Connect with us

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] Chilling Adventures of Sabrina จาก แม่มดใสวัยปิ๊ง สู่ สาวน้อยต้องสาป โดยผู้สร้าง Riverdale

สร้างสรรค์โดย โรแบร์โต อากีเร-ซาคาซ่า (RIVERDALE)

เหมาะสำหรับ คอซีรีส์วัยรุ่นสยองขวัญ

สตรีมมิงทาง Netflix  เริ่มตอนแรกวันที่ 26 ตุลาคมนี้

ชีวิตของซาบรีน่า สเปลแมน (เคียร์แนน ชิปคา) แม่มดสาวน้อยกำพร้าที่อาศัยอยู่กับ ฮิลดา(ลูซี เดวิส) และเซลดา (มิแรนดา อ๊อตโต) ผู้กุมความลับการตายของพ่อแม่เอาไว้ เธอต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ก่อนย่างเข้าสู่วัย 16 วัยที่เธอที่จะต้องเลือกระหว่างการเดินบนเส้นทางของศาสตร์มืดด้วยการยอมเข้าพิธีรับศีลทมิฬ แล้วปวารณาตัวให้จอมมาร ซึ่งเธอจะต้องบอกลา ฮาร์วีย์ (รอส ลินช์) แฟนหนุ่มและเพื่อนๆ หรือจะละทิ้งโลกเวทย์มนตร์กลายเป็นเด็กสาวธรรมดา และในขณะเดียวกันเธอยังต้องผจญอันตรายรอบด้านจาก  แมรี่ วอร์เดล (มิเชล โกเมซ) ครูสาวใหญ่ที่ถูกสาวกจอมมารเข้าสิงร่างเพื่อเอาซาบริน่าเป็นเครื่องบรรณาการจอมมารให้จงได้

จากคอมิก Archie สู่การถ่ายทอดบนจอแก้ว 2 เวอร์ชั่น

เดิมที  Chilling Adventures of Sabrina มีต้นธารมาจากคอมิกของค่าย อาร์ชี่ (Archie) โดยตัวละคร ซาบรินา สเปลแมน ได้มีโอกาสพบผู้อ่านครั้งแรกใน Archie’s Mad House เล่มที่ 22 เดือนตุลาคมปี 1962 เขียนเรื่องโดย จอร์จ แกลเดอร์ (George Gladir) และวาดโดย แดน เดอคาร์โล (Dan DeCarlo) จนต่อมาได้ซีรีส์คอมิกเป็นของตัวเองในชื่อ Sabrina the Teenage Witch และโอกาสแรกที่ ซาบรินา สเปลแมน ได้มีโอกาสโลดแล่นบนจอแก้วก็เป็นในรูปแบบ อนิเมชันซีรีส์ ในปี 1969 รายการ The Archie Show ที่รวมตัวละครจากคอมิกของอาร์ชี่ มานำเสนอในรูปแบบการ์ตูน แต่สำหรับเวอร์ชั่น ไลฟ์แอ็คชั่นที่ประสบผลสำเร็จที่สุดก็ได้แก่ Sabrina the Teenage Witch หรือที่คนไทยคุ้นเคยกับชื่อ ซาบรินา แม่มดใสวัยปิ๊ง ทางช่อง ITV    โดยซีรีส์ ออกอากาศ 7 ซีซันตั้งแต่ปี 1996 – 2003 โดยได้ เมลิตส่า โจน ฮาร์ต มารับบท ซาบรินา สเปลแมน ได้อย่างน่ารักน่าชัง

และในตุลาคมปี 2014 ทางอาร์ชี่ก็ได้ฤกษ์หยิบตัวละคร ซาบรีนา สเปลแมน มาบอกเล่าใหม่ภายใต้ Archie Horror สายคอมิกสยองขวัญในซีรีส์ Chilling Adventures of Sabrina ที่ต่อมาก็ได้กลายมาเป็นต้นธารให้กับซีรีส์ชุดนี้ที่ได้ โรแบร์โต อากีเร-ซาคาซ่า จาก RIVERDALE มาอำนวยสร้างนั่นเอง

