หลังจากผ่านพ้นสิ้นเดือนมกราคม 2019 มา Nintendo เปิดเผยว่าได้ปรับลดเป้าหมายยอดวางจำหน่ายของ Nintendo Switch จากเดิมตั้งเป้าไว้ว่า 20 ล้านเครื่องในปีงบประมาณ เเต่ปรับลดลงเหลือเพียง 17 ล้านเครื่องเเทน การเปลี่ยนเเปลงครั้งนี้เกิดมาจากยอดขายที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 9 เดือนเเรก เเถมยังส่งผลให้หุ้นของ Nintendo ตกลงทันที

ในระหว่างถาม-ตอบ ของการสรุปผลประกอบการทางการเงินของบริษัท 9 เดือนหลังสุด Nintendo ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการตัดยอดขายของตัวเอง ประธานคนล่าสุดของ Nintendo คุณ Shuntaro Furukawa ได้กล่าวขอโทษเเละพร้อมที่จะเเก้ไขให้มันดีกว่านี้ คุณ Furukawa ยังเน้นย้ำอีกว่า “ยังมีความพยายามไม่เพียงพอ” ในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

“พวกเราต้องย้อนกลับมามองในปีงบประมาณกันใหม่ พวกเราในตอนนี้ต้องพยายามให้มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสนใจ Nintendo Switch มากขึ้น ทั้งฮาร์ดเเวร์เเละซอฟต์เเวร์ของกลุ่มผู้บริโภคใหม่ที่กำลังจะเข้ามา พวกเราหวังไว้ตอนเเรกว่ามันจะดี เเต่ยังไม่เพียงพอ”

“เเละจากที่คาดการณ์ยอดขายตลอดทั้งปีของเราสำหรับปีงบประมาณนี้ พวกเราคาดหวังว่าจะปล่อยเกมให้มากขึ้นในระหว่างช่วงฤดูร้อน ก็น่าจะกระตุ้นยอดขายให้ดีมากยิ่งขึ้น ยอดขายน่าจะเพิ่มขึ้นปีต่อปีในช่วงครึ่งปีเเรกของปีงบประมาณ (เมษายน ถึง กันยายน) เเผนที่วางไว้มันยังไม่ดีพอ ทำให้ตอนนี้ต้องกลับมาเเก้ไขปัญหาให้มันดีขึ้นอีกครั้ง”

อีกจุดที่น่าสนใจ เเละทำให้มองกลับไปถึงเหตุการณ์ที่คล้ายกันเเบบนี้ ความล้มเหลวของ Nintendo กับ Nintendo Wii U สิ่งที่น่าเเปลกใจเมื่อ Nintendo ต้องมาดิ้นรนดึงดูดผู้บริโภคให้มาสนใจใน Nintendo Switch กับเครื่องเกมใหม่ของพวกเขาที่กำลังไปได้สวย เเละน่าสนใจขึ้นไปอีก เมื่อคุณ Furukawa พูดเกี่ยวกับเป้าหลายในอนาคตกับเครื่องเกมใหม่ของพวกเขา

“พวกเรามีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปีงบประมาณถัดไป เเต่พื้นฐานเเล้วพวกเราต้องการเพิ่มยอดขายทั้งฮาร์ดเเวร์เเละซอฟต์เเวร์ให้มากขึ้นในปีงบประมาณนี้ พวกเราต้องผลักดันซอฟต์เเวร์ให้มากขึ้นเเละดึงดูดผู้บริโภค มันก็น่าจะทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจ Nintendo Switch มากยิ่งขึ้น”

ก็น่าสนใจว่าหลังจากนี้ Nintendo จะเดินหมากยังไงต่อกับ Nintendo Switch จากเดิมที่ยอดขายดีมากขึ้นเรื่อยๆ เเละก็มีเกมให้เล่นไม่ต่ำกว่า 1000 เกม หรือสิ่งที่ทำให้ยอดไม่ถึงเป้า อาจจะมาจากการที่เกมเเม่เหล็กของ Nintendo เอง ไม่ได้ปล่อยออกมา มีเเต่เกมพอร์ตเเละเกมอินดี้ซะส่วนใหญ่ ถ้าเกิดมีเกมเเม่เหล็กออกมา ก็น่าจะทำให้เกิดการกระตุ้นยอดขายมากขึ้น

อ้างอิง