Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

แบไต๋ฯได้รวมคำถามที่ถูกถามบ่อยเกี่ยวกับการปิดปรังปรุงระบบของธนาคารกสิกรไทยไว้ที่นี่แล้ว

ทางทีมงานแบไต๋ฯ ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยๆเกี่ยวกับเรื่องที่ธนาคารกสิกรไทยจะปิดระบบปรับปรุง มีคำถามอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ
10984297_10153241835052891_224010244558973390_n
พรุ่งนี้แล้ว ธนาคารกสิกรไทยจะทำการปิดระบบปรับปรุง ตั้งแต่เวลา 22:00 น. (4 ทุ่ม) ของวันศุกร์ที่ 17 ก.ค. 2558 ไปจนถึง 22:00 น. (4 ทุ่ม) ของวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2558 รวมเวลาปิดระบบทั้งสิ้น 48 ชั่วโมง

ซึ่งหลายๆคนยังสงสัย และมีคำถามเกี่ยวกับการปิดระบบครั้งนี้ ทางทีมงานแบไต๋จึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยๆมาไว้ที่นี่เลยครับ

11753272_10153279126707891_6528859388463641374_n
คำถามแรก : หลังจากที่ธนาคารพัฒนาระบบเสร็จ จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่?

คำตอบ

หลังจากพัฒนาระบบเสร็จ

  • เลขบัญชีเงินฝาก , วิธีการคำนวณดอกเบี้ย และ รหัสบัตร ATM จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • ลูกค้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และ ทวีทรัพย์ ยังใช้สมุดเล่มเดิมทำธุรกรรมได้ปกติ
  • ลูกค้าเงินฝากประจำ ธนาคารจะทำการเปลี่ยนให้ใหม่เมื่อเงินฝากครบกำหนด เพื่อนำไปใช้กับเครื่องปรับสมุดอัตโนมัติได้

11695875_10153279126712891_6175731627453698451_n

คำถามที่สอง : ในช่วงที่ธนาคารปิดระบบ ลูกค้าใช้บริการอะไรไม่ได้บ้าง?

คำตอบ

ผลกระทบเมื่อธนาคารปิดระบบได้แก่

  • ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ไม่สามารถใช้ บัตร ATM และ บัตร DEBIT  ทุกประเภท ไม่ว่าจะกับตู้ของกสิกรเอง หรือตู้ต่างธนาคาร
  • ไม่สามารถรับเงินที่โอนเข้าบัญชีของธนาคารกสิกรไทยได้
  • ไม่สามารถโอนเงินออกจากบัญชีของธนาคารกสิกรไทยได้

แต่ลูกค้าธนาคารกสิกรไทยยังสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ปกติครับ

11694026_10153279126717891_6728171227020672317_n

 

คำถามที่สาม : การปิดปรังปรุงระบบ จะมีผลกระทบต่อข้อมูลบัญชี และยอดเงินคงเหลือในบัญชีของลูกค้าหรือไม่?

คำตอบ

ทางธนาคารจะทำการเก็บสำรองข้อมูล  (back up ข้อมูล) ไว้ทั้งหมด พร้อมทั้งยังมีการทดสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าของธนาคารมั่นใจในความถูกต้องครบถ้วนของบัญชีที่มีกับธนาคารได้

ทั้งนี้ ทั้งนั้น ขอแนะนำให้ทำการ update สมุดธนาคารก่อนที่ระบบจะปิด เป็นการเผื่อข้อมูลสูญหายเอาไว้ครับ

คำถามที่พบประจำก็ประมาณนี้ครับ . . .

อย่าลืมนะครับ ระบบปิดตอน 4 ทุ่มวันพรุ่งนี้แล้ว ดังนั้น ธนาคารจะปิดทำการทุกสาขาในวันที่ 18 – 19 ก.ค. 2558 (รวมถึงสาขาในห้างฯด้วย)จึงมี

คำแนะนำมาฝากช่วงที่ระบบปิดดังต่อไปนี้นะครับ [คำแนะนำจากอาจารย์ศุภเดชนะครับ ขอบคุณมากครับ 🙂  ]

  • ถอนเงินออกมาสำรองมาไว้ใช้ให้พอ
  • ทำการ update สมุดธนาคารก่อนระบบปิด เผื่อเอาไว้กันข้อมูลหาย
  • อย่าพยายามซื้อของออนไลน์ช่วงที่ระบบปิด
  • พ่อค้า – แม่ค้า หาบัญชีธนาคารออนไลน์อื่นสำรองไว้ด้วยนะครับ

ยังไง อย่าลืมนะครับ วันพรุ่งนี้แล้วนะครับ วันที่ 17 ก.ค. 2558 4 ทุ่ม – 19 ก.ค. 2558 เวลา 4 ทุ่ม ธนาคารกสิกรไทยจะทำการปิดระบบปรับปรุงนะครับ 🙂