ความแตกต่างของฉบับจอแก้ว

ข้อแตกต่างอย่างชัดเจนในด้านเนื้อเรื่องคือตัวละคร ซาบรีนา สเปลแมนในฉบับนี้จะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าตัวเองเป็นแม่มด ในขณะเวอร์ชั่น Teenage Witch ในตอนแรกตัวละครจะยังไม่รู้ความจริง แต่ต่อมาได้รู้ความจริงจากป้าทั้งสองว่าตัวเองเป็นแม่มดจากของขวัญที่เป็นตำราเวทย์มนตร์ในวันเกิดครบรอบ 16 ปี และโทนในการเล่าเรื่องของเวอร์ชั่นก่อนจะออกแนวหนังรักป๊อบวัยรุ่นใสๆที่สำคัญมีฉากขโมยซีนของเจ้าเหมียว เซเล็ม เยอะมาก เพราะเป็นแมวที่พูดได้แถมกวนโอ๊ยซะด้วย ส่วนเวอร์ชั่น Chilling Adventures of Sabrina ต้องยอมรับว่าแค่ตอนไพล็อตที่ได้ชมนี่ก็จัดเต็มทั้งความสยองขวัญชวนช็อคมีฉากฆ่ากันเลือดสาด และใครกลัวแมงมุมนี่อาจมีขนหัวลุกได้เลย ขณะที่เจ้าเหมียวเซเล็ม ยังไม่แน่ชัดว่าฉบับนี้จะพูดได้เหมือนอันเดิมหรือไม่

สเน่ห์ของแม่มดสาว

สำหรับน้องหนู เคียร์แนน ชิปคา นี่ผมให้ 3 ผ่านเลยครับ น่ารัก..ผ่าน! แสดงดี..ผ่าน! แดเมจแรงเวลายิ้ม..ผ่าน! แล้วด้วยความที่วัยของนุ้งเคียร์แนน ใกล้เคียงกับตัวละครเพราะเธอเพิ่งอายุ 19 ปีเองเลยทำให้เราเชื่อหมดใจว่านี่เด็กอายุ 16 จริงๆทั้งหน้าตา บุคลิก ที่สำคัญคือทักษะการแสดงต้องยอมรับว่าสามารถจับความสนใจจากคนดูได้อยู่หมัดเลยล่ะ

ความเชื่อมโยงกับ RIVERDALE

เนื่องจากเป็นคอมิกในสังกัดของอาร์ชี่ทั้งคู่ แถมเมืองกรีนเดล ฉากหลังของเรื่องได้ถูกกล่าวถึงไปแล้วในซีรีส์ RIVERDALE และในฉบับคอมิกตัวละครทั้งสองเรื่องก็รู้จักกันถึงขั้น ซาบริน่า เคยปลุกซอมบี้ให้อาละวาดริเวอร์เดลโดยไม่ตั้งใจมาแล้ว แถมผู้อำนวยการสร้างของทั้ง 2 เรื่องก็ยังเป็น โรแบร์โต อากีเร-ซาคาซ่า อีกด้วย ซึ่งหาก Chilling Adventures of Sabrina ประสบความสำเร็จด้วยดี เราอาจได้เห็น ซาบรีนา และ เหล่าวัยรุ่นแห่งริเวอร์เดล มาครอสโอเวอร์แบบเดียวกับซีรีส์ฮีโร่ของ DC ก็เป็นได้นะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ทีวี-ซีรีส์

