Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวเครื่องเสียงชุดใหม่รอบปลายปี 2018 ตั้งแต่เครื่องเล่นเพลงหลักหลายแสน ถึงลำโพงพกพาขนาดเล็ก

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในเครื่องเสียงสำหรับครึ่งปีหลังของปีธุรกิจ 2561 ภายใต้แนวคิด “Discovery New Realm of Music Expression” นำทัพโดยกลุ่มเครื่องเสียง Hi-Res Audio ระดับเรือธง “Signature Series” รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งประกอบด้วยหูฟัง และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล ที่ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดใกล้เคียงกับต้นฉบับการบันทึกเสียง และในปีนี้ยังได้เพิ่มกลุ่มหูฟังในกลุ่ม In-Ear Stage Monitor ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ศิลปิน และนักดนตรีมืออาชีพ เพื่อการถ่ายทอดเสียงดนตรีบนเวทีแสดงสดได้อย่างเที่ยงตรง ตลอดจนหูฟังไฮเรสออดิโอแบบ Noise Cancelling ลำโพงไร้สายแบบพกพาในกลุ่ม Extra Bass พร้อมด้วยวอล์คแมนรุ่นใหม่ และลำโพง Sound Bar

มร. มาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ โซนี่ไทย พร้อมทีมผู้บริหารจากโซนี่ไทย และทีมวิศวกรผู้ออกแบบเสียงจากญี่ปุ่น

โดยผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรุ่นใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นต้นไป ซึ่งประกอบไปด้วย

ผลิตภัณฑ์ Hi-Resolution Audio ในกลุ่ม Signature Series

Signature Series เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอระดับพรีเมี่ยมซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดของโซนี่ ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นอย่างพิถิพิถันในทุกรายละเอียดด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของโซนี่ เป็นสินค้าทำมือ ผลิตในญี่ปุ่น เพื่อให้ได้เครื่องเสียงชั้นเยี่ยมสมบูรณ์แบบที่สุด โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Signature Series รุ่นใหม่ในครั้งนี้ประกอบด้วยหูฟัง IER-ZIR และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล DMP-Z1

IER-Z1R – หูฟังแบบ In-ear ระดับพรีเมี่ยมตัวแรกของตระกูล Signature Series

IER-Z1R เป็นความท้าทายของทีมออกแบบที่ต้องการออกแบบหูฟังแบบ in-ear ที่สามารถให้เสียงได้เหมือนหูฟังขนาดใหญ่ ด้วยการพัฒนาไดร์เวอร์ของหูฟังขึ้นมาใหม่แบบ HD Hybrid Driver System ถึง 3 ไดร์เวอร์ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยไดนามิก ไดร์เวอร์ขนาด 5 ม.ม.ซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยผลึกโพลีเมอร์เหลว ทำให้หูฟังสามารถตอบสนองต่อย่านความถี่เสียงที่กว้างถึง 3Hz-100,000 Hz ซึ่งเทียบชั้นได้กับหูฟังแบบครอบหูของโซนี่รุ่น MDR-Z1R รวมถึงไดร์เวอร์ขนาด 12 ม.ม. ที่มีไดอะแฟรมทรงโดมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยเคลือบด้วยอลูมิเนียม และ Balanced Armature ที่มีไดอะแฟรมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยทำจากทองแดงเคลือบด้วยเงิน โดยทั้ง 3 ไดร์เวอร์ จะบรรจุอยู่ในโครงสร้าง Refined-Phase เพื่อให้เสียงที่ผสมผสานออกมี Phase Response ทั้งยังช่วยขจัดการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย รวมทั้งมีสายสัญญาณขนาด 3.5 ม.ม. และสายสัญญาณแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม.

จุดเด่นของ IER-Z1R นอกจากการเลือกใช้วัสดุเซอร์โคเนียมอัลลอยมาผลิตเป็นโครงสร้างหูฟังภายนอก ซึ่งมีความทนทานและหรูหราแล้ว นอกจากนี้ยังออกแบบให้ Face Plate สลักเป็นลาย Perlage ลักษณะเดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกาข้อมือสุดหรู โดย IER-Z1R พร้อมเปิดจองแล้ว และรับสินค้าในเดือนธันวาคม 2561 ในราคา 69,990 บาท

DMP-Z1 – สุดยอดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุด

เครืองเล่นเพลงที่คัดอุปกรณ์มาใส่ในระดับสูงสุดด้วยชิป AK4497EQ จาก Asahi Kasei จำนวน 2 ตัว ซึ่งทำงานแบบ Dual DAC ต่อกับภาคขยายสำหรับหูฟังที่ใช้ชิป TPA6120A2 จาก Texas Instrument และมีตัวปรับความดังเสียงแบบอนาล็อกซึ่งสามารถปรับระดับเสียงในแต่ละช่องสัญญาณเสียงแบบ Balanced แต่ละช่องได้อย่างอิสระ เพื่อคงความบริสุทธิ์ของเสียงให้ได้มากที่สุด ซึ่งตัวปรับเสียงนี้เป็นรุ่น ALPS RK501 ซึ่งเป็นตัวควบคุมเสียงที่มีคุณภาพสูงสุด ส่วนสายสัญญาณในเครื่องใช้ Kimber Kable การันตีคุณภาพสูง

