Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

แบไต๋เจาะเครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคาในงาน Power Mall Electronica ที่ The Mall 4 มุมเมือง

Published

on

ช่วงปลายปีแบบนี้ห้าง The Mall 4 มุมเมืองจัดงาน Power Mall Electronica ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 ม.ค. 61 ที่ The Mall บางกะปิ, งามวงศ์วาน, บางแค และท่าพระ MCC Hall / Grand Hall บางกะปิ และบางแค ใครสะดวกสาขาไหนไปจัดกันได้! เว็บแบไต๋จึงขอถือโอกาสนี้แนะนำสินค้าที่น่าสนใจในงานวันนี้กัน

*ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้นะครับ ลองถามจากหน้างานกันอีกที

สรุปโปรกลางของงานนี้กันก่อน

  • สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าลดสูงสุด 40 %,
  • รับฟรีคูปองส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท รับคืนรวมสูงสุด 40 % จากสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ
  • พร้อมผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือนทุกชิ้นทั้งงาน ลดเพิ่มสูงสุด 20%
  • ช้อป 500 บาท รับเลย 500 บาท
  • สมาชิก M Card รับส่วนลดเพิ่ม 15 % เมื่อใช้คะแนนแลกแต่ไม่เกินยอดซื้อ
  • สำหรับสมาชิกบัตรไทยไลฟ์การ์ดและลูกค้าอีซูซุรับฟรีคูปองส่วนลดแทนเงินสด

บูธแรกที่เราแวะเวียนมาคือ Samsung

แน่นอนแหละว่ากลุ่มท็อปคือ Samsung QLED UHD TV ทีวีที่ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot ซึ่งตอนนี้มีซัมซุงเจ้าเดียวที่ทำขาย ก็ให้สีสดที่สุดในบรรดาเทคโนโลยีทีวีตอนนี้แล้ว รุ่นที่น่าสนใจงานในงาน Power Mall Electronica คือ Samsung QA-65Q8 จอ QLED 4K แบบโค้งขนาด 65 นิ้ว ลดราคาจาก 169,990 เหลือ 129,990 บาท

กองทัพทีวีซัมซุงลดราคาพิเศษในงาน Power Mall Electronica

แต่ถ้าใครมั่นใจว่าเราไม่ซื้อทีวีราคาแสนขึ้นแน่ๆ ซัมซุงก็ยังมีทางเลือกที่สบายกระเป๋ากว่ามากมาย ซึ่งตัวที่น่าสนใจลดเยอะๆ ในงาน Power Mall Electronica มี 3 รุ่น ขนาดจอ 55 นิ้วและเป็น Smart TV ทั้งหมดคือ

  • รุ่นเริ่มต้น สเปกจอเบสิกหน่อยก็ UA-55MU6100 ลดราคาจาก 32,990 เหลือ 21,997 บาท
  • รุ่นกลาง จอโค้ง UA-55MU6300 ลดจาก 38,490 เหลือ 25,790 บาท
  • รุ่นสูงหน่อย UA-55MU6400 ลดจาก 43,990 เหลือ 24,997 บาท (ราคาถูกกว่ารุ่นกลางจอโค้งอีกนะ แนะนำรุ่นนี้!)

เดินต่อมาที่ LG

LG Signature OLED TV 65W7T

ที่เห็นเด่นเป็นสง่าเลยคือ LG Signature OLED TV 65W7T จอ OLED ขนาด 65 นิ้วที่บางเป็นกระดาษ! พร้อมสเปกจอขั้นสูงสุด รองรับทั้ง Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atmos ดูรีวิวโดยหนุ่ย พงศ์สุขด้านล่างนี้เลย

ราคาพรีเมี่ยมหน่อยที่ 299,990 บาท แต่แถมจอ OLED TV ขนาด 55 นิ้วอีกตัวนะ LG 55C7T เอาไปดู 2 จอให้สะใจกันไปเลย

LG OLED TV 55C7T

ไหนๆ ดูราคาของ LG OLED TV 55C7T หน่อย ปกติขาย 99,990 เหลือ 69,990 บาทเท่านั้น จอ OLED 55 นิ้วเหลือไม่ถึงเจ็ดหมื่น มันก็โอนะ
ส่วนรุ่น 65C7T ขนาด 65 นิ้ว จาก 179,990 เหลือ 99,990 บาท ลดไป 8 หมื่น!

