Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

พานาโซนิคเปิดตัวโชว์รูมด้าน “โฮม แอนด์ คอมเมอเชียล โซลูชั่น” ขึ้นครั้งแรกในไทย!!

Published

on

กลุ่มบริษัทพานาโซนิค ในประเทศไทย ผนึกกำลังทำตลาดแบบ B2B เจาะกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) และกลุ่มองค์กร เปิด “พานาโซนิค สมาร์ท โซลูชั่น เซ็นเตอร์ (Panasonic Smart Solution Center)” โชว์รูมด้าน Home & Commercial Solution ของพานาโซนิคแห่งแรกในไทย จัดแสดง สาธิตผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีแห่งอนาคตของทุกบริษัทในเครือไว้ในหนึ่งเดียว ครบทุกโซลูชั่นของการใช้ชีวิตยุคใหม่ เผยเป็น 1 ใน 4 ประเทศที่พานาโซนิคเปิดโชว์รูมเพิ่ม รองรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าเป็นพื้นที่อำนวยความสะดวกด้านงานขายให้คู่ค้าทางธุรกิจ

มร. ฮิเดคาสึ อิโตะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาคอาเซียน พานาโซนิคจึงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ และบริการในระดับมาตรฐานโลกสู่ผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นเป้าหมายหนึ่งที่สำคัญ โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย ได้เริ่มรุกเข้าถึงกลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ด้วยการจัดแสดงโซลูชั่นและผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Home & Living ภายใน งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 35 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจและได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวนมาก

Panasonic Smart Solution Center แห่งนี้ ถือเป็นโชว์รูมด้าน Home & Commercial Solution ของพานาโซนิคแห่งแรกในไทย  และ เป็นโชว์รูม 1 ใน 4 ประเทศ ที่สร้างขึ้นเพิ่มเติม ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และไทย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกเหนือจากโชว์รูมที่มีอยู่ในกรุงโตเกียวและโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น  โดยแต่ละโชว์รูมจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับตลาดและความต้องการของแต่ละประเทศ  สำหรับประเทศไทยนั้น ตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือตลาดที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมีเนียม  รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าองค์กร หรือกลุ่มสำนักงานต่างๆ ภายในโชว์รูมจึงมีการจำลองโซลูชั่นต่างๆ เข้ามาเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย ภายใน Panasonic Smart Solution Center มีพื้นที่ทั้งสิ้น 844 ตรม. (แบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าขนาด 352 ตรม. พื้นที่เอนกประสงค์ขนาด 396 ตรม. และห้องประชุม/อบรมขนาด 96 ตรม.) โดยมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นต่างๆ ไว้ถึง 6 โซน ได้แก่