เปิดตัวอย่างแรก YOU ซีรีส์ดาร์คโรแมนติกที่ทั้งระทึกและชวนใจสั่นของ Netflix

Published

on

ปี 2018 นับเป็นปีที่ Netflix ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับหนังและซีรีส์แนววัยรุ่นที่มีทั้งโรแมนติกและระทึกขวัญ และแน่นอนส่งท้ายปลายปีแบบนี้ Netflix ก็ขอเอาใจวัยรุ่นทั่วโลกด้วยการส่ง YOU หรือชื่อไทย เธอ ซีรีส์ดาร์คโรแมนติกที่จะมาเขย่าจอด้วยเรื่องราวโรแมนติกปนอารมณ์ระทึก

YOU ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีชื่อเดียวกัน ผลงานของแคโรไลน์ เคปเนส ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับโจ (เพนน์ แบดจ์ลีย์) หนุ่มชาวนิวยอร์กผู้หมกมุ่นและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเอาชนะใจเบ็ค (อลิซาเบ็ธ ไลล์) สาวสวยผู้จัดการร้านหนังสือที่เขาคลั่งไคล้ และทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ใครมาขัดขวางความรักของเขา แม้ว่าจะต้องฆ่าใครก็ตาม ท่ามกลางความสงสัยที่เพิ่มขึ้นทุกวันของพีช (เชย์ มิทเชล) เพื่อนสาวคนสนิทของเบ็ค ที่เริ่มหวาดระแวงในตัวโจและความรักที่มาพร้อมกับด้านมืดอันน่ากลัวของชายหนุ่มผู้นี้ เรื่องราวความรักของโจ และเบ็คจะเป็นอย่างไร และพีชจะสามารถเปิดโปงโจได้หรือไม่.. 

โดย YOU หรือชื่อไทย เธอ ที่ได้ดาราขวัญใจคอซีรี่ส์อย่างเพนน์ แบดจ์ลีย์ (Penn Badgley) นักแสดงหนุ่มชื่อดังจาก Gossip Girl อลิซาเบ็ธ เลล์ (Elizabeth Lail)  ดาราสาวจาก Once Upon A Time และ เชย์ มิทเชล (Shey Mitchell) สาวฮอตจากซีรี่ส์สุดฮิต Pretty Little Liars โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งในซีรี่ส์แนวดาร์กโรแมนติกเรื่องใหม่ล่าสุดของ Netflix ที่มีชื่อว่า “YOU ” (เธอ) โดยแฟนๆจะได้ชมกันครั้งแรก 26 ธันวาคม นี้ !

ความรักกับความหมกมุ่นมีเส้นบางๆ อันตรายกั้นอยู่ เตรียมพบกับ “เธอ (YOU)” ทาง Netflix วันที่ 26 ธันวาคม 2018 นี้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] Narcos Mexico นาร์โคส เม็กซิโก – ล่าโหดธุรกิจสายเขียวสุดโฉด

Published

on

  • สร้างสรรค์โดย คาร์โล เบอร์นาร์ด และ ดั๊ก ไมโร
  • เหมาะสำหรับ แฟนซีรีส์ Narcos และผู้ชื่นชอบซีรีส์ หรือหนังอาชญากรรมผสมการเมือง
  • สตรีมมิงทาง Netflix (คลิกเพื่อรับชมได้เลย)
  • คำเตือน ซีรีส์มีฉากใช้ยาเสพย์ติดและฉากเซ็กส์ที่เห็นเรือนร่างของหญิงสาว

หลังสร้างกระแสจากป้ายเซ็นเซอร์โมเสกจนเป็นทีีฮือฮาในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ก็ได้เวลาที่เราจะมาพิสูจน์กันกับซีรีส์ Narcos Mexico ซีรีส์ที่ต่อยอดมาจาก Narcos ซีรีส์อาชญากรรมอิงประวัติศาสตร์การปราบปรามยาเสพย์ติดข้ามชาติที่สร้างติดต่อกันถึง 3 ซีซันและแน่นอนหลังจากปิดบัญชีแก๊งกาลีในซีซัน 3 ผู้สร้างก็ขอหาเรื่องราวใหม่แต่เป็นยุคสมัยที่มีความซ้อนทับกันคือการขนส่งกัญชาข้ามชายแดนเม็กซิโกมายังสหรัฐในสมัยรัฐบาล โรนัลด์ เรแกน อันมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองที่มาเกี่ยวโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อ

