Connect with us

ทีวี-ซีรีส์

หลากเหตุผลที่คุณไม่ควรพลาด ละครเรื่อง “หลงไฟ” แล้วคุณจะลืมละครน้ำเน่าเก่าๆ ไปเลย!

Published

on

หลายคนบ่นกันว่าละครไทยมันน้ำเน๊า.. น้ำเน่า นั่งดูแต่ละทีมีแต่ยุงบินว่อน แถมยังทำร้ายสังคมทางอ้อมด้วยฉากชิงรักหักสวาท อารมณ์ประมาณว่าข่มขืนโรแมนติก (พระเอกปล้ำนางเอก แล้วนางเอกก็ตกลงปลงใจ.. ให้หัวใจไปซะงั้น) จนหลายๆ คนเริ่มเอือมระอากับละครไทย และหันไปให้ความนิยมกับซีรี่ส์ของต่างชาติมากขึ้น แต่วันนี้บอกได้เลยว่าคุณกำลังเริ่มจะหันหน้ามาเจอแสงสว่างแล้ว เพราะละครไทยเดี๋ยวนี้เค้าทำดี๊ดี.. ไม่ใช่ละครไทยแบบที่เบือนหน้าหนีอีกแล้ว อย่างละครที่แบไต๋จะมาพูดถึงในวันนี้นั่นคือละครที่เพิ่งจบไปหมาดๆ อย่างเรื่อง “หลงไฟ” ละครที่ไม่ใช่แค่สะท้อนสังคม แต่ยังสอนสังคม จนคนดูต้องสลด กลัวการทำเลวเลยทีเดียวเชียว!! แถมความครีเอทของละครเรื่องนี้ยังมาเต็ม เรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ของละครไทยเลยทีเดียว

“หลงไฟ” บทประพันธ์แนวเมโลดรามาของกฤษณา อโศกสิน ที่เคยถูกสร้างออกมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรกคือเมื่อปี 2533 และครั้งต่อมาในปี 2544 แต่ไม่ได้ออกอากาศ และกลับมาได้รับความนิยมและเป็นกระแสอีกครั้งในปี 2560 โดยเวอร์ชั่นปี 2560 นี้ มีผู้กำกับการแสดงคือ กู่ – เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข  และคฑาเทพ ไทยวานิช โดยมีผู้ทำบทโทรทัศน์คือ ธัญลักษณ์ จุลพงษ์

และมีนักแสดงนำของละครคือ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ปฐมพงศ์ เรือนใจดี,จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล,มชณต สุวรรณมาศ, กัลยา เลิศเกษมทรัพย์, ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม, พิษณุ นิ่มสกุล, ภัทรภณ โตอุ่น, กิจเกษม แมคแฟดเดน, ณัฐภัสสร สิมะเสถียร, กฤตธวัฒน์ เอกชัย, สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี และ วรินดา ดำรงผล

เรื่องย่อ

       หลงไฟเป็นเรื่องราวของหญิงสาววัยมหาวิทยาลัย ชื่อก้านแก้ว ที่นอกจากเธอจะมีความสวย ความสามารถ และกริยาอันน่าดึงดูดใจแล้ว เธอยังมีอาชีพเสริมที่คนภายนอกไม่รู้ นั่นคือ เป็นสาวไซด์ไลน์ในมาดของพริตตี้สาวสวยสุดฮอต ความที่เธอรับงานเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว จึงทำให้เธอมีโอกาสได้รู้จักคนมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะคนมีชื่อเสียงต่างๆ ในสังคม และนั่นทำให้เธอดูเป็นคนที่มีกริยาและความสามารถเกินวัย จนทำให้ใครๆ อดอิจฉาในตัวเธอไม่ได้..

       ก้านแก้วเอง มีเพื่อนสนิทชื่อชาลา และกุญชร ชาลาแม้จะเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจนไม่ต่างจากก้านแก้ว แต่เธอกลับเป็นสาวที่มีอุปนิสัยตรงข้ามกับก้านแก้วอย่างสิ้นเชิง เธอเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดา มุ่งหวังเพียงว่าเมื่อเรียนจบ จะได้ทำงานประจำ ที่มั่นคงสักแห่ง และสามารถเลี้ยงแม่และน้องชายได้ บุคลิกของเธอแตกต่างกับก้านแก้วอย่างมาก เธอชอบความเรียบง่าย ไม่หรูหราฟุ่มเฟือย ไม่ทะเยอทะยาน และอยากพัฒนาตนเองจนเกินตัว ด้วยอุปนิสัยและทัศนคติหลายอย่างที่ตรงข้ามกับก้านแก้วอย่างสิ้นเชิง ก้านแก้วจึงมักรู้สึกรำคาญและอึดอัดที่เพื่อนของเธอเป็นเช่นนี้ จนก้านแก้วอดที่จะบ่นในความเรียบง่ายของชาลาไม่ได้

       แต่ถึงอย่างนั้นก้านแก้วเองก็หวังดีกับชาลา เธอจึงแนะนำให้ชาลาตกลงปลงใจกับดุรงค์ หนุ่มไฮโซเจ้าของโรงแรมที่ชาลาฝึกงานอยู่ ซึ่งเขาหลงรักเธอด้วยใจจริง และพยายามทำดีกับครอบครัวชาลา

       ขณะเดียวกันกุญชรก็เป็นเพื่อนสนิทที่ตามจีบด้วยความดีและหลงรักก้านแก้วอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น  ก้านแก้วก็ไม่ได้สนใจในตัวกุญชรมากนัก เพราะกุญชรไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ในชีวิตเธอ

       ชีวิตการทำงานพริตตี้และไซด์ไลน์ของก้านแก้วดำเนินไปเรื่อยๆ เธอมีโอกาสเจอผู้ชายดีๆ และร่ำรวยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโชน ชายหนุ่มไฮโซที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว อาวุธ ชายหนุ่มวัยกลางคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทที่ก้านแก้วฝึกงาน แต่มีภาระครอบครัวต้องดูแล และชายที่ซื้อบริการคนอื่นๆ ที่มาพัวพันในชีวิตเธอ..

