Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ไทยพาณิชย์เจ๋ง ใช้เทคโนโลยี Blockchain โอนเงินจากญี่ปุ่นถึงไทยใน 20 นาที!

เมื่อพูดถึงคำว่า Blockchain เรามักคิดถึง Bitcoin เงินดิจิทัลบันลือโลกกันใช่ไหมครับ แต่โดยพื้นฐานของเทคโนโลยี Blockchain นั้นสามารถเอาไปประยุกต์กับงานได้หลายอย่างที่ต้องการความปลอดภัย และการันตีความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ขอก้าวล้ำธนาคารอื่นๆ ในไทยด้วยการเปิดบริการโอนเงินจากญี่ปุ่นมาถึงไทยได้ภายใน 20 นาที จากเดิมที่ต้องรอกันข้ามวันกว่ายอดเงินจะขึ้น!

Published

on

เมื่อพูดถึงคำว่า Blockchain เรามักคิดถึง Bitcoin เงินดิจิทัลบันลือโลกกันใช่ไหมครับ แต่โดยพื้นฐานของเทคโนโลยี Blockchain นั้นสามารถเอาไปประยุกต์กับงานได้หลายอย่างที่ต้องการความรวดเร็วปลอดภัย และการันตีความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ขอก้าวล้ำธนาคารอื่นๆ ในไทยด้วยการเปิดบริการโอนเงินจากญี่ปุ่นมาถึงไทยได้ภายใน 20 นาที จากเดิมที่ต้องรอกันข้ามวันกว่ายอดเงินจะขึ้น!

SCB ทำได้ยังไง

ความสำเร็จนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่มองเห็นโอกาสของเทคโนโลยี Blockchain ว่าสามารถนำมาปรับปรุงการให้บริการทางการเงินให้ดีขึ้น เร็วขึ้นได้ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว Digital Ventures บริษัทลูกของ SCB ที่เน้นเรื่องนวัตกรรมจึงไปร่วมลงทุนในบริษัท Ripple ผู้นำเทคโนโลยี Blockchain ของโลก และพัฒนาบริการร่วมกันกับ SBI Remit จากประเทศญี่ปุ่น จนเปิด SCB Ripple Blockchain International Money Transfer ให้บริการในวันนี้

ตู้ SBI Remit (ภาพจาก japantoday.com)

มองในมุมผู้ใช้บริการ เราไม่ต้องรู้ก็ได้ว่าการโอนเงินแบบนี้มีเทคโนโลยี Blockchain อยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำคือเดินไปที่ตู้ ATM ของ Japan Post ซึ่งเป็น partner กับ SBI Remit ที่มีกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ก็จะสามารถโอนเงินมาถึงธนาคารไทยพาณิชย์ในไทยภายในเวลา 20 นาที จากเดิมที่ใช้เวลาโอนเป็นวันๆ กว่าที่เงินจะเดินทางมาถึงไทย ซึ่งบริการนี้จะโอนจากสกุลเงินเยน (JPY) เป็นเงินบาทไทย (THB) ได้ทันที

ในช่วงแรกของการให้บริการนี้จะยังโอนเงินจากญี่ปุ่นเข้าสู่ประเทศไทยได้เท่านั้น ยังไม่สามารถโอนเงินด่วนลักษณะนี้จากไทยไปญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นๆ ได้ ทาง SCB ก็เชื่อว่าจะทำให้คนไทยกว่า 40,000 คนที่อยู่ในญี่ปุ่นสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งแต่ละปีมีการโอนเงินจากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทยมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ดร. อารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Strategy Officer ธนาคารไทยพาณิชย์

ไทยพาณิชย์นับเป็นธนาคารแรกๆ ที่นำเทคโนโลยี Blockchain เข้าทดสอบใน Regulatory Sandbox (การเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน) และได้รับการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้นำบริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน เทคโนโลยี Blockchain มาให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยธนาคารมีแผนที่จะขยายการให้บริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain ครอบคลุมประเทศต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคในอนาคต อาทิ ทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิกดร. อารักษ์ สุธีวงศ์
รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Strategy Officer ธนาคารไทยพาณิชย์