จุดเด่นของ DMP-Z1 คือเป็นเครื่องเล่นเพลงไฮเรสออดิโอรุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องเล่นเพลงทั่วไปเพื่อตอบโจทย์การฟังเพลงในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ สามารถรองรับความละเอียดเสียงได้ถึงระดับไฮเรส ทั้งไฟล์ PCM ที่ความละเอียด 32 bit 384 kHz และ DSD ที่ความละเอียด 11.2 MHz  ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกำลังขับหูฟังถึง 1,500 mW และใช้ระบบปฏิบัติการเหมือนกับ Walkman Signature series แต่เพิ่มความสามารถทางด้านการประมวลเสียงใหม่ทั้ง DSD Remastering Engine ที่ทำการแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลให้อยู่ในรูป DSD และยังมี Vinyl Processor ซึ่งจะจำลองลักษณะเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียง นอกจากนี้ยังมี DSEE HX รุ่นใหม่ ที่สามารถเลือกรูปแบบปรับแต่งที่เหมาะสมของเพลงที่เล่นอยู่อัตโนมัติได้

ความแปลกของ DMP-Z1 คือถึงตัวจะใหญ่จนเหมือนเครื่องเล่นเพลงแบบเสียบสาย แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ มีแบต 5 ตัวจ่ายไฟแยกกันสำหรับ analog+ 2 ตัว Analog- 2 ตัว และภาค Digital อีก 1 ตัว ซึ่งการใข้แบตจะทำให้สัญญาณเสียงสะอาดขึ้น สามารถเล่นเพลงได้ยาวนานถึง 10 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดปกติ และ 9 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดสูง ขณะที่โครงเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปเป็น H-Shaped ทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ทั้งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกันสัญญาณรบกวน โดยมาพร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 256 GB และช่องใส่การ์ด microSD จำนวน 2 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C และการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth

DMP-Z1 เปิดจองแล้ว และรับสินค้าเดือนมกราคม 2562 ราคา 269,990 บาท

ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor

เป็นครั้งแรกของโซนี่กับการพัฒนาหูฟังไฮเรสออดิโอ Stage Monitor ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น และไดร์เวอร์ขับเสียงตัวใหม่ที่โซนี่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงสำหรับงานแสดงสดบนเวทีหรือผลิตบทเพลงในสตูดิโอ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างเที่ยงตรงสมบูรณ์แบบ

โดยความแตกต่างระหว่างเครื่องเสียงตระกูล Signature กับ Stage Monitor คือกลุ่ม Signature จะออกแบบมาสำหรับการฟังเพลงคนเดียว ทำให้มีการปรับแต่งเสียงที่จะทำให้เสียงกว้างขึ้น เสียงนุ่มไพเราะ ส่วน Monitor Sound จะให้เสียงที่เหมือนจริงที่สุด ไม่มีการเติมความกว้างให้เสียง และได้ยินเสียงของตัวเอง ทำให้ร้องเพลงได้ดี

ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย IER-M9 และ IER-M7

IER-M9 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์

IER-M9 ออกแบบวิจัยและพัฒนาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง เสมือนได้รับฟังจากการแสดงดนตรีสดจากศิลปินนักร้องนักดนตรีหรือต้นฉบับบันทึกเสียงในสตูดิโอด้วย ไดร์เวอร์ Balanced Armature 5 ตัวที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย, Voice Coil เคลือบเงิน, ขั้วต่อเคลือบทองคำ ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม

นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงมีน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู มาพร้อมกับจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม.

พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 39,990 บาท

IER-M7 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ตัวน้อง

IER-M7 พร้อมกับไดร์เวอร์ Balanced Armature 4 ตัว (ถ้ารุ่น M9 จะมี 5 ตัว) ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู พร้อมจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม.

พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 24,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Premium On-Ear Headphone

MDR-Z7M2 – เป็นหูฟังสเตอริโอไฮเรสออดิโอแบบครอบหูระดับพรีเมี่ยม

ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของหูฟังแบบครอบหูในตระกูล Z7 ที่พัฒนาโดยนำเอาเทคโนโลยีจากความสำเร็จของหูฟัง Signature Series รุ่น MDR-Z1R ให้มีคุณสมบัติการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ไดอะแฟรมซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยอลูมิเนียม และควบคุมการขยับด้วยพลังแม่เหล็กที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเดิมถึงสองเท่า พร้อมใช้แมกนีเซียมตรงบริเวณของส่วนโดมพร้อมปิดด้วยตะแกรงฉลุลายแบบโปร่งด้วยลวดลาย Fibonacci Pattern Grill ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่มีความถี่สูงได้ถึง 100KHz ขณะที่ตัวหูฟังหุ้มหนังแท้ และแถบคาดศีรษะทำจากอลูมิเนียมอัลลอย จึงสวมใส่สบายและทนทาน มาพร้อมสายสัญญาณทั้งขนาด 3.5 ม.ม. และขนาด 4.4 ม.ม.

พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 29,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Noise Canceling Headphone

WH-1000XM3 – หูฟังไฮเรสออดิโอระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยม

WH-1000XM3 หรือ 1000X Mark 3 เป็นรุ่นล่าสุดจากตระกูล 1000X โดยเป็นครั้งแรกของหูฟังโซนี่ที่มีการใส่อนาล็อกแอมป์เข้าไปเพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงชั้นเยี่ยมด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ HD Digital Noise Canceling Processor QN1 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนนและเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม

ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขนาด 40 ม.ม. และวงจรประมวลผลที่แรงกว่ารุ่นเดิมถึง 4 เท่า รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย LDAC แบบ 32 bit, aptX และ AAC พร้อมกับภาคขยายเสียงแบบแยกส่วน ที่สำคัญยังเปลี่ยนพอร์ตใหม่มาเป็น USB-C เพื่อให้ประสิทธิภาพและใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชั่น Google Assistant และ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับฟังเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 30 ชม. เมื่อมีการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวนไปพร้อมกัน โดยมีให้เลือก 2 สีคือดำและเงิน

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 13,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ลำโพงไร้สายตระกูล Extra Bass

