Connect with us

ทีวี-ซีรีส์

หลากเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด ละครเรื่อง “หลงไฟ” แล้วคุณจะลืมละครน้ำเน่าเก่าๆ ไปเลย!

Published

on

หลายคนบ่นกันว่าละครไทยมันน้ำเน๊า.. น้ำเน่า นั่งดูแต่ละทีมีแต่ยุงบินว่อน แถมยังทำร้ายสังคมทางอ้อมด้วยฉากชิงรักหักสวาท อารมณ์ประมาณว่าข่มขืนโรแมนติก (พระเอกปล้ำนางเอก แล้วนางเอกก็ตกลงปลงใจ.. ให้หัวใจไปซะงั้น) จนหลายๆ คนเริ่มเอือมระอากับละครไทย และหันไปให้ความนิยมกับซีรี่ส์ของต่างชาติมากขึ้น แต่วันนี้บอกได้เลยว่าคุณกำลังเริ่มจะหันหน้ามาเจอแสงสว่างแล้ว เพราะละครไทยเดี๋ยวนี้เค้าทำดี๊ดี.. ไม่ใช่ละครไทยแบบที่เบือนหน้าหนีอีกแล้ว อย่างละครที่แบไต๋จะมาพูดถึงในวันนี้นั่นคือละครที่เพิ่งจบไปหมาดๆ อย่างเรื่อง “หลงไฟ” ละครที่ไม่ใช่แค่สะท้อนสังคม แต่ยังสอนสังคม จนคนดูต้องสลด กลัวการทำเลวเลยทีเดียวเชียว!! แถมความครีเอทของละครเรื่องนี้ยังมาเต็ม เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของละครไทยเลยทีเดียว

“หลงไฟ” บทประพันธ์แนวเมโลดรามาของกฤษณา อโศกสิน ที่เคยถูกสร้างออกมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรกคือเมื่อปี 2533 และครั้งต่อมาในปี 2544 แต่ไม่ได้ออกอากาศ และกลับมาได้รับความนิยมและเป็นกระแสอีกครั้งในปี 2560 โดยเวอร์ชั่นปี 2560 นี้ มีผู้กำกับการแสดงคือ กู่ – เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข  และคฑาเทพ ไทยวานิช โดยมีผู้ทำบทโทรทัศน์คือ ธัญลักษณ์ จุลพงษ์

และมีนักแสดงนำของละครคือ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ปฐมพงศ์ เรือนใจดี,จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล,มชณต สุวรรณมาศ, กัลยา เลิศเกษมทรัพย์, ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม, พิษณุ นิ่มสกุล, ภัทรภณ โตอุ่น, กิจเกษม แมคแฟดเดน, ณัฐภัสสร สิมะเสถียร, กฤตธวัฒน์ เอกชัย, สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี และ วรินดา ดำรงผล

เรื่องย่อ

       หลงไฟเป็นเรื่องราวของหญิงสาววัยมหาวิทยาลัย ชื่อก้านแก้ว ที่นอกจากเธอจะมีความสวย ความสามารถ และกริยาอันน่าดึงดูดใจแล้ว เธอยังมีอาชีพเสริมที่คนภายนอกไม่รู้ นั่นคือ เป็นสาวไซด์ไลน์ในมาดของพริตตี้สาวสวยสุดฮอต ความที่เธอรับงานเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว จึงทำให้เธอมีโอกาสได้รู้จักคนมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะคนมีชื่อเสียงต่างๆ ในสังคม และนั่นทำให้เธอดูเป็นคนที่มีกริยาและความสามารถเกินวัย จนทำให้ใครๆ อดอิจฉาในตัวเธอไม่ได้..

       ก้านแก้วเอง มีเพื่อนสนิทชื่อชาลา และกุญชร ชาลาแม้จะเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจนไม่ต่างจากก้านแก้ว แต่เธอกลับเป็นสาวที่มีอุปนิสัยตรงข้ามกับก้านแก้วอย่างสิ้นเชิง เธอเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดา มุ่งหวังเพียงว่าเมื่อเรียนจบ จะได้ทำงานประจำ ที่มั่นคงสักแห่ง และสามารถเลี้ยงแม่และน้องชายได้ บุคลิกของเธอแตกต่างกับก้านแก้วอย่างมาก เธอชอบความเรียบง่าย ไม่หรูหราฟุ่มเฟือย ไม่ทะเยอทะยาน และอยากพัฒนาตนเองจนเกินตัว ด้วยอุปนิสัยและทัศนคติหลายอย่างที่ตรงข้ามกับก้านแก้วอย่างสิ้นเชิง ก้านแก้วจึงมักรู้สึกรำคาญและอึดอัดที่เพื่อนของเธอเป็นเช่นนี้ จนก้านแก้วอดที่จะบ่นในความเรียบง่ายของชาลาไม่ได้