รู้จัก Ripple และเทคโนโลยี Blockchain

Ripple เป็นบริษัทผู้นำด้าน Blockchain ก่อตั้งเมื่อปี 2012 ในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัล Ripple (XRP) ที่เป็นสกุลเงินดิจิทัลใหญ่อันดับ 3 ของโลกรองจาก Bitcoin และ Ethereum และอีกบทบาทที่สำคัญคือเป็นผู้สร้าง Ripple Transaction Protocol (RTXP) ระบบรับส่งเงินบนเทคโนโลยี Blockchain โดยเป้าหมายคือสร้างแพลทฟอร์มกลางสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างธนาคาร

ข้อดีของเทคโนโลยี Blockchain ที่กระจายฐานข้อมูลธุรกรรมให้สมาชิกในเครือข่ายแบบไม่มีศูนย์กลาง เพื่อช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของรายการที่ผ่านเข้ามาและบันทึกต่อกันเป็นสายโซ่อ้างอิงย้อนกลับไปได้ตลอด ทำให้ Blockchain ได้รับความเชื่อถือสูงจนใช้กับการเงินการธนาคารได้

ปัจจุบัน Ripple ทำงานร่วมกับธนาคารมากมายทั่วโลก อย่างธนาคารไทยพาณิชย์, Standard Chartered, Westpac, CBW Bank และมีผู้ลงทุนเป็นบริษัทระดับโลกอย่าง SBI Group, Accenture, Google Ventures, Seagate จึงเป็นอีกเทคโนโลยีและบริษัทที่น่าจับตา

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Huawei เปิดตัว MediaPad M5 และ MediaPad M5 Pro แท็บเล็ตจอ 2K ลำโพงจูนโดย Harman/Kardon

Published

on

หัวเว่ยเปิดตัวแท็บเล็ตพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด HUAWEI MediaPad M5 และ HUAWEI MediaPad M5 Pro ครบทุกเรื่องในเครื่องเดียวกันด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Work & Play’ ให้สร้างสรรค์ผลงานอย่างไร้ขีดจำกัดผ่าน HUAWEI M-Pen พร้อมเติมเต็มความบันเทิง

เริ่มต้นน้องเล็กกับ HUAWEI MediaPad M5

สเปคของ HUAWEI MEDIAPAD M5

  • หน้าจอ : 8.4 นิ้ว (IPS) ความละเอียด 2560 x 1600 (359 PPI)
  • Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0
  • CPU Processor : Kirin 960
  • RAM : 4 GB | ROM :  32 GB
  • กล้องหลัง : 13 MP (F2.2+PDAF) ไม่มีไฟแฟลช
  • กล้องหน้า : 8 MP (F2.2+Fixed focus)
  • Color : Space Grey
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ ผ่านปุ่มโฮมด้านหน้าจอ
  • รองรับการอัพเกรดระบบ GPU Turbo ภายในปลายปี 2018
  • Battery : 5100mAh รองรับ Quick Charge at 9V/2A ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type C
  • ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm

มาเริ่มที่ตัวแรกกันเลยดีกว่า HUAWEI MediaPad M5 มาพร้อมกับหน้าจอ 8.4″ ตัวเครื่องบางเบา น้ำหนักเพียง 316 กรัม พกพาง่ายแน่นอน

ด้านล่างหน้าจอ มี ระบบสแกนลายนิ้วมือ และใช้  USB Type C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการชาร์จ โอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็ว และรองรับการฟังเพลงระดับ Hi-Res (แต่ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm นะ)

ด้านข้างจอดูเล็กบางและมีขอบโค้งมน ลบคม ไม่บาดมือแน่นอน

ในส่วนของด้านหล้งจอเจ้าตัว HUAWEI MediaPad M5 มาพร้อมกับกล้อง 1 ตัว แต่ไม่มีแฟลช วัสดุฝาหลังดูเรียบแต่ดูหรูหรา

ราคา 13,990 บาท พร้อมแถมหูฟัง HUAWEI SPORT BLUETOOTH HEADSET 1,990 บาท ฟรี!!

