Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

บอกลาปัญหาแบตเตอรี่ของคุณไปเลยกับ Nokia 2 มือถือแบต(โคตร)อึด 4100 mAh !!

Published

on

HMD Global เจ้าของสิทธิ์การจัดจำหน่ายมือถือแบรนด์ Nokia อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว เปิดตัวมือถือ Nokia 2 รุ่นล่าสุดต่อจาก Nokia 3 , 5 , 7 ซึ่งรุ่นนี้จะมาพร้อม CPU Qualcomm Snapdragon หน้าจอขนาด 5 นิ้ว และ Pure Android พร้อมแบตเตอรี่สุดถึก 4100 mAh ใช้งานได้ 2 วันเต็ม ในราคาเบา ๆ

ผมก็ขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ได้สนับสนุนพวกเรามาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างจำเป็นที่ต้องใช้โทรศัพท์ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน หากแบตเตอรี่หมดลง เสมือนการจบสิ้นของทุกการสื่อสารในวันนั้น ในฐานะที่เราเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์ เราคิดว่าผู้บริโภคควรใช้ประสิทธิภาพจากสมาร์ทโฟนของคุณให้มากกว่านี้ จึงเป็นเหตุผลให้เราสร้างสรรค์สมาร์ทโฟนที่สามารถใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ในขณะที่อุปกรณ์อื่น ๆ ต้องชาร์จซ้ำ หรือหยุดทำงานทันทีมร. ซานดีฟ กุพทา ผู้บริหารทั่วไปประจำภูมิภาค HMD Global

สเปคของ Nokia 2

  • CPU: Qualcomm Snapdragon 212
  • สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้งานในทุกรูปแบบ ขึ้นรูปด้วยอลูมิเนียมบล็อคเดียวทั้งชิ้น หน้าจอขนาด 5 นิ้วแบบ LTPS LCD HD 720P จอสว่างสู้แสงแดดได้ ใช้กระจก Corining Gorilla Glass ในราคาที่เป็นเจ้าของได้
  • อิสระที่ทำให้คุณทำอะไรตามใจ ไม่เพียงแค่แบตเตอรี่ขนาด 4100 mAh เท่านั้น แต่หน้าจอยังใช้พลังงานน้อย ทำให้เราสามารถใช้งานได้ถึง 2 วันเต็ม
  • กล้องหลังความละเอียด 8 ล้าน และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
  • ใส่ได้ 2 Sim + 1 microSD แยก ตัวเครื่องเชื่อมต่อ LTE 4G ได้ทึ่ความเร็วสูงสุด 150 Mbps / 50 Mbps รองรับ VoLTE, Video Calling, VoWiFi
  • OS: Android Nougat
  • Ram: 1GB DDR 3
  • Rom: 8 GB e-MMC (สามารถใส่ MicroSD ได้สูงสุด 128 GB)
  • ขนาด 143.5 x 71.3 x 9.30 มิลลิเมตร (บางมากเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ 4100 mAh)

ภาพตัวเครื่องทุกมุม

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคาที่ค่อนข้างโดนใจ เพียง 3,490 บาท มาพร้อม 3 สีคือ สีเงิน/ดำ (Pewter/Black) สีเงิน-ขาว (Pewter/White) และ สีทองแดง – ดำ (Copper/Black) เลือกได้ตามใจคุณ

ความเห็นของแบไต๋

เรียกได้ว่า Nokia 2 สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานระดับ Operation ที่ค่อนข้างตรงตัว เพราะมือถือระบบ Pure Android จะช่วยให้มือถือนั้นไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องหน่วงหรือค้างเท่าไหร่ และที่สำคัญรองรับการอัปเกรดจาก Android Nougat ให้อีกด้วย สุดท้ายคือเรื่องของราคาที่น่าจะโดนใจผู้มองหามือถือเครื่องที่ 2 ที่เน้นการใช้งาน ไม่เน้นการถ่ายภาพ / เล่นเกมหนัก ๆ เพราะราคาเพียง 3,490 บาท ดังนั้นมือถือ Nokia 2 ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้เลย

แต่จุดสังเกตคือ เครื่องจะค่อนข้างหน่วงมากถ้าคุณเคยใช้มือถือเรือธงมาก่อน ให้ทำใจเอาไว้เลยว่ามันจะไม่ตอบสนองทันทีในการกด ต้องเผื่อเวลาให้มันโหลดเล็กน้อย (ก็ค่อนข้างสมราคาอยู่)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

ราคาไทย iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR อย่างเป็นทางการ เริ่ม 29,900 จบที่ 57,900 บาท