       แต่ถึงอย่างนั้นก้านแก้วเองก็หวังดีกับชาลา เธอจึงแนะนำให้ชาลาตกลงปลงใจกับดุรงค์ หนุ่มไฮโซเจ้าของโรงแรมที่ชาลาฝึกงานอยู่ ซึ่งเขาหลงรักเธอด้วยใจจริง และพยายามทำดีกับครอบครัวชาลา

       ขณะเดียวกันกุญชรก็เป็นเพื่อนสนิทที่ตามจีบด้วยความดีและหลงรักก้านแก้วอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น  ก้านแก้วก็ไม่ได้สนใจในตัวกุญชรมากนัก เพราะกุญชรไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ในชีวิตเธอ

       ชีวิตการทำงานพริตตี้และไซด์ไลน์ของก้านแก้วดำเนินไปเรื่อยๆ เธอมีโอกาสเจอผู้ชายดีๆ และร่ำรวยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโชน ชายหนุ่มไฮโซที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว อาวุธ ชายหนุ่มวัยกลางคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทที่ก้านแก้วฝึกงาน แต่มีภาระครอบครัวต้องดูแล และชายที่ซื้อบริการคนอื่นๆ ที่มาพัวพันในชีวิตเธอ..

       แม้จะดูเป็นสาวที่สวย ไฮโซ และเก่งในสายตาคนภายนอก แต่ชีวิตของก้านแก้วก็ต้องมาพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อโชนตัดสินใจโบกมือลาคู่หมั้นแล้วมาใช้ชีวิตกับเธออย่างเป็นจริงเป็นจัง จากหนุ่มไฮโซ ก็กลับกลายมาเป็นหนุ่มแมงดา ให้เธอหาเลี้ยง 

       ด้วยงานพริตตี้และไซด์ที่เคยทำอยู่ ไม่สามารถหาเลี้ยงชีวิตไฮโซของโชน และผ่อนคอนโดสุดหรูของเธอได้ เธอจึงหาลู่ทางใหม่ๆ จนได้รู้จักกับ เขียว ผู้ดูแลสถานบันเทิงชื่อดัง เขียวหลอกให้เธอทำงานกับเขา ใช้งานเธออย่างคุ้มค่า และโกงเธออย่างเลือดเย็น หากเธอปฏิเสธที่จะทำงาน เขาจะลงไม้ลงมือกับเธออย่างเหี้ยมโหด

       ขณะเดียวกัน โชนก็ได้สืบรู้ว่าก้านแก้วทำอาชีพไซด์ไลน์ เขาจึงเลือกเดินจากเธอไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้เธอตกอยู่ในนรกของการขายบริการกับนายหน้าอย่างเขียว 

       เขียวทั้งข่มขู่ ทำร้ายก้านแก้ว.. จากหญิงสาวสวย ที่ดูไฮโซ จึงค่อยๆ กลายเป็นหญิงสาวที่โทรมและโหมงานหนัก เขียวทั้งกักขังและรังแกเธอสารพัด จนเมื่อก้านแก้วถึงขีดสุด จึงหาทางหลุดพ้นจากวงจรนี้ด้วยการติดต่อกับลูกค้าหนุ่มชาวเยอรมัน ที่เคยซื้อบริการของเธอ นั่นคือจาโคบี้ หลังจากเธอติดต่อจาโคบี้ได้ เขาจัดการปลดพันธนาการของเธอจากเขียว ด้วยการจ่ายเงิน 2 ล้านบาทให้กับเขียว พร้อมกับข่าวดีที่ว่าก้านแก้วจะได้ย้ายไปอยู่กับเขาที่เยอรมันในฐานะภรรยาของจาโคบี้

       ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ชาลาเองก็ไม่ได้มีความสุขกับดุรงค์นัก เพราะหลังจากที่เริ่มสนิทสนมกับเขามากขึ้น และรู้สึกดีกับดุรงค์แล้ว เธอจึงพบว่าแท้จริงแล้ว ดุรงค์ได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจเลิกกับดุรงค์ และเริ่มความสัมพันธ์กับกุญชรแทน

       เมื่อก้านแก้วมาถึงเยอรมัน เธอเริ่มสงสัยและประหลาดใจเกี่ยวกับงานที่จาโคบี้ทำ ก่อนรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาหลอกเธอมาขายให้กับซ่องในเยอรมัน.. ฝันที่เธอเคยวาดไว้ว่าจะมีชีวิตที่ดีก็พังทลายลงในพริบตา วันทั้งวันเธอวุ่นกับการรับแขกนับสิบคน ไม่ได้พักผ่อน และเธอเริ่มโทรมตามวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงร่างกายที่บอบช้ำ หากเป็นจิตใจเธอด้วย เธอรู้ว่าไม่มีทางหนีรอด และเริ่มตรอมใจ หวนคิดถึงคำพูดของชาลาที่เคยตักเตือนเธอต่างๆ นานา ภาพความหลังต่างๆ เกี่ยวกับผู้คนในชีวิตของเธอค่อยๆ ไหลผ่านเข้ามาในความคิด ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มต่อต้านพวกคุมซ่องที่ใช้กำลังกลับเธอ จนพวกคุมซ่องเหล่านั้นขาดสติและยิงเธอทิ้ง