       แม้จะดูเป็นสาวที่สวย ไฮโซ และเก่งในสายตาคนภายนอก แต่ชีวิตของก้านแก้วก็ต้องมาพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อโชนตัดสินใจโบกมือลาคู่หมั้นแล้วมาใช้ชีวิตกับเธออย่างเป็นจริงเป็นจัง จากหนุ่มไฮโซ ก็กลับกลายมาเป็นหนุ่มแมงดา ให้เธอหาเลี้ยง 

       ด้วยงานพริตตี้และไซด์ที่เคยทำอยู่ ไม่สามารถหาเลี้ยงชีวิตไฮโซของโชน และผ่อนคอนโดสุดหรูของเธอได้ เธอจึงหาลู่ทางใหม่ๆ จนได้รู้จักกับ เขียว ผู้ดูแลสถานบันเทิงชื่อดัง เขียวหลอกให้เธอทำงานกับเขา ใช้งานเธออย่างคุ้มค่า และโกงเธออย่างเลือดเย็น หากเธอปฏิเสธที่จะทำงาน เขาจะลงไม้ลงมือกับเธออย่างเหี้ยมโหด

       ขณะเดียวกัน โชนก็ได้สืบรู้ว่าก้านแก้วทำอาชีพไซด์ไลน์ เขาจึงเลือกเดินจากเธอไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้เธอตกอยู่ในนรกของการขายบริการกับนายหน้าอย่างเขียว 

       เขียวทั้งข่มขู่ ทำร้ายก้านแก้ว.. จากหญิงสาวสวย ที่ดูไฮโซ จึงค่อยๆ กลายเป็นหญิงสาวที่โทรมและโหมงานหนัก เขียวทั้งกักขังและรังแกเธอสารพัด จนเมื่อก้านแก้วถึงขีดสุด จึงหาทางหลุดพ้นจากวงจรนี้ด้วยการติดต่อกับลูกค้าหนุ่มชาวเยอรมัน ที่เคยซื้อบริการของเธอ นั่นคือจาโคบี้ หลังจากเธอติดต่อจาโคบี้ได้ เขาจัดการปลดพันธนาการของเธอจากเขียว ด้วยการจ่ายเงิน 2 ล้านบาทให้กับเขียว พร้อมกับข่าวดีที่ว่าก้านแก้วจะได้ย้ายไปอยู่กับเขาที่เยอรมันในฐานะภรรยาของจาโคบี้

       ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ชาลาเองก็ไม่ได้มีความสุขกับดุรงค์นัก เพราะหลังจากที่เริ่มสนิทสนมกับเขามากขึ้น และรู้สึกดีกับดุรงค์แล้ว เธอจึงพบว่าแท้จริงแล้ว ดุรงค์ได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจเลิกกับดุรงค์ และเริ่มความสัมพันธ์กับกุญชรแทน

       เมื่อก้านแก้วมาถึงเยอรมัน เธอเริ่มสงสัยและประหลาดใจเกี่ยวกับงานที่จาโคบี้ทำ ก่อนรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาหลอกเธอมาขายให้กับซ่องในเยอรมัน.. ฝันที่เธอเคยวาดไว้ว่าจะมีชีวิตที่ดีก็พังทลายลงในพริบตา วันทั้งวันเธอวุ่นกับการรับแขกนับสิบคน ไม่ได้พักผ่อน และเธอเริ่มโทรมตามวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงร่างกายที่บอบช้ำ หากเป็นจิตใจเธอด้วย เธอรู้ว่าไม่มีทางหนีรอด และเริ่มตรอมใจ หวนคิดถึงคำพูดของชาลาที่เคยตักเตือนเธอต่างๆ นานา ภาพความหลังต่างๆ เกี่ยวกับผู้คนในชีวิตของเธอค่อยๆ ไหลผ่านเข้ามาในความคิด ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มต่อต้านพวกคุมซ่องที่ใช้กำลังกลับเธอ จนพวกคุมซ่องเหล่านั้นขาดสติและยิงเธอทิ้ง

       จากสาวสวยไฮโซในวันนั้นจึงกลายเป็นก้านแก้ว หญิงสาวที่โดนหลอกมาขายตัวและจบชีวิตในซ่องในวันนี้

       เรื่องราวของก้านแก้ว จึงเป็นเรื่องที่สะเทือนใจในความรู้สึกคนดูอย่างมาก แม้ว่าการอ่านเรื่องย่อชีวิตของเธอ และหลายคนต้องอดที่จะสมน้ำหน้าเธอในใจไม่ได้ หากแต่ได้ดูในเวอร์ชั่นเต็มของละครแล้ว จะคิดว่าได้ว่า ชีวิตของเธอนั้นช่างน่าสงสารและสังเวชใจในเวลาเดียวกัน อีกทั้งการนำเสนอในเวอร์ชั่น 2560 นี้ หลงไฟได้ถือเป็นละครที่น่าสนใจแห่งปีเลยก็ว่าได้ เพราะละครเรื่องนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสอนสังคมด้วย ในขณะเดียวกันเราก็จะได้เห็นรูปแบบการโปรโมทละคร และทำให้ละครเป็นกระแสทางโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี จนถึงขั้นทุบสถิติยอดเข้าชมทางโลกออนไลน์เลยทีเดียว

       เรามาดูกันดีกว่า ว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง ที่ละครเรื่องนี้สมควรอย่างยิ่งที่ควรจะโปรโมทให้เป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง และเป็นละครที่ควรปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลหรือหลงระเริง เข้ามาดู!