  1. Extreme Visual Space จัดแสดงนวัตกรรมในการแสดงภาพ โดยการใช้เครื่องโปรเจคเตอร์ พร้อมเลนส์ฉายภาพระยะสั้นทำเป็นภาพ Panorama 180 องศา ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ได้แก่ เครื่องเลเซอร์โปรเจ็คเตอร์ PT-RZ770BA ที่มีความสว่าง 7,000 ลูเมนต์ อายุการใช้งานยาวนานถึง 20,000 ชม. และ ET-DLE030 เลนส์ระบบการฉายที่สั้นที่สุดของ Panasonic ช่วยลดอุปสรรคด้านพื้นที่ในการฉายภาพ
  2. Smart & Healthy Living เป็นโซนที่รวมสินค้าพานาโซนิคที่มีความ Smart & Healthy ไว้ด้วยกัน จัดแสดงสินค้าเพื่อดูแลและสร้างความสะดวกสบาย ปลอดภัย ให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยโซลูชั่นต่างๆ ที่พานาโซนิคได้รวบรวมไว้เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ อาทิ เครื่องปรับสภาพอากาศขนาดใหญ่ ระบบ ERV และเครื่องปรับอากาศ Sky Series ดีไซน์เรียบหรู ที่มาพร้อมดีไซน์ Sky Stream ระบบกระจายความเย็น Radiant Cooling ลมเย็นกระจายทั่วห้อง และ Aero Series ที่มีระบบกระจายลมเย็นโดยไม่สัมผัสตัวโดยตรง พร้อมเทคโนโลยี nanoe-G ช่วยขจัดฝุ่นละออง สิ่งเจือปนในอากาศ ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียและไวรัส ทั้งยังประหยัดพลังงาน เย็นเร็วขึ้นถึง 15%รวมไปถึง Smart Home Solution ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำอัจฉริยะ ที่มีทั้งระบบโถสุขภัณฑ์และห้องอาบน้ำที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสะบายลดปัญหาการใช้งานทั้งเด็กและผู้สูงอายุได้
  3. Modernized Office จัดแสดงประสิทธิภาพของการเชื่อมต่อทุกการสื่อสารเข้าด้วยกัน เพื่อความสะดวกสบาย และตอบโจทย์การทำงานในออฟฟิศอย่างมืออาชีพ โดยดึงเอาเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการฝังหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่บนโต๊ะเพื่อที่ทุกคนในห้องประชุมสามารถแชร์ไอเดียลงบนจอทัชสกรีนได้ทันที รวมไปถึง การประสานการทำงานร่วมกันระหว่าง PBX เชื่อมต่อผ่าน HDVC ที่จะช่วยลดทอนอุปสรรคต่างๆ ระหว่างการประชุมแบบ Conference ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร ไม่เว้นแม้แต่อยู่นอกพื้นที่การประชุมก็สามารถทำการ Conference เชื่อมต่อกับ Smart Phone ได้
  4. Advanced Retail เป็นการรวมเอาเทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการแสดงสินค้าในส่วนร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัย มารวมเข้ากับระบบรักษาความปลอดภัยในรูปแบบครบวงจรที่ทำได้มากกว่าแค่การรักษาความปลอดภัย เพราะด้วยการออกแบบโซลูชั่นเพื่อการเฝ้าระวัง ดูแลป้องกันเหตุร้าย และยังมีระบบตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งระบบการวิเคราะห์ภาพ โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ได้แก่ Space Player เทคโนโลยีสำคัญในการทำ Mapping ที่จะทำให้การใช้พื้นที่ในการแสดงสินค้านั้นมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ทั้งยังมี Link Ray เทคโนโลยีการใช้แสงเป็นตัวแสดงคอนเท้นท์ผ่านแอพพลิเคชั่นจากสมาร์ทโฟน และ Tolso Lighting เทคโนโลยีที่จะทำให้สินค้าบนชั้นโชว์แสดงสีสันสดใสมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รวมไปถึง Panasonic OLED TV ทีวีรุ่นใหม่ที่เป็นที่สุดของคุณภาพทางด้านภาพที่แท้จริงจากมุมมองของผู้สร้างภาพยนตร์
  5. Future Lifestyle เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่จัดไว้เพื่อรองรับการนำเสนอ แสดงสินค้าและเทคโนโลยีในอนาคตได้อย่างมืออาชีพ
  6. Safety Town เป็นโซนที่จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร โดยโซลูชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานรูปแบบสาธารณะ ทั้งกล้องวงจรปิดและการเชื่อมต่อ Public Wi-Fi รวมไปถึงการนำเอาพลังงานโซลาร์เซลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พานาโซนิค สมาร์ท โซลูชั่น เซ็นเตอร์ (Panasonic Smart Solution Center) ตั้งอยู่ที่ 75 ถ.เสรีไทย แขวง/เขต คันนายาว กทม. 10230   สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร หรือคู่ค้าต่างๆ ที่สนใจสามารถทำการติดต่อนัดหมายเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อเข้าชมได้ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.15 -17.30 น. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2731 – 8888 ต่อ 688, 699

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวจอ OLED ยักษ์ 77 นิ้ว พร้อมขายในราคาครึ่งล้าน!