LG TWINWash

เลี้ยวมาเครื่องซักผ้าบ้าง LG TwinWash เครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้า 2 โหลดได้พร้อมกัน ก็มาออกงาน Power Mall Electronica เช่นกัน ลดราคาไปเป็นหมื่นเหมือนกัน (อ่านรีวิว LG TwinWash จากแบไต๋ได้เลย)

แต่ถ้าใครอยากดูเครื่องซักผ้าราคาย่อมๆ หน่อย LG ก็มีเครื่องฝาหน้าที่ที่ซักได้ และอบผ้าได้ในเครื่องเดียวขายในงานราวๆ 3 หมื่นด้วย อันนี้ดีงามกับชีวิตจริง ถึงฝนตกก็ไม่ต้องหวั่นว่าผ้าจะไม่แห้ง

LG Instaview Door-in-Door

LG InstaView Door-in-Door ตู้เย็นประตูซ้อนก็มาออกงานนี้ สามารถเปิดของที่ใช้บ่อยจากตู้เย็นด้วยประตูเล็ก ทำให้ไม่ต้องเปิดประตูใหญ่ให้เสียความเย็น เคาะๆ เพื่อเปิดไฟดูของในตู้โดยไม่ต้องเปิดตู้ก็ได้ แถมยังกดน้ำ กดน้ำแข็งจากหน้าตู้ได้เลย ดูรีวิวจากหนุ่ย-พงศ์สุขได้เช่นกัน

ลดราคาจาก 79,900 เหลือ 69,590 บาทเท่านั้น

โปรโมชั่นคูปองเงินสดในงาน

มาดูโปรโมชั่นกลางในงาน Power Mall Electronica แปร๊บ

สะสมยอดซื้อในงาน Power Mall Electronica แลกรับคูปองเงินสดได้สูงสุด 20,000 บาท สะสมยอดเงินจากสินค้าได้ทุกชิ้น ยกเว้นสินค้าที่ราคาลงท้ายด้วยเลข 7 นะครับ เพราะราคาเลข 7 คือลดมาสุดๆ จนไม่มีโปรโมชั่นอะไรแล้ว

นอกจากนี้ยังมีโปรผ่อน 0% 10 เดือนทุกชิ้นในงาน (แล้วแต่บัตรเครดิตที่ใช้ด้วยนะ) และสามารถใช้แต้มจาก M Card เท่าราคาซื้อเพื่อรับส่วนลดเพิ่มอีก 15%

ชุดเครื่องเสียงในงานก็ลดราคา

ชุดเครื่องเสียง Sound Bar จากยี่ห้อชั้นนำก็มีให้เลือกซื้อในงาน Power Mall Electronica มาทั้ง JBL, Harman/Kardon, Onkyo, Pioneer, Kawai, Casio

ตัวที่น่าสนใจเช่น JBL Cinema SB400 ลำโพง Sound Bar ลดราคาจาก 29,900 เหลือ 17,907 บาท ราคาดีเลยสำหรับเครื่องเสียงที่เชื่อได้ว่าเสียงจะสดใส กังวาลจากแบรนด์ JBL

Sony จัดใหญ่ นำเครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคาเพียบ

Sony Bravia A1 OLED TV

ดูค่ายใหญ่อย่าง Sony กันบ้าง แน่นอนว่า Sony Bravia OLED TV A1 ทีวีรุ่นท็อปก็ต้องเอามาโชว์ แน่นอนว่าใช้จอ OLED ก็ต้องให้ภาพสีดำแบบมืดสนิทไม่มีแสงออกมาเลยเพราะเป็นการปิดพิกเซลของจอ แต่ที่ A1 ล้ำกว่านั้นคือระบบเสียงครับ มันเป็นจอที่ไม่มีรูลำโพงอยู่ด้านหน้าเลย เพราะมันใช้ทั้งจอเป็นแผนลำโพง ด้วยการสั่นสะเทือนจากหลังจอ มันจึงเป็นหนึ่งในทีวีที่ล้ำที่สุดตอนนี้ ดูรีวิวจากคุณหนุ่ยกันได้เลย

แต่ที่ตื่นเต้นว่าหน้าจอคือราคาครับ คือในงาน Power Mall Electronica รุ่น 55 นิ้วมันลดจาก 119,990 เหลือ 86,090 บาทแล้ว! ลดเหลือไม่ถึงแสนแล้ว! เรามีโอกาสเป็นเจ้าของทีวีรุ่นท็อปใช้ Android TV แล้ว! ส่วนรุ่น 65 นิ้วก็ลดราคาจาก 229,990 เหลือ 141,690 บาทด้วยนะ

Sony Bravia 65x9000e

แต่ถ้าอยากได้ทีวีจอใหญ่ แต่ราคาโหดร้ายน้อยกว่านี้อีกหน่อย Sony ก็ลดโหดรุ่น 65x9000e เป็นจอ LED รุ่นเกือบท็อปแล้วแหละ ขนาด 65 นิ้ว ใช้ Android TV เหมือนกัน ก็ลดราคาจาก 91,990 เหลือ 58,090 บาท ถือว่าราคาดีมากนะสำหรับจอระดับ 65 นิ้ว

หรือรุ่นยอดนิยมอย่าง 55x8000e ขนาด 55 นิ้ว ใช้ Android TV เหมือนกัน ก็ลดจาก 39,490 เหลือ 28,990 บาท ก็เป็นระดับราคาที่น่าสนใจสำหรับจอ 4K ครับ ซื้อช่วงนี้ลงทะเบียนรับประกันเพิ่มเป็น 2 ปีด้วย

Sony Bluetooth Speaker XB90 / XB60

เว็บแบไต๋อยู่ในวงการ Gadget มาตั้งนานยังไม่รู้ว่า Sony มีลำโพง Bluetooth แบบนี้ด้วย ยิ่งใหญ่อลังการดั่งลำโพงงานวัด แต่ดีไซน์ดูดีกว่าเยอะะ ใครที่มีพื้นที่หน่อย หรือจัดปาร์ตี้บ่อยๆ ควรไปสัมผัสลูบคลำ ลองฟังเสียงลำโพง XB90 กับ XB60 ดูครับ อาจจะซื้อกลับบ้านกันไปเปิดเพลงให้บ้านแตก!