จับนางเอกที่คนติดลุคส์ใส

มาพลิกบทบาทจนจำภาพเก่าไม่ได้!

       นับเป็นครั้งแรกของการพลิกบทบาทของนักแสดงนำอย่าง ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ใบเฟิร์น มักได้รับบทนางเอกใส หวาน หรือห้าวแบบน่ารัก ตามฉบับของนางเอกละครไทย ซึ่งเธอก็ได้แสดงให้เห็นถึงฝีมือการแสดงที่เรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ของเธอมาบ้างแล้ว และดูเหมือนว่าการพลิกบทบาทการแสดงในครั้งนี้ จะกลายเป็นผลงานครั้งสำคัญที่สร้างชื่อให้เธออีกครั้ง ชนิดที่สามารถติดแฮชแทคใส่รัวๆ ว่า #นักแสดงสายฝีมือ เพราะทั้งท่าทาง น้ำเสียง สีหน้า และสายตาที่ใบเฟิร์นแสดงออกมาได้อย่างมีมิติและเป็นธรรมชาติ จนทำให้ผู้ชมเคลิ้มและสัมผัสได้ถึงความเป็นสาวไซด์ไลน์ของเธอ จนลืมภาพนางเอกหวานใสจากละครที่ผ่านมาไปโดยปริยาย

บทละครโทรทัศน์

ที่ไม่ได้ฉายแค่ในโทรทัศน์

       ในขณะเดียวกัน การทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงละครหลงไฟได้ผ่านการอัพโหลดลงช่องทาง Youtube และวิดีโอ Live ยิ่งทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงและง่ายต่อการติดตามละครอย่างมาก จึงไม่แปลกใจ ที่ละครเรื่องนี้จะเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างมาก (เพราะผู้ชมดูผ่านสมาร์ทโฟนได้ยังไงหล่ะ ไม่ต้องเปิดจอโทรทัศน์ แต่อยู่ที่ไหนก็ดูได้แล้ว แถมยังดูย้อนหลังได้ด้วย จึงเป็นการกวาดกลุ่มเป้าหมายของคนยุคใหม่ ที่นิยมดูวิดีโอทาง Youtube ได้ดี) และคงต้องกล่าวชมทีมการตลาดหรือครีเอทีฟของหลงไฟ เวอร์ชั่น 2560 ด้วย เพราะในขณะ Live วิดีโออยู่นั้น ได้ใช้โอกาสในการพักเบรค หากิจกรรมที่ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมใน Live ทั้งการทำให้ผู้ชมคอมเม้นแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น หรือการกดอิโมติคอนต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมได้เลือกฝั่งของตน

ซึ่งแน่นอนว่าการทำให้ Live วิดีโอ มีการได้รับการแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ ย่อมทำให้ Live วิดีโอนั้นถูกแพร่กระจายบนทามไลน์มากขึ้น แบบนี้พี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็เลยยอมกระจายโพสต์ใน Facebook ให้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเลย

ปรับบทละครเก่าๆ

ให้เก๋าและเข้ากับยุคสมัย

       ละครหลงไฟ มีการปรับบทละครให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างกลมกลืน แน่นอนว่าบทประพันธ์และบทโทรทัศน์ของละครแต่ละเรื่องย่อมได้รับการปรับให้เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ก็ยังอดชื่นชมในผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ของหลงไฟไม่ได้ เพราะสามารถเข้าถึงยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จับประเด็นและกระแสแรงๆ ที่คนชอบจับกลุ่มเม้าส์มาใส่ในละครได้หมด ชนิดที่ว่ากวาดเรียบในการดึงความสนใจของคนยุค 2017 ทั้งการเปลี่ยนให้หญิงสาวโสเภณีธรรมดาๆ ในยุคก่อนที่ปรากฎในบทประพันธ์ฉบับเดิม กลายมาเป็นพริตตี้สาวไซด์ไลน์สุดฮอตในยุคปัจจุบันและจากสาวโสเภณีผิวแทน ที่คนยุคก่อนตีค่าว่าเธอเป็นเมียฝรั่งในบทประพันธ์ต้นฉบับ ก็ได้กลายเป็นสาวสวยหมวยเกาหลี ที่เป็นค่านิยมความงามของสังคมไทยในยุคนี้

หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ อย่างการเช่ากระเป๋าแบรนด์เนม หรือการอัพโหลดชีวิตดีๆ บนโซเชี่ยล การตัดต่อรูปไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อสร้างภาพ ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินตามละครได้ เพราะหลายคนก็คุ้นเคยหรือรับรู้กับเรื่องแบบนี้มาพอสมควร