HUAWEI MediaPad M5 Pro รุ่นพี่

สเปคของ HUAWEI MEDIAPAD M5 Pro

  • หน้าจอ : 10.8 นิ้ว (IPS) ความละเอียด 2560 x 1600 (280 PPI)
  • Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0
  • CPU Processor : Kirin 960
  • RAM : 4 GB | ROM :  64 GB
  • กล้องหลัง : 13 MP (F2.2+PDAF) ไม่มีไฟแฟลช
  • กล้องหน้า : 8 MP (F2.2+Fixed focus)
  • Color : Space Grey
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ ผ่านปุ่มโฮมด้านหน้าจอ
  • ลำโพง : สเตอริโอ 4 ตัว Tuned by Harman/Kardon
  • ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm
  • รองรับปากกา M-PEN, เคสคีย์บอร์ดและ PC Mode
  • รองรับการอัพเกรดระบบ GPU Turbo ภายในปลายปี 2018
  • Battery : 7,500 mAh รองรับ Quick Charge at 9V/2A ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type C

 HUAWEI MediaPad M5 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ 10.8″ หน้าจอใหญ่เต็มตาในขนาดแท็บเล็ต น้ำหนักเพียง 498 กรัม

เพิ่มจินตนาการได้แบบไร้ขีด ด้วยการบันทึก หรือสเก็ตภาพด้วย HUAWEI M-PEN รองรับแรงกดได้ 4096 ระดับ

สามารถใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่น หรือ ศิลปินระดับท็อป ๆ ก็สามารถสร้างจินตนาการกันได้ กับเจ้า ปากกา HUAWEI M-PEN

ไม่ว่าจะเป็นการสเก็ตภาพหรือ วาดขึ้นมาใหม่ ก็สามารถทำได้โดยง่ายเช่นกัน

และอีกทั้งยังสามารถพิมพ์งานได้ โดยการต่อ M5 Folio Keyboard ทำให้พิมพ์ถนัดมือมากขึ้น

  

HUAWEI MediaPad M5 Pro ราคา 18,990 บาท พร้อมแถม M5 FOLIO KEYBOARD 3,990 บาท ฟรี!! เฉพาะพรีออร์เดอร์ในช่วง 10 – 19 สิงหาคมนี้ (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

HUAWEI MEDIAPAD M5 และ HUAWEI MEDIAPAD M5 Pro

ทั้ง 2 รุ่นนี้ จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2561 ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการมือถือ

เปิดราคา Sony Xperia XZ2 Premium ในไทย 27,990 บาท พร้อมขายปลายเดือนสิงหาคมนี้

Published

on

ในที่สุดโซนี่ไทยก็เปิดตัว Sony Xperia XZ2 Premium สมาร์ทโฟนตัวท็อปยิ่งกว่าท็อป พร้อมหน้าจอ 4K HDR และกล้องคู่ด้านหลังเป็นรุ่นแรกของ Sony โดยเปิดตัวที่ราคา 27,990 บาท เริ่มขายวันที่ 29 สิงหาคม 2561 นี้

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ภูมิใจนำเสนอสุดยอดสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปแห่งปี กับ “Xperia XZ2 Premium” ด้วยคุณสมบัติเซ็นเซอร์กล้องความไวแสงสูงสุดของโลกที่ ISO 12800 สำหรับการบันทึกวีดีโอ และ ISO 51200 สำหรับภาพนิ่ง ช่วยให้คุณเก็บภาพและถ่ายวีดีโอในที่แสงน้อยได้ยอดเยี่ยมเหมือนการใช้กล้องโปร พร้อมหน้าจอแสดงผลที่สว่างคมชัดในขณะบันทึกภาพ ซึ่งประสิทธิภาพขั้นสุดยอดนี้เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดกล้องคู่ Motion Eye™ Dual Camera การประมวลผลแบบรวมภาพเซ็นเซอร์ AUBE™ Fusion image signal processor ทำให้กล้อง สามารถจับภาพได้ละเอียด คมชัด และสว่างสดใสกว่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