Published

on

หลังจากให้อดทนรอกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุดราคาไทยของ iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR ในไทยก็ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเว็บ apple.com ในวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งข่าวดีคือราคา iPhone XR ประกาศออกมาด้วย ก็น่าจะหมายความว่าไอโฟนตัวราคาแพงน้อยหน่อยก็จะขายพร้อม iPhone XS รุ่นพี่ด้วยเลย และจะเปิดให้จองล่วงหน้าในวันที่ 19 ตุลาคม 2561 นี้ ซึ่งวันนั้นเราคงได้รู้ราคาโปรโมชั่นจากค่ายมือถือต่างๆ อีกที

ราคา iPhone XS ในประเทศไทย

  • iPhone XS 64 GB – 39,900 บาท
  • iPhone XS 256 GB – 45,900 บาท
  • iPhone XS 512 GB – 53,900 บาท

ซึ่งราคานี้ถูกกว่าราคาของ iPhone X ที่เปิดตัวปีที่แล้วอยู่ 600 บาทครับ โดยปีที่แล้ว iPhone X 64 GB ขายในไทยที่ราคา 40,500 บาท และ iPhone X 256 GB ขายที่ 46,500 บาท #กราบแอปเปิ้ล!

ราคา iPhone XS Max ในประเทศไทย

  • iPhone XS Max 64 GB – 43,900 บาท
  • iPhone XS Max 256 GB – 49,900 บาท
  • iPhone XS Max 512 GB – 57,900 บาท

ราคาของรุ่น Max นั้นแพงกว่ารุ่น XS ธรรมดาอยู่ 4,000 บาทครับ ซึ่งความสามารถของ iPhone XS และ iPhone XS Max นั้นแตกต่างกันแค่ขนาดจอ ระหว่าง 5.8 นิ้วกับ 6.5 นิ้ว รักจอใหญ่ก็ต้องจ่ายแพงหน่อยนะ

ราคา iPhone XR ในประเทศไทย

  • iPhone XR 64 GB – 29,900 บาท
  • iPhone XR 128 GB – 31,900 บาท
  • iPhone XR 256 GB – 35,900 บาท

ราคาของ iPhone XR นั้นถูกกว่า iPhone XS ถึง 10,000 บาท เมื่อเทียบความจุเท่ากัน ซึ่งเราเคยวิเคราะห์ไปแล้วว่าทำไม iPhone XR ถึงจะเป็นรุ่นที่ขายดีสุดๆ (ดูคลิปด้านล่างได้เลย) แม้ว่าเราจะไม่ได้ 2 กล้อง และไม่ได้จอ OLED แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่ามากๆ แถมขายพร้อมๆ กับ iPhone XS ในไทยเลย ก็ทำให้มันน่าสนใจมาก

ซึ่งวันที่ iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR จะขายอย่างเป็นทางการในไทยก็น่าจะเป็นวันที่ 26 ตุลาคมครับ ใกล้ถึงเวลาแล้วนะสาวกแอปเปิ้ล

อ้างอิง: Apple

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

iPhone XS และ iPhone XR อาจได้ฤกษ์วางจำหน่ายในไทย 26 ตุลาคมนี้!

Published

on

ช่วงนี้ราคา iPhone XS และ iPhone XS Max เครื่องหิ้วเริ่มตกลงมาบ้างแล้วหลังจากมีรายงานว่าประเทศไทยจะได้ฤกษ์วางจำหน่าย iPhone รุ่นใหม่เร็วๆ นี้

ทีมงานได้ข้อมูลมาว่า Apple ประเทศไทยอาจวางจำหน่าย iPhone XS และ iPhone XS Max ภายในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดยตัวแทนจำหน่ายจะเริ่มให้จองเครื่องในวันที่ 19 ตุลาคม หรือ 1 สัปดาห์ก่อนกำหนดการขายจริง และสำหรับใครที่กำลังรอ iPhone XR ขอแสดงความยินดีเพราะอาจได้ขายในวันเดียวกันนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นนี้ยังไม่ได้ยืนยันโดย Apple (เอ้า แน่นอน) หากมีความคืบหน้าหรือประกาศอย่างเป็นทางการทีมงานจะรีบแจ้งให้ทราบทันทีครับ

อัปเดต: มีรายงานว่า Apple Watch Series 4 จะได้ขายในไทยเช่นเดียวกัน แต่ช้าหน่อยเป็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

Epson จับมือ Major Cineplex นำ Projector เสริมความสนุกให้กับ Blu-O

Published

on

Major เผยความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง Epson ผู้นำด้านเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ ด้วยการนำเอาโปรเจคเตอร์เข้ามาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงที่ Blu-O สยามพารากอน โดยครอบคลุมทั้งระบบ Mapping บนลาน Bowling และบนกำแพงในรูปแบบ ป้ายโฆษณาดิจิตอล ซึ่งถือได้ว่าเป็นลานโบว์ลิ่งที่แรกในประเทศไทยที่มีระบบนี้
 