ครีเอทดี มีลูกเล่นแพรวพราว

       ตอนจบในบทประพันธ์และบทละครเวอร์ชั่น 2560 ไม่ได้แตกต่างกันนัก นั่นคือก้านแก้วต้องเสียชีวิตลงในซ่องที่ต่างประเทศ เพราะโดนหลอกไปขายตัว ซึ่งต้องบอกว่าตอนจบแบบนี้คลาสสิคและดึงความรู้สึกของผู้ชมให้จมดิ่งสู่ความเศร้าและสะเทือนใจได้เป็นอย่างดี และนับว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของละครเรื่องนี้เลยทีเดียว

       นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ผู้ชมต้องอมยิ้ม นั่นคือการทำตอนจบอีกแบบออกมาเอาใจผู้ชม ที่รู้สึกหดหู่ใจจากการชมหลงไฟตอนจบด้วยการทำให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่ก้านแก้วฝันร้ายไป และกลับให้ชาลากลายเป็นหญิงสาวที่ขายบริการเอง และแม้การจบแบบนี้จะทำให้ผู้ชมอมยิ้มได้ แต่ก็ยังอดคิดถึงชีวิตชาลาไม่ได้ ว่าจะมีจุดจบแบบก้านแก้วรึเปล่า

 

ละครมีมิติ สมจริง

ไม่น้ำเน่าจนยุงกัด!

       หากเป็นละครเรื่องอื่น ที่เคยผ่านตากันมา เรามักจะเห็นนางร้ายที่ร้ายแบบไม่แคร์โลก ไม่แคร์สังคม ฉันต้องร้ายมาก ฉันต้องโป๊ ต้องยั่วพระเอก! หรือหากเป็นนางเอก จุดจบของเธอในละครก็ต้องดี๊ดี มีครบทุกอย่าง แต่หลงไฟกลับไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น.. หลงไฟ สร้างให้ก้านแก้วเป็นหญิงสาวที่มีมิติ เป็นสาวไซด์ไลน์ที่ไม่ได้ร้ายหรือเป็นดาวยั่วแบบละครทั่วไป

       เราจึงจะเห็นได้ชัดว่าแม้ก้านแก้วจะเป็นสาวไซด์ไลน์ ในยามที่เธอใช้ชีวิตในรูปแบบของหญิงวัยรุ่นธรรมดา เธอมีความถือตัวและกริยามารยาทบางจังหวะที่ดูรักนวลสงวนตัวตามแบบหญิงไทย เช่น เธอไม่ได้เสียสละร่างกายอย่างง่ายดายให้กับกุญชร หนุ่มที่ตามจีบเธอมานาน หรือยอมมีเซ็กส์กับช่างภาพที่ชื่นชม หลงใหลเธอ แม้กระทั้งอาวุธ หนุ่มนักธุรกิจระดับผู้จัดการ เธอก็ไม่ได้ยอมที่จะมีเซ็กส์ด้วยง่ายๆ หรือแม้แต่หนุ่มนักศึกษาที่ชื่นชมเธอ และไม่สามารถรวบหัวรวบหางเธอได้ง่ายๆ กระทั่งสืบรู้ว่าเธอทำอาชีพไซด์ไลน์ จึงได้ใช้ข้อจำกัดนี้ในการบังคับเธอให้มีเซ็กส์ด้วย

       เมื่อดูตามบทละคร เราจึงอาจกล่าวได้ว่า แท้จริงแล้ว ก้านแก้วไม่ใช่หญิงที่มีพฤติกรรมมักง่ายในเรื่องเพศ หากแต่ยังมีความเป็นหญิงไทยในกรอบจารีตพอสมควร (แม้ว่าจะมีจริตของสาวไซด์ไลน์ ให้ท่าผู้ชายอยู่บ้างก็ตาม)

       หลายๆ ฉากการมีเซ็กส์ของก้านแก้วเอง ก็ไม่ใช่ฉากสวาทรักคลาสสิค ที่มีหญิงสาวกริยาร้าย มายั่วยวนชายหนุ่มไปทั่วดั่งบทละครหลายๆ เรื่อง หากแต่เป็นฉากที่ทำให้คนดูต้องกล้ำกลืนถึงความเจ็บปวดภายในจิตใจของหญิงโสเภณี ผู้ชมจึงจะเห็นว่าในช่วงหลัง ทุกฉากของการมีเซ็กส์ที่มาจากการขายตัวของก้านแก้ว มาจากความกล้ำกลืนและน้อยใจในโชคชะตา เช่น ฉากที่ต้องมีเซ็กส์หมู่ เพื่อหวังว่าจะหลุดพ้นจากตัวละครที่บงการชีวิตและเอาเปรียบอย่างเขียว และเมื่อเธอยอมมีเซ็กส์หมู่แล้ว เธอถึงกลับกลั้นน้ำตาความเจ็บปวดร่างกายและหัวใจไว้ไม่อยู่

       นอกจากนี้ผู้ชมจะเห็นมุมมองอื่นๆ ของก้านแก้ว ที่ไม่ใช่เพียงตัวละครสาวทะเยอทะยานและรักสบาย แต่จะได้เห็นความกดดันในการใช้ชีวิต ที่เธอต้องดิ้นรนอยู่เสมอ รวมถึงความเข้มแข็งและต่อสู้ชีวิตของเธอไปในตัว อย่างหนึ่งที่ผู้ชมจะคุ้นชิน คือฉากที่ก้านแก้วต้องแอบร้องไห้ไม่ให้ใครเห็นและปาดน้ำตาอยู่เสมอนั่นเอง

       เราจึงจะได้เห็นมิติของตัวละคร ซึ่งเหมือนคนทั่วไปในชีวิตจริง ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันอย่างชัดเจน มีทั้งวันที่โชคดีและวันที่ตกอับสลับกันไป หรือกระทั่งตัวละครอื่นๆ เช่น ชาลา ที่เป็นคนดีมาตลอดเรื่อง ก็ไม่ได้มีวันดีๆ ในทุกๆ วัน เธอก็ยังถูกหลอกลวงโดยดุรงค์เข้าจนได้ เราจึงกล่าวได้ว่าบทละครเรื่องนี้ให้ทั้งความสมจริง และแง่คิดเตือนชีวิตได้เป็นอย่างดี!