ที่มา : KBankLive FB Page_1  |  KBankLive FB Page_2
รูปจาก : computerworld

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Krungthai Next รองรับการช้อปปิ้งบน Facebook แล้ว จ่ายผ่าน Facebook Pay ได้ทันที

Published

on

By

Krungthai Next ของธนาคารกรุงไทย ประกาศรองรับการชำระเงินค่าสินค้าที่ซื้อบน Facebook แล้ว (Facebook Payment)

โดยสามารถใช้งานได้ผ่าน Messenger โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

 

เมื่อตกลงราคาแล้ว จะพบกับลิงค์ “View Order & Pay”

 

กด Continue

“Pay with Krungthai NEXT” โผล่มาให้เลือกแล้ว

คลิกที่ “Continue to Krungthai NEXT”

คลิก “Open”

 

คลิก “ยืนยัน”

ใส่ Passcode ของท่าน

กดกลับสู่ Messenger

จะพบการยืนยันว่าชำระเรียบร้อย

สถานะกลายเป็น “Paid” หรือจ่ายแล้ว เป็นอันเสร็จสิ้น

 

ก็นับว่าเป็นธนาคารแห่งที่สองที่ประกาศตัวว่าสามารถชำระเงินผ่าน Facebook ได้ด้วย App ของธนาคารโดยตรง (ไม่ต้องสร้างบัตรเสมือน VISA, MasterCard) ต่อจาก KBank ก็ถือว่าเป็นอีกก้าวใหม่ที่พัฒนาขึ้นของ Krungthai Next ครับ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

หนังสือดีน่าอ่านในยุคดิจิทัล “Data for the People รู้อะไรไม่สู้รู้ดาต้า” เจาะความนัยหลังโลกข้อมูล

Published

on

ในโลกยุคอินเทอร์เน็ตที่ข้อมูลมีค่าดั่งทอง มีการใช้ข้อมูลผู้ใช้เพื่อทำประโยชน์มากมาย รวมถึงกรณีที่ดักข้อมูลส่วนตัวไปใช้โดยไม่ได้รับอนญาต ซึ่งเรื่องราวของข้อมูลในยุคดิจิทัลเหล่านี้เริ่มเข้าใจยากขึ้น แต่เข้าใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที แบไต๋จึงขอแนะนำหนังสือ “Data for the People รู้อะไรไม่สู้รู้ดาต้า” โดย Andreas Weigend ให้อ่านกันเพื่อให้เข้าใจเรื่องของข้อมูลในยุคปัจจุบันเหล่านี้มากขึ้นครับ

Andreas Weigend

Andreas Weigend เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้าน Big Data เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของ Social Data Lab และอดีตหัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ (Chief Scientist Officer) ของ Amazon ซึ่งจากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับข้อมูลของมวลมหาผู้ใช้มายาวนาน จึงได้หน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจต่างๆ มากมายเช่น Alibaba, Hyatt, Lufthunsa และ MasterCard และคุณ Weigend ก็ถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปีที่เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ลงในหนังสือ “Data for the People รู้อะไรไม่สู้รู้ดาต้า” ให้ได้อ่านกัน

คุณ Weigend เล่าให้ฟังว่าที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความรู้ในการใช้ข้อมูล เพื่อให้รู้เท่าทันระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่แพร่หลายในยุค Social Media ซึ่งคุณ Weigend เน้นย้ำว่า Social Data นั้นใหญ่กว่า Social media อีก เพราะมันคือข้อมูลที่สร้างขึ้นมาทั้งหมดในโซเซียล ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่เราไม่ได้ป้อนเองเช่นตำแหน่งสถานที่ หรือวันเวลาต่างๆ พร้อมด้วยเคสตัวอย่างมากมาย ทั้งเรื่องการเก็บข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลองพฤติกรรมผ่านแอป หรือความนัยของประโยคคุ้นหูอย่าง “บริษัทอาจทำการบันทึกการสนทนานี้เพื่อปรับปรุงการให้บริการ” หรือการที่ Amazon เพิ่มฟังก์ชั่นการเตือนเมื่อคุณเลือกซื้อของซ้ำ รวมถึงเปิดให้ผู้ซื้อเป็นผู้บรรยายสรรพคุณของสินค้าเอง ถือเป็นจุดเปลี่ยนในกระบวนการผลิตในภาคธุรกิจได้อย่างไร

หนังสือ “Data for the People รู้อะไรไม่สู้รู้ดาต้า” จำนวน 384 หน้าพร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 395 บาท ตามร้านหนังสือทั่วประเทศ หรือสอบถามผ่านเพจของ Banlue Books ได้

(ซ้าย) โชติกา อุตสาหจิต (กรรมการผู้จัดการบันลือกรุ๊ป) