที่ถ้าว่ากันในทางคอเมดี อันนี้ฟันธงเลยว่าแป๊กครับ! จังหวะการปล่อยมุกไม่คม รับส่งมุกกับคนอื่นไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ดูๆไปแล้ว ติดจะเอาไปเทียบกับคุณ แดน วรเวชใน แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า ที่รับบทลูสเซอร์บ้านๆได้มีเสน่ห์กว่า แต่พอถึงพาร์ตดราม่า อันนี้ยอมรับว่า ณ. ขณะที่พชรอยู่ในซีนที่ต้องสารภาพความผิดบาป เขาทำให้เราลืมได้เลยว่านี่คือลูกหลานเซ็นทรัล แม้ตั้งแต่ต้นเรื่องเราจะรู้สึกว่าเขาแค่เด็กรวยที่มาคอสเพลย์เป็น วิน มอเตอร์ไซค์ก็ตาม 

ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือฝน ATM หรือ ฝน Hormones จะเรียกอะไรก็แล้วแต่.. แต่พอฝนปรากฎกายในชุดพนักงานแบงค์ นี่คือตัวละครที่พร้อมจะทำให้คนดูหลงรักได้ทันที ด้วยน้ำเสียงที่ดูสดใสน่ารักคู่กับหน้าตาแบ๊วๆหมวยๆ การมารับบทพนักงานแบงค์ เฟิร์สจ็อบเบอร์ เด็กจบใหม่ที่ไม่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน เลยกลายเป็นที่เหมือนเขียนมาให้เธอได้ และด้วยคุณสมบัติด้านแอ็คติ้ง เมื่อหนังถูกสับสวิตช์ไปโหมดดราม่า ฝนก็ยังคงรักษาระดับการแสดงไปคู่กับเคมีร่วมกับ พชร ได้อย่างน่าชื่นชม 

ส่วนทีมเอาฮา อันนี้ขอกล่าวรวมๆนะครับเริ่มจาก น้าค่อม ที่ต้องบอกว่าเรื่องนี้ คุณน้าน่าชื่นชมมากครับ คงจังหวะการปล่อยมุกได้เฉียบเช่นเคย แต่ที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษคือคราวนี้ น้าลดปริมาณคำหยาบคายลงได้อย่างน่าตกใจ ที่สำคัญทุกซีนที่น้าร่วมจอกับคนอื่น น้ายังรับส่งมุกกับเขาได้อย่างไหลลื่นมว๊าก ควบคู่กันในสายตลกอาชีพ การมาถึง โรเบิร์ต สายควัน ก็คือการการันตีความฮาในเชิงปริมาณซึ่งนอกจสกจะไม่ซ้ำมุกกัญชาที่เราดูมาจนช้ำแล้ว แก๊กต่างๆที่ปล่อยมาก็เข้าเป้าทุกดอกอย่างน่าพอใจ ไม่แพ้กันกับหน้าใหม่อย่าง โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ในจักรวาลยอร์ช ฤกษ์ชัย ที่แม้เวลาบนจออาจไม่ต่างจากดารารับเชิญ แต่นอกจากบุคลิกฮาๆห่ามๆลามกที่เป็นต้นทุนเดิมแล้ว โอ๊ตยังสามารถถ่ายทอดแก๊กตามบทสั่งได้อย่างแม่นยำ ฉากลิ้นจุกปาก ต้องกลายเป็นคลิปไวรัลบนโซเชียลในอนาคตแน่นอน. 

แม้ตัวหนังจะเอา เจนนิเฟอร์ คิ้ม มาทำเสียของไปบ้างทั้งไม่มีฉากร้องเพลง หรือปล่อยมุกฮาๆ แต่ในฐานะนักแสดงเธอก็ทำหน้าที่ได้ดีนะครับ เล่นเป็นคนอยุธยาซะเหมือนเชียว 

เมื่อหักล้างเรื่องที่ว่า ศักรินทร์ ยังไม่ทำให้เราอยากลุ้น อยากเอาใจช่วยแล้ว แต่ในด้านความฮาที่เราคาดหวังก็ยังอยู่ในเกณฑ์สอบผ่านนะครับ ไม่ถึงกับนั่งเซ็งรอหนังจบให้รู้สึกลำไยแน่นอน 

เครียดกับงาน อยากหากับแฟน คลิกซื้อตั๋วไบค์แมนด้านล่างนี้เลย 

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!