SRS-XB01 – ลำโพงแบบไร้สายแบบพกพา

มาพร้อมขนาดกะทัดรัดในรูปทรงกลมมน และยังน้ำหนักเบาเพียง 160 กรัม เพื่อให้คุณพกพาเสียงเพลงไปกับการเดินทางทุกที่ได้อย่างสะดวก แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงเบสที่หนักแน่นและสุดกระหึ่มด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่อัดแน่นในตัวเครื่องมากมาย อาทิ EXTRA BASS และเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐานIPX5 ซึ่งจะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ข้างขอบสระได้มากยิ่งขึ้น โดยไร้กังวลแม้ลำโพงคู่ใจจะเปียกน้ำ

SRS-XB01 มาพร้อมสีสันสดใสให้เลือกสรรได้ตามความชื่นชอบ มีให้เลือกด้วยกัน 6 สีคือ ดำ, น้ำเงิน, ขาว, เขียว, เหลือง และชมพู รวมถึงมีไมโครโฟนในตัวเพื่อให้คุณสามารถรับสายจากสมาร์ทโฟนผ่านลำโพงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง เริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 1,590 บาท

Life Space UX – Glass Sound Speakers

LSPX-S1 – ลำโพงแก้วไร้สายรุ่นแรกจากโซนี่

มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำสมัย ขณะเดียวกันยังได้รับการออกแบบให้เป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างภายในห้องด้วยหลอดฟิลาเมนท์ LED หรือแม้กระทั่งเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งห้องก็สวยงามมีสไตล์เช่นกัน โดยมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา (Advanced Vertical Drive Technology) สร้างสุนทรีย์ภาพทางเสียงให้รอบบ้าน ทั้งยังมาพร้อมซัฟวูฟเฟอร์และลำโพงทวีตเตอร์ ทำให้ได้เสียงที่ชัดใส ฟังสบาย เต็มอรรถรส พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านเทคโนโลยีอย่าง Bluetooth และแอพพลิเคชั่น Music Center ที่จะช่วยเชี่อมต่อและควบคุมความบันเทิงแบบไร้สาย สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง

LSPX-S1 พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 34,990 บาท

ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาตระกูล Walkman®

Walkman® NW-A50 Series – เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับไฮเรสออดิโอ

เปรียบเทียบกับ Walkman A40 รุ่นเก่าทางซ้าย ส่วน A50 เป็นเครื่องขวา ที่ดูแวววาวกว่า

Walkman A50 ทางขวาจะมนกลมกว่า A40 เดิม

Sony Walkman A50 มาพร้อมกับรูปทรงขนาดกะทัดรัด ส่วนโครงเครื่องผลิตจากอลูมิเนียม พร้อมการออกแบบได้อย่างหรูหรามีสไตล์ ให้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีชั้นเยี่ยมพร้อมเทคโนโลยีเสียงมากมาย อาทิ

  • S-Master HX™ digital amplifier ที่จะช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดบริสุทธิ์ มีชีวิตชีวา
  • DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX™ แบบใหม่ ที่จะช่วยขยายรายละเอียดของไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution แบบอัตโนมัติ
  • ฟังก์ชั่น DAC รับเสียงจากสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ผ่าน USB มาประมวลผลที่ Walkman เพื่อให้เสียง, ไดมามิค, รายละเอียดเสียงและ Sound stage ที่ดีขึ้น
  • Bluetooth Receiver สะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่าน Bluetooth ผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ มาประมวลผลเสียงที่ Walkman ทำให้ได้เสียงดีขึ้น
  • รองรับการเล่นไฟล์เพลง MQA เพื่อให้การคุณเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในทุกที่
  • สามารถเชื่อมต่อไร้สายแบบ Bluetooth, NFC และ Qualcomm® aptX™ HD รวมทั้ง LDAC Technology
  • พร้อมช่องใส่ micro SD memory card เพื่อเก็บคลังเพลงโปรดของคุณ
  • สามารถเล่นเพลงเสียงไฟล์ Hi-Res Audio ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง และไฟล์ MP3 ได้นานถึง 45 ชั่วโมง

Walkman® NW-A50 Series มีรุ่นย่อยให้เลือก 2 รุ่นคือ

  • Walkman® NW-A55 ที่มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 16GB ราคา 7,490 บาท
  • Walkman® NW-A56HN มีหน่วยความจำในตัวเครื่อง 32GB และมาพร้อมหูฟัง Noise cancelling แบบอินเอียที่มีโหมดรับฟังเสียงรอบข้าง (Ambient Sound Mode) สำหรับการฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรสขณะเดียวกันยังสามารถได้ยินเสียงจากภายนอก ราคา 10,990 บาท

ทั้ง 2 รุ่น มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเทาดำ Grayish Black, สีฟ้า Moonlight Blue, สีแดงTwilight Red, สีเขียวอ่อน Horizon Green, และสีทอง Pale Gold เข้าคู่กับหูฟัง H.ear ลงตัวกับสไตล์ที่เป็นคุณ โดยทยอยวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม

ผลิตภัณฑ์ Home Entertainment

ลำโพงซาวน์บาร์ HT-S700RF

ลำโพง Sound Bar ที่มาพร้อมลำโพงคู่หลังทรงสูงแบบ Tallboy ตัวโลหะฝาครอบ (Metal Grill) ออกแบบในรูปทรงเพชรเพิ่มความหรูหรา สามารถจัดวางได้ง่าย ลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อ มีเทคโนโลยีเสียงระบบเซอร์ราวด์แบบ 5.1ch ผ่านระบบลำโพงอันทรงพลังขนาด 1000 วัตต์ พร้อม Subwoofer และเทคโนโลยีเสียงสุดล้ำมากมาย อาทิ S-Master Amplifier ที่จะช่วยให้เสียงเซอร์ราวด์เต็มไปด้วยมิติเสียงเบสที่หนักแน่นและคมชัดสมจริงที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพแห่งการฟังเสียงเพลงสุดโปรดระดับพรีเมี่ยมได้อย่างเต็มอรรถรส ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับทีวีผ่านเทคโนโลยี Bluetooth เพื่อให้คุณรับความบันเทิงได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมเพลงสุดโปรดจาก Music Center App ได้มากมายจากทุกมุมห้องได้อย่างง่ายดาย รวมถึงมี HDMI ที่ช่วยให้การติดตั้งและเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ราคายังไม่กำหนด

ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง High Power Audio System

MHC-V21D

ชุดเครื่องเสียง V-Series ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสนุกสุดเหวี่ยงให้กับผู้ที่ชื่นชอบการจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน ด้วยจุดเด่นในการออกแบบลำโพงแบบมุม ช่วยในการกระจายเสียงในระยะที่กว้างขึ้นโดดเด่นด้วยดีไซน์แนวตั้งขนาดกะทัดรัด พร้อมที่จับเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายพกพาไปจัดปาร์ตี้ได้ทุกที่ มีเครื่องเล่น DVD ในตัว รองรับการเชื่อมต่อกับทีวีผ่าน HDMI ARC และยังมาพร้อมกับระบบ Party Chain แบบไร้สายช่วยเพิ่มบรรยากาศความสนุกให้ครอบคลุมพื้นที่จัดงานยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถเพิ่มสีสันด้วยลูกเล่น DJ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Music Center บนสมาร์ทโฟนได้ง่ายดาย

สินค้าเริ่มวางจำหน่ายแล้วในราคา 5,990 บาท

ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในรถยนต์

XAV-AX1000 – นวัตกรรมเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด

พร้อมฟังก์ชั่น apple car play รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสแบบ Resistive ขนาด 6.2 นิ้ว ที่มีความคมชัดและตอบสนองได้อย่าง ฉับไว ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีด้านเสียงคุณภาพมากมาย อาทิ EXTRA BASS ที่ให้เบสทรงพลัง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้ดังกระหึ่มได้ตามความชอบส่วนตัว และ Dynamic Stage Organizer (DSO) รองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์

XAV-AX3000 รองรับ Android Auto ด้วย

สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Andriod และ iOS พร้อมรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส ที่มีความบางและขนาดใหญ่ถึง 6.95 นิ้ว ให้ความคมชัดและตอบสนองได้อย่างฉับไว ทั้งยังสามารถสั่งการด้วยเสียง และเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีด้านเสียงมากมาย อาทิ EXTRA BASS และ Dynamic Stage Organizer (DSO) ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลากตามความชื่นชอบส่วนตัว ด้วยกำลังขับเสียง 55 วัตต์ในตัว ทำให้เสียงที่ออกมาคมชัดแม้จะเปิดเสียงดังก็ตาม รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

รวมราคา Samsung Galaxy S10 และ 10+ จากทุกค่ายมือถือลดสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์!

Published

on

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ยังคงได้รับความนิยมในบ้านเรามาโดยตลอดอย่าง Samsung ที่คราวนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีเปิดตัวสมาร์ตเรือธงรุ่นล่าสุด Galaxy S10 และ S10+ เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าแต่ละค่ายมือถือจะมีโปรโมชั่นอะไรเด็ด ๆ มามัดใจสาวกสมาร์ตโฟนแบรนด์นี้กันบ้าง!

ราคาเปิดตัว Samsung Galaxy S10

  • Samsung Galaxy S10e 6GB/128GB ราคา 26,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10 8GB/128GB ราคา 31,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 8GB/128GB ราคา 35,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 8GB/512GB ราคา 44,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 12GB/1TB ราคา 55,900 บาท

จองถึง 4 มีนาคมและหากซื้อกับโอเปเรเตอร์ (ค่ายมือถือ) จะมีส่วนลดหรือบางช่องทางจะมีการเลือกอัปเกรดความจุได้ฟรี หรือเลือกรับ Galaxy Watch ได้ โดยจะขายจริงในวันที่ 8 มีนาคมนี้

ราคาพิเศษจาก AIS

ลูกค้าเอไอเอส สามารถสั่งจองเครื่องได้ทาง ais.co.th/samsungs10 ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2562 และสามารถเลือกชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับการจัดส่งถึงบ้านหรือชำระเงินมัดจำจำนวน 2,000 บาท สำหรับการรับเครื่องที่ AIS Shop หรือร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ โดยรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มีนาคม 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 50% เหลือเพียง 17,950 บาท (จากปกติ 35,900 บาท) เมื่อสั่งจอง Samsung Galaxy S10+ (128 GB) พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS HOT DEAL 1,299 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 8,000 บาท สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน ทั้งลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน เฉพาะช่วง Pre-Booking เท่านั้น และจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเป็น
    • แถมยังได้รับชม NETFLIX ฟรีนาน 3 เดือน (มูลค่า 1,050 บาท) และคอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลกอื่นๆ ผ่านแอปฯ AIS PLAY กับ PLAY PREMIUM, VIU และ HOOQ แบบไม่คิดค่าเน็ต นาน 6 เดือน มูลค่า 3,319 บาท
    • ประกันจอแตกนาน 1 ปี มูลค่า 6,500 บาท

  • ถ้าเป็นลูกค้าเอไอเอส เซเรเนดโกลด์และแพลทตินัมที่มีอายุใช้งาน 1 ปีขึ้นไปและใช้หรือสมัครแพ็กเกจขั้นต่ำ 899 บาท รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 16,000 บาท โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า พร้อมชมฟรี! NETFLIX นาน 3 เดือน มูลค่า 1,050 บาท เฉพาะช่วง Pre-Booking เท่านั้น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: AIS