       จากสาวสวยไฮโซในวันนั้นจึงกลายเป็นก้านแก้ว หญิงสาวที่โดนหลอกมาขายตัวและจบชีวิตในซ่องในวันนี้

       เรื่องราวของก้านแก้ว จึงเป็นเรื่องที่สะเทือนใจในความรู้สึกคนดูอย่างมาก แม้ว่าการอ่านเรื่องย่อชีวิตของเธอ และหลายคนต้องอดที่จะสมน้ำหน้าเธอในใจไม่ได้ หากแต่ได้ดูในเวอร์ชั่นเต็มของละครแล้ว จะคิดว่าได้ว่า ชีวิตของเธอนั้นช่างน่าสงสารและสังเวชใจในเวลาเดียวกัน อีกทั้งการนำเสนอในเวอร์ชั่น 2560 นี้ หลงไฟได้ถือเป็นละครที่น่าสนใจแห่งปีเลยก็ว่าได้ เพราะละครเรื่องนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสอนสังคมด้วย ในขณะเดียวกันเราก็จะได้เห็นรูปแบบการโปรโมทละคร และทำให้ละครเป็นกระแสทางโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี จนถึงขั้นทุบสถิติยอดเข้าชมทางโลกออนไลน์เลยทีเดียว

       เรามาดูกันดีกว่า ว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง ที่ละครเรื่องนี้สมควรอย่างยิ่งที่ควรจะโปรโมทให้เป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง และเป็นละครที่ควรปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลหรือหลงระเริง เข้ามาดู!

จับนางเอกที่คนติดลุคส์ใส

มาพลิกบทบาทจนจำภาพเก่าไม่ได้!

       นับเป็นครั้งแรกของการพลิกบทบาทของนักแสดงนำอย่าง ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ใบเฟิร์น มักได้รับบทนางเอกใส หวาน หรือห้าวแบบน่ารัก ตามฉบับของนางเอกละครไทย ซึ่งเธอก็ได้แสดงให้เห็นถึงฝีมือการแสดงที่เรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ของเธอมาบ้างแล้ว และดูเหมือนว่าการพลิกบทบาทการแสดงในครั้งนี้ จะกลายเป็นผลงานครั้งสำคัญที่สร้างชื่อให้เธออีกครั้ง ชนิดที่สามารถติดแฮชแทคใส่รัวๆ ว่า #นักแสดงสายฝีมือ เพราะทั้งท่าทาง น้ำเสียง สีหน้า และสายตาที่ใบเฟิร์นแสดงออกมาได้อย่างมีมิติและเป็นธรรมชาติ จนทำให้ผู้ชมเคลิ้มและสัมผัสได้ถึงความเป็นสาวไซด์ไลน์ของเธอ จนลืมภาพนางเอกหวานใสจากละครที่ผ่านมาไปโดยปริยาย

บทละครโทรทัศน์

ที่ไม่ได้ฉายแค่ในโทรทัศน์

       ในขณะเดียวกัน การทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงละครหลงไฟได้ผ่านการอัพโหลดลงช่องทาง Youtube และวิดีโอ Live ยิ่งทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงและง่ายต่อการติดตามละครอย่างมาก จึงไม่แปลกใจ ที่ละครเรื่องนี้จะเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างมาก (เพราะผู้ชมดูผ่านสมาร์ทโฟนได้ยังไงหล่ะ ไม่ต้องเปิดจอโทรทัศน์ แต่อยู่ที่ไหนก็ดูได้แล้ว แถมยังดูย้อนหลังได้ด้วย จึงเป็นการกวาดกลุ่มเป้าหมายของคนยุคใหม่ ที่นิยมดูวิดีโอทาง Youtube ได้ดี) และคงต้องกล่าวชมทีมการตลาดหรือครีเอทีฟของหลงไฟ เวอร์ชั่น 2560 ด้วย เพราะในขณะ Live วิดีโออยู่นั้น ได้ใช้โอกาสในการพักเบรค หากิจกรรมที่ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมใน Live ทั้งการทำให้ผู้ชมคอมเม้นแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น หรือการกดอิโมติคอนต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมได้เลือกฝั่งของตน

ซึ่งแน่นอนว่าการทำให้ Live วิดีโอ มีการได้รับการแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ ย่อมทำให้ Live วิดีโอนั้นถูกแพร่กระจายบนทามไลน์มากขึ้น แบบนี้พี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็เลยยอมกระจายโพสต์ใน Facebook ให้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเลย

ปรับบทละครเก่าๆ

ให้เก๋าและเข้ากับยุคสมัย

       ละครหลงไฟ มีการปรับบทละครให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างกลมกลืน แน่นอนว่าบทประพันธ์และบทโทรทัศน์ของละครแต่ละเรื่องย่อมได้รับการปรับให้เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ก็ยังอดชื่นชมในผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ของหลงไฟไม่ได้ เพราะสามารถเข้าถึงยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จับประเด็นและกระแสแรงๆ ที่คนชอบจับกลุ่มเม้าส์มาใส่ในละครได้หมด ชนิดที่ว่ากวาดเรียบในการดึงความสนใจของคนยุค 2017 ทั้งการเปลี่ยนให้หญิงสาวโสเภณีธรรมดาๆ ในยุคก่อนที่ปรากฎในบทประพันธ์ฉบับเดิม กลายมาเป็นพริตตี้สาวไซด์ไลน์สุดฮอตในยุคปัจจุบันและจากสาวโสเภณีผิวแทน ที่คนยุคก่อนตีค่าว่าเธอเป็นเมียฝรั่งในบทประพันธ์ต้นฉบับ ก็ได้กลายเป็นสาวสวยหมวยเกาหลี ที่เป็นค่านิยมความงามของสังคมไทยในยุคนี้

หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ อย่างการเช่ากระเป๋าแบรนด์เนม หรือการอัพโหลดชีวิตดีๆ บนโซเชี่ยล การตัดต่อรูปไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อสร้างภาพ ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินตามละครได้ เพราะหลายคนก็คุ้นเคยหรือรับรู้กับเรื่องแบบนี้มาพอสมควร

ครีเอทดี มีลูกเล่นแพรวพราว

       ตอนจบในบทประพันธ์และบทละครเวอร์ชั่น 2560 ไม่ได้แตกต่างกันนัก นั่นคือก้านแก้วต้องเสียชีวิตลงในซ่องที่ต่างประเทศ เพราะโดนหลอกไปขายตัว ซึ่งต้องบอกว่าตอนจบแบบนี้คลาสสิคและดึงความรู้สึกของผู้ชมให้จมดิ่งสู่ความเศร้าและสะเทือนใจได้เป็นอย่างดี และนับว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของละครเรื่องนี้เลยทีเดียว

       นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ผู้ชมต้องอมยิ้ม นั่นคือการทำตอนจบอีกแบบออกมาเอาใจผู้ชม ที่รู้สึกหดหู่ใจจากการชมหลงไฟตอนจบด้วยการทำให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่ก้านแก้วฝันร้ายไป และกลับให้ชาลากลายเป็นหญิงสาวที่ขายบริการเอง และแม้การจบแบบนี้จะทำให้ผู้ชมอมยิ้มได้ แต่ก็ยังอดคิดถึงชีวิตชาลาไม่ได้ ว่าจะมีจุดจบแบบก้านแก้วรึเปล่า

 

ละครมีมิติ สมจริง

ไม่น้ำเน่าจนยุงกัด!

       หากเป็นละครเรื่องอื่น ที่เคยผ่านตากันมา เรามักจะเห็นนางร้ายที่ร้ายแบบไม่แคร์โลก ไม่แคร์สังคม ฉันต้องร้ายมาก ฉันต้องโป๊ ต้องยั่วพระเอก! หรือหากเป็นนางเอก จุดจบของเธอในละครก็ต้องดี๊ดี มีครบทุกอย่าง แต่หลงไฟกลับไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น.. หลงไฟ สร้างให้ก้านแก้วเป็นหญิงสาวที่มีมิติ เป็นสาวไซด์ไลน์ที่ไม่ได้ร้ายหรือเป็นดาวยั่วแบบละครทั่วไป

       เราจึงจะเห็นได้ชัดว่าแม้ก้านแก้วจะเป็นสาวไซด์ไลน์ ในยามที่เธอใช้ชีวิตในรูปแบบของหญิงวัยรุ่นธรรมดา เธอมีความถือตัวและกริยามารยาทบางจังหวะที่ดูรักนวลสงวนตัวตามแบบหญิงไทย เช่น เธอไม่ได้เสียสละร่างกายอย่างง่ายดายให้กับกุญชร หนุ่มที่ตามจีบเธอมานาน หรือยอมมีเซ็กส์กับช่างภาพที่ชื่นชม หลงใหลเธอ แม้กระทั้งอาวุธ หนุ่มนักธุรกิจระดับผู้จัดการ เธอก็ไม่ได้ยอมที่จะมีเซ็กส์ด้วยง่ายๆ หรือแม้แต่หนุ่มนักศึกษาที่ชื่นชมเธอ และไม่สามารถรวบหัวรวบหางเธอได้ง่ายๆ กระทั่งสืบรู้ว่าเธอทำอาชีพไซด์ไลน์ จึงได้ใช้ข้อจำกัดนี้ในการบังคับเธอให้มีเซ็กส์ด้วย

       เมื่อดูตามบทละคร เราจึงอาจกล่าวได้ว่า แท้จริงแล้ว ก้านแก้วไม่ใช่หญิงที่มีพฤติกรรมมักง่ายในเรื่องเพศ หากแต่ยังมีความเป็นหญิงไทยในกรอบจารีตพอสมควร (แม้ว่าจะมีจริตของสาวไซด์ไลน์ ให้ท่าผู้ชายอยู่บ้างก็ตาม)