       หลงไฟจึงไม่ใช่ละครที่ทำออกมาแบบเอามันส์ เสนอในเรื่องผัวๆ เมียๆ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เป็นละครรักหักสวาทที่มีพระเอกหน้าหล่อ ฐานะร่ำรวยปลุกปล้ำนางเอก แล้วได้ครองรักกัน หรือเอาปัญหาสังคมต่างๆ มายัดใส่.. ใส่แล้วทิ้งไว้เฉยๆ ให้เป็นกระแส  แล้วไม่ได้ขมวดปลายของปัญหาให้ได้ประโยชน์อะไรต่อสังคม เหมือนที่เรียกกันว่า “ละครสะท้อนสังคม” ในปัจจุบัน แต่หลงไฟกลับเป็นละครที่มีเนื้อหาทรงคุณค่า สอนใจผู้ชม และชี้ให้เห็นถึงปัญหาต่างๆ อย่างชัดเจน รวมถึงค่อยๆ ปลูกความรู้สึกเกรงกลัวต่อการเลือกทางเดินชีวิตที่ผิด และใช้ชีวิตอย่างประมาท โดยใช้เหตุและผลในการดำเนินเรื่อง และไม่ว่าผู้ชมละครจะเลือกเข้าข้างฝ่ายไหน ทั้งฝ่ายต่อต้านการขายบริการของหญิงสาว หรือแอบเข้าข้างก้านแก้ว แต่ผู้ชมทุกฝ่ายก็ถูกฝังในจิตสำนึกไปแล้วว่าเส้นทางการรักสบาย ขายเรือนร่างนั้น ทั้งเส้นทางมีแต่เปลวไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ตลอดเวลา.. หลงไฟ จึงไม่ใช่เพียงละครสะท้อนสังคม แต่เป็นละครสอนสังคมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] NETFLIX ORIGINAL GHOUL ปีศาจ – ผี, อินเดีย,ชนชั้น,ดิสโทเปีย

Published

on

กำกับโดย แพทริค เกรแฮม

เหมาะสำหรับ คอหนังหรือซีรีส์สยองขวัญ

รับชมได้ทาง Netflix

เป็นกระแสคลื่นใต้น้ำที่มาแรงจริงๆสำหรับซีรีส์อินเดีย ที่เริ่มครองพื้นที่ในผังรายการโทรทัศน์ในช่วง 1 ปีมานี้อย่างต่อเนื่อง โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยมคงหนีไม่พ้นแนวเรืื่องเล่าในศาสนา หรือเอาปีศาจในตำนานมาเป็นจุดขาย ซึ่งจะว่าด้วยหน้าหนังแล้ว GHOUL ก็นับว่าไม่ผิดแผกจากซีรีส์อันเป็นที่นิยมนัก จะผิดหูผิดตาชัดเจนก็เห็นจะเป็นความยาวของมินิซีรีส์ที่มีเพียง 3 ตอน และถูกนำเสนอด้วยโทนเรื่องแนวสยองขวัญและดำเนินเหตุการณ์ในโลกอนาคตแบบดิสโทเปียที่ประชาชนต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการ ห้ามการแสดงออกทางการเมืองและมีการกำหนดแม้กระทั่งข้อบังคับในหลักสูตรเพื่อมิให้การศึกษาทำให้คนแข็งขืน แถมยังอ้างอิงกับสังคมอินเดียปัจจุบันที่ยังแบ่งวรรณะตามความเชื่อของพราหมณ์และกีดกันคนศาสนาอื่น

โดยเรื่องราวจะมีศูนย์กลางอยู่ที่ นิดา (ราธิกา อัปเต) เจ้าหน้าที่สอบสวนคนใหม่ที่เคยส่งพ่อที่เป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลให้ทางการ หลังเธอได้มาประจำยังสถานกักกันผู้ก่อการร้ายก็ต้องเผชิญเหตุการณ์สุดสยองเมื่อเธอต้องสอบสวน อาลี ซาอิด (มาเฮช บัลราจ) ผู้ก่อการร้ายตัวเอ้ ที่การมาถึงของเขาอาจพาอำนาจมืดเหนือมนุษย์ติดตัวมาเพื่อเปลี่ยนคุกให้กลายเป็นนรกที่ทุกคนพร้อมถูกกลืนกินจากปีศาจโบราณนาม ‘กูล’  ทำให้ นิดา ต้องไขปริศนาให้ได้ว่าใครเป็นคนทำพิธีเรียก กูล มาสร้างความสยอสยองครั้งนี้ ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