ความรู้เกี่ยวกับเครื่องทำกาแฟ Nespresso

Nespresso Pixie

คอกาแฟก็มางานนี้ได้ครับ Nespresso ก็มาออกบูธเหมือนกัน ราคาเครื่องอาจจะไม่ได้ลดเยอะเพราะเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม เน้นกลุ่มเสพกาแฟอย่างละเมียด

เราต้องแยกกันระหว่าง Nespresso กับ Dolce Gusto นะครับ ถึงมันจะใช้กาแฟแคปซูลเหมือนกัน แต่รสชาติต่างกันเลย Nespresso จะจริงจังเรื่องกาแฟมากกว่า เน้นทำกาแฟ Espresso ร้อนเป็นหลักเลย จะทำอย่างอื่นก็ต้องไปเติมนม เติมน้ำตาลเอาเอง แคปซูลก็มีให้เลือกตามแหล่งปลูกกาแฟหรือชนิด Blend มันจึงให้รสชาติแบบกาแฟสด

ส่วน Dolce Gusto จะแยกคร่าวๆ ว่ากาแฟทำ Espresso (ไม่ได้แยกแหล่งปลูก) หรือทำ Capuchino หรือทำชาเขียว ซึ่งจะมีแคปซูลนมมาให้ด้วย อารมณ์จึงเหมือนกาแฟสำเร็จรูปครับ ไม่เข้มข้นเท่า Nespresso

ราคาเครื่อง Nespresso นั้นเริ่มต้นที่รุ่น Essenza Mini ครับ เครื่องเล็ก กินพื้นที่น้อย ราคา 5,500 บาท ส่วนตัวที่ถ่ายรูปมานี้คือรุ่น Pixie ที่เคสเป็นโลหะสวยๆ ขายในงานราคา 8,700 บาท ลดแล้วจาก 9,500 บาท ซึ่ง Nespresso ทุกรุ่นจะแถมกาแฟให้ทดลองรสชาติ 14 ถ้วยครับ แล้วหลายรุ่นที่ขายในงาน Power Mall Electronica ก็จะแถม Club Credit เพื่อใช้แทนเงินซื้อกาแฟหรืออุปกรณ์เสริมได้ครับ

Dyson Supersonic

Dyson Supersonic! ไดร์เป่าผมที่ดีไซน์แปลกแหวกแนวที่สุดแห่งยุคก็มาครับ งาน Power Mall Electronica สินค้า Dyson ทุกรุ่นลดราคาเริ่มต้นที่ 5% เครื่องดูดฝุ่น ไดร์เป่าผม พัดลมไร้ใบ ลดหมด! แต่บางรุ่นก็จะมีพิเศษหน่อย อย่างไดร์ Supersonic ลด 5% และแถมกระเป๋า ดูหนุ่ย พงศ์สุขสาธิต Dyson Supersonic กันได้

Dyson V8 เครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวท็อปลด 10% (อ่านรีวิว Dyson V8 จากเว็บแบไต๋) แล้วถ้าซื้อรวมๆ กันเกิน 40,000 ก็จะได้ส่วนลดพิเศษ 10% ครับ (สินค้า Dyson ซื้อให้เกิน 40,000 ไม่ยากหรอกครับ)

เครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Panasonic

ดู Panasonic กันบ้างครับ ลดราคาสินค้าเยอะแยะ เราเน้นที่กลุ่มทีวีแล้วกันเนอะ เอาตัวลดเยอะๆ รุ่นกลางค่อนสูงกันก่อน ทีวี 65EX600T ขนาด 65 นิ้ว ลดราคาจาก 83,990 เหลือ 63,990 บาท ก็เป็นทีวีจอใหญ่ที่ราคาน่าสนใจอีกรุ่นนะครับ

Panasonic EZ1000 OLED TV

โดดไปดูทีวีรุ่นท็อปกันบ้าง Panasonic EZ1000 จอ OLED ขนาด 65 นิ้ว ที่เป็นหนึ่งในสุดยอด Gadget แห่งปีจากเว็บแบไต๋ (ดู 5 สุดยอด Gadget แห่งปี 2017 ได้ที่นี่) เพราะเป็นจอที่ให้สีสันได้สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างที่ผู้กำกับหนังต้องการ พร้อมลำโพง Soundbar ตัวเฉียบ ดูหนุ่ย พงศ์สุข รีวิว Panasonic EZ1000 กันเลย

ก็ลดราคาในงาน Power Mall Electronica จาก 299,990 เหลือ 249,990 บาท ก็เป็นราคาที่สะท้านใจน้อยลงไปเยอะเหมือนกันนะ