ราคา Galaxy S10 จาก DTAC

โปรโมชั่นราคาพิเศษจากดีแทคสำหรับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2562 และพร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันที่ศูนย์บริการดีแทค ทั่วประเทศ หรือ dtac online store เร็ว ๆ นี้ โดยรายละเอียดมีดังนี้

  • Samsung Galaxy S10 128GB จากปกติ 31,900 บาท ลดเหลือเพียง 15,900 บาทเมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 19,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 21,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 25,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 128GB จากปกติ 35,900 บาท ลดเหลือเพียง 17,950 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 21,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 25,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 29,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 512GB จากปกติ 44,900 บาท ลดเหลือเพียง 26,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 30,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 34,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 38,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 1TB จากปกติ 55,900 บาท
    • ลดเหลือเพียง 35,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 39,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 45,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 49,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • ลูกค้าดีแทค Blue Member และ Gold Member ที่มีอายุการใช้งาน 18 เดือนขึ้นไปรับสิทธิ์ซื้อเครื่องราคาพิเศษ พร้อมประกันจอแตก 1 ปี จากซัมซุง มูลค่า 6,500 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: Dtac

ราคา Galaxy S10 จาก TrueMove H

เช่นเดียวกันกับทุกเจ้าที่จะสามารถสั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2562 โดยจะได้รับเครื่องตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มีนาคม แต่ทางทรูจะมีราคาพิเศษนี้เฉพาะช่วงสั่งจองเท่านั้น

  • ลดค่าเครื่องสูงสุด 50% เมื่อสมัครแพ็คเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามกำหนด
  • จองแบบไม่ต้องชำระล่วงหน้า สำหรับลูกค้า True Blackcard ลดสูงสุด 14,000 บาท
  • ผ่อนค่าเครื่องแบบ 0% นานสูงสุด 24 เดือน
  • มีบริการแลกเก่าเลกใหม่ Easy Swap ร่วมกับบริการ Galaxy Butler (รับส่งเครื่องซ่อมฟรี, มีส่วนลดค่าอะไหล่ที่นอกเหนือจากประกัน ฯลฯ) สำหรับลูกค้า True Blackcard ที่จองเท่านั้น
  • ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมลดเพิ่ม 1,000 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: Truemove H

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เผยเกมใหม่ AxE: Alliance vs Empire ศึกสงคราม 2 อาณาจักรพร้อมอุบัติขึ้นแล้ววันนี้!

Published

on

เปิดตัวเกมใหม่ล่าสุด AxE หรือชื่อเต็ม Alliance vs Empire สงครามสองอาณาจักรที่เกิดจากความไม่ลงรอยกัน ฝั่ง Alliance จะเน้นความอิสระ ไร้กฎเกณฑ์ ต้องการเสรีภาพ แต่ฝั่ง Empire จะเน้นหลักการณ์และกฎเกณฑ์ จึงทำให้เกิดศึกนี้ขึ้น โดยเป็นเกมบนมือถือทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ที่มีความสวยงามของกราฟิกและระบบการเล่นแบบ 360 องศาครั้งแรกของเกมมือถือ!

สเปคขั้นต่ำที่ต้องการ

  • CPU 8 Core 2.3 GHz
  • Ram 3 GB
  • Rom 3GB
  • Android 5.0 Lollipop หรือ iOS 9 ขึ้นไป

AxE เป็นเกมแนว MMORPG สุดแนวที่จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายเพื่อเข้าต่อสู้กันบนภาพกราฟิกสวยงาม ลื่นไหล และแมพที่กว้างมาก ๆ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะมีอาชีพที่ต่างกันให้คุณได้เลือกอย่างอิสระ

ฝั่ง Alliance

Blademaster

นักดาบสายลุยที่มาพร้อมสกิลสายประชิดที่รุนแรง รวดเร็ว ผู้คอยช่วยเหลือผู้คน

Titan

นักรบสายแทงก์สุดถึก ผู้เร่รอนในทะเลทรายที่มาพร้อม

Archer

นักธนูที่มาพร้อมความสามารถในการซับพอร์ตเพื่อนร่วมทีมได้ ผู้ใช้พลังธรรมชาติ

ฝั่ง Empire

Valkyrie

สาวนักดาบที่สมดุลทั้งรุกและรับ ผู้เชี่ยวชาญการใช้ดาบและโล่

Warrior

นักรบผู้กล้าหาญ

Mage

สาวน้อยนักเวทย์ผู้ใช้พลังแห่งธาตุ

เกม AxE จะเป็นเกมแรกที่ Nexon เปิดตัวเป็นเกมแรกในปี 2019 ซึ่งโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเกมนี้สามารถทำรายได้เป็นอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ โดยการย้ายมาที่ตลาดฝั่ง SEA นี้จะถูกปรับราคาของภายในเกมที่ถูกลงตอบรับกับฐานของผู้เล่น ซึ่งเกมนี้มั่นใจว่าจะสร้างรายได้เป็นตลาดที่เติบโตสูงมากที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ซึ่ง dtac ก็เป็น 1 ในผู้สนับสนุนที่ดีเสมอมาของ Nexonอิศร์ เตาลานนท์ CEO เน็กซอน (ไทยแลนด์)

โดยเกม AxE เป็นเกม Mobile แนว Fantasy MMORPG ซึ่งต่างจากเกม Mobile อื่น ๆ ซึ่งการเล่นจะต้องคอยระวังฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา บนพื้นที่การเล่นขนาดใหญ่ และจะมี Content ที่หลากหลายตั้งแต่ Raid ลุยบอส ดันเจี้ยนต่าง ๆ โหมดรุกรานที่บุกฝ่ายศัตรู รวมไปถึงศึกสงครามระหว่างกิล ซึ่งศึกทุกอย่างจะเป็นรูปแบบ Realtime เพื่อสร้างความตื่นเต้นในการเล่น และผู้ชนะจะได้รับของรางวัลเพื่อพัฒนาตัวละครของเรา ซึ่งผู้ที่เคยเล่นในแต่ละประเทศ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกมนี้จะสามารถมอบประสบการณ์ในกทรเล่นเกมที่ไม่เคยมีในเกม Mobile อื่น ๆ อย่างแน่นอน และผู้เล่นชาวไทยจะได้มีกิจกรรมเปิดเพื่อต้อนรับการมาของเกมนี้อีกด้วยMR.Seong-Uk Choi Deputy Division Manager of Mobile Division, Nexon