แน่นอนว่าแม้หน้าตานักแสดงจะดูอินเดี๊ย อินเดีย แค่ไหน แต่โทนเรื่องมันคือหนังสยองขวัญฝรั่งชัดๆทั้งการสร้างบรรยากาศและการปูโทนเรื่อง แถมยังได้ทีมงานฮอลลีวูดอย่าง บลัมเฮาส์ ผู้สร้างหนังฮิตอย่าง Insidious และ Get Out แต่เนื่องด้วย แพทริค เกรแฮม เป็นผู้กำกับชาวอังกฤษที่ทำงานในโปรดักชั่นหนังอินเดียมานาน จึงสามารถผสมผสานการเล่าเรื่องแบบสากลให้เข้ากับแนวคิดวิพากษ์การเมืองอินเดียได้อย่างลุ่มลึก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องศาสนาอย่างการให้ นิดา เป็นมุสลิมที่ต้องมาทำงานในสถานกักกันของรัฐบาลที่แม้จะไม่ได้มีกฎห้ามด้านศาสนาแต่เธอก็ยินยอมถอด อิญาป ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือการปูให้ผู้ก่อการร้ายอยู่ในเขตพวกจัณฑาลก็สร้างบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างชนชั้นที่ล้อไปกับการปรากฎตัวของ ปีศาจ กูล ในสถานกักกันที่มาสร้างความสยองด้วยเหตุผลบางอย่าง

สำหรับการดำเนินเรื่องของซีรีส์ต้องยอมรับว่าคนดูอย่างเราๆ อาจต้องอดทนสักนิดกับตอนแรกของซีีรีส์ที่เน้นปูที่มาที่ไปของ นิดา และระบบสังคมในสถานกักกันนานเสียหน่อย ก่อนจะทิ้งเชื้อความระทึกกันท้ายตอน แต่พอเข้าสู่ตอน 2 เท่านั้นแหละ มีแต่ปมเรื่องและฉากที่ชวนลุ้นแบบแทบลืมหายใจเสิร์ฟกันอย่างจุใจ และต้องยอมรับการออกแบบปีศาจ กูล ที่ทำได้น่ากลัวพร้อมจุดหักมุมตอน 3 ที่ต้องบอกว่าบ้าดีเดือดแท้ๆ

นับว่าไม่บ่อยนักที่จะมีซีรีส์อินเดียสยองขวัญสนุกๆที่เดินเรื่องเร็ว ไม่เน้นร้องเพลงวิ่งไล่จับข้ามภูเขาเหมือนแต่ก่อน แต่กลับมีทั้งเลือดและอวัยวะกระเด็นกระดอนมาเสิร์ฟคอหนังสายโหดแทน

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์]Insatiable ชิงรักหักมงกุฎ – ไม่ลึกซึ้งด้านทีนบูลลีย์แต่อร่อยเวอร์

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย ลอเรน กัสซิส
  • เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบซีรีส์วัยรุ่นไฮสคูลแสบๆ หรือคนชอบหนังแบบ Mean Girls
  • สตรีมมิงทาง Netflix

แพตตี้ (เดบบี ไรอัน) สาวอ้วนที่เป็นเหยื่อของสังคมไฮสคูลอันโหดร้าย ที่ไขมันดูจะเป็นกรรมที่เบียดชีวิตนางไปทุกด้านทั้งเจอหนุ่มสุดฮอตเทแบบไม่เหลือเยื่อใย แถมนอกจากต้องเจ็บตัวหลังวางมวยกับขี้เมาหน้าเซเว่นเพื่อปกป้องขนมอันเป็นที่รักแล้วยังต้องมาเจ็บใจเจอตาขี้เมาฟ้องกลับฐานทำร้ายร่างกาย แต่ในโชคร้ายนางก็เหมือนถูกหวย ด้วยว่านางกินอะไรไม่ได้นอกจากอาหารเหลวตลอด 3 สัปดาห์ทำให้หุ่นนางผอมเพรียวจนหนุ่มๆต้องเหลียว อีกทั้งยังได้ บ็อบ อาร์มสตรอง (ดัลลาส โรเบิร์ตส์)ทนายหนุ่มหล่อสไตล์แด็ดดี้ที่มาช่วยเรื่องคดีแล้วยังคิดจะปั้นให้ แพตตี้ กลายเป็นนางงามสุดปังอีกต่างหาก งานนี้บรรดาชะนีและหนุ่มที่เคยร้ายกับนางเตรียมตัวให้ดี เพราะแพตตี้คนนี้จะกลายเป็น #คนสวยแบบวร้ายวร้าย

จะว่าไปคอซีรีส์ของเน็ตฟลิกซ์ก็คงรู้จักซีรีส์วัยรุ่นดังๆอย่าง 13 Reasons Why หรือ Riverdale ดีอยู่แล้ว โดยจุดเด่นของทั้งสองเรื่องคงหนีไม่พ้นการหยิบจับประเด็นการทำร้ายกันในโรงเรียนไฮสคูลที่เป็นปัญหาเรื้อรังของอเมริกา และแน่นอนว่าจากเทรลเลอร์ของ Insatiable ก็ดูจะมาทางเดียวกันโดยเฉพาะการนำเสนอตัวละครแพตตี้ที่เป็นสาวเคยตุ้ยนุ้ย อับอายกับรูปร่างตัวเองจนเป็นปมฝังใจ เรียกได้ว่าเห็นตัวอย่างนี่ได้กลิ่นหนังสะท้อนปัญหาวัยรุ่นมาอีกแล้ว แต่หลังปล่อยสตรีมมิ่ง 12 ตอนไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 สิงหาคม 2561)  ปรากฏว่าสื่อทั้งหลายในอเมริกาต่างรุมจวกถึงการดำเนินเรื่องและสร้างตัวละครของ Insatiable ที่นำเสนอความอ้วนของแพตตี้ในเชิงเหยียดหยามมากกว่าจะเป็นการพลิกฟื้นเห็นคุณค่าในตัวเองจนหลายสื่อถึงกับตีตราให้เป็นซีรีส์ที่น่ารังเกียจที่สุดสำหรับรายการวัยรุ่นอเมริกัน เนื่องจากเนื้อหาจริงๆแล้วมันแทบนำเสนอมุมมองต่อวัยรุ่นที่มีน้ำหนักเกินไม่ได้ต่างจากหนังวัยรุ่นอเมริกันเรื่องอื่น แต่เอาล่ะ WHAT THE FACT จะขอยืนข้างคนดูแล้วพิสูจน์ซีรีส์ทั้ง 12 ตอนด้วยตัวเอง

