Trump Reopen Lockdown Theatre Covid-19
Trump Reopen Lockdown Theatre Covid-19

สถานการณ์ Covid ล่าสุดในสหรัฐ: Trump เดินหน้าแผนเปิดประเทศเฟส 1 เริ่มที่การกลับมาเปิด “โรงหนัง”

ความยากในการบริหารสถานการณ์นี้ของรัฐบาลทั่วโลก นอกจากจะต้องทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 เสียชีวิตน้อยที่สุดและผู้ป่วยไม่เพิ่มมากไปกว่านี้ การต้องยันเศรษฐกิจไม่ให้เข้าสู่ภาวะถดถอยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ เช่นเดียวกับในสหรัฐฯ ล่าสุดประธานาธิบดี Donald Trump ได้ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายนทที่ผ่านมาว่า อาจจะมีการอนุญาตให้โรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการในเดือนหน้านี้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดให้บริการได้เมื่อไรและภายใต้เงื่อนไขใดบ้าง (เช่น เปิดในเพียงแค่ในบางรัฐ เป็นต้น) ตามแนวทางเตรียมแผนเปิดเมืองเป็น 3 เฟส ซึ่งแต่ละเฟสจะมีระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 14 วัน

ประชาชนขับรถออกมาประท้วงมาตการล็อกดาวน์ประเทศ ที่ชายหาด Huntington ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ
ประชาชนขับรถออกมาประท้วงการล็อกดาวน์ประเทศ ที่ชายหาด Huntington ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม หากโรงภาพยนตร์เปิดให้บริการก็อาจจะยังไม่มีโปรแกรมยักษ์หรือหนังฟอร์มดีของสตูดิโอต่าง ๆ เข้าฉาย เนื่องจากโปรแกรมต่าง ๆ ได้ถูกเลื่อนฉายออกไปในครึ่งปีหลังของปี 2020 ทั้งหมดแล้ว โดย Soul หนังแอนิเมชันของ Pixar ก็ได้ทำการเลื่อนจาก 12 มิถุนายนไปเป็น 20 พฤศจิกายน เป็นเรื่องล่าสุด โดยอาจใช้วิธีเหมือนโรงหนังในประเทศจีนที่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการและวนฉายหนังฮิตในอดีตมาเรียกผู้ชมก่อนในช่วงแรก

Soul ของ Pixarsเลื่อนไปฉาย 20 พฤศจิกายน
Soul ของ Pixar เลื่อนไปฉาย 20 พฤศจิกายน

หนังใหม่เรื่องแรกที่ยังคงยืนหยัดไม่เลื่อนวันฉายและจะกลายเป็นเรื่องที่ผู้ชมในสหรัฐฯ ได้ดูเร็วที่สุดหากโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการคือ หนังตลกของผู้กำกับเจ้าพ่อหนังตลก Judd Apatow จาก Knocked Up และ The 40-Year-Old Virgin ที่วางกำหนดฉายไว้ 19 มิถุนายน ส่วนเรื่องถัดไปและเป็นฟอร์มยักษ์ของจริงคือ Tenet ของผู้กำกับ Christopher Nolan ที่วางกำหนดฉายไว้ 17 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นสัปดาห์นำโชคในการปล่อยหนังของ Nolan มาตลอด (The Dark Knight 2 ภาคหลังและ Inception ก็ปล่อยฉายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคมที่ก็เป็นเดือนเกิดของ Nolan ด้วย) ต่อจากนั้นก็จะเป็น Mulan ที่เลื่อนฉายมาจากเดือนมีนาคมมาเป็น 24 กรกฎาคม และ Wonder Woman 1984 ที่เลื่อนจากเดือนมิถุนายนมาเป็น 14 สิงหาคม

เครือโรงหนังเจ้าใหญ่ 1 ใน 3 ของสหรัฐฯ อย่าง Cinemark ได้คาดการณ์ว่าผู้ชมจะกลับมาดูหนังอย่างค่อนข้างเป็นปกติอย่างเร็วที่สุดหลังจากเปิดให้บริการก็ต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งหมายความว่าโรงหนังอาจจะต้องเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจที่รายได้หดหายต่อไปแม้ทางการจะอนุญาตให้กลับมาเปิดแล้วก็ตาม ส่วน AMC ที่เป็นเครือหนังที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ก็ใกล้เข้าสู่ภาวะล้มละลายหากยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ในอีก 1-2 เดือนนี้

ย่านโรงหนังของไทม์สแควร์ในเมืองนิวยอร์ก ที่น่าจะเป็นรัฐที่ยังต้องล็อกดาวน์ต่อไปอีกพักใหญ่
ย่านโรงหนังของไทม์สแควร์ในเมืองนิวยอร์ก ที่น่าจะเป็นรัฐที่ยังต้องล็อกดาวน์ต่อไปอีกพักใหญ่