       หลายๆ ฉากการมีเซ็กส์ของก้านแก้วเอง ก็ไม่ใช่ฉากสวาทรักคลาสสิค ที่มีหญิงสาวกริยาร้าย มายั่วยวนชายหนุ่มไปทั่วดั่งบทละครหลายๆ เรื่อง หากแต่เป็นฉากที่ทำให้คนดูต้องกล้ำกลืนถึงความเจ็บปวดภายในจิตใจของหญิงโสเภณี ผู้ชมจึงจะเห็นว่าในช่วงหลัง ทุกฉากของการมีเซ็กส์ที่มาจากการขายตัวของก้านแก้ว มาจากความกล้ำกลืนและน้อยใจในโชคชะตา เช่น ฉากที่ต้องมีเซ็กส์หมู่ เพื่อหวังว่าจะหลุดพ้นจากตัวละครที่บงการชีวิตและเอาเปรียบอย่างเขียว และเมื่อเธอยอมมีเซ็กส์หมู่แล้ว เธอถึงกลับกลั้นน้ำตาความเจ็บปวดร่างกายและหัวใจไว้ไม่อยู่

       นอกจากนี้ผู้ชมจะเห็นมุมมองอื่นๆ ของก้านแก้ว ที่ไม่ใช่เพียงตัวละครสาวทะเยอทะยานและรักสบาย แต่จะได้เห็นความกดดันในการใช้ชีวิต ที่เธอต้องดิ้นรนอยู่เสมอ รวมถึงความเข้มแข็งและต่อสู้ชีวิตของเธอไปในตัว อย่างหนึ่งที่ผู้ชมจะคุ้นชิน คือฉากที่ก้านแก้วต้องแอบร้องไห้ไม่ให้ใครเห็นและปาดน้ำตาอยู่เสมอนั่นเอง

       เราจึงจะได้เห็นมิติของตัวละคร ซึ่งเหมือนคนทั่วไปในชีวิตจริง ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันอย่างชัดเจน มีทั้งวันที่โชคดีและวันที่ตกอับสลับกันไป หรือกระทั่งตัวละครอื่นๆ เช่น ชาลา ที่เป็นคนดีมาตลอดเรื่อง ก็ไม่ได้มีวันดีๆ ในทุกๆ วัน เธอก็ยังถูกหลอกลวงโดยดุรงค์เข้าจนได้ เราจึงกล่าวได้ว่าบทละครเรื่องนี้ให้ทั้งความสมจริง และแง่คิดเตือนชีวิตได้เป็นอย่างดี!

       หลงไฟจึงไม่ใช่ละครที่ทำออกมาแบบเอามันส์ เสนอในเรื่องผัวๆ เมียๆ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เป็นละครรักหักสวาทที่มีพระเอกหน้าหล่อ ฐานะร่ำรวยปลุกปล้ำนางเอก แล้วได้ครองรักกัน หรือเอาปัญหาสังคมต่างๆ มายัดใส่.. ใส่แล้วทิ้งไว้เฉยๆ ให้เป็นกระแส  แล้วไม่ได้ขมวดปลายของปัญหาให้ได้ประโยชน์อะไรต่อสังคม เหมือนที่เรียกกันว่า “ละครสะท้อนสังคม” ในปัจจุบัน แต่หลงไฟกลับเป็นละครที่มีเนื้อหาทรงคุณค่า สอนใจผู้ชม และชี้ให้เห็นถึงปัญหาต่างๆ อย่างชัดเจน รวมถึงค่อยๆ ปลูกความรู้สึกเกรงกลัวต่อการเลือกทางเดินชีวิตที่ผิด และใช้ชีวิตอย่างประมาท โดยใช้เหตุและผลในการดำเนินเรื่อง และไม่ว่าผู้ชมละครจะเลือกเข้าข้างฝ่ายไหน ทั้งฝ่ายต่อต้านการขายบริการของหญิงสาว หรือแอบเข้าข้างก้านแก้ว แต่ผู้ชมทุกฝ่ายก็ถูกฝังในจิตสำนึกไปแล้วว่าเส้นทางการรักสบาย ขายเรือนร่างนั้น ทั้งเส้นทางมีแต่เปลวไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ตลอดเวลา.. หลงไฟ จึงไม่ใช่เพียงละครสะท้อนสังคม แต่เป็นละครสอนสังคมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] The End of The F***ing World โลกมันห่วย ช่วยไม่ได้ – หวานมันฉัน(อยาก)ฆ่าเธอ

Published

on

  •  สร้างสรรค์โดย โจนาธาน เอนต์วิสเซิล (จาก คอมิคโดย ชาร์ลส์ เอส ฟอร์แมน)
  • สตรีมมิ่งทั้ง 8 ตอนได้ทาง Netflix
  • เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบซีรีส์รักวัยรุ่นที่มีเพลงเพราะคลอไปทั้งเรื่อง