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอปสัน ประเทศไทย รู้สึก ยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์เอนเตอร์เทนเมนท์ ครบวงจรที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ทั้งยังมีความโดดเด่นในเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องและนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจอยู่เสมอ ลูกค้าจึงได้รับประสบการณ์ใหม่ ตลอดเวลา เช่นเดียวกับเอปสันที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้อยู่ในระดับสูง สามารถช่วยยกระดับธุรกิจ ลูกค้าได้เสมอ การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้เอปสันได้นำนวัตกรรมทั้งโปรเจคเตอร์และอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ เข้าไปสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจต่างๆ ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป”

“โปรเจคแรกที่เอปสันจะเริ่มดำเนินการ คือการติดตั้งโปรเจคเตอร์โซลูชั่นที่บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล (Blu-O Rhythm & Bowl) สาขาศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยจะครอบคลุมการทำ Mapping Wall บริเวณแคทวอล์คทางเข้าสร้างความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้านด้วยเทคนิค 3D Mapping ถัดมาคือป้ายโฆษณาดิจิทัล บริเวณ Digital Marking Unit เพื่อเป็นช่องทางโฆษณาสินค้าและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของบลูโอ อีกทั้งยังทำโซนแสดงสินค้าใหม่ที่นำเสนอข้อมูลสินค้าในรูป­­­­­­­­แบบกราฟฟิคเคลื่อนไหว ผ่านเทคนิค Mapping ด้วยเลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene นอกจากนี้ เอปสันยังได้ทำ Motion Bowling Lanes หรือเลนโบว์ลิ่งแบบอินเตอร์แอคทีฟขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อสาธิตเทคนิค Interactive Mapping จากโปรเจคเตอร์เอปสันที่จะฉายเอฟเฟคลงบนเลนทันทีที่ลูกโบว์ลิ่งกระทบกับพื้นไปจนถึงช่องตั้งพิน ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันความสนุกสนานให้กับลูกค้าเวลาโยนโบว์ลิ่ง และยังได้สาธิตการใช้เลเซอร์ โปรเจคเตอร์รุ่นโฮมยูสกับระบบโฮมเธียเตอร์ในห้องคาราโอเกะของบลูโอ”

“การได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความสำเร็จของเอปสัน เพราะ ปัจจุบัน โปรเจคเตอร์ 3LCD ความสว่างสูงและเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของบริษัทฯ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในวงการอีเว้นท์ออร์แกไนเซอร์และธุรกิจบันเทิง เพราะมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ทั้งในเรื่องของ คุณภาพของภาพฉายที่สวยคมชัดสมจริง ความทนทานที่สามารถใช้งานติดต่อกันได้เป็นเวลานาน โดยที่คุณภาพ ของภาพไม่ตกลงและไม่มีปัญหาจุกจิก ไปจนถึงความยืดหยุ่นในการติดตั้งเครื่องแบบ 360 องศา และคุณสมบัติ พิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Edge Blending หรือการฉายภาพบนฉากโค้งหรือเข้ามุม เป็นต้น” นายยรรยง กล่าว

นางชัญญ์ญาณ์ ธำรงวินิจฉัย ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจพันธมิตร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)กล่าว “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจโรงภาพยนตร์ ธุรกิจโบว์ลิ่ง คาราโอเกะ และลานสเก็ตน้ำแข็งจากการเติบโตของธุรกิจในระยะเวลาที่ผ่านมาเสริมสร้างให้เมเจอร์ฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์เอนเตอร์เทนเมนท์ครบวงจรในประเทศไทย อีกทั้งในปัจจุบันเมเจอร์ฯ ได้ก้าวสู่ยุคเมเจอร์ 5.0 ซึ่งได้นำสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งการให้บริการที่เป็นเลิศมาสร้างประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับ และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทั้งยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Application Major Movie Plus ที่ไม่เพียงแต่ให้ผู้บริโภคเช็ครอบหนังและโปรโมชั่นต่างๆ แต่ยังซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่านสมาร์ทโฟน โดยเพียงนำ QR CODE ที่ได้มาสแกนที่เครื่อง Smart Ticket แล้วเดินเข้าโรงภาพยนตร์ได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาต่อยอดธุรกิจโรงภาพยนตร์สู่ธุรกิจเกมส์ โดยเปิดให้บริการ IMAX VR แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เป็นครั้งแรกที่คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ Virtual Reality ในโลกเสมือนจริง และล่าสุดได้เปิดตัวโรงภาพยนตร์ Esports แห่งแรกในโลกที่เอส พลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา ซึ่งสามารถจัดฉายภาพยนตร์ และจัดกิจกรรมด้านอีสปอร์ตได้ ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าเมเจอร์ฯ มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ครั้งนี้จึงได้ เกิดความร่วมมือกับเอปสันขึ้นกับบลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล สาขาพารากอน ซีนีเพล็กซ์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนท์ในประเทศไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจเมื่อมาใช้บริการที่เมเจอร์ฯ และอยากกลับมาใช้บริการอีกอย่างต่อเนื่อง”

