Connect with us

ภาพยนตร์

The Hunger Games : Mocking Jay Part 2

น่าจะเป็นภาคที่กลับมาตอบสนองความพึงพอใจของแฟน ๆ หนังซีรี่ส์นี้ได้นะ หลังจากภาคที่แล้วได้รับเสียงตอบรับไม่ดีนักกลับเรื่องราวค่อนข้างกลวงโบ๋ เนื้อหาไม่เดินหน้าเท่าใดนัก ตามสไตล์ขยายโอกาสหากินของค่าย ไลอ้อนเกต ที่มีหนังจากนิยายในมือหลายเรื่องแล้วชอบแบ่งเล่มจบออกเป็น 2 ภาค ทั้งซีรี่ส์ Twilight และ Divergent

น่าจะเป็นภาคที่กลับมาตอบสนองความพึงพอใจของแฟน ๆ หนังซีรี่ส์นี้ได้นะ หลังจากภาคที่แล้วได้รับเสียงตอบรับไม่ดีนักกับเรื่องราวค่อนข้างกลวงโบ๋ เนื้อหาไม่เดินหน้าเท่าใดนัก ตามสไตล์ขยายโอกาสหากินของค่าย ไลอ้อนเกต ที่มีหนังจากนิยายในมือหลายเรื่องแล้วชอบแบ่งเล่มจบออกเป็น 2 ภาค ทั้งซีรี่ส์ Twilight และ Divergent

หนังสานเรื่องราวต่อจาก Mocking Jay 1 ทันทีแบบไม่มีปูความรื้อฟื้น ความทรงจำใด ๆ ทั้งสิ้น ใครจำภาคที่แล้วไม่ได้ ไปย้อนดูสักนิดจะเกาะติดเรื่องราวได้ทันทีไม่ต้องมาแยกสมองรื้อฟื้นความจำขณะดู ปัญหาอย่างหนึ่งของหนัง The Hunger Games คือเป็นหนังที่ตัวละครเยอะมาก จำกันไม่หมด แล้วตัวละครปัจจุบันก็มักพูดถึงชื่อตัวละครอื่น ๆ อีกมาก ทั้งพวกที่ยังอยู่และที่ตายแล้ว จำได้ก็ “อ๋อ” จำไม่ได้ก็ งง ๆ “ใครวะ”

thg-mockingjay-part2-08

หลังจากผ่านครึ่งชั่วโมงแรกไป หนังก็พาเข้าสู่โหมดแอ็คชั่นเต็มตัว โทนหนังพาออกไปแนวผจญภัย ดูผิดแนวไปจาก Hunger Games ทุกภาคก่อนหน้า เมื่อ แคทนิส นำทีมหน่วยกล้าตายเดินเท้าลอบเข้าแคปปิตอล มุ่งหวังสังหารประธานาธิบดีสโนว์ ระหว่างทางต้องเผชิญกับ กับดักปริศนา ที่เรียกว่า “พ็อด” เป็นสีสันอย่างหนึ่งของหนังเลยเพราะไม่รู้ว่าไอ้ “พ็อด” เนี่ยจะเป็นกับดักสังหารรูปแบบไหนทั้งปืนกล ปืนไฟ หรือระเบิด ไม่พออีก ยังมี มนุษย์กลายพันธุ์ และ ทหารแคปปิตอล กลุ่มใหญ่อีกด้วย หลาย ๆ ซีนปล่อยภาพเงียบ ๆ ชวนให้ลุ้นระทึกดีว่า ตัวอะไรจะโผล่มาให้ตกใจ ถือว่าแอ็คชั่นกลางเรื่องเนี้ยล่ะ เป็นช่วงที่สนุกที่สุดของภาคนี้ ชวนลุ้นมากกว่าไคลแมกซ์ท้ายเรื่องที่ลงท้ายเป็นความเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ แบบเดาได้ไม่ยาก ซีจีเยอะภาคนี้ก็เยอะขึ้น ผู้กำกับ ฟรานซิล ลอเรนซ์ บอกว่าใช้เวลากับงานซีจีภาคนี้นานมาก เริ่มทำกันตั้งแต่ก่อน Mock Jay ภาค 1 ออกฉายซะอีก

fullscreen-capture-7232015-111139-am

เนื้อหาหนังเทน้ำหนักไปกับฉากแอ็คชั่น แต่ก็ยังสอดแทรกเรื่องราวความรักสามเส้าของ แคทนิส-พีต้า-เกล ได้เห็นแคทนิสจูบเกล แคทนิสจูบพีต้า แล้วพระเอกก็มารำพึงรำพันกัน “เธอจูบนายไม่เหมือนที่จูบฉัน” “มันเป็นการแสดง จริง ๆ เธอรักนาย” โคตรหล่อล่ะ เห็นฉากแบบนี้แล้วต้องถามตัวเอง “นี่กำลังดู ทไวไลท์ อีกภาคอยู่เหรอเนี่ย” บท “เกล” ของเลียม เฮล์มเวิร์ธ มีบทบาทมากขึ้นในภาคนี้ ได้ประกบคู่กับ แคทนิส เกือบทั้งเรื่อง

ส่วนบท “พีต้า” ถูกเขียนให้กลายเป็นตัวร้ายและเป็นภาระของทีมในช่วงแรก จนรู้สึกว่า ปล่อยให้มันตาย ๆ ไปได้ไม๊? หนังตัดบทหาทางออกกับความรักของแคทนิสแบบรวบรัด เช่นเดียวกับทิศทางของเมืองพาเน็ม เราได้เห็นความเป็นไปของพาเน็มและตัวละครต่าง ๆ ผ่านสายตาของแคทนิสที่เฝ้าติดตามอยู่ห่าง ๆ เป็นบทสรุปที่เล่าแบบง่าย ๆ แต่ลงเอยแบบสวยงาม รวมถึง “พลูตาร์ค” ที่แม้มีบทบาทสำคัญในช่วงท้ายแต่ก็เหลือแค่ชื่อที่ถูกเอ่ยถึง อาจจะด้วยสาเหตุการตายของ ฟิลลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน ก่อนหนังปิดกล้อง ทำให้ Mocking Jay 2 เป็นหนังเรื่องสุดท้ายในเครดิตการแสดงของ ฮอฟฟ์แมน

Mocking Jay part 2 เป็นภาคปิดท้ายเรื่องราว ที่มีความสนุก น่าติดตาม และน่าจะทำลายสถิติ Catching Fire ภาค 2 ของหนัง ที่ทำรายได้ไว้สูงสุดที่ 865 ล้านเหรียญได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!