โดยคราวนี้เราจะได้ติดตาม กิกิ กามาเรนา (ไมเคิล เพนยา) เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพย์ติดชั้นผู้น้อยชาวฮิสแปนิกที่ย้ายมาประจำเม็กซิโก กับภารกิจโค่น ฟีลิกซ์ กัลลาร์โด (ดิเอโก ลูนา) ตำรวจกังฉินที่ร่วมมือกับ ราฟาเอล (เตโนช ฮูเออร์ต้า) ชาวไร่สายเขียวพัฒนากัญชาเกรดใหม่และวางแผนสร้างเครือข่ายธุรกิจส่งออกกัญชาไปยังสหรัฐอเมริกาโดยอาศัยช่องทางการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ งานนี้ กิกิ จะขวางทาง ฟีลิกซ์สำเร็จหรือไม่ต้องติดตาม

ว่ากันตามตรงเลยคงต้องบอกว่า Narcos Mexico ยึดการดำเนินเรื่องแบบเดียว Narcos 3 ซีซันแบบเป๊ะๆ ทั้งการให้ข้อมูลเชิงสารคดีที่น่าสนใจโดยปนความคิดเห็นของคนเขียนบทเพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวที่เป็นเรื่องแต่งเข้ากับประวัติศาสตร์การเมืองที่สหรัฐอเมริกาเคยมีเอี่ยวกับการแทรกแซงกิจการภายในประเทศแถบอเมริกาใต้ได้อย่างแนบเนียน แต่ในทางกลับกันใครที่อยากหาความบันเทิงจากซีรีส์โดยหวังว่ามันจะแอ็คชั่นระเบิดระเบ้อก็อาจผิดหวังได้ เพราะซีรีส์แต่ละตอนเลือกบอกเล่าเรื่องราวแบบละเอียดปูหมดกระทั่งว่า ฟีลิกซ์ ต้องติดต่อใครบ้างกว่าจะได้เส้นสายในการขนส่งกัญชาจนบางทีหากร่างกายไม่พร้อมนี่มีหลับคาจอได้เลย

แต่สิ่งที่ผิดแผกออกไปและดูเหมือนว่ามีผลต่อการชมไม่น้อย นั่นคือการสร้างตัวละครที่ดูขาวจัดอย่าง กิกิ ที่หนังทั้งปูเรื่องครอบครัวและเพิ่มคะแนนสงสารด้วยฉากโดนตำรวจดูถูกในตอนเปิดเรื่อง ส่วนผู้ร้ายอย่าง ฟีลิกซ์ ก็มุ่งแต่จะค้ายาโดยไม่สนเครื่องแบบและหน้าที่ตำรวจแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้เสน่ห์แบบ Narcos ที่ตัวละครทั้ง 2 ฝ่ายมีความเป็นสีเทาไม่มีใครดีหรือชั่วแบบสุดขั้วเลยถูกลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย โดยยังคงไว้ซึ่งฉากแอ็คชั่นที่มีความโหดแต่เพิ่มระดับความวินาศสันตะโรมากขึ้นและแถมสาวๆสวยๆที่พร้อมโชว์เรือนร่างเป็นอาหารตาหนุ่มๆเหมือนเดิม

ว่ากันถึงนักแสดงที่คราวนี้หนังใช้ดาราเชื้อสายอเมริกาใต้คนดังทั้ง ไมเคิล เพนยา จาก Antman และ ดิเอโก ลูนา จาก Rouge One A Star Wars Story ซึ่งก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีประมาณหนึ่งเพียงแต่สถานะดาราของพวกเขา หลายครั้งก็ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังดูเรื่องแต่งมากกว่าเรื่องราวเชิงสารคดีหรือ Docudrama แบบ Narcos ทั้ง 3 ซีซันไปอย่างน่าเสียดาย