Panasonic EX750 LED TV

เอารุ่นรองท็อปบ้าง Panasonic EX750 ขนาด 58 นิ้ว ทีวีที่สามารถปรับความสูงของขาตั้งได้ ทำให้วางได้โดยไม่ต้องใช้โต๊ะตั้งทีวี เป็นไม่กี่รุ่นในไทยที่มีขาตั้งยืดหยุ่นได้ขนาดนี้นะ แน่นอนว่าสายรีวิวทีวีอย่างคุณพงศ์สุขก็รีวิวรุ่นนี้ไว้ให้แล้ว

งานนี้ลดเยอะ จากราคา 63,990 เหลือ 44,990 บาท ถือเป็นทีวีที่มีเอกลักษณ์น่าเป็นเจ้าของ

สินค้า Apple ลดล้างสต็อก

สินค้าแอปเปิ้ลลดไหม ลดครับ เยอะด้วยโดยเฉพาะสินค้าใน Gen ก่อนหน้า ไม่ใช่รุ่นปัจจุบันที่เพิ่งออก ลองดูราคากันเป็นตัวอย่างได้ แต่ถ้าแวะมางานจริงอาจจะลองถามสอบราคาใหม่นะครับ สินค้าจะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ

ของ Sale แบบล้างสต็อกก็มีในงานนี้เรื่อยๆ นะครับ อย่างชุดเครื่องเสียง Mini Compo ของ Pioneer สวยๆ ใช้แต่งบ้านได้ก็ลดเหลือ 3,897 บาทเอง (ข้างๆ กันนั้นก็มีเครื่องฟอกอากาศลดราคาอยู่ด้วย ลองหาโซนแบบนี้ดูนะครับ)

แม้ว่าแอดจะเหนื่อยมากแล้วกับการเดินงาน Power Mall Electronica ที่ The Mall บางกะปิ แต่ยังครับ งานยังไม่หมดแค่ MCC Hall ชั้น 4 และโซน Power Mall ที่ชั้น 3 แต่ยังมีลานกิจกรรมชั้นล่างที่เป็นพวกสมาร์ทโฟนและกล้องดิจิทัลด้วย ตามมา ตามมาดู

ดูราคาสมาร์ทโฟนในงาน Power Mall Electronica

Sony Xperia

มา มาดูสมาร์ทโฟนโซนี่กัน เอารุ่นที่น่าสนใจเลยนะ

และสมาร์ทโฟน Sony ยังมีส่วนลด ontop ให้อีก 5% ด้วยนะครับ ก็ลองสอบถามที่หน้างานได้

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟน Samsung ก็ต้องมา งานนี้ได้ของแถมหลายอย่าง ทั้งกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้ หรือ Samsung Dex สำหรับต่อสมาร์ทโฟนออกจอแล้วใช้เหมือนคอมพิวเตอร์ (ในรุ่นที่รองรับ)

ตัวที่น่าสนใจในงานคือ Samsung Galaxy Note FE (คือ Note 7 ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว) ลดราคาจาก 20,900 เหลือ 18,900 บาท ก็เป็นราคาที่ดีมากๆ สำหรับใครที่มองหาสมาร์ทโฟนสเปกแรง พร้อมปากกานะคับ ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ จากซัมซุงก็ลดราคาในงาน Power Mall Electronica แต่ต้องลองสอบถามราคากันดูจ้า

เดินดูกล้องในงาน Power Mall Electronica

Canon EOS M10

ใครที่มองหากล้อง ก็ดูในงานนี้ได้เช่นกัน อย่างบูธ Canon ก็ขนกล้องมาหลายรุ่น เอากล้องรุ่นน้องเล็กก่อน Canon M10 พร้อมเลนส์ 15-45 mm จาก 17,210 เหลือ 14,990 บาท แถมตุ๊กตาปิกาจู แถมสายคล้องคออย่างดี
ส่วนกล้องรุ่นน้องตัวใหม่อย่าง Canon M100 ก็วางราคาไว้ 22,990 บาทครับ แต่ก็เห็นบางช่วงมีส่วนลดเหมือนกันนะ

Sony a6500

กล้องจาก Sony ก็ลดราคา ตัวที่ลดราคาน่าสนใจสุดน่าจะเป็น Sony a6500 กล้องตัวท็อปในกลุ่ม APS-C ที่ขายตัวกล้องอย่างเดียวไม่รวมเลนส์ที่ 48,990 บาท ลดราคาจาก 51,990 บาท

ส่องของล้างสต็อก

ปิดท้ายงานเท่าที่แบไต๋จะสำรวจได้ด้วยโซนลดล้างสต็อกครับ! ขายแบบราคาถูกมาก แล้วก็มีไม่เยอะ

MacBook Pro With Touchbar

Macbook Pro รุ่นปีที่แล้วก็ลดราคาจนอยากซื้อเหลือเกิน คืออะไร รุ่นพร้อม Touch bar ลดราคาเหลือไม่ถึง 50,000 สเปกมันก็โอเค ใช้งานได้เหลือๆ นะ