FEATURE เด่น ของเกม AxE

  • เป็นเกมแนว MMORPG มุมมอง 360 องศาบนแผนที่ Openworld เกมแรกที่ให้บริการบนมือถือ
  • กราฟิคสวยงามอลังการ
  • Field Boss ออกผจญภัยไปในพื้นที่กว้างใหญ่และพิชิตบอสสุดโหด
  • ระบบ PK ที่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ทันทีโดยไม่มีบทลงโทษ
  • สามารถล้างแค้นได้ทันที พร้อมระบบ Track ศัตรูที่ทำให้เราสามารถแก้แค้นได้
  • โหมด PVP 4v4 สุดมันส์
  • โหมด PVP 75 vs 75 เพื่อพิชิตบอสใหญ่มังกรทอง พร้อมรับไอเทมสุดพิเศษ (จะเปิดให้เล่นในอนาคต
  • ระบบ Guild Wars สุดมันส์

dtac รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ที่ได้จับมือกับ Nexon สำหรับเกม AxE นี้ ซึ่งวันนี้ dtac ตั้งใจก้าวไปข้างหน้ายิ่งกว่าผู้ให้บริการอื่น ๆ โดยเฉพาะ อินเตอร์เน็ต 5G ที่กำลังมาถึง ซึ่งจะช่วยให้อินเตอร์เน็ตมีความเร็วขึ้นและความแลคที่แทบไม่มี โดยปัจจุบันมีเกมเมอร์ในประเทศไทยแล้วกว่า 20 ล้านคน โดยผู้เล่นเกมนี้บนเครือข่าย dtac นอกจากความสะดวกสบายด้านการจ่ายเงินแล้ว ยังมีโอกาสได้รับไอเทมในเกมที่มีมูลค่าสูงสุด 3,000 บาทอีกด้วย แถมถ้าใครซื้อไอเทมในเกมผ่านระบบดีแทคจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษเพิ่มอีก 50% อีกด้วยThibaut Girard - Head of Strategy and Innovation - DTAC

สิทธิพิเศษของลูกค้า dtac

สำหรับลูกค้า dtac นอกจากจะได้รับไอเทมสุดพิเศษมูลค่าสูงสุด 3,000 บาทแล้ว สำหรับใครที่เติมเงินผ่าน dtac จะได้รับโบนัสเพิ่มอีก 50% ทันที

สิทธิพิเศษของลูกค้า 3BB

สำหรับใครที่ร่วมสนุกกับกิจกรรมบน Fanpage 3BB ก็ลุ้นรับไอเทมในเกม รวมไปถึงกิจกรรม Gamehub ก็จะได้รับไอเทมรวมมูลค่า 660 บาทไปเลย

เกม AxE เปิดตัวแล้ววันนี้ คุณพร้อมเข้าร่วมสงครามแล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วโหลดได้เลยทั้งบน iOS และ Android

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กลับมาอีกครั้งกับ dtac Accelerate Batch 7 พร้อมเปิดรับสมัครแล้ววันนี้!

Published

on

อีก 1 โครงการดี ๆ สำหรับเหล่า Startup รุ่นใหม่ที่ทาง dtac จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 7 กับ dtac Accelerate Batch 7 โดยปีนี้ได้มีการจัดหลักสูตรใหม่ A Academy สำหรับสตาร์ตอัป ที่จัดอยู่ในกลุ่มการลงทุน ระดับซีรี่ส์ A เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในภูมิภาคเอเชียและระดับโลก โดยปีนี้ dtac ได้เปิดเผยว่า ต้องการกลุ่มสตาร์ตอัป 4 สายหลัก ๆ คือ

4 กลุ่มสตาร์ตอัปที่ dtac Accelerate Batch 7 ตั้งใจผลักดัน

  1. Tech Startup ที่เน้นสร้างเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตยุค 5G ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
  2. Smart Farming เพราะประเทศเราเป็นประเทศแห่งการเกษตรที่มีเกษตรกรจำนวนมาก ถ้าได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีแล้ว พวกเขาก็จะสามารถสร้างผลผลิดและผลกำไรขึ้นมาได้อย่างมากมายมหาศาลต่อประเทศชาติ
  3. Health Tech เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ เทคโนโลยีด้านสุขภาพก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้
  4. Education Tech (Educational Technology) เป็นอีก 1 เรื่องที่คนไทยกำลังตื่นตัวกับภาคการศึกษา เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เก่งขึ้นกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาแค่ในตำราเพียงอย่างเดียว เพราะความรู้ในยุคนี้เปลี่ยนเร็วมาก เราจึงต้องมีการพัฒนาความรู้อยู่ตลอดเวลา

คุณ อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

ดีแทคมีความตั้งใจที่จะนำเอาดีแทค แอคเซอเลอเรท สตาร์ตอัพเข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจใน 2 ด้านหลักคือ