จริงอยู่ว่าแม้ตัวซีรีส์จะเล่าเรื่องได้เว่อร์สุดโต่งจนแทบขาดตรรกะไปหลายเรื่อง ลำพังแค่การผอมของแพตตี้ก็ดูโอเวอร์เพียงเพราะเธอกรามแตกและกินอาหารเหลวแค่ไม่กี่อาทิตย์ แต่หุ่นกลับดูฟิตเปรี๊ยะ ผอมปังได้อะไรขนาดนั้น มิหนำซ้ำนางยังขาดความมั่นใจเรื่องตัวเองเคยอ้วนจนนอยด์ กลายเป็นว่าตัวซีรีส์ก็ยังผลิตซ้ำค่านิยมเรื่องรูปร่างอยู่ดีแม้จะให้เหตุผลว่าตัวละครไม่เคยมีใครสนใจและขาดความอบอุ่นในครอบครัวมาทั้งชีวิตก็ตาม ยิ่งเมื่อเหตุการณ์ในซีรีส์ดำเนินไปสู่ช่วงหลังก็ไม่ได้มีเพียงเรื่องความผอมของแพตตี้อย่างเดียวเพราะมันยังเอาล่อเอาเถิดถึงขั้นพูดถึงการค้นพบเพศสภาพตัวเองในวัยรุ่น(หรือแม้กระทั่งตัวละครผู้ใหญ่ที่แต่งงานแล้ว)แถมลากยาวแถไปเกี่ยวกับเรื่องศาสนาและความชั่วร้ายภายในที่ดั๊นมาผูกกับเรื่องความรู้สึกว่าตัวเองน่าเกลียดของแพตตี้จนไม่แปลกใจที่มันถูกเหล่านักวิจารณ์สับเละ แต่หากมองในแง่ความบันเทิงก็ต้องยอมรับว่าตลอด 12 ตอนของ Insatiable คือซีรีส์ที่เรื่องราวจัดจ้าน บ้าบอคอแตกและบันเทิงแบบไม่ลดละเลยสักตอน จนเหมาะแก่การดูแล้วมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันระหว่างคนดูไม่แพ้ 13 Reasons Why หรือ Riverdale ของเน็ตฟลิกซ์เลยล่ะ

จะว่าไปสิ่งที่โดดเด่นมากๆของ Insatiable คงหนีไม่พ้นการแสดงของเหล่านักแสดงที่แม้จะไม่ดังมากแต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตนเอง ทั้ง เดบบี ไรอัน ที่มารับบทแพตตี้ ด้วยรูปลักษณ์แบบสาวฮอตหุ่นอวบอั๋นซึ่งเหมาะมากกับอดีตดาราเด็กช่องดิสนี่ย์อย่างเดบบี ที่ใช้เสน่ห์เฉพาะตัวมาดึงความสนใจจากคนดูได้ทุกซีนที่ปรากฏตัว ใครล่ะจะห้ามใจกับใบหน้าดูไร้เดียงสาแต่ความฮอตแบบเชพบ๊ะของนางได้ต่อให้บทลากแพตตี้ไปเจอเรื่องซวยต่างๆนานาหรือกระทั้งทำเรื่องชั่วร้าย คนดูก็พร้อมจะเอาใจช่วยเธออยู่ดี

ไม่เพียงเดบบี ไรอัน หรือเหล่านักแสดงวัยรุ่นหน้าตาดีเท่านั้น ต้องยอมรับว่า Insatiable ยังสร้างเรื่องราวและจุดขัดแย้งให้ตัวละครวัยผู้ใหญ่ได้น่าสนใจ (และแอบชวนจั๊กกะจี๋มากๆ) ทั้งบ็อบ อาร์มสตรองที่ได้ ดัลลาส โรเบิร์ต มารับบททนายสายแหววที่มุ่งปั้นแพตตี้เป็นนางงามแต่นางกลับถูกบีบจากอดีตแม่ของเด็กปั้นที่มุ่งดับฝันฮีโดยเฉพาะ ส่วนตัวละคร บ็อบ บาร์นาร์ด ที่ได้คริสโตเฟอร์ กอร์แฮม มารับบทอัยการสายถอด เอะอะถอดเสื้อโชว์กล้ามและมักเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ บ็อบ อาร์มสตรอง ก็น่าจะเป็นอาหารตาของเหล่าสาวๆได้อย่างแน่นอน ส่วน เอลิซา มิลาโน ก็รับบท คอราลี ได้อย่างมีสเน่ห์ชวนมอง และยิ่งเรื่องราวในช่วงหลังของซีรีส์เพิ่มมิติเรื่องครอบครัวเข้ามาก็ยิ่งทำให้ทั้ง 3 ตัวละครนี้ทวีความแซ่บขึ้นเรื่อยจนเกิดฉากพีคๆที่แอบบอกไปในวงเล็บแล้วว่าจั๊กกะจี๋มว๊ากมว๊าก