สุดท้ายอย่าลืมมาเดินงาน Power Mall Electronica ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 ม.ค. 61 ที่ The Mall บางกะปิ, งามวงศ์วาน, บางแค และท่าพระ นะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว YouTube Pop-Up Space ครั้งที่ 3 ณ ช่างชุ่ย ช่วยผลักดัน Content Creator เติบโตอย่างต่อเนื่อง

Published

on

YouTube ประเทศไทย เปิดตัว YouTube Pop-Up Space ครั้งที่ 3 ที่โครงการช่างชุ่ย วันที่ 12 – 17 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตวีดิโอ สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับครีเอเตอร์ท่านอื่น รวมไปถึงการจับมือ Partner Program กับ YouTube เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับ YouTube Channel ที่มีศักยภาพ

YouTube เผยข้อมูลว่า ทุกวันนี้มีคน login เพื่อเข้ามารับชมมากกว่า 1000 ล้านคน และใช้เวลามากกว่า 1,000 ล้านชั่วโมงต่อวันในการดู ประเทศไทยเป็นประเทศที่ติด 1 ใน 10 ผู้รับชมคอนเทนต์มากที่สุดในโลก และการเติบโตของประเทศไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งขอบคุณเหล่า Content Creator ที่คอยสร้าง Content ดี ๆ ออกมาอย่างมากมายให้เหล่าผู้ชมได้รับชมกัน

นอกจากนี้การเติบโตของเหล่า Content Creator ในไทยมีการเติบโตที่รวดเร็วมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Content Creator ระดับ Silver Button ที่เติบโตกลายเป็น 1,700 Channel จาก 1,200 Channel เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วน Gold Button เติบโตกลายเป็น 150 Channel จากเดิม 100 Channel ช่วงต้นเดือนมีนาคม และมี Diamond Button 5 Channel ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 3 ใน APAC

YouTube ก็ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อตอบรับเหล่า Content Creator ที่ได้รับ Silver Button ขึ้นไปทุกปี ทั้ง YouTube FanFest และ กิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายมาโดยตลอด ซึ่งเกิดจากกิจกรรมที่ทาง YouTube ได้นำเข้ามานั้นก็ตั้งใจทำให้ Community เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

YouTube Space คืออะไร?

YouTube Space คือสถานที่ที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เหล่า YouTube Content Creator เข้ามาใช้งาน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 10 ประเทศด้วยกัน โดยการมาของ YouTube Pop-Up Space นั้นคือการนำเอาความเป็น YouTube Space กระจายไปสู่ประเทศอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันได้เดินทางไปทั่วโลกและเกิดขึ้นแล้วกว่า 55 ครั้งและกว่า 21 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในปี 2016 ที่ YouTube Pop-Up Space เข้ามา ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่จัดขึ้นในประเทศไทย โดยจัดที่ช่างชุย เพื่อดึงเอาความคิดสร้างสรรค์ของเหล่า Content Creator ออกมาได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

ภาพบรรยากาศใน YouTube Pop-Up Space

ผู้ที่เข้ามา YouTube Pop-up Space นั้นจะมอบทั้งประสบการณ์การเรียนรู้ การเชื่อมต่อพูดคุย และเข้ามาสร้างสรรค์ผลงาน Original ของเราขึ้นมาผ่าน Pop-Up Space

อีก 1 โปรแกรมที่กำลังจะจัดขึ้นนั่นคือ YouTube Next Up ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยการนำคนที่มีศักยภาพสูง เข้ามาอยู่ในแคมป์ 5 วัน เพื่อพบกับเหล่าทีมงาน YouTube เพื่อฝึกฝนการสร้างคอนเทนต์ และรับแรงบรรดาลใจจากรุ่นพี่ผู้สร้างคอนเทนต์ และรับเงินสนับสนุนในการสร้างมูลค่ากว่า 62,000 บาท และทุกคนจะได้รับสิทธิ์ในโครงการ Partner Manager อีกด้วยโดยได้รับการคัดเลือกมาแล้วทั้งสิ้น 12 ช่องจากผู้สมัครกว่า 500 ช่อง

สำหรับใครสนใจก็สามารถติดตามข่าวสารผ่าน Hashtag #YouTubeSpaceBKK และ #YTNextUp ได้เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ขายแล้วจ้าา iPad Pro (2018) เริ่มขายในไทยแล้ว เลือกรับผ่าน Apple Store ก็ได้

Published

on

คล้อยหลังจากวันวางขายทั่วโลก (7 พ.ย.) ไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ หน้าเว็บ Apple ของไทยก็เปิดให้สั่งจอง iPad Pro รุ่นปี 2018 เรียบร้อย ซึ่งไฮไลท์ของการวางขายครั้งนี้คือผู้ซื้อสามารถเข้าไปรับเครื่องด้วยตัวเองที่ Apple Store สาขา Icon Siam แห่งใหม่ของเราได้ด้วย