อย่างไรก็ตาม รัฐที่เป็นตลาดใหญ่ของการฉายภาพยนตร์อย่างนิวยอร์กและเมืองลอสแอนเจลิส ไม่น่าจะอยู่กลุ่มรายชื่อเมืองที่กลับมาเปิดฉายได้ตามปกติ ในยามที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง นักวิเคราะห์ยังมองว่า หนังที่จะทยอยเข้าฉายจนถึงเดือนสิงหาคม จะต้องพึ่งรายได้จากตลาดต่างประเทศเป็นสำคัญมากกว่าในสหรัฐฯ ความยากของโรงภาพยนตร์อีกอย่างหากมีการเปิดให้บริการอีกครั้ง นั่นคือมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing ภายในโรงภาพยนตร์ที่ยังคงต้องดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการคิดค้นวัคซีนต้านเชื้อไวรัส Covid-19 ได้สำเร็จ นั่นหมายความว่า แต่ละโรงอาจต้องสูญเสียรายได้ถึงครึ่งต่อครึ่งในการให้ผู้ชมที่มาใช้บริการต้องนั่งที่เว้นที่และนั่งห่างจากกันแถวเว้นแถวด้วย

ในอีกมุมนั้น นักวิเคราะห์ยังมองว่าทางรอดของค่ายหนังในช่วงที่ผู้ชมยังไม่กลับมาแบบ 100% นี้ หากจะนำภาพยนตร์เข้าใหม่มาฉายก็ควรจะเป็นภาพยนตร์ทุนต่ำหรือภาพยนตร์ตลกที่ไม่ได้ลงทุนสูงนัก (หากไม่ได้กำไรก็เจ็บตัวไม่มากต่างจากหนังฟอร์มยักษ์) รวมถึงอาจมีการนำภาพยนตร์ที่เข้าฉายไปแล้วแต่เกิดการล็อกดาวน์ปิดเมืองกะทันหันกลับมาฉายต่อสำหรับแฟน ๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้ดู จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังฟอร์มใหญ่อย่าง Fast & Furious 9 หรือ Jungle Cruise จะยอมเลื่อนฉายแบบข้ามปีไปหนึ่งปีเต็ม ผลกระทบอีกเรื่องที่ได้ยกเลิกการจัดงาน (แบบที่ไม่ใช่แค่เลื่อน) ในปีนี้ไปแล้วนั่นคือ งาน San Diego Comic-Con ที่เป็นงานโชว์เคสภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับวงการการ์ตูนหรือคอมิกระดับโลก ซึ่งค่ายหนังอย่าง Marvel Studios และ DC ของ Warner Bros. ชอบไปปล่อยตัวอย่างหนังใหม่ที่นั่น การยกเลิกงานครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 51 ปีที่ไม่เคยมีการยกเลิกมาก่อนเลยสักครั้งเดียว

ีมีรายงานข่าวชิ้นใหม่เปิดเผยว่า ชุดตรวจเชื้อไวรัส Covid-19 ในสหรัฐฯ มีไม่เพียงพอแล้วในขณะนี้
ีมีรายงานข่าวชิ้นใหม่เปิดเผยว่า ชุดตรวจเชื้อไวรัส Covid-19 ในสหรัฐฯ มีไม่เพียงพอแล้วในขณะนี้

รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยล่าสุดวันนี้ (18 เมษายน) ยอดผู้ป่วยทั่วโลกยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสูงถึง 2,250,405 คนแล้ว รักษาหาย 571,577 คนหรือเกือบ 25% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด เสียชีวิตแล้ว 154,245 ราย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 6.85% โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยสะสมกว่า 720,000 คน  หลังสาธารณสุขสหรัฐฯ ตรวจหาเชื้อจากผู้ป่วยไปแล้วกว่า 3.57 ล้านคน ทั้งยังครองสถิติประเทศที่มีผู้ป่วยเสียชีวิตมากสุดถึง 37,158 รายแล้ว

Mike Pence รองประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ หลังทดลองเฟส 1 ไปแล้ว
Mike Pence รองประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ หลังทดลองเฟส 1 ไปแล้ว

รัฐนิวยอร์กถือเป็นรัฐที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยมีจำนวนมากถึง 233,951 คน เสียชีวิตแล้ว 17,131 ราย ตามมาด้วยรัฐนิวเจอร์ซีย์มีผู้ติดเชื้อ 78,467 คน รัฐแมสซาชูเซตส์  34,402 ราย คน รัฐมิชิแกน 30,023 ราย คน และรัฐเพนซิลเวเนีย 29,921 คน ขณะที่รัฐอะแลสกาเป็นรัฐที่มีรายงานพบผู้ป่วย Covid-19 สะสมน้อยที่สุดในขณะนี้เพียง 309 คน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมแผนเปิดเมืองเป็น 3 เฟส ซึ่งแต่ละเฟสจะมีระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 14 วัน และแต่ละรัฐจะสามารถพิจารณาผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ไปได้ทีละขั้น ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง

เยอรมนีเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก รักษาหายมากสุดในโลกถึงถึง 83,114 คน หรือคิดเป็น 58.78% ของผู้ป่วยทั้งหมดในประเทศ ตามมาด้วยจีนและสเปนที่รักษาผู้ป่วยได้มากที่สุดตามลำดับ นอกจากนั้นรายงานยังระบุว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธ์ุใหม่แล้วอย่างน้อยใน 178 ประเทศ โดยชาติที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ สหรัฐอเมริกา 710,021 คน สเปน 190,839 คน อิตาลี 172,434 คน ฝรั่งเศส 147,969 คน และเยอรมนี 141,397 คน ซึ่งพบผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็นเพียง 3.67% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดทั่วโลกในตอนนี้

อ้างอิง

อ้างอิง

อ้างอิง

อ้างอิง

อ้างอิง

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส