Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวเครื่องเสียงชุดใหม่รอบปลายปี 2018 ตั้งแต่เครื่องเล่นเพลงหลักหลายแสน ถึงลำโพงพกพาขนาดเล็ก

Published

on

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในเครื่องเสียงสำหรับครึ่งปีหลังของปีธุรกิจ 2561 ภายใต้แนวคิด “Discovery New Realm of Music Expression” นำทัพโดยกลุ่มเครื่องเสียง Hi-Res Audio ระดับเรือธง “Signature Series” รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งประกอบด้วยหูฟัง และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล ที่ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดใกล้เคียงกับต้นฉบับการบันทึกเสียง และในปีนี้ยังได้เพิ่มกลุ่มหูฟังในกลุ่ม In-Ear Stage Monitor ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ศิลปิน และนักดนตรีมืออาชีพ เพื่อการถ่ายทอดเสียงดนตรีบนเวทีแสดงสดได้อย่างเที่ยงตรง ตลอดจนหูฟังไฮเรสออดิโอแบบ Noise Cancelling ลำโพงไร้สายแบบพกพาในกลุ่ม Extra Bass พร้อมด้วยวอล์คแมนรุ่นใหม่ และลำโพง Sound Bar

มร. มาซากิ มัทซูมาเอะ กรรมการผู้จัดการ โซนี่ไทย พร้อมทีมผู้บริหารจากโซนี่ไทย และทีมวิศวกรผู้ออกแบบเสียงจากญี่ปุ่น

โดยผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงรุ่นใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นต้นไป ซึ่งประกอบไปด้วย

ผลิตภัณฑ์ Hi-Resolution Audio ในกลุ่ม Signature Series

Signature Series เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฮเรสออดิโอระดับพรีเมี่ยมซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดของโซนี่ ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นอย่างพิถิพิถันในทุกรายละเอียดด้วยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของโซนี่ เป็นสินค้าทำมือ ผลิตในญี่ปุ่น เพื่อให้ได้เครื่องเสียงชั้นเยี่ยมสมบูรณ์แบบที่สุด โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Signature Series รุ่นใหม่ในครั้งนี้ประกอบด้วยหูฟัง IER-ZIR และเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล DMP-Z1

IER-Z1R – หูฟังแบบ In-ear ระดับพรีเมี่ยมตัวแรกของตระกูล Signature Series

IER-Z1R เป็นความท้าทายของทีมออกแบบที่ต้องการออกแบบหูฟังแบบ in-ear ที่สามารถให้เสียงได้เหมือนหูฟังขนาดใหญ่ ด้วยการพัฒนาไดร์เวอร์ของหูฟังขึ้นมาใหม่แบบ HD Hybrid Driver System ถึง 3 ไดร์เวอร์ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ประกอบด้วยไดนามิก ไดร์เวอร์ขนาด 5 ม.ม.ซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยผลึกโพลีเมอร์เหลว ทำให้หูฟังสามารถตอบสนองต่อย่านความถี่เสียงที่กว้างถึง 3Hz-100,000 Hz ซึ่งเทียบชั้นได้กับหูฟังแบบครอบหูของโซนี่รุ่น MDR-Z1R รวมถึงไดร์เวอร์ขนาด 12 ม.ม. ที่มีไดอะแฟรมทรงโดมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยเคลือบด้วยอลูมิเนียม และ Balanced Armature ที่มีไดอะแฟรมซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยทำจากทองแดงเคลือบด้วยเงิน โดยทั้ง 3 ไดร์เวอร์ จะบรรจุอยู่ในโครงสร้าง Refined-Phase เพื่อให้เสียงที่ผสมผสานออกมี Phase Response ทั้งยังช่วยขจัดการสั่นสะเทือนที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย รวมทั้งมีสายสัญญาณขนาด 3.5 ม.ม. และสายสัญญาณแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม.

จุดเด่นของ IER-Z1R นอกจากการเลือกใช้วัสดุเซอร์โคเนียมอัลลอยมาผลิตเป็นโครงสร้างหูฟังภายนอก ซึ่งมีความทนทานและหรูหราแล้ว นอกจากนี้ยังออกแบบให้ Face Plate สลักเป็นลาย Perlage ลักษณะเดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกาข้อมือสุดหรู โดย IER-Z1R พร้อมเปิดจองแล้ว และรับสินค้าในเดือนธันวาคม 2561 ในราคา 69,990 บาท

DMP-Z1 – สุดยอดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลระดับเรือธงตัวใหม่ล่าสุด

เครืองเล่นเพลงที่คัดอุปกรณ์มาใส่ในระดับสูงสุดด้วยชิป AK4497EQ จาก Asahi Kasei จำนวน 2 ตัว ซึ่งทำงานแบบ Dual DAC ต่อกับภาคขยายสำหรับหูฟังที่ใช้ชิป TPA6120A2 จาก Texas Instrument และมีตัวปรับความดังเสียงแบบอนาล็อกซึ่งสามารถปรับระดับเสียงในแต่ละช่องสัญญาณเสียงแบบ Balanced แต่ละช่องได้อย่างอิสระ เพื่อคงความบริสุทธิ์ของเสียงให้ได้มากที่สุด ซึ่งตัวปรับเสียงนี้เป็นรุ่น ALPS RK501 ซึ่งเป็นตัวควบคุมเสียงที่มีคุณภาพสูงสุด ส่วนสายสัญญาณในเครื่องใช้ Kimber Kable การันตีคุณภาพสูง

จุดเด่นของ DMP-Z1 คือเป็นเครื่องเล่นเพลงไฮเรสออดิโอรุ่นแรกที่ได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องเล่นเพลงทั่วไปเพื่อตอบโจทย์การฟังเพลงในบ้านอย่างสมบูรณ์แบบ สามารถรองรับความละเอียดเสียงได้ถึงระดับไฮเรส ทั้งไฟล์ PCM ที่ความละเอียด 32 bit 384 kHz และ DSD ที่ความละเอียด 11.2 MHz  ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกำลังขับหูฟังถึง 1,500 mW และใช้ระบบปฏิบัติการเหมือนกับ Walkman Signature series แต่เพิ่มความสามารถทางด้านการประมวลเสียงใหม่ทั้ง DSD Remastering Engine ที่ทำการแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลให้อยู่ในรูป DSD และยังมี Vinyl Processor ซึ่งจะจำลองลักษณะเสียงของเครื่องเล่นแผ่นเสียง นอกจากนี้ยังมี DSEE HX รุ่นใหม่ ที่สามารถเลือกรูปแบบปรับแต่งที่เหมาะสมของเพลงที่เล่นอยู่อัตโนมัติได้

ความแปลกของ DMP-Z1 คือถึงตัวจะใหญ่จนเหมือนเครื่องเล่นเพลงแบบเสียบสาย แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ มีแบต 5 ตัวจ่ายไฟแยกกันสำหรับ analog+ 2 ตัว Analog- 2 ตัว และภาค Digital อีก 1 ตัว ซึ่งการใข้แบตจะทำให้สัญญาณเสียงสะอาดขึ้น สามารถเล่นเพลงได้ยาวนานถึง 10 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดปกติ และ 9 ชม. สำหรับการเล่นไฟล์ความละเอียดสูง ขณะที่โครงเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปเป็น H-Shaped ทำให้ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ทั้งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและป้องกันสัญญาณรบกวน โดยมาพร้อมหน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 256 GB และช่องใส่การ์ด microSD จำนวน 2 ช่อง รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB-C และการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth

DMP-Z1 เปิดจองแล้ว และรับสินค้าเดือนมกราคม 2562 ราคา 269,990 บาท

ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor

เป็นครั้งแรกของโซนี่กับการพัฒนาหูฟังไฮเรสออดิโอ Stage Monitor ที่มาพร้อมดีไซน์อันโดดเด่น และไดร์เวอร์ขับเสียงตัวใหม่ที่โซนี่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงสำหรับงานแสดงสดบนเวทีหรือผลิตบทเพลงในสตูดิโอ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างเที่ยงตรงสมบูรณ์แบบ

โดยความแตกต่างระหว่างเครื่องเสียงตระกูล Signature กับ Stage Monitor คือกลุ่ม Signature จะออกแบบมาสำหรับการฟังเพลงคนเดียว ทำให้มีการปรับแต่งเสียงที่จะทำให้เสียงกว้างขึ้น เสียงนุ่มไพเราะ ส่วน Monitor Sound จะให้เสียงที่เหมือนจริงที่สุด ไม่มีการเติมความกว้างให้เสียง และได้ยินเสียงของตัวเอง ทำให้ร้องเพลงได้ดี

ผลิตภัณฑ์หูฟังตระกูล Stage Monitor ที่เปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย IER-M9 และ IER-M7

IER-M9 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์

IER-M9 ออกแบบวิจัยและพัฒนาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สามารถถ่ายทอดทุกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำเที่ยงตรง เสมือนได้รับฟังจากการแสดงดนตรีสดจากศิลปินนักร้องนักดนตรีหรือต้นฉบับบันทึกเสียงในสตูดิโอด้วย ไดร์เวอร์ Balanced Armature 5 ตัวที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย, Voice Coil เคลือบเงิน, ขั้วต่อเคลือบทองคำ ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม

นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงมีน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู มาพร้อมกับจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม.

พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 39,990 บาท

IER-M7 – เป็นหูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ตัวน้อง

IER-M7 พร้อมกับไดร์เวอร์ Balanced Armature 4 ตัว (ถ้ารุ่น M9 จะมี 5 ตัว) ทั้งยังใช้ไดอะแฟรมผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงในย่านความถี่สูงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังผลิตจากวัสดุอย่างดีด้วยแมกนีเซียมอัลลอย จึงน้ำหนักเบา สามารถใส่ฟังเพลงได้ยาวนานโดยไม่เจ็บหู พร้อมจุกหูฟังแบบใหม่ที่มีขนาดให้เลือกมากถึง 13 ชุดเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ฟังและฟังเพียงได้เต็มอรรถรสปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก ขณะที่ตัวสายหูฟังเป็นสายทองแดงเคลือบเงิน โดยมีทั้งแบบแจ็ค 3.5 ม.ม.และแบบบาลานซ์แจ็คขนาด 4.4 ม.ม.

พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 24,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Premium On-Ear Headphone

MDR-Z7M2 – เป็นหูฟังสเตอริโอไฮเรสออดิโอแบบครอบหูระดับพรีเมี่ยม

ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของหูฟังแบบครอบหูในตระกูล Z7 ที่พัฒนาโดยนำเอาเทคโนโลยีจากความสำเร็จของหูฟัง Signature Series รุ่น MDR-Z1R ให้มีคุณสมบัติการถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ไดอะแฟรมซึ่งผลิตจาก Liquid Crystal Polymer เคลือบด้วยอลูมิเนียม และควบคุมการขยับด้วยพลังแม่เหล็กที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเดิมถึงสองเท่า พร้อมใช้แมกนีเซียมตรงบริเวณของส่วนโดมพร้อมปิดด้วยตะแกรงฉลุลายแบบโปร่งด้วยลวดลาย Fibonacci Pattern Grill ทำให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่มีความถี่สูงได้ถึง 100KHz ขณะที่ตัวหูฟังหุ้มหนังแท้ และแถบคาดศีรษะทำจากอลูมิเนียมอัลลอย จึงสวมใส่สบายและทนทาน มาพร้อมสายสัญญาณทั้งขนาด 3.5 ม.ม. และขนาด 4.4 ม.ม.

พร้อมเปิดจอง Pre-order รับสินค้าปลายเดือนกันยายน 2561 ในราคา 29,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ Noise Canceling Headphone

WH-1000XM3 – หูฟังไฮเรสออดิโอระบบตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมี่ยม

WH-1000XM3 หรือ 1000X Mark 3 เป็นรุ่นล่าสุดจากตระกูล 1000X โดยเป็นครั้งแรกของหูฟังโซนี่ที่มีการใส่อนาล็อกแอมป์เข้าไปเพื่อมอบประสบการณ์ฟังเพลงชั้นเยี่ยมด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ HD Digital Noise Canceling Processor QN1 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีกว่าเดิม ทั้งตัดเสียงรบกวนบนท้องถนนและเสียงสนทนารอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม

ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไดร์เวอร์ขนาด 40 ม.ม. และวงจรประมวลผลที่แรงกว่ารุ่นเดิมถึง 4 เท่า รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อไร้สาย LDAC แบบ 32 bit, aptX และ AAC พร้อมกับภาคขยายเสียงแบบแยกส่วน ที่สำคัญยังเปลี่ยนพอร์ตใหม่มาเป็น USB-C เพื่อให้ประสิทธิภาพและใช้งานได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชั่น Google Assistant และ Quick Charge ที่ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับฟังเพลงสุดโปรดได้ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 30 ชม. เมื่อมีการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวนไปพร้อมกัน โดยมีให้เลือก 2 สีคือดำและเงิน

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 13,990 บาท

ผลิตภัณฑ์ลำโพงไร้สายตระกูล Extra Bass

SRS-XB01 – ลำโพงแบบไร้สายแบบพกพา

มาพร้อมขนาดกะทัดรัดในรูปทรงกลมมน และยังน้ำหนักเบาเพียง 160 กรัม เพื่อให้คุณพกพาเสียงเพลงไปกับการเดินทางทุกที่ได้อย่างสะดวก แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงเบสที่หนักแน่นและสุดกระหึ่มด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่อัดแน่นในตัวเครื่องมากมาย อาทิ EXTRA BASS และเทคโนโลยีป้องกันน้ำตามมาตรฐานIPX5 ซึ่งจะทำให้คุณสนุกสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ข้างขอบสระได้มากยิ่งขึ้น โดยไร้กังวลแม้ลำโพงคู่ใจจะเปียกน้ำ

SRS-XB01 มาพร้อมสีสันสดใสให้เลือกสรรได้ตามความชื่นชอบ มีให้เลือกด้วยกัน 6 สีคือ ดำ, น้ำเงิน, ขาว, เขียว, เหลือง และชมพู รวมถึงมีไมโครโฟนในตัวเพื่อให้คุณสามารถรับสายจากสมาร์ทโฟนผ่านลำโพงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง เริ่มทยอยวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 1,590 บาท

Life Space UX – Glass Sound Speakers

LSPX-S1 – ลำโพงแก้วไร้สายรุ่นแรกจากโซนี่

มาพร้อมดีไซน์สุดล้ำสมัย ขณะเดียวกันยังได้รับการออกแบบให้เป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างภายในห้องด้วยหลอดฟิลาเมนท์ LED หรือแม้กระทั่งเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งห้องก็สวยงามมีสไตล์เช่นกัน โดยมาพร้อมกับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา (Advanced Vertical Drive Technology) สร้างสุนทรีย์ภาพทางเสียงให้รอบบ้าน ทั้งยังมาพร้อมซัฟวูฟเฟอร์และลำโพงทวีตเตอร์ ทำให้ได้เสียงที่ชัดใส ฟังสบาย เต็มอรรถรส พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ผ่านเทคโนโลยีอย่าง Bluetooth และแอพพลิเคชั่น Music Center ที่จะช่วยเชี่อมต่อและควบคุมความบันเทิงแบบไร้สาย สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 4 ชั่วโมง

LSPX-S1 พร้อมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2561 ในราคา 34,990 บาท

ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาตระกูล Walkman®

Walkman® NW-A50 Series – เครื่องเล่นเพลงดิจิทัลแบบพกพาระดับไฮเรสออดิโอ

เปรียบเทียบกับ Walkman A40 รุ่นเก่าทางซ้าย ส่วน A50 เป็นเครื่องขวา ที่ดูแวววาวกว่า

Walkman A50 ทางขวาจะมนกลมกว่า A40 เดิม

Sony Walkman A50 มาพร้อมกับรูปทรงขนาดกะทัดรัด ส่วนโครงเครื่องผลิตจากอลูมิเนียม พร้อมการออกแบบได้อย่างหรูหรามีสไตล์ ให้อรรถรสในการฟังเสียงดนตรีชั้นเยี่ยมพร้อมเทคโนโลยีเสียงมากมาย อาทิ

  • S-Master HX™ digital amplifier ที่จะช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดบริสุทธิ์ มีชีวิตชีวา
  • DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX™ แบบใหม่ ที่จะช่วยขยายรายละเอียดของไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดให้มีคุณภาพใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution แบบอัตโนมัติ
  • ฟังก์ชั่น DAC รับเสียงจากสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ผ่าน USB มาประมวลผลที่ Walkman เพื่อให้เสียง, ไดมามิค, รายละเอียดเสียงและ Sound stage ที่ดีขึ้น
  • Bluetooth Receiver สะดวกมากขึ้นด้วยการสตรีมมิ่งเพลงผ่าน Bluetooth ผ่านการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ มาประมวลผลเสียงที่ Walkman ทำให้ได้เสียงดีขึ้น
  • รองรับการเล่นไฟล์เพลง MQA เพื่อให้การคุณเพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงในทุกที่
  • สามารถเชื่อมต่อไร้สายแบบ Bluetooth, NFC และ Qualcomm® aptX™ HD รวมทั้ง LDAC Technology
  • พร้อมช่องใส่ micro SD memory card เพื่อเก็บคลังเพลงโปรดของคุณ
  • สามารถเล่นเพลงเสียงไฟล์ Hi-Res Audio ได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง และไฟล์ MP3 ได้นานถึง 45 ชั่วโมง

Walkman® NW-A50 Series มีรุ่นย่อยให้เลือก 2 รุ่นคือ

  • Walkman® NW-A55 ที่มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 16GB ราคา 7,490 บาท
  • Walkman® NW-A56HN มีหน่วยความจำในตัวเครื่อง 32GB และมาพร้อมหูฟัง Noise cancelling แบบอินเอียที่มีโหมดรับฟังเสียงรอบข้าง (Ambient Sound Mode) สำหรับการฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรสขณะเดียวกันยังสามารถได้ยินเสียงจากภายนอก ราคา 10,990 บาท

ทั้ง 2 รุ่น มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเทาดำ Grayish Black, สีฟ้า Moonlight Blue, สีแดงTwilight Red, สีเขียวอ่อน Horizon Green, และสีทอง Pale Gold เข้าคู่กับหูฟัง H.ear ลงตัวกับสไตล์ที่เป็นคุณ โดยทยอยวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม

ผลิตภัณฑ์ Home Entertainment

ลำโพงซาวน์บาร์ HT-S700RF

ลำโพง Sound Bar ที่มาพร้อมลำโพงคู่หลังทรงสูงแบบ Tallboy ตัวโลหะฝาครอบ (Metal Grill) ออกแบบในรูปทรงเพชรเพิ่มความหรูหรา สามารถจัดวางได้ง่าย ลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อ มีเทคโนโลยีเสียงระบบเซอร์ราวด์แบบ 5.1ch ผ่านระบบลำโพงอันทรงพลังขนาด 1000 วัตต์ พร้อม Subwoofer และเทคโนโลยีเสียงสุดล้ำมากมาย อาทิ S-Master Amplifier ที่จะช่วยให้เสียงเซอร์ราวด์เต็มไปด้วยมิติเสียงเบสที่หนักแน่นและคมชัดสมจริงที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพแห่งการฟังเสียงเพลงสุดโปรดระดับพรีเมี่ยมได้อย่างเต็มอรรถรส ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับทีวีผ่านเทคโนโลยี Bluetooth เพื่อให้คุณรับความบันเทิงได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมเพลงสุดโปรดจาก Music Center App ได้มากมายจากทุกมุมห้องได้อย่างง่ายดาย รวมถึงมี HDMI ที่ช่วยให้การติดตั้งและเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน

พร้อมวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ราคายังไม่กำหนด

ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง High Power Audio System

MHC-V21D

ชุดเครื่องเสียง V-Series ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสนุกสุดเหวี่ยงให้กับผู้ที่ชื่นชอบการจัดงานปาร์ตี้ที่บ้าน ด้วยจุดเด่นในการออกแบบลำโพงแบบมุม ช่วยในการกระจายเสียงในระยะที่กว้างขึ้นโดดเด่นด้วยดีไซน์แนวตั้งขนาดกะทัดรัด พร้อมที่จับเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายพกพาไปจัดปาร์ตี้ได้ทุกที่ มีเครื่องเล่น DVD ในตัว รองรับการเชื่อมต่อกับทีวีผ่าน HDMI ARC และยังมาพร้อมกับระบบ Party Chain แบบไร้สายช่วยเพิ่มบรรยากาศความสนุกให้ครอบคลุมพื้นที่จัดงานยิ่งขึ้น ทั้งยังสามารถเพิ่มสีสันด้วยลูกเล่น DJ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sony Music Center บนสมาร์ทโฟนได้ง่ายดาย

สินค้าเริ่มวางจำหน่ายแล้วในราคา 5,990 บาท

ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในรถยนต์

XAV-AX1000 – นวัตกรรมเครื่องเล่นเสียงอัจฉริยะในรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด

พร้อมฟังก์ชั่น apple car play รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสแบบ Resistive ขนาด 6.2 นิ้ว ที่มีความคมชัดและตอบสนองได้อย่าง ฉับไว ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีด้านเสียงคุณภาพมากมาย อาทิ EXTRA BASS ที่ให้เบสทรงพลัง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้ดังกระหึ่มได้ตามความชอบส่วนตัว และ Dynamic Stage Organizer (DSO) รองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์

XAV-AX3000 รองรับ Android Auto ด้วย

สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Andriod และ iOS พร้อมรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัส ที่มีความบางและขนาดใหญ่ถึง 6.95 นิ้ว ให้ความคมชัดและตอบสนองได้อย่างฉับไว ทั้งยังสามารถสั่งการด้วยเสียง และเชื่อมต่อกับกล้องหลังเพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะดวกและปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีด้านเสียงมากมาย อาทิ EXTRA BASS และ Dynamic Stage Organizer (DSO) ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลากตามความชื่นชอบส่วนตัว ด้วยกำลังขับเสียง 55 วัตต์ในตัว ทำให้เสียงที่ออกมาคมชัดแม้จะเปิดเสียงดังก็ตาม รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อการใช้งานแบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างขับรถยนต์

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดราคา OPPO R17 Pro พร้อมโปรฯ พิเศษเหลือไม่ถึง 10,000 เผยบทสัมภาษณ์ผู้สร้าง Super VOOC Flash Charge

Published

on

OPPO เปิดตัวมือถือรุ่นล่าสุด OPPO R17 Pro ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่าง #SuperVOOC ชาร์จแรง ชาร์จไว 10 นาที แบตฯ 40% (ที่มาครั้งแรกบนรุ่น Oppo Find x Automobili Lamborghini edition) และจุดเด่นพิเศษอย่างกล้องหลังที่จัดเต็มด้วยค่า F ต่ำสุด 1.5 เลยทีเดียว !!

สเปค

  • CPU Snapdragon 710 Octa-Core 2.2 GHz GPU Adreno 616
  • ระบบปฎิบัติการ ColorOS 5.2 บน Android 8.1
  • Ram 8 GB + Rom 128 GB (ไม่มีช่องใส่ microSD)
  • กล้องหลัง 12 ล้าน F1.5 + 20 ล้าน F2.6 + กล้องถ่าย 3 มิติ TOF มาพร้อม OIS ระบบกันสั่น
  • กล้องหน้า 25 ล้าน F2.0 ใช้ Sensor Sony IMX 576
  • แบตเตอรี่ 3700 mAh มาพร้อมระบบ Super VOOC Flash Charge
  • ระบบเชื่อมต่อ WLAN 802.11 a/b/g/n/ac Bluetooth 5.0, NFC, Type-C USB 3.1
  • เชื่อมต่อ 4G / 4G+: TD-LTE, LTE FDD;
    • 3G WCDMA, TD-SCDMA, CDMA2000
    • 2G: GSM, CDMA
  • ใส่ได้ 2 nano sim
  • มาพร้อมระบบ Hidden Fingerprint Unlock (ปลดล็อคผ่านหน้าจอ) / Face Unlock

ทดสอบการถ่ายภาพ

จุดเด่นของ OPPO R17 Pro คือด้านกล้อง ที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว 12 ล้าน F1.5/2.4 + 20 ล้าน F2.0 และกล้อง TOF สำหรับถ่ายภาพ 3 มิติสุดล้ำ มีระบบอินฟาเรดเพื่อการจับภาพวัตถุระยะไกล พร้อมโหมดถ่ายภาพกลางคืนจัดเต็มด้วย Ultra Night Mode ถ่ายกลางคืนดีมาก ๆ และกล้องหน้าจัดหนัก 25 ล้าน ถ่าย Selfie สวยงาม ก็ถือได้ว่าค่อนข้างตอบโจทย์คนชอบถ่ายภาพจริง ๆ สำหรับมือถือตัวนี้

ราคาและโปรโมชันพิเศษ

ปิดท้ายด้วยราคา 24,990 บาท ใครจองรับของแถมรวมมูลค่า 9,200 บาทดังนี้

  • OPPO VIP Card ประกันหน้าจอแตก เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง
  • OPPO Tripod ขาตั้งกล้องมือถือจัดเต็ม

และพิเศษสุด สำหรับการซื้อผ่าน Operator + โปรฯ ลดจัดหนักเหลือเพียง 9,990 บาทเท่านั้น (ยังไม่เปิดเผยโปรฯ ที่ต้องจ่าย)

ซึ่ง OPPO R17 Pro จะเปิดให้จองวันที่ 17 – 30 พฤศจิกายนนี้

สัมภาษณ์ Engineer จาก OPPO China เรื่อง SUPER VOOC Flash Charge

ปัจจุบันคิดว่ายังเร็วที่สุดไหม สำหรับ SUPER VOOC Flash Charge

มั่นใจว่าเร็วที่สุด ด้วยพลังไฟชาร์จ 50 W ซึ่งสูงที่สุด และใช้ระบบการแบ่งแบตเตอรี่เป็น 2 ก้อน จึงมั่นใจได้ว่าชาร์จแล้วแบตฯ ไม่ร้อน และชาร์จได้ไวกว่ามือถือทุกรุ่นในปัจจุบัน

ชาร์จ 10 นาทีแบตฯ ขึ้นมาสูงสุด 40% ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเจ้าไหนสามารถทำได้

ในอนาคจจะมีการพัฒนาการชาร์จที่ไวกว่า Super VOOC Flash Charge หรือไม่?

มีแน่นอน โดยทีมงานกำลังพัฒนาเพื่อใช้กับมือถือรุ่นถัดไปในอนาคต แต่จะเป็นรุ่นไหนทางเราขอยังไม่เปิดเผย

และในอนาคตจะมีการนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ นอกจากมือถือของ OPPO หรือไม่?

เรื่องเทคโนโลยี Super VOOC นี้สามารถใช้งานกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แต่ยังไม่มีแผนในอนาคตว่าจะมีการนำไปใช้กับอะไร และปัจจุบันมี SuperVOOC ที่เป็น Powerbank มีอยู่ในจีนแล้ว แต่อาจจะมีโอกาสมาไทยได้

มีแผนการทำแบตเตอรี่รูปแบบใหม่นอกเหนือจาก Lithum ion หรือไม่?

ซึ่งปัจจุบันมองวัตถุดิบอื่น ๆ ที่จะมาทำเช่นกัน โดยกำลังทดสอบและวิเคราะห์อยู่ ถ้าได้ผลดีก็จะนำมาใช้แทนลิเทียมไอออน

ทำไมนำเอา SuperVOOC มาใช้กับ R17Pro เป็นรุ่นที่ 2 ถัดจาก Find X ?

เป็นแนวทางของ Product ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้ Super Charge Fast Charge เข้ามามากขึ้นในหลากหลายแบรนด์ และ R Series นี้เป็น 1 ในมือถือรุ่นที่นิยมที่สุด โดย Series Find นั้นถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มาพร้อมการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ และได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้งานบน R 17 Pro เป็นรุ่นถัดไป

และในตระกูล A Series ยังตอบไม่ได้ว่าจะมี SuperVOOC หรือไม่ แต่ VOOC อาจจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

ทำไมนำเอา Super VOOC Flash Charge  มาใช้ในปีนี้ เพราะตัวเทคโนโลยีได้เปิดตัวมากว่า 2 ปีแล้ว

เพราะ ณ ช่วงนั้นตั้งใจที่จะนำเอาลง Find X อยู่แล้ว จึงได้รอเทคโนโลยีอื่น ๆ ทุกอย่างเข้ามารวมกันกลายเป็น OPPO Find X ในปัจจุบัน

ถ้าใช้สายชาร์จอื่น ๆ มาใช้กับ Super VOOC Flash Charge จะเป็นอย่างไร?

ถ้าใช้สายชาร์จ VOOC มาใช้กับ เครื่องรองรับ SuperVOOC จะกลายเป็นการชาร์จปกติ ถ้าใช้ SuperVOOC ชาร์จ USB-PD จะเป็นการชาร์จแบบปกติ แต่กำลังพัฒนาให้สามารถทำ Super VOOC ได้

การใช้แบต 2 ก้อนจะทำให้ Cycle แบตฯ ลดหรือไม่?

ไม่ลด ยังคงมีอายุการใช้งาน 1 ปีเท่ากัน และการเปลี่ยนแบตฯ นั้นจะถูกนับเป็น 1 ก้อนเช่นกัน ไม่สามารถเปลี่ยนแยกได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

แกะกล่อง New iPad Pro 2018 จาก Apple Store สาขา IconSiam

Published

on

ช่วงหัวค่ำของวันนี้ 14 พ.ย. 2561 ระหว่างเข้าคลาสที่จองไว้ก่อนหน้านี้ “Photo Lab : สร้างช็อตสุดเพอร์เฟ็กต์กับ Chase Jarvis” ทั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้มาสอนด้วยตัวเอง แต่ถูกถ่ายทอดบทเรียนจากคุณ Chase Jarvis ผ่านน้องตาโต สาวน้อยหน้าใส ดีกรีปริญญาตรีจากรั้วจามจุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง สนุกสนาน แต่แล้วความสนใจของผมก็ถูกดึง (เสียสมาธิ) ด้วยประโยคสั้นๆ โดนใจที่ว่า “วันนี้ iPad Pro รับเครื่องได้แล้วนะครับ” เอาหละสิ 555 จัดไม่จัดดี ลังเล เพราะผมเองก็มีโปรแกรม trade-in (โปรแกรมนำเครื่องเก่า แลกเครื่องใหม่) ค้างอยู่กับ Apple ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ (ไว้มาเขียนเล่าให้อ่านกันครับ) ถ้าได้มาก็ว่าจะนำมาเป็นส่วนลดในการซื้อเครื่อง แต่แล้ว … ก็ลองกดเข้าไปดูใน App Apple Store มีเครื่องพร้อมระบุรับเครื่องได้ที่ Apple Store IconSiam นั่นไง ภาพตัดเครื่องก็มาวางอยู่ตรงหน้า ให้ได้มาถ่ายภาพให้เพื่อนๆ ได้ชมกันแล้ว ปล. iPad รุ่นล่าสุดของผมก็คือ iPad Air 2 ใช้มานานปี ได้เวลาเปลี่ยนใหม่เสียที

ผมเลือกรุ่น 11 นิ้ว ไวไฟ ความจุ 256GB สีเทา มาถึงบ้านก็แกะกล่องถ่ายรูป เปิดเครื่องเพื่อลงโปรแกรม ความฟินก็ตรงที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล์อะไรให้วุ่นวาย เพราะช่วงหลังมานี้ Apple ทำให้เรา Setup ง่ายขึ้น ด้วยการนำ iPhone ที่อยู่ใกล้เคียงของเรามาอยู่ข้างๆ เอากล้องไอโฟนส่องที่หน้าจอ iPad ระบบก็จะจัดการให้ต่อเอง โดยที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลใดใดให้วุ่นวาย

ประสบการณ์แรกสัมผัสคือดีย์ จอภาพ Liquid Retina คมขนลุก คือดี การที่หน้าจอติดขอบแล้วจอใหญ่ดีแบบนี้นี่เอง ประสบการณ์ด้านอื่นยังไม่ได้ลอง ไปชมภาพมุมต่างๆ ของเครื่องกันครับ


 
https://www.apple.com/th/trade-in/

https://www.apple.com/th/ipad-pro/

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว JBL LINK ลำโพงไร้สายอัจฉริยะในไทย สั่งงาน Google Assistant ได้ ฟังเพลงไม่ต้องต่อมือถือ!