Published

on

สมาชิกแบไต๋คงจำ Sony Bravia A1 ทีวี OLED รุ่นท็อปที่เราเคยรีวิวกันไปได้นะครับ ตอนนี้โซนี่เปิดตัว Bravia A1 ในขนาดใหม่ใหญ่ที่สุด 77 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่รักจอใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชม Home Theater

ที่ผ่านมาแนวโน้มตลาดในกลุ่มจอใหญ่นั้นเติบโตมากมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่ม 55 นิ้วขึ้นไปนั้นเติบโตมาก ซึ่งสวนทางกับกลุ่มจอขนาด 44 นิ้วลงไปที่เติบโตลดลง นอกจากนี้ตลาดทีวี OLED แม้จะยังมีมูลค่าตลาดไม่สูงนัก แต่ก็เดิบโตมากขึ้นตลอด ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 283 ล้านบาทแล้ว ในปี 2017 โตขึ้นกว่า 2016 ถึง 66% โซนี่จึงเปิดตัว Bravia 77A1 เพื่อตอบโจทย์ตลาดนี้

การเติบโตของตลาดทีวีจอใหญ่

Sony Bravia 77A1 นั้นนำเอาจุดเด่นของรุ่น A1 มาครบถ้วน ทั้งหน้าจอแบบ OLED ที่แต่ละพิกเซลแสดงสีสันได้อย่างอิสระ สามารถปิดพิกเซลเพื่อแสดงสีดำสนิทได้ พร้อมชิป Sony 4K HDR X1 Extream ช่วยประมวลผลภาพให้การไล่เฉดสีนุ่มนวล เคลื่อนไหวได้ไม่สะดุด พร้อมระบบเสียง Acoustic Surface ที่เปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นลำโพงโดยไม่ต้องมีดอกลำโพงด้านหน้าทีวี เสียงที่ออกจาก Bravia A1 จึงเหมือนกับออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงในภาพโดยตรง

Sony Bravia A1 ขนาด 55, 77 และ 65 นิ้ว

Sony Bravia KD-77A1 เปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคมในราคา 499,990 บาท และวางขนาดจริงในช่วงเดือนมีนาคม 2561 โดยผู้สั่งจองล่วงหน้าสามารถเลือกรับของแถมได้ 1 ใน 4 ชุดนี้คือ

  1. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และเครื่อง PlayStation 4 Pro รวมมูลค่า 32,870 บาท
  2. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และกล้อง Sony a6000 รวมมูลค่า 40,980 บาท
  3. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และสมาร์ทโฟน Sony Xperia XZ Premium รวมมูลค่า 38,980 บาท
  4. ทีวี Sony Bravia KD-55X8000E มูลค่า 34,990 บาท

ซ้ายภาพจาก Sony Bravia A1 ขนาด 75 นิ้ว ส่วนขวาเป็นภาพจาก Sony Projector 4K แน่นอนโปรเจกเตอร์ภาพสู้ทีวี OLED ไม่ได้ แต่เด่นที่สามารถขยายจอได้เป็น 100 นิ้ว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Hitachi Social Innovation Forum มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลและ IoT

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด และบริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัดจัดการประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทยโดยนำเสนอและจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น ระบบรถไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิวางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการOne Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีและศักยภาพด้านการพัฒนาล่าสุด การประชุมครั้งนี้จะเป็นเครื่องเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของฮิตาชิในการมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ฮิตาชิ จัดงาน Hitachi Social Innovation Forum ประจำปี 61 ครั้งที่ 2 ในไทย

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (TSE: 6501, “Hitachi”) และ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัด จะจัด การประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ วันที่ 23 กุมภาพันธ์

ในการประชุมนี้ จะมีการนำเสนอและการจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก การประชุมที่จะใช้ระยะเวลาหนึ่งวันนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

นายยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับ ฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น

  • ระบบรถไฟฟ้า
  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน

ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการ ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิ วางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้ เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของการประชุมครั้งนี้ บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลของประเทศไทย ด้วยการทำข้อตกลงกับ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)  ในปี 2560 ในการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอล รวมทั้งเทคโนโลยี IoT และความพร้อมในด้านการพัฒนาเชิงนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนา โครงการ EEC และประเทศไทย

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับ โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!