  1. สร้างพลังในการขับเคลื่อนองค์กรใหญ่ของดีแทค ไปสู่ Digital Transformationโดยการปรับวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรแบบอไจล์ (Agile) ที่นำเอาแนวคิดการทำงาน และที่ปรึกษาสตาร์ตอัพ จาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท เข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของพนักงานในองค์กร เพื่อพัฒนางานให้ได้ประสิทธิภาพตามเป้าหมาย
  2. การสร้างระบบนิเวศน์ เป็นหัวใจสำคัญของการเปิดให้บริการ 5G รวมทั้งหากรณีศึกษา เพื่อการใช้งานจริงในโลกธุรกิจ ดีแทค แอคเซอเลอเรท เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของดีแทคจะช่วยผลักดันให้เกิดบริการที่สร้างสรรค์ โดยได้นำเอาแพลตฟอร์มของสตาร์ตอัพ มาช่วยสนับสนุนต่อยอดนำเทคโนโลยีมาพัฒนาบริการ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและสังคมโดยการแสวงหาความร่วมมือ จากหลายหน่วยงาน และนำเอาสตาร์ตอัพเข้าร่วมโครงการทดสอบ 5G Testbed สนามทดลองขนาดใหญ่เพื่อเร่งรัดการพัฒนาระบบ 5G โดยมีแพลตฟอร์มจากสตาร์ตอัพ Ooca และ Globlish เข้าร่วมทดสอบด้วยคุณ อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

ปลดล็อคสตาร์ตอัปไทย ขึ้นแท่นยูนิคอร์น

ปัจจุบันดีแทค แอคเซอเลอเรทมีสตาร์ตอัพที่ผ่านการระดมทุนระดับ Series A จำนวน 6 ธุรกิจในขณะที่ยังมีอีก 23 ธุรกิจที่ผ่านการระดมทุนระดับเริ่มต้น (Seed) โดยมูลค่าของการระดมทุนจะอยู่ในช่วง 20,000 – 50,000 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 600,000 – 1.5 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถระดมทุนต่อไปถึง Series A ได้ ดังนั้นจึงเปิดตัวโครงการ A Academy นี้ขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจสตาร์ตอัพเหล่านั้นให้ก้าวไปสู่การระดมทุนระดับ Series A โดยในโครงการนี้ จะมุ่งเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมสำหรับ การระดมทุนในรอบการระดมทุนที่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงการเข้าถึงลูกค้าที่มากขึ้น และการนำเทคโนโลยีขั้นสูง เข้ามาปรับใช้กับธุรกิจ เช่น นำการเรียนรู้ของ Machine Learning และ AI มาปรับใช้กับธุรกิจ เป็นต้น

ในโครงการนี้ ได้เชิญ VC ชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย เช่น 500Tuktuks/ Golden Gate Ventures/ Line Ventures/ KK Fund และ Monk’s Hill Ventures เข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับการระดมทุน การจัดรูปแบบด้านการเงิน และแบ่งปันเทคนิคต่างๆ และยังได้ร่วมมือกับ Google Launchpad Accelerator นำหลักสูตรผู้บริหาร ของ Google “Leaders Lab” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรผู้บริหารสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ดีที่สุด มาฝึกอบรมให้กับสตาร์ตอัพ รวมถึงผู้เชียวชาญด้าน Machine Learning และAI จาก Amazon Web Service และ Google Cloud

หลักสูตร A Academy นับเป็นโครงการที่จะช่วยให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสามารถที่จะสร้างมูลค่าของบริษัทให้ได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสตาร์ตอัพสัญชาติไทยที่เป็นหนึ่งในโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท ให้กลายเป็นยูนิคอร์นต่อไป สำหรับเป้าหมายของดีแทค แอคเซอเลอเรท ปี 7 คือ มองหาธุรกิจที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมทางด้านสุขภาพ เกษตรกรรม อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน e-commerce การท่องเที่ยว insurtech และอื่นๆ

การลงทุนในสตาร์ตอัปไทย ตกต่ำลงเป็นปีแรก

ในประเทศไทยมีสตาร์ตอัพไม่ถึง 10% ที่ได้รับการลงทุนจาก Seed ไปถึง Series A อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ดีแทค แอคเซอเลอเรท เข้ามาช่วยปลดล็อคการลงทุนใน Series A เพื่อช่วยให้ สตาร์ตอัพไทย เติบโตต่อไปได้

ซึ่งในกลุ่มสตาร์ตอัพ ดีแทค แอคเซอเลอเรท มีถึง 25% ที่สามารถระดมทุนจาก Seed ถึง Series A ซึ่งเราอยากที่จะเพิ่มอัตราส่วนการลงทุนในสตาร์ตอัพไทยให้ได้มากกว่านี้ การลงทุนในสตาร์ตอัพไทยข้อมูลจาก Techsauce Startup Report 2561 ระบุถึงสถิติการลงทุนในสตาร์ตอัพไทย ตั้งแต่ปี 2558 มีการลงทุนเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 2561 ที่ผ่านมา การลงทุนลดลงเหลือเพียง 61 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2560 ที่มีจำนวน 105 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะไม่มีการลงทุนในดีลใหญ่ๆที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา

สาเหตุหลักที่ไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่มี 3 ประการคือ

