Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ไทยพาณิชย์เจ๋ง ใช้เทคโนโลยี Blockchain โอนเงินจากญี่ปุ่นถึงไทยใน 20 นาที!

เมื่อพูดถึงคำว่า Blockchain เรามักคิดถึง Bitcoin เงินดิจิทัลบันลือโลกกันใช่ไหมครับ แต่โดยพื้นฐานของเทคโนโลยี Blockchain นั้นสามารถเอาไปประยุกต์กับงานได้หลายอย่างที่ต้องการความปลอดภัย และการันตีความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ขอก้าวล้ำธนาคารอื่นๆ ในไทยด้วยการเปิดบริการโอนเงินจากญี่ปุ่นมาถึงไทยได้ภายใน 20 นาที จากเดิมที่ต้องรอกันข้ามวันกว่ายอดเงินจะขึ้น!

เมื่อพูดถึงคำว่า Blockchain เรามักคิดถึง Bitcoin เงินดิจิทัลบันลือโลกกันใช่ไหมครับ แต่โดยพื้นฐานของเทคโนโลยี Blockchain นั้นสามารถเอาไปประยุกต์กับงานได้หลายอย่างที่ต้องการความรวดเร็วปลอดภัย และการันตีความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ขอก้าวล้ำธนาคารอื่นๆ ในไทยด้วยการเปิดบริการโอนเงินจากญี่ปุ่นมาถึงไทยได้ภายใน 20 นาที จากเดิมที่ต้องรอกันข้ามวันกว่ายอดเงินจะขึ้น!

SCB ทำได้ยังไง

ความสำเร็จนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ที่มองเห็นโอกาสของเทคโนโลยี Blockchain ว่าสามารถนำมาปรับปรุงการให้บริการทางการเงินให้ดีขึ้น เร็วขึ้นได้ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว Digital Ventures บริษัทลูกของ SCB ที่เน้นเรื่องนวัตกรรมจึงไปร่วมลงทุนในบริษัท Ripple ผู้นำเทคโนโลยี Blockchain ของโลก และพัฒนาบริการร่วมกันกับ SBI Remit จากประเทศญี่ปุ่น จนเปิด SCB Ripple Blockchain International Money Transfer ให้บริการในวันนี้

ตู้ SBI Remit (ภาพจาก japantoday.com)

มองในมุมผู้ใช้บริการ เราไม่ต้องรู้ก็ได้ว่าการโอนเงินแบบนี้มีเทคโนโลยี Blockchain อยู่เบื้องหลัง สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำคือเดินไปที่ตู้ ATM ของ Japan Post ซึ่งเป็น partner กับ SBI Remit ที่มีกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ก็จะสามารถโอนเงินมาถึงธนาคารไทยพาณิชย์ในไทยภายในเวลา 20 นาที จากเดิมที่ใช้เวลาโอนเป็นวันๆ กว่าที่เงินจะเดินทางมาถึงไทย ซึ่งบริการนี้จะโอนจากสกุลเงินเยน (JPY) เป็นเงินบาทไทย (THB) ได้ทันที

ในช่วงแรกของการให้บริการนี้จะยังโอนเงินจากญี่ปุ่นเข้าสู่ประเทศไทยได้เท่านั้น ยังไม่สามารถโอนเงินด่วนลักษณะนี้จากไทยไปญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นๆ ได้ ทาง SCB ก็เชื่อว่าจะทำให้คนไทยกว่า 40,000 คนที่อยู่ในญี่ปุ่นสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งแต่ละปีมีการโอนเงินจากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทยมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ดร. อารักษ์ สุธีวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Strategy Officer ธนาคารไทยพาณิชย์

ไทยพาณิชย์นับเป็นธนาคารแรกๆ ที่นำเทคโนโลยี Blockchain เข้าทดสอบใน Regulatory Sandbox (การเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน) และได้รับการอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้นำบริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน เทคโนโลยี Blockchain มาให้บริการเชิงพาณิชย์ โดยธนาคารมีแผนที่จะขยายการให้บริการโอนเงินข้ามประเทศผ่าน Blockchain ครอบคลุมประเทศต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคในอนาคต อาทิ ทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิกดร. อารักษ์ สุธีวงศ์
รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Strategy Officer ธนาคารไทยพาณิชย์

รู้จัก Ripple และเทคโนโลยี Blockchain

Ripple เป็นบริษัทผู้นำด้าน Blockchain ก่อตั้งเมื่อปี 2012 ในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัล Ripple (XRP) ที่เป็นสกุลเงินดิจิทัลใหญ่อันดับ 3 ของโลกรองจาก Bitcoin และ Ethereum และอีกบทบาทที่สำคัญคือเป็นผู้สร้าง Ripple Transaction Protocol (RTXP) ระบบรับส่งเงินบนเทคโนโลยี Blockchain โดยเป้าหมายคือสร้างแพลทฟอร์มกลางสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างธนาคาร

ข้อดีของเทคโนโลยี Blockchain ที่กระจายฐานข้อมูลธุรกรรมให้สมาชิกในเครือข่ายแบบไม่มีศูนย์กลาง เพื่อช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของรายการที่ผ่านเข้ามาและบันทึกต่อกันเป็นสายโซ่อ้างอิงย้อนกลับไปได้ตลอด ทำให้ Blockchain ได้รับความเชื่อถือสูงจนใช้กับการเงินการธนาคารได้

ปัจจุบัน Ripple ทำงานร่วมกับธนาคารมากมายทั่วโลก อย่างธนาคารไทยพาณิชย์, Standard Chartered, Westpac, CBW Bank และมีผู้ลงทุนเป็นบริษัทระดับโลกอย่าง SBI Group, Accenture, Google Ventures, Seagate จึงเป็นอีกเทคโนโลยีและบริษัทที่น่าจับตา

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!