Xperia XZ2 Premium ยังสามารถบันทึกและเล่นไฟล์วีดีโอระดับ 4K HDR ได้เหมือนกล้องโปร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Qualcomm® Snapdragon™ 845 การันตีความลื่นไหลในการทำงานทุกฟังก์ชั่น

มร. ซาโตชิ เมกาตะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายผลิตภัณฑ์โซนี่โมบายล์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพของ XZ2 Premium นี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายภาพและวีดีโอในทุกสภาวะตามแนวคิด ‘Camera to the Extreme’ ของเรา ซึ่งเราสามารถกล่าวได้ว่า Xperia XZ2 Premium คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องระบบ Motion Eye™ Dual Camera ที่ผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีหน่วยประมวลผลแบบรวมภาพ AUBE™ ซึ่งมอบประสิทธิภาพการบันทึกภาพระดับพรีเมียมที่คมชัดในทุกรายละเอียดอย่างไร้ที่ติ”

ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพ

XZ2 Premium เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องระบบ Motion Eye™ Dual Camera ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์ภาพขาว-ดำ และเซ็นเซอร์ภาพสี โดยหน่วยประมวลผล AUBE™ Fusion image signal processor จะทำหน้าที่รวมภาพของทั้งสองเซ็นเซอร์เข้าพร้อมกัน ทำให้สามารถบันทึกวีดีโอได้ด้วยความไวแสงสูงสุดที่ ISO12800 และถ่ายภาพนิ่งได้ที่ ISO51200 มอบภาพที่สวยงามคมชัดและมีจุดรบกวน (Noise) น้อยมาก ซึ่งในอดีต คุณภาพระดับนี้จะพบได้ในกล้องโปรที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้เท่านั้น

เทคโนโลยีกล้อง Motion Eye™ Dual Camera ยังทำให้คุณสามารถใส่เอฟเฟกต์เพิ่มความสวยงามได้ โดยเฉพาะ Bokeh เพื่อให้วัตถุในภาพคมชัดโดดเด่นละลายฉากหลัง หรือเลือกถ่ายภาพให้แลดูมีความคลาสสิกในรูปแบบโมโนโครมคุณภาพสูง ซึ่งมีการไล่ระดับความเข้มของเฉดสีขาว-ดำอย่างต่อเนื่อง ด้วยหน้าจอแสดงผลที่สว่างคมชัด ทำให้คุณสามารถเล็งถ่ายภาพได้อย่างแม่นยำไม่พลาดในทุกองค์ประกอบ

ไม่เพียงเท่านี้ Motion Eye™ Dual Camera ยังนำเสนอฟีเจอร์ระดับมืออาชีพมากมาย ทั้งการถ่ายวีดีโอ 4K HDR เพื่อให้คุณเก็บทุกรายละเอียดของเหตุการณ์พร้อมสีสันที่สวยงามสมจริง ทั้งยังสามารถถ่ายวีดีโอแบบซูเปอร์สโลวโมชั่น 960 เฟรมต่อวินาทีในความละเอียดระดับ HD หรือ Full HD เพื่อสร้างสรรค์มุมมองเชิงศิลปะในเหตุการณ์ให้แตกต่างจากที่ตาเห็นด้วยเซ็นเซอร์รับภาพประสิทธิภาพสูงของโซนี่ อีกทั้ง XZ2 Premium ยังมีกล้องหน้าชั้นเลิศความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์ไวแสงขนาด 1/3.06” และแฟลชให้คุณสนุกกับการเซลฟี่ในทุกสภาพแสงและสวยงามทุกช็อต

ดื่มด่ำอย่างเต็มอรรถรสกับจอแสดงผลระดับ 4K HDR

XZ2 Premium มอบจอแสดงผลที่ดีเยี่ยมที่สุดของตลาดสมาร์ทโฟนในเวลานี้ หน้าจอมีความละเอียด 4K HDR ขนาด 5.8 นิ้วรุ่นใหม่ ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น 11% และสว่างขึ้น 30% เมื่อเปรียบเทียบกับจอ 4K HDR รุ่นก่อน เพื่อให้คุณสามารถดื่มด่ำและเพลิดเพลินกับความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งภาพยนตร์หรือคอนเทนท์ ระดับ 4K HDR มอบความคมชัดและสีสันที่สวยล้ำเหนือจินตนาการ และสำหรับคอนเทนท์ที่มีความละเอียดไม่ถึงระดับ 4K HDR โซนี่ได้นำเทคโนโลยี X-Reality™ for mobile ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในโทรทัศน์ BRAVIA® TV มาปรับปรุงคุณภาพไฟล์วีดีโอหรือ Youtube ให้มีคุณภาพสวยงามใกล้เคียงกับไฟล์ High Dynamic Range (HDR) ทำให้คุณสามารถรับชมคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