เมื่อหักลบกลบหนี้แล้วก็ถือว่า Insatiable คุ้มค่าแก่การอดหลับอดนอนอยู่ดีๆ แม้บทอาจจะขาดตรรกะไปบ้างแต่ต้องยอมรับว่าทั้งการสร้างตัวละครและสถานการณ์ต่างๆมันบันเทิงจนแทบลืมเวลาและไม่อาจหยุดดูได้เลย เอาล่ะอย่ามัวเสียเวลากดรีโมต (หรือกด App) ดูได้เลยทางเน็ตฟลิกซ์

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] SEAL TEAM สุดยอดหน่วยซีล

Published

on

สร้างสรรค์โดย เบนจามิน คาเวลล์

เหมาะสำหรับ ผู้ชื่นชอบหนังแอ็คชั่น ปฏิบัติการทางทหาร

รับชมได้ทาง MONOMAXXX

หลังภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงเสร็จสิ้น แน่นอนว่าคนไทยต่างสรรเสริญความสำเร็จส่วนหนึ่งจากแรงกายแรงใจของหน่วยซีลของไทย และเพื่อให้เราเข้าใจตัวตนและภารกิจของหน่วยซีลมากขึ้น ทาง MONO MAXXX ก็ไม่รอช้ารีบจัดซีรีส์ดังของช่อง CBS เรื่อง SEAL TEAM มาให้ดูกันแบบทันควัน

โดย SEAL TEAM บอกเล่าภารกิจของหน่วยซีลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ เจสัน เฮยส์ (เดวิด โบรนาช) หัวหน้าหน่วยซีลอาวุโสที่การตายของเพื่อนร่วมทีมกลายเป็นบาดแผลในใจจนถูกสั่งให้บำบัดกับจิตแพทย์แบบไม่เต็มใจนัก และภารกิจหลักในตอนแรกนี้ เจสัน เฮยส์ ก็ต้องพบบททดสอบสำคัญเมื่อต้องเดินทางไปที่มอนโรเวีย เพื่อจับผู้ก่อการร้ายตัวเอ้นาม อาบูซาเมียร์ ซึ่งเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆทั้งต้องช่วยตัวประกันชาวอเมริกันที่อาจตกเป็นเหยื่อการสังเวยถ่ายทอดสด รวมถึงต้องคอยดูแล ลูกชายของนักเขียนหนังสือบันทึกภารกิจหน่วยซีลที่เขาไม่ชอบหน้า รวมทั้งต้องรับผิดชอบชีวิตลูกทีมเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ข้อดีอย่างแรกของหนังคือการสร้างเรื่องราวและตัวละครที่แข็งแรงมาก โดยตัวเดวิด เฮยส์ ไม่ได้เป็นทหารสุดแกร่งที่ไม่มีจุดอ่อน ตรงกันข้าม…บาดแผลจากการสูญเสียเพื่อนกลับส่งผลต่อบุคลิกของเขา โดยต้องชื่นชมการแสดงของ เดวิด โบรนาซ อดีตพระเอกซีรีส์แวมไพร์สุดเซ็กซี่จาก Buffy The Vampire Slayer ควบ Angel (1997-2004) ที่สามารถถ่ายทอดภาวะสะเทือนใจหลังประสบเหตุการณ์ หรือ พีทีเอสดี ได้อย่างเห็นภาพ ทั้งการเอามือลูบกางเกงในจุดที่เคยเปื้อนเลือดของเพื่อน หรือสายตาที่บ่งบอกความหวาดหวั่นใจตอนออกภารกิจ ซึ่งโดยมากเรามักไม่ได้เห็นตัวละครที่เป็นหน่วยซีลดูเป็นมนุษย์ขนาดนี้มาก่อน ซึ่งนั่นก็ทำให้ SEAL TEAM รอดพ้นจากการเป็นละครอวยทหารที่ไร้อารมณ์ได้อย่างสวยงาม

และสำหรับใครที่ต้องการเห็นการปฏิบัติภารกิจของหน่วยซีล SEAL TEAM ก็จัดเต็มทั้งฉากการฝึกที่ทำให้เห็นการสอนกลยุทธอย่างการสร้างสถานการณ์จำลองเพื่อทดสอบการตัดสินใจของทหาร หรือการบอกเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เราไม่เคยรู้อย่างเวลาปฏิบัติภารกิจ หน่วยซีลจะนำสุนัขไปดมระเบิด และจะปฏิบัติกับสุนัขในภารกิจต่างจากหมาบ้านทั่วไปอีกด้วย ซึ่งก็เป็นการให้ความรู้ที่ดีมากๆ

สรุปแล้ว SEAL TEAM ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนชอบหนังแอ็คชั่นปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งตัวซีรีส์มีงานโปรดักชันที่ดีมากไม่แพ้หนังโรงใหญ่เลย และยังทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของ เดวิด โบรนาซ ที่มาไกลมากสำหรับพระเอกซีีรีส์แวมไพร์ขวัญใจสาวๆยุค 90 ที่พลิกบทบาทมารับบทผู้นำหน่วยซีลสุดเท่ได้อย่างแมนมากๆ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!