Published

on

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ผู้นำเข้าเครื่องเสียงแบรนด์ JBL เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล JBL LINK ที่เป็นลำโพงอัจฉริยะ สามารถเชื่อมต่อกับ WiFi ได้ พร้อมใช้งาน Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะของกูเกิ้ล ซึ่ง JBL LINK น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน Google Assistant ชุดแรกๆ ที่ขายในไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 5 รุ่น ตั้งแต่ลำโพงรุ่นเล็ก จนถึงลำโพงที่มาพร้อมหน้าจอ

JBL Link มีด้วยกัน 5 รุ่น

  • JBL LINK 10 ลำโพงตัวเล็กที่สุดในตระกูล ใช้งานได้ 5 ชั่วโมง กำลังขับ 10 W 4,990 บาท 
  • JBL LINK 20 ลำโพงขนาดย่อม ตัวสูงกว่า LINK 10 ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง กำลังขับ 20 W 6,990 บาท 
  • JBL LINK 300 ลำโพงขนาดกลางสำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 50 W 9,990 บาท
  • JBL LINK 500 ลำโพงขนาดใหญ่สำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 60 W 13,900 บาท
  • JBL LINK View ลำโพงรุ่นพิเศษที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสเพื่อดูข้อมูล หรือแสดงข้อมูลที่ Google Assistant หามา จะขายเร็วๆ นี้ ในเดือนธันวาคม ราคายังไม่ประกาศ

นอกจากนี้ JBL ยังมีลำโพงรุ่น Control Xtreme ตัวใหญ่พิเศษสำหรับใช้ในงาน Party ด้วย ซึ่งลำโพงตัวนี้ก็เชื่อม Wifi ได้เหมือนกัน

จุดเด่นของลำโพง WiFi ที่แตกต่างจากลำโพง Bluetooth ทั่วไป

แม้ว่า JBL LINK จะสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ตามปกติได้ แต่การที่มันเชื่อม WiFi ได้นั้นมันเจ๋งกว่าการต่อ Bluetooth ทั่วไปเยอะ โดยเฉพาะสำหรับนักฟังเพลง เมื่อใช้กับบริการที่รองรับ Chromecast Audio อย่าง Spotify ตัวลำโพงจะสามารถดึงเพลงต้นฉบับจาก Server มาเปิดให้ฟังโดยตรงได้เลย ไม่ต้องดึงผ่านโทรศัพท์ แล้วส่งผ่านมาถึงลำโพงผ่าน Bluetooth อีกทีเหมือนลำโพงทั่วไป ทำให้คุณภาพเสียงดีกว่าเพราะไม่มีการบีบอัดเสียงซ้ำ นอกจากนี้พวกเสียง Noti หรือเสียงรบกวนต่างๆ จากโทรศัพท์มือถือจะไม่ไปดังที่ลำโพงให้กวนใจด้วย ให้มันดังอยู่ที่สมาร์ทโฟนก็พอ

Google Assistant ทำอะไรได้บ้าง

JBL LINK View

Google นั้นเติบโตเร็วมากในกลุ่มลำโพงอัจฉริยะ เมื่อเปิดตัว Google Assistant ก็แย่งส่วนแบ่ง Amazon ที่ทำ Alexa มาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในไทยจะยังไม่สามารถใช้ Google Assistant บนอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยคำสั่งเสียงภาษาไทยได้ (ส่วนบนมือถือใช้ภาษาไทยได้แล้ว) แต่เราก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษสำเนียงไทยๆ ของเรานี่แหละเพื่อสั่งงานต่างๆ ได้ เช่นพูดว่า Good Morning เพื่อให้มันเปิดไฟ ปิดแอร์ เล่าข่าวตอนเช้าให้ฟัง หรือพูด Broadcast เพื่อกระจายเสียงของเราไปทั่วบ้านผ่านทุกลำโพงที่เชื่อม Google Assistant อยู่

ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ Google Assistant ได้นั้นมีหลากหลายมากครับ เช่นหลอดไฟ Phlips Hue ก็เชื่อมเพื่อเปลี่ยนสีสันหรือควมคุมระดับแสงไฟในห้องได้ หรือกล้องวงจรปิดจาก Nest ก็เชื่อมเพื่อส่งภาพมาดูในทีวีได้ หรือการควบคุมแอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้รีโมทก็จะมีตัวสั่งงานโดยการยิงแสง IR เข้าไปที่แอร์เพื่อควบคุมระยะเวลาการปิด-เปิดได้ ลองดูในวิดีโอสาธิตการใช้ Google Assistant ร่วมกับ JBL Link นี้น่าจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ

นอกจากนี้ JBL ยังออกหูฟังชุดใหม่ที่มี Google Assistant ในตัวคือสามารถแตะที่หูฟังเพื่อสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวได้เลย เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวติดหูไปด้วย

  • JBL Everest 110GA หูฟังแบบ in-ear ฟังได้ 8 ชั่วโมง ราคา 3,990 บาท
  • JBL Everest 310GA หูฟังแบบทับหู ฟังได้ 20 ชั่วโมง ราคา 7,990 บาท
  • JBL Everest 710GA หูฟังแบบครอบหู ฟังได้ 25 ชั่วโมง ราคา 9,990 บาท

JBL Everest 710GA

ก็ติดตามรีวิว JBL LINK จากแบไต๋ได้เร็วๆ นี้ครับ ว่าจะสั่งงานดี เสียงดี น่าใช้แค่ไหน

หนุ่ย พงศ์สุขและพัชรวดี ว่องปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ.มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!