ซึ่งถ้ากดสั่งซื้อในวันนี้ หน้าเว็บแอปเปิ้ลระบุว่าจะได้รับสินค้าในวันพฤหัสที่ 15 พ.ย. 2561 ส่วนถ้ารับที่หน้าร้าน Apple Store จะเข้าไปรับได้ในวันศุกร์ที่ 16 พ.ย. 2561 ซึ่งสอดคล้องกับร้าน iStudio ทั่วไปที่ยังไม่มี iPad Pro รุ่นใหม่วางจำหน่ายในตอนนี้ ก็คาดว่าจะเริ่มวางขายหน้าร้านในวันที่ 16 พ.ย. นี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม iPad Pro 2018 ในชุดแรกนี้ยังขายเฉพาะรุ่น Wifi เท่านั้นนะครับ ส่วนรุ่น 4G นั้นก็ต้องรอไปก่อนตามธรรมเนียม ซึ่งราคา iPad Pro ในรุ่น 11 นิ้วนั้นเริ่มที่ 28,900 บาท ส่วน iPad Pro 12.9 นิ้วเริ่มต้นที่ 35,900 บาทครับ ส่วนอุปกรณ์เสริมคือ Apple Pencil Gen 2 ราคา 4,490 บาท และคีย์บอร์ด Smart Keyboard Folio ราคา 6,490 บาท ยังไม่มีกำหนดวางขายตอนนี้ครับ ก็ต้องรอกันไปก่อน

ส่วน Macbook Air รุ่นใหม่ก็ประกาศวางขายในไทยแล้วเช่นกัน ซึ่งก็น่าจะวางหน้าร้านในช่วงเดียวกับ iPad Pro เลย แล้วติดตามรีวิวจากแบไต๋ได้เร็วๆ นี้เลย

อ้างอิง: หน้าสั่งซื้อ iPad Pro ของ Apple

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์ เปิดราคาไทยพร้อม Gadget จัดเต็ม #ของมันต้องมี

Published

on

มาแล้วกับมือถือสำหรับเกมเมอร์จัดเต็มอีก 1 ตัวจาก ROG หรือ Republic of Gamer ที่นอกจากจะจัดเต็มด้านสเปคแล้ว เรื่องของดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับใครที่เป็นแฟนแบรนด์นี้ก็จะเข้าใจดีว่า ROG เข้าใจถึงเกมเมอร์อย่างแท้จริง จึงได้จัด ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริงที่มาพร้อมคอนเซปต์ Game Changer จัดหนักทั้งสเปค รูปลักษณ์ดีไซน์ และ Software ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

ASUS เผยว่าปัจจุบันตลาด Gaming Smartphone เติบโตสูงขึ้นมาก มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาททั้งการซื้อของในเกม หรือเครื่องมือถือที่เล่นเกม ซึ่ง ROG หรือ Republic of Gamer ก็เข้าใจตลาดเกมมิ่งว่า กำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งประเทศไทยปัจจุบันติด 1 ใน 20 ของตลาดเกมในระดับโลก ทำให้แบรนด์ใหญ่ ๆ เข้ามาทำตลาดในไทยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ROG มี vision ว่า เราต้องเป็นที่สุดของประสิทธิภาพ และเป็นที่สุดของนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยสินค้าต่าง ๆ ที่ ROG สร้างขึ้นมา ก็มาจากประสบการณ์จากนักกีฬาและนักเล่นเกมมืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการสนับสนุน eSports ระดับโลก ซึ่งนอกจากนี้เรายังเข้าไปฟังข้อเสนอแนะ ติ-ชม ข้อมูลทั้งหมด แล้วเอามาปรับปรุงและสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดีที่สุด

ซึ่ง ROG นั้นมีผลการันตีว่า แบรนด์ ROG ถือว่าเป็นแบรนด์ Gaming อันดับ 1 ของโลกโดยนักเล่นเกมทั่วโลกและแน่นอนว่า ROG Phone ก็เป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ที่ ASUS ตั้งใจเสนอออกมาเพื่อเกมเมอร์สายมือถือแบบจัดเต็ม และ ROG Phone นี้ยังเป็น Gaming Smartphone ที่มาพร้อมกับการการันตีด้วย Best Beartai Awards 2018 อีกด้วย

เผยความรู้สึกหลังสัมผัสของ Dew Black Glove Gamer

จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ล้ำยุคที่ตอบโจทย์สายเกมเมอร์ในเวลานี้ ด้วยCPU Qualcomm Snapdragon 845 พร้อมกับระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ บนหน้าจอ AMOLED กว้าง 6นิ้ว ทำให้รู้สึกว่าการรันเกมที่ระดับ 90 fps ได้ลื่นไม่สะดุด

ระบบ AirTriggers ที่ขอบข้าง เสมือนมีปุ่ม L/R บนจอยเกมคอนโซล ให้ความรู้สึกที่แปลกเนื่องจากเคยชินกับการกดสัมผัสปุ่มธรรมดาที่มีจังหวะเด้งคืนกลับ แต่ระบบนี้ก็ตอบสนองต่อความไวแบบกดปุ่มเกมคอนโซลเหมือนกัน ต่างกันแค่คือการสัมผัส