ถือว่ามาแรงสุดๆแล้วสำหรับซีรีส์วัยรุ่นที่มาพร้อมพลอตแรงๆของ Netflix อย่าง The End of The F***ing World ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างทางของ อลิซซ่า (เจสสิกา บาร์เดน) สาวน้อยที่ต้องการใครสักคนพาเธอหนีไปจากชีวิตที่ไร้ตัวตนในครอบครัว และใครคนนั้นก็ดันเป็น เจมส์ (อเล็กซ์ ลอว์เธอร์) เด็กหนุ่มที่หวังฆ่าเธอเพื่อชดเชยประสบการณ์เลวร้ายในวัยเยาว์ โดยมีจุดหมายคือการตามหาพ่อของอลิซซ่า แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดเมื่ออยู่ๆทั้งคู่ก็ไปพัวพันกับการฆาตกรรมและจี้ปล้นจนต้องหนีการตามล่าจากทางการกันหัวซุกหัวซุน

ดูจากเรื่องย่อที่กล่าวมาข้างต้นก็คงพอเห็นแล้วว่าความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้คือการผสานระหว่างหนังฆาตกรโรคจิตเข้ากับแนวรักโรแมนติกใสๆวัยรุ่นชอบ ซึ่งด้วยความที่หนังต้องการคงโทนโรแมนติกก็สบายใจได้ว่าสัดส่วนของความโหดด้านภาพจะไม่ได้มากมายนัก แถมเล่าๆไปความโรคจิตของตัวเจมส์ก็แทบไม่เห็นเพราะท้ายที่สุดหนังก็พยายามทำให้คนดูรักพระเอกของเรา ซึ่งด้วยการแสดงของ อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เขาสามารถรับบท เจมส์ ชายหนุ่มผู้อยู่ผิดที่ผิดทางเหมือนวัยรุ่นแสวงหาตัวตนจากด้านมืดของตัวเองได้อย่างมีเสน่ห์ สามารถสร้างสมดุลระหว่างความประหลาด ความน่ากลัวแล้วก้าวข้ามไปสู่ความน่ารัก ทำให้คนดูอยากเอาใจช่วยได้เป็นอย่างดี  ในขณะที่ เจสสิกา บาร์เดน ก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน เพราะบท อลิซซ่า เองก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหาคนรักคนเข้าใจ ภายใต้ท่าทีก๋ากั่นบ้าผู้ชาย เธอสามารถทำให้ความรู้สึกคนดูค่อยๆพังทลายลงช้าๆเมื่อหนังดำเนินไปเรื่อยๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือ



ในขณะที่ข้อเสียหลักของซีรีส์ชุดนี้ก็คงเป็นการดำเนินเรื่องในหลายจุดที่บังเอิ๊ญบังเอิญแบบละครไทยยังเรียกพี่ เรียกได้ว่า คู่รักวัยกระเตาะที่พกมาแต่ความบ้าบิ่นสามารถผ่านแต่ละอุปสรรคได้อย่างง่ายดายแทบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย ซึ่งก็ตอบโจทย์กับตัวซีรีส์ที่แต่ละตอนสั้นมากๆ เพราะตอนนึงยาวแค่ 25 นาทีเท่านั้น จึงทำให้คนมีเวลาน้อยสามารถดูทั้งซีซันได้ในเวลาเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

สรุปแล้วด้วยเสน่ห์ของเรื่องราวที่มีทั้งความโรแมนติกที่ปรุงรสด้วยความระทึกแบบจางๆ เคล้าเสียงเพลงเพราะๆและความน่ารักของทั้ง อเล็กซ์ ลอว์เธอร์ และ เจสสิกา บาร์เดน ก็น่าจะทำให้คุณตกหลุมรัก The End of The F***ing World ได้ไม่ยาก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ทีวี-ซีรีส์

ช่อง Starz ไฟเขียวสร้าง The Continental : ซีรีส์ John Wick ที่ขยายจักรวาลนักฆ่าให้ไกลกว่าเดิม

The Continental ซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ขยายจักรวาลนักฆ่าของ John Wick จะถูกสร้างอย่างเป็นทางการโดยช่อง Starz

Published

on

The Continental ซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ขยายจักรวาลนักฆ่าของ John Wick จะถูกสร้างอย่างเป็นทางการโดยช่อง Starz

ในยุคที่ผู้สร้างภาพยนตร์นิยมสร้างแฟรนไชส์จักรวาลภาพยนตร์เพื่อขยายเนื้อหาให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และสามารถกอบโกยรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ไม่ว่าจะเป็น MCU, DCEU, The Twilight SAGA หรือ The Hunger Games เป็นต้น ซึ่ง John Wick ก็เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ลักษณะดังกล่าวที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง อีกทั้งยังเป็นการกลับมาคืนฟอร์มของ คีอานู รีฟส์ อย่างสมศักดิ์ศรี

ล่าสุด ช่อง Starz ได้ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ Deadline ว่า ซีรีส์ The Continental ซี่งเป็นเริื่องราวที่แยกออกมาจาก John Wick ได้รับการอนุมัติให้สร้างอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเน้นเรื่องราวไปที่เบื้องลึกของ Continental Hotel ที่ซึ่งให้บริการที่พำนักแก่นักฆ่าทั่วโลก โดย แชด สตาเฮลสกี ผู้กำกับ John Wick ทั้ง 3 ภาค จะมากำกับตอนนำร่องให้

ถึงแม้จะไม่มีคำยืนย้ันว่า แลนซ์ เรดดิค ผู้รับบทเป็น Charon พนักงานต้อนรับของ Continental Hotel ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆ John Wick ชื่นชอบมากที่สุด จะกลับมาหรือไม่ แต่นี่เป็นการยืนยันว่าจักรวาลนักฆ่าของ John Wick จะยังคงได้รับการสานต่ออย่างแน่นอน ไม่ว่า John Wick : Chapter 3 จะเป็นภาคสุดท้ายของ คีอานู รีฟส์ หรือไม่ก็ตาม

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] The Crown Season 2

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย ปีเตอร์ มอร์แกน
  • เหมาะสำหรับ  คนชอบซีรีส์เกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษ, หนังประวัติศาสตร์, หนังชีวิตบุคคลสำคัญ
  • ออกอากาศ สตรีมมิ่ง 2 ซีซัน 20 ตอนทาง Netflix 

สำหรับเรื่องราวในซีซีนนี้ ราชินีเอลิซาเบธที่ 2  ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้านทั้งวิกฤติคลองสุเอซ รักครั้งใหม่ของ เจ้าหญิงมากาเร็ตกับช่างภาพหัวเสรีนิยม แต่ความท้าทายใดก็ไม่เท่าความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับเจ้าชายฟิลลิปจากเหตุการณ์ฉาวโฉ่ที่อาจกระทบต่อชีวิตของทั้งคู่ในวังบัคกิงแฮม



อังกฤษท่ามกลางวิกฤติและไฟรักในราชนิกุล

ใน The Crown ซีซัน 2 นี้ ปีเตอร์ มอร์แกนยังคงรับผิดชอบเขียนบททั้ง 10 ตอนเช่นเคย โดยคราวนี้มอร์แกนเลือกหยิบเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของอังกฤษอย่างวิกฤติคลองสุเอซมาผูกโยงกับวิกฤติเรื่องราวฉาวโฉ่ของคนรอบข้างพระองค์ทั้งกรณีจดหมายลับของพระสหายคนสนิทของเจ้าชายฟิลลิปและความรักครั้งใหม่ของเจ้าหญิงมากาเร็ตกับช่างภาพหนุ่มผู้ปฏิเสธการใช้ชีวิตในกรอบ นำซึ่งเรื่องราวเข้มข้นที่ไม่ได้นำเสนอเฉพาะประวัติศาสตร์ในประเทศอังกฤษยุค 50 หรือความเป็นมาของสมเด็จพระบรมราชินีนารถเอลิซาเบธที่สองในช่วงแรกของการครองบัลลังก์เท่านั้นแต่ยังนำพาผู้ชมไปสู่ความขัดแย้งระหว่างหน้าที่และหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระของประเทศเสมือนหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบ ซึ่งประเด็นทั้งหมดทั้งมวลถูกรังสรรค์ผ่านปลายปากกาของปีเตอร์ มอร์แกนที่บอกเล่าเรื่องราวดังกล่าวได้เหมือนเข้าไปนั่งเมาต์มอยกับพระราชินีและเหล่าราชนิกุลในวังบัคกิงแฮมแบบทุกซอกทุกมุมจริงๆ



พระอัจฉริยภาพที่แสดงถึงพลังของผู้หญิง 

ตลอดทั้ง 10 ตอนของ The Crown ในซีซัน 2 ได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละครอย่างพระราชินีอลิซาเบธได้เป็นอย่างดีและยังสามารถต่อติดกับเรื่องราวในซีซันแรกได้เป็นอย่างดี เพราะหากซีซันแรกคือการพัฒนาจากเจ้าหญิงที่สูญเสียพระบิดาสู่การครองบัลลังก์ที่ต้องเสียสละตัวตนและความสุขในครอบครัวเพื่อบริหารประเทศและธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องราวในซีซันที่ 2 นี้ก็เหมือนวิกฤติโลกของจริงที่มีทั้งวิกฤติคลองสุเอซที่ขยายตัวไปสู่แนวคิดในการเอาใจออกห่างของประเทศอียิปต์ในอาณานิคมของอังกฤษซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยในตอนที่แปดของซีรีส์พระองค์ได้แสดงพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขวิกฤติการณ์ที่เหมือนประธานาธิบดีนกรูมาห์พยายามหักหน้าพระองค์และเอาใจเข้าใกล้แนวคิดคอมมิวนิสต์ของโซเวียตแต่พระราชินีเอลิซาเบธก็ทรงใช้ไหวพริบปฏิภาณและความอ่อนหวานของผู้หญิงในการแก้ปัญหาได้อย่างเปี่ยมพระอัจฉริยภาพและสามารถยุติสงครามเย็นได้บนฟลอร์เต้นรำ