ในภาพรวมถือว่ายังคงสานต่อเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจแต่อาจไม่ได้เหมาะกับคนที่ต้องการหาซีรีส์แอ็คชั่นมันส์ๆเท่าไหร่นัก

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ทีวี-ซีรีส์

[รีวิวซีรีส์] The Haunting of Hill House – ซีรีส์สุดสะพรึงกระแสแรง

Published

on

  • สร้างสรรค์- กำกับโดย ไมค์ ฟลานาแกน 
  • เหมาะสำหรับ คนชอบหนัง-ซีรีส์ ผีหลอกวิญญาณหลอนผสมปมครอบครัว 
  • สตรีมมิงซีรีส์ทั้ง 10 ตอนทาง Netflix (คลิกเพื่อชมซีรีส์)  

หลังครอบครัวเครนได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน ฮิลเฮาส์ ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้หลายครั้งจนกระทั่งคืนสุดท้ายที่ ฮิวจ์ (ธีโมที ฮัตตัน) ตัดสินใจพาลูกๆหนีออกจากบ้าน ทิ้ง โอลิเวีย (คาร์ลา กูจิโน) แม่ของลูกๆทั้ง 5 ไว้ลำพัง เหตุการณ์ผ่านไปจนกระทั่งการตายของ เนล (วิคตอเรีย เพดเรตติ) น้องสาวคนสุดท้องที่พบศพในบ้านฮิลเฮาส์ ได้พาทุกคนกลับมารวมตัวกันเพื่อไขปริศนาก่อนสิ่งลึกลับในบ้านฮิลเฮาส์จะพรากชีวิตใครไปอีก. 

The Haunting of Hill House ถือเป็นซีรีส์สยองขวัญกระแสแรงที่สุดแล้วสำหรับปี 2018 นี้ ด้วยกระแสปากต่อปากถึงความน่ากลัวในแต่ละตอนที่ไม่เน้นตุ้งแช่แต่หลอนลึกถึงขั้วอารมณ์ ซึ่งต้องชม ไมค์ ฟลานาแกน ผู้กำกับ-อำนวยการสร้างซีรีส์ชุดนี้ที่สามารถคุมทิศทางของเรื่องได้อย่างแม่นยำทั้งบทที่แข็งแรงผูกโยงเรื่องราวในครอบครัวให้เข้ากับอารมณ์สยองขวัญได้อย่างลงตัว และงานเทคนิคที่เชื่อว่าจะได้รับการพูดถึงไปอีกนาน. 

และเพื่อเป็นบทบันทึกรวมถึงกระตุ้นความอยากดู What The Fact ขอพาไปสำรวจตัวอย่างลีลาสุดหลอนบางส่วนจาก The Haunting of Hill House กันหน่อย. 

น้องแมวจรโคตรสยอง (Episode 2 : Open Casket)

ใครจะไปคิดเมื่อเจ้าหนู เชอร์ลีย์ (ลูลู วิลสัน) ไปเจอลูกแมวน่ารักใกล้รังต่อ แต่หลังเธออออดอ้อนคุณพ่อจนได้เลี้ยงแมวเหมียว เธอกลับต้องเผชิญความสยองที่จะลืมไม่ลง

สยองยังไง – อันนี้อยากให้ดูเองว่า จังหวะที่เจ้าหนูเชอร์ลีย์ พยายามเรียกให้พ่อแม่ดูปากเจ้าเหมียวมันเกิดอะไรขึ้น..?? 