มีระบบรองรับฟังก์ชั่นสายเกมมากมาย Game center ที่เปิดสถานะต่างๆ ของ CPU และมีระบบ X mode ที่เปิดประสิทธิภาพขณะเล่นเกมให้สูงขึ้น
Game Genie คำสั่งที่เปิดรองรับมากมายเช่นการเซตหน้าจอการเล่นทั้งการเซตปุ่มมาโคร lock mode ล็อคหน้าจอเกมเพี่อป้องกันเผลอไปโดนปุ่มโฮมแล้วเด้งกลับหน้าจอหลัก การแสดงผลแบตเตอรี่ของเครื่องมือถือระหว่างเล่นที่ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดเมื่อไหร่

จากที่ได้ทดสอบมาทั้งเกม Free fire หรือ Ragnarok online M ถือว่าการควบคุมลื่นไหลดี แทบไม่มีสะดุด แม้ว่าบางครั้งจะยุ่งยากในการเซตปุ่มมาโครต่างๆ รายละเอียดหลีกย่อย แต่ก็ถือว่ารองรับตัวช่วยให้กับคอเกมเมอร์ได้ดี

สเปคของ ROG Phone

  • CPU Snapdragon 845 ที่มาพร้อมกับความเร็ว 2.96 GHz (Overclock ขึ้นมาจากเดิม 160 MHz) มาพร้อม Android Oreo 8.1
  • หน้าจอขนาด 6 นิ้ว สเกล 18:9 โค้ง 2.5D ใช้ Coring Gorilla Glass 6 ความละเอียดแบบ FullHD 2160×1080 เป็นจอแบบ AMOLED ที่มาพร้อมกับ Responsive เร็วมากเพียง 1ms และ Refresh Rate สูงถึง 90 Hz และความสว่าง 550 nits ก็เรียกว่าเล่นเกมกลางแจ้งได้เลย
  • Ram 8 GB DDR4X และ Rom UFS2.1 128 GB สูงสุด 512 GB พร้อม Google Drive ให้ไปเลย 100 GB ฟรี ๆ 1 ปีเต็ม
  • กล้องหลังใช้เลนส์ของ Sony Flagship IMX363 ความละเอียด 12 ล้าน F1.7 และเลนส์คู่กว้าง 120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้าน F2.0
  • ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุด 4K 60 fps บนกล้องหลัง และความละเอียด 1080P 60fps บนกล้องหน้า
  • ลำโพง DTS:X Ultra 1.0 แบบ 7.1 Channel จัดเต็มเรื่องเสียงเบส
  • ช่องเสียบซิมการ์ด 2 ใบแบบ Nano Sim 4G Standby ได้ 2 sim พร้อมกัน
  • กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP 68
  • รองรับ NFC
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh
  • น้ำหนักเครื่อง 2 ขีด

เรื่องการระบายความร้อนและระบบชาร์จไฟ

ออกแบบชุดระบายความร้อนใหม่ 3 ชั้น เพื่อนำความร้อนจากภายในสู่ภายนอกได้ดีที่สุด รวมไปถึงการออกแบบในด้าน Port สายชาร์จก็จะมีทั้งด้านท้ายและด้านข้าง เพื่อให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมได้อย่างสะดวก ไม่เกะกะมือ แถมยังได้ปรับเปลี่ยนโดยการนำเอา IC Charger จะฝังในตัว Adapter แทนที่จะเป็นโทรศัพท์ ทำให้การชาร์จไฟไป เล่นไปได้ โดยที่เครื่องไม่ร้อนอย่างแน่นอน” และนอกจากนี้มีระบบ Direct Charger และ Quick Charge 4.0 รวมไปถึงการชาร์จแบบ Wireless ก็สามารถทำได้

เรื่องหน้าจอ

หน้าจอสี DPI-P3 ที่แสดงผลได้สูงถึง 108% พร้อม Contrast 100,000:1 และหน้าจอแบบ HDR Display ที่แยก Chipset ออกมาเลย ทำให้หน้าจอมีความชัดเจนมากแม้จะอยู่ในที่มืดหรือสว่าง รวมไปถึงจอ 90 Hz และการตอบสนอง 1 ms

ในด้านการควบคุมก็เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นเกมแบบใหม่จาก 2 นิ้ว กลายเป็น 4 นิ้วด้วย AirTrigger ที่เป็น sensor ฝังไว้ที่มุมบนเครื่อง เป็นการจำลองปุ่มขึ้นมา และมีการสั่นเตือน ซึ่งจะมีเฉพาะบน ROG Phone เท่านั้น