หัวใจกับหน้าที่สองทางขนานที่ไม่มีมีวันบรรจบ

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า The Crown ซีซั่นที่ 2 มิได้บอกเล่าแค่เรื่องราวของพระราชินีเท่านั้น แต่ยังสานต่อเรื่องราวของบุคคลรอบข้างพระองค์และแน่นอนเจ้าหญิงมากาเร็ต (วาเนสซา เคอร์บี) พระขนิษฐาของพระองค์ที่เคยขัดแย้งกันมาตั้งแต่ซีซันแรกที่พระองค์ได้ขวางทางความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหญิงและปีเตอร์ ทาวน์เซนด์ จนมาในซีซัน 2 ที่เจ้าหญิงมากาเร็ตได้สานสัมพันธ์กับ โทนี่ อาร์มสตรอง (แมตธิว กู้ด) ช่างภาพหัวขบถที่ใช้ชีวิตนอกกรอบจนอาจนำเรื่องอื้อฉาวมาสู่วังบัคกิงแฮม ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้นอกจากเราจะต้องลุ้นว่าเจ้าหญิงและพระราชินีจะมีปมขัดแย้งเรื่องงานราชาภิเษกแล้ว ยังต้องมาลุ้นให้เจ้าหญิงมากาเร็ตได้เจอคู่แท้ที่รักพระองค์และทำให้พ้นคำสาปคนอาภัพรักจากซีซันแรกเสียที



ปมวัยเด็กเจ้าชายฟิลลิปสู่การเลี้ยงดูเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ 

ในซีซันที่สองเจ้าชายฟิลลิปจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นและเราจะได้รับรู้เรื่องราวของพระองค์ที่น่าเห็นใจพอสมควร แต่การบอกเล่าเรื่องราวของพระองค์ไม่เพียงทำให้คนดูรู้จักพระสวามีของพระราชินีเอลิซาเบธเท่านั้นแต่ยังทำให้เรารับรู้ปมขัดแย้งระหว่างเจ้าชายฟิลลิปและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อันมีที่มาที่ไปจากการที่พระบิดาต้องการให้พระองค์เข้าศึกษาในโรงเรียนประจำซึ่งมีกิจกรรมพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายที่ค่อนข้างโหดหินจนสร้างแผลเป็นในใจของพระองค์ ซึ่งเชื่อได้ว่าใครเคยมีปมอดีตอันเลวร้ายถ้าได้ดูตอนนี้จะพบว่าแม้แต่คนในตำแหน่งสูงๆของประเทศต่างก็เคยประสบโศกนาฏกรรมที่กลายเป็นแผลในใจไม่ต่างกันเลย



บทส่งท้ายของ แคลร์ ฟอย

ต้องยอมรับว่าบทพระราชินีเอลิซาเบธที่สอง คือการปูทางสู่ชื่อเสียงสำหรับ แคลร์ ฟอยที่แท้จริง ตั้งแต่ซีซันแรกที่ทำให้เธอได้เข้าชิงรางวัลมากมายมาสู่ซีซันที่สองที่เธอยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย เธอทำให้คนดูเชื่อได้ว่าจากพระราชินีมือใหม่ได้พัฒนาการสู่การเป็นแม่ของแผ่นดินที่พร้อมแบกรับหน้าที่อันหนักอึ้งได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับใครที่รอจะได้ชมเธอในซีซันที่สามก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพราะในซีซันที่ 3 ทางผู้สร้างได้ประกาศชื่อ โอลิเวีย โคลแมน มารับช่วงเป็นพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ส่วนแคลร์ ฟอยก็กำลังเตรียมตัวรับบท ลิสเบธ ซาลันเดอร์ แฮคเกอร์สาวรอยสักมังกรใน The Girl In The Spider Web หนังจากนิยายสวีเดนชุดเดียวกับ The Girl With Dragon Tattoo (2011) ที่เดวิด ฟินเชอร์เคยกำกับ  ด้านนักแสดงคนอื่นก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีและแม้ในซีซันนี้ จอห์น ลิธกาวด์จะมีแค่บทรับเชิญเป็นวินสตัน เซอร์ชิลในฉากย้อนอดีตเท่านั้นแต่ซีซันนี้ก็มี แมตธิว กู้ด ที่มารับบทโทนี่ อาร์มสตรอง ช่างภาพหัวขบถคนรักใหม่ของเจ้าหญิงมากาเร็ตได้อย่างเปี่ยมสเน่ห์ทีเดียว

ทั้งบทที่เขียนมาอย่างประณีต งานสร้างสุดอลังการและทีมนักแสดงคุณภาพก็ทำให้ The Crown ซีซัน 2 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นซีรีส์ส่งท้ายปี 2017

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!