ในโอกาสนี้ เอปสันยังได้เปิดตัว LightScene เลเซอร์โปรเจคเตอร์รูปแบบสปอตไลท์ ในชื่อ EV-100 Series ซึ่งเน้น การสร้างไฮไลท์และการพรีเซนต์ข้อมูลเฉพาะจุด ด้วยความสว่าง 2,000 ลูเมนส์ และความละเอียดของภาพแบบ WXGA เลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งสูง สามารถปรับองศาในการติดตั้งได้อย่าง อิสระ และไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยการสั่งงานผ่านสมาร์ทดีไวซ์ด้วยแอพพลิเคชั่น Epson iProjection

นายยรรยง กล่าวว่า “LightScene จะช่วยเปลี่ยนรูปแบบการจัดแสดงสินค้าหรือบริการ ณ จุดขาย ในร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม พิพิธภัณฑ์ หรือในงานแสดงสินค้าและงานนิทรรศการต่างๆ และช่วยสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่ ให้ธุรกิจบันเทิง ด้วยคุณสมบัติพิเศษมากมาย ทั้งการทำ Mapping ภาพบนพื้นผิวต่างๆ การฉายภาพพาโนรามา หรือการต่อภาพขนาดใหญ่ด้วยการเชื่อมต่อภาพจาก LightScene หลายเครื่อง นอกจากนี้ ในงานอีเว้นท์ที่ต้องการ บรรยากาศสบายๆ หรือต้องการซ่อนเครื่องโปรเจคเตอร์ เพื่อลดความเป็นทางการลง LightScene จะสามารถตอบ โจทย์ได้ดี เพราะมีรูปลักษณ์แบบสปอตไลท์เข้ากับสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในงานได้ดีกว่า สามารถโชว์ตัว เครื่องเหมือนเป็นอุปกรณ์ตกแต่งงาน”

นอกจากนี้ เอปสันยังได้ขยายไลน์สินค้า 3LCD เลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นความสว่างระดับกลาง ตั้งแต่ 5,000 – 6,000 ลูเมนท์ พร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น EB-L510U ความละเอียด WUXGA 5,000 ลูเมนท์ รุ่น EB-L610W ความละเอียด WXGA 6,000 ลูเมนท์ และรุ่น EB-L610U ความละเอียด WUXGA 6,000 ลูเมนท์ ซึ่งทั้ง 3 รุ่น มีบอดี้ที่เล็กน้ำหนัก เบากว่าเครื่องของแบรนด์อื่นในตลาด แต่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายเทียบเท่าเครื่องรุ่นความสว่างสูง อาทิ สามารถ ติดตั้งได้แบบ 360 องศา รวมถึงคุณสมบัติ Quick Corner และ Arc Correction ที่จะช่วยปรับภาพฉายให้ลงตัว ตามสัดส่วนของฉากรับภาพได้อย่างแม่นยำ จุดเด่นอีกประการคือ ระดับ Contrast Ratio สูงถึง 2,500,000:1 จึงให้ ภาพที่มีความลึกและรายละเอียดภาพได้อย่างชัดเจน รวมถึงแสดงภาพแบบ 3 มิติได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อแบบ HDBaseT ที่ใช้สาย LAN ในการช่วยส่งสัญญาณภาพ

“หลังจากที่เอปสันเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ รุ่นความสว่างสูงไปเมื่อปีที่แล้ว ในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มไลน์อัพในรุ่นความสว่างระดับกลางเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจบันเทิงและสถาบันศึกษา รวมถึงองค์กรธุรกิจขนาดกลางและ ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันหันมาให้ความสนใจเลเซอร์โปรเจคเตอร์มากขึ้น โดยเอปสันจะชูจุดเด่นในเรื่องความทนทานและ คุณภาพสูง อีกทั้งเอปสันยังเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกค้า ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานนานถึง 20,000 ชั่วโมง หรือ 3 ปี ครอบคลุมชิ้นส่วนแหล่งกำเนิดแสง (Laser Light Source) ซึ่งลูกค้าจะพบกับความคุ้มค่าสูงสุดอย่าง แน่นอนเมื่อลงทุนกับโปรเจคเตอร์ของเอปสัน” นายยรรยง กล่าว

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!