ด้าน Software

และในด้าน Software ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทั้งการตั้ง X Mode ที่จะปรับ overclock cpu ให้ รวมไปถึง Game Profile ที่เราสามารถเลือกปรับได้ตามความต้องการ ระบบการรับสายเวลาเล่นเกมที่จะแสดงขึ้นมาเป็นหน้าจอเล็ก ๆ สามารถเลือกได้ว่าจะวางสาย จะรับสาย หรือจะเปิด Speaker พร้อมระบบโชว์ Real-time information ได้ทันทีเวลาเล่นเกม สามารถ Set ปุ่ม Macro ได้ทันที พร้อมกด Playback สูงสุด 999 ครั้ง และยังสามารถ Set Keymapping ที่รองรับการใช้งาน Mouse Keyboard ได้ (กดปุ่ม f11 บน keyboard) รวมไปถึงหลาย ๆ เกมที่ Exclusive จะถูกตั้งค่ามาให้ทันทีอีกด้วย งานนี้ PUBG Mobile จะเดือดกว่าเดิมด้วยผู้เล่นสาย PC ที่เตรียมบุกมาลุยกันได้แบบจัดเต็ม

Accessories สำหรับ ROG Phone

นอกเหนือจากตัวเครื่องที่จัดเต็มแล้ว ROG Phone ยังมาพร้อม Accessories จัดเต็มสำหรับชาวเกมเมอร์ที่ทำให้คุณใช้งาน ROG Phone ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

Twinview Dock

อีก 1 Gadget สำหรับเกมเมอร์ที่ชอบจอเสริม มาพร้อมระบบลดความยุ่งยากในการติดตั้งการ Livestreaming รวมไปถึงสามารถใช้หน้าจอที่ 2 เป็นจอเสริมสำหรับเกมได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจอเสริมด้านล่างมีสเปคเดียวกันกับจอของ ROG Phone (แต่ไม่มี CPU) นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเสริม 4 ตัว แบตฯ จัดเต็ม 6000 mAh ระบบสั่น ระบบระบายความร้อน และปุ่มเสริมพิเศษ Dual Trigger อีกด้วย

Mobile Desktop Dock

ตัว Dock ที่จะทำให้มือถือ ROG Phone ของคุณกลายเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้เลย แถมมาพร้อมพอร์ตจัดเต็มแบบสุด ๆ ตามภาพ

Asus Professional Dock

เป็นตัว Dock ที่ย่อขนาดลงมาจาก Mobile Desktop Dock และ Port ที่น้อยลง แต่ยังคงจัดเต็มเรื่องการแสดงผลหน้าจอ รวมไปถึงการเชื่อมต่อเม้าส์กับคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดี

WiGig Display Dock

อีก 1 ตัวต่อแสดงผลที่เป็นแบบไร้สาย สามารถเชื่อมต่อด้วยความหน่วงที่ต่ำเพียง 20 ms ทำให้สาทารถเล่นเกมผ่านจอใหญ่ได้เลยโดยไม่ต้องต่อสาย และยังรองรับ GameVice จอยเกมต่อแยกสำหรับเล่นเกมอีกด้วย

ROG Phone Case

และ ROG Phone Case ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม จัดเต็มแบบสุด ๆ โดยแยกออกมาเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ทำให้เราสามารถถอดส่วนกลางเพื่อประกอบ Aero Active Cooler ได้อีกด้วย

รุ่น ราคา และวันวางจำหน่าย

ปิดท้ายด้วยการเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายของ ROG Phone จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในทุกช่องทาง 26 พฤศจิกายนนี้รวมไปถึง Accessories ทั้งหมดที่นี่เลย

ROG Phone Ram 8 GB Rom 128 GB

ROG Phone รุ่น Ram 8 GB Rom 128 GB มาพร้อมราคา 29,990 บาท วางจำหน่าย 23 พฤศจิกายนนี้ หรือจองผ่าน Shopee ได้แล้ววันนี้ 100 เครื่อง (มี Code Shopee ROG1000 ลดอีก 1,000 บาท)

ROG Phone Ram 8GB Rom 512 GB

ส่วน ROG Phone รุ่น 8 GB Rom 512 GB มาพร้อมราคา 34,990 บาท Exclusive ที่ Shopee เท่านั้น ได้รับ 500 Shopee Coin + Gamevice ไปเลยฟรี ๆสำหรับผู้สั่งจองภายใน 60 เครื่องแรกเท่านั้น

Gamevice และ Asus Professional

สำหรับ Accessories Gamevice และ Asus Professional Dock จะวางจำหน่าย 1 ธันวาคมนี้ในราคา 3,290 บาททั้ง 2 ตัว

Complete Accessory Set

และสุดท้ายคือ Fullset จัดเต็ม ทั้ง Accessories ทุกอย่างรวมกระเป๋า ราคา 32,990 บาท วางจำหน่ายเฉพาะ Shopee เท่านั้น (ไม่รวมมือถือ)

ROG Phone ก็ถือได้ว่าเป็นอีก 1 Game Changer อย่างแท้จริง เก็บเงินรอกันได้เลย

ปล. ทุกภาพที่เห็นในข่าวนี้ถ่ายด้วยกล้อง ROG Phone ทั้งหมด ถ้าคุณคิดว่ามือถือเกมมิ่งต้องมาพร้อมกับกล้องคุณภาพไม่ดี บอกเลยว่า ROG นั้นต่างจากที่คุณคิดอย่างแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!