  1. นักลงทุนหันไปลงทุนในประเทศ กลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มากกว่าในไทย เช่น ไปลงทุนที่เวียดนาม เนื่องจากมีคนที่มีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีที่มากขึ้น ทำให้เวียดนามสามารถดึงดูดนักลงทุนให้ไปลงทุนได้มากกว่า ในเวียดนามมีการลงทุนถึง 890 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 92 ดีล
  2. การแข่งขันที่รุนแรง จากแพลตฟอร์มซุปเปอร์แอป (super app) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่ครอบคลุมทุกบริการ และต้องการให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้งานเป็นประจำทุกวัน ทำให้สตาร์ตอัพในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง ต้องออกจากธุรกิจไป เนื่องจากสู้กับซุปเปอร์แอปเหล่านี้ไม่ได้ เช่น Line และ Grab ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซุปเปอร์แอปดังกล่าว แสวงหาความร่วมมือกับพันธมิตร หรือควบรวมกิจการ สร้างอีโคซิสเต็ม ขยายบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองผู้ใช้งานได้ครบครันในแอปเดียว เช่น บริการ ส่งของ ส่งอาหาร บริการด้านการเงิน ทำให้ผู้ใช้งานสะดวกสบาย โดยไม่ต้องใช้แอปอื่น
  3. ต้นทุนในการได้มาซึ่งลูกค้า (Customer Acquisition Cost: CAC) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจสตาร์ตอัพจำนวนมากจึงเริ่มที่จะเปลี่ยนรูปแบบจาก B2C (Business to Consumer) คือ การที่ธุรกิจขายสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภคทั่วๆไปโดยตรง ไปสู่ B2B (Business to Business) ทำธุรกิจโดยขายสินค้าหรือบริการ ให้กับลูกค้าที่เป็นลูกค้าองค์กร ไม่ใช่รายบุคคล เพื่อสร้างรายได้ที่มากขึ้น ซึ่งรูปแบบธุรกิจ แบบ B2B ที่มีศักยภาพในการเติบโตแบบก้าวกระโดด (scalable business model) ได้นั้นก็ทำได้ยากคุณสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท

ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัปสัญชาติไทยทั้งสิ้น 34 รายการ โดยมีมูลค่าระดมทุนทั้งสิ้น 61 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมี 7 รายการที่เป็นสตาร์ตอัพจาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท โดยมีมูลค่าระดมทุนทั้งสิ้น 11 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่ากับ 17% ของการลงทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งธุรกิจสตาร์ตอัพไทยที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ Fastwork ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่มีมูลค่าการระดมทุนสูงที่สุดในระดับ Series A ที่ผ่านมา นอกจากนี้ Ricult เองก็ได้รับการระดมทุนระดับ Seed Fund ที่สูงที่สุดของหมวดเกษตรกรรมประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน ปัจจุบันดีแทค แอคเซอเลอเรท มีสตาร์ตอัพในโครงการรวมทั้งสิ้น 46 ธุรกิจ ซึ่งมีอัตราความสำเร็จของธุรกิจคิดเป็น 70% โดยคิดเป็นมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านบาท และมีปริมาณการระดมทุนคิดเป็นมูลค่า 870 ล้านบาท

ดีแทค แอคเซอเลอเรท ปี 7 เปิด 2 หลักสูตร คือ

  1. หลักสูตรบ่มเพาะสตาร์ตอัพน้องใหม่ ทั้งในระดับ Incubator Track สำหรับ ผู้ที่มีไอเดีย แต่ยังไม่เกิดเป็นธุรกิจและ Accelerator Track สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว

  2. หลักสูตร A Academy สำหรับสตาร์ตอัพในครอบครัวดีแทค แอคเซอเลอเรท ที่จัดอยู่ในกลุ่มการลงทุนระดับ ซีรี่ส์ A โดยร่วมกับ Google / 500 สตาร์อัพ และ VCs กลุ่มนักลงทุนชั้นนำในเอเชีย เป็นการสนับสนุนเส้นทางการหาเงินทุน ที่จะช่วยให้สตาร์ตอัพได้เงินทุนในมูลค่าถึง 100 ล้านเหรียญ และช่วยผลักดันสตาร์ตอัพในครอบครัวดีแทค แอคเซอเลอเรท ได้เป็นยูนิคอร์นจากประเทศไทย เป็นรายแรก

Partner ผู้สนับสนุน dtac Accelerate Batch 7

  • KBTG นั้นตั้งใจเข้ามาเป็น partner ในครั้งนี้เพื่อต้องการเรียนรู้จาก Community ว่าปัจจุบันเทรนด์ต้องการอะไรมากขึ้น โดย KBTG ยังเปิดโอกาสให้เหล่าสตาร์ตอัปเข้ามา ใช้งาน Innovation sandbox เพื่อทดลอง Use case ซึ่งจะมีทั้งฝั่ง Machine Learning และ Block chain รวมไปถึงด้าน Cyber security
  • LINE Scaleup จะเป็น 1 ใน oppunity สำหรับ startup ที่ผ่านช่วง Accelerate มาแล้ว เพราะ LINE จะเป็น 1 ในตัวช่วยผลักดัน Startup ไปสู่ระดับ Globalization ได้
  • เมืองไทยประกันชีวิต เป็น Partner ในด้านครอบครัว ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตก็เน้นการทำงานในส่วนนี้อยู่แล้ว ซึ่งทุก ๆ ปีก็จะมีทีมที่เข้ามาช่วยให้โอกาส startup รวมไปถึงการมอบ group health benefit ให้กับกลุ่ม startup กว่า 10 ล้านบาท
  • siriventures เป็นปีที่ 2 ที่เข้ามาสนับสนุน dtac accelerate ซึ่ง siriventure จะขยายมาเป็น Health Tech เพราะลูกบ้านหลาย ๆ คนเริ่มเข้าสู่ Ageing Society โดยปีนี้จะเปิดตัว The first Prop tech Sandbox สำหรับ Startup โดยเป็น playground ให้กับ startup เพื่อทดสอบ concept และ solution ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ
  • ExpresSo จาก ปตท. ได้เปิดเผยว่า ทาง ปตท. ก็มี PTT Innovation Labs โดย focus ไปทางด้าน EV หรือพลังงานบริสุทธิ์ โดยมีทีม Connect startup ต่าง ๆ กับ corporate ซึ่งสามารถช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้

สำหรับใครที่สนใจ dtac Accelerate Batch 7 ก็เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 16 เมษายนนี้ สามารถส่งใบสมัครได้ที่นี่เลยครับ

https://accelerate.dtac.co.th/en/home

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!