นอกจากคุณภาพของภาพและเสียงที่สวยงามคุณภาพสูง คุณยังจะ รู้สึก สมจริงยิ่งกว่าเคยด้วยเทคโนโลยี Dynamic Vibration System รุ่นใหม่ ซึ่งจะทำการวิเคราะห์สัญญาณเสียงและสั่นที่ตัวเครื่อง ทำให้คุณสนุกไปกับภาพยนตร์ เกม หรือคลิปวีดีโอ ราวกับเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นจริงในมือคุณ พร้อมลำโพงสเตอริโอคู่หน้า S-Force Front Surround รองรับไฟล์ High-Resolution Audio มาพร้อมฟีเจอร์ DSEE HX มอบเสียงที่ทรงพลังให้คุณได้รับประสบการณ์ความกระหึ่มและมีมิติมากขึ้น รวมทั้งรองรับการเข้ารหัส LDAC

ดีไซน์ใหม่มีเอกลักษณ์

ดีไซน์หรูใหม่ล่าสุด วัสดุใช้เป็นกระจกแบบ 3D Glass ที่มีความโค้งรับกระชับกับมือและมีความทนทานยอดเยี่ยมด้วยการใช้กระจก Corning® Gorilla® Glass 5 ทั้งด้านหน้าและหลังผสมผสานกับโลหะอย่างลงตัว มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP65/IP68 นำเสนอสีดำเงางาม (Chrome Black) สะท้อนถึงความหรูหราร่วมสมัยในทุกมุมมอง

ประสิทธิภาพการทำงานขั้นสุดยอด

ด้วยขุมพลังซีพียูที่ดีที่สุดในปัจจุบันของ Qualcomm® Snapdragon™ 845 พร้อมชิปโมเดม X20 LTE มอบความเร็วขั้นสุดยอดในการเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่รวดเร็วดุจสายฟ้า (สูงสุด 1.2 Gbps) และทำงานด้วยโมเด็ม Gigabit LTE รุ่น 2 ซึ่งพัฒนาใหม่ มาพร้อมหน่วยความจำ (RAM) สูงถึง 6GB เพื่อให้คุณใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Xperia XZ2 Premium ให้คุณใช้งานเต็มวันด้วยแบตเตอรี่ขนาด 3540 mAh พร้อมโหมดควบคุมการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ Smart Stamina และ STAMINA รวมถึงเทคโนโลยีการถนอมแบตเตอรี่ในขณะชาร์จ Battery Care และ Qnovo Adaptive Charging ที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน QI (รุ่น WCH20) และเครื่องชาร์จรุ่นอื่น ๆ ที่รองรับมาตรฐาน Qi

กำหนดการวางจำหน่าย

 

Xperia XZ2 Premium จะเปิดจองตั้งแต่วันที่ 10 – 19 สิงหาคม 2561 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 29 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป ในราคา 27,990 บาท นำเสนอในโทนสีดำ (Chrome Black) เท่านั้น

  • ลูกค้าที่จองล่วงหน้าได้ที่ร้านโซนี่สโตร์ และ โซนี่สโตร์ออนไลน์ (https://store.sony.co.th)
  • 50 ท่านแรกที่โซนี่สโตร์ รับฟรี! ชุดหูฟังบลูธูท 2 สไตล์รุ่น 2-way Style USB Audio & Bluetooth® Headset (SBH90C) มูลค่า 5,990 บาท
  • หลังจาก 50 ท่านแรก รับฟรี ชุดหูฟังบลูธูทรุ่น SBH56 มูลค่า 2,990 บาท แก้ว Xperia Mug และกระเป๋า Xperia Bag

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ดันน์ฮัมบี้ ประเทศไทย เปิดตัว Sociomantic วิเคราะห์ผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดีย

Published

on

ปัจจุบันเทรนต่างๆ นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงความต้องการสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน วันนี้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค โดยใช้ระบบ Smart data หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ บิ๊กดาต้า และการวิเคราะห์จากผู้ซื้อจริง เพื่อให้เข้าใจเข้าใจผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน เพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนเรื่องการวางขายสินค้าและบริการ ช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภค การสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไปพร้อมกันทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

ดันน์ฮัมบี้ ประเทศไทย บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชั้นนำระดับโลก ฉลองการเดินทางครบรอบ 10 ปีแห่งความสำเร็จหลังได้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแบรนด์ในประเทศไทยให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแท้จริง โดยบริการของดันน์ฮัมบี้ ทำให้แบรนด์เข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ลึกซึ้งและรอบด้าน เพื่อให้แบรนด์ต่างๆ สามารถใช้ในการวางแผนการขาย

Sociomantic คือ

เป็นโซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ การกำหนดการเข้าถึงผ่านโปรแกรมการจัดการอัตโนมัติ ซึ่งเชื่อมต่อกับผู้บริโภคผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซด์ของแบรนด์ โดยจะวิเคราะห์จากการเข้าเว็บหรือค้นหาสินค้านั้นๆ ผ่านโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ ซึ่งจะทำงานรวมกับโซลูชั่น คอนเน็คมีเดีย ซึ่งสามารถวัดผลสื่อโฆษณาในร้านค้าปลีกได้อย่างแม่นยำ ผ่านเครื่องการวัดผลอย่าง การมองเห็น ต้นทุนต่อการแสดงผลพันครั้ง (CPM) รายละเอียดของลูกค้า (Shopper Profile) โดยมี sqx supply quality index ที่สามารถระบุความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้ว่า คนนี้มีพฤติกรรมในการใช้จ่ายอย่างไร สนใจสิ่งใด พูดง่ายๆ เลยก็คือ ระบบนี้จะดูว่าเราเรากำลังสนใจสิ่งใดอยู่และสภาพการณ์เงินของเราเป็นอย่างไรจากนั้นระบบนี้จะทำการย้ำความต้องการของเราโดยการให้เราเห็นโฆษณาของสิ่งที่เราสนใจบ่อยๆ เพื่อเพิ่มความต้องการซื้อของเราจนในที่สุดเราก็ตัดสินใจซื้อในที่สุด ช่างเป็นระบบที่ดีในด้านผู้ประกอบการอะไรเช่นนี้ แต่ในมุมมองของผู้บริโภคถือว่าโชลูชั่นนี้ร้ายไม่เอาเลยนะครับ

นายธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานกรรมการฝ่ายมีเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มของเรา ดันน์ฮัมบี้สามารถเข้าใจลูกค้าของแบรนด์นั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน ซึ่งเราทำให้แบรนด์สามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากกว่ามุมมองที่เคยเข้าใจ โดยการเจาะลึกพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนคติ ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ และด้วยความเข้าใจเชิงลึกและการประเมินผลโดยใช้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางนี้เอง เราจึงสามารถช่วยแบรนด์และผู้ค้าปลีกในการเลือกสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนได้อย่างครบวงจร ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าที่ดีให้กับผู้บริโภคชาวไทย”

 

Customer journey

“นอกจากนี้เส้นทางการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือ Customer Journey ไม่ได้เริ่มจากบ้านแล้วตรงมาซื้อที่จุดขายอีกต่อไป แต่มี Customer Journey และวิธีการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น และแต่ละคนมีวิธีการตัดสินใจซื้อสินค้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การที่เราเข้าใจความแตกต่างของกลุ่มลูกค้า โดยการสร้างกลยุทธ์ของการสื่อสารที่มีความเฉพาะเจาะจง เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสื่อสารกับลูกค้าในทุกช่องทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า” คุณธีรเดช กล่าวเสริม

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!