พี่จะซ่อมน้องเอง (Episode 2 : Open Casket)

อันนี้เป็นฉากที่ เชอร์ลีย์ (เอลิซาเบธ รีเซอร์) รับศพของ เนล มาเพื่อแต่งศพ ซึ่งนอกจากอารมณ์วังเวงในห้องแต่งศพแล้ว มันยังบอกที่มาว่า การตายของแม่ มีส่วนทำให้ เชอร์ลีย์ กลายมาเป็นนักแต่งศพ เพื่อ ‘ซ่อม’ ร่างไร้วิญญาณให้งดงามราวคนหลับไหลอย่างมีชีวิต 

สยองยังไง– ในส่วนนี้จะมีทั้งอารมณ์ดราม่าระหว่างพี่น้อง และบทภาพยนตร์ของ ไมค์ ฟลานาแกน ยังพูดถึงความตายได้อย่างลึกซึ้ง เลยทำให้ซีนนี้ได้ทั้งความหมายเชิงปรัชญาและยังเซอร์ไพรส์ด้วยอารมณ์สยองขวัญปิดท้ายที่จะกระตุ้นให้เราอยากดูตอนต่อไป 

ธีโอ สาวสัมผัสสยอง (Episode 3 : Touch)

อันนี้ขอพูดถึงตัวละคร ธีโอดอร่า (เคต ซีเกล) น้องสาวคนกลางที่กลายมาเป็นนักจิตวิทยาเยาวชน และด้วยความที่ธีโอ มีสัมผัสพิเศษที่เวลาเอามือแตะคนหรือสิ่งของจะเห็นสิ่งลี้ลับ ดังนั้นเวลาเธอยื่นมือจะไปจับอะไร คนดูเลยหายใจไม่ทั่วท้องซะงั้น 

สยองยังไง – อันนี้ต้องชมการแสดงของ เคต ซีเกล เลยเพราะซีรีส์ไม่ได้เน้นภาพว่าเธอเห็นอะไรเวลาสัมผัสแต่การแสดงของ เคต ก็ทำให้เรารู้สึกตามได้ทุกครั้ง และยังเป็นตัวละคร LGBT ที่มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆ. 

หนูกลัวผู้หญิงคอหัก (Episode 5 : The Bent-Neck Lady)

อันนี้จะเป็นความกลัวของหนูน้อย เนล (ไวโอเลต แม็คกรอ) ในเหตุการณ์อดีตที่ขอบอกเลยว่า แค่เห็นหน้าหนูน้อยหวาดผวาคนดูก็เกร็งแทบแย่แล้ว 

สยองยังไง – คืออันนี้ก็เป็นหลักฐานถึงความฉลาดของบทอีกนั่นแหละ เพราะ “ผู้หญิงคอหัก” ที่แท้จริงนั้น เมื่อถูกเฉลยกลับกลายเป็นการพลิกโหมดมาเล่าดราม่า โดยยังคงความน่ากลัวไว้ได้ไม่มีตกอีกนั่นแหละ. 

ไม่มีใครเห็นฉัน. (Episode 6 : Two Storms)

ในฉากงานศพของเนล ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเหตุการณ์ในคืนเดียวยังส่งผลต่อความสัมพันธ์พี่น้อง และทำให้ทุกคนเริ่มตระหนักถึงผลลัพธ์ของบ้านฮิลเฮาส์

สยองยังไง – ขอบอกว่าตอนนี้ถ่ายแบบลองเทคจ้า คือ 50 นาทีกล้องถ่ายต่อเนื่อง แต่แบ่งเหตุการณ์ 3 ช่วง มีส่วนของ เหตุการณ์ย้อนอดีต 1 ก้อน ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการนำเทคนิคมาใช้เล่าเรื่องได้อย่างชาญฉลาดมากๆ 

ชมเบื้องหลังการถ่ายทำได้ ที่ี่นี่ 

เอาล่ะเชื่อว่า ฮาโลวีน ปีนี้ใครหาซีรีส์สยองดูแบบโต้รุ่งกับเพื่อนๆ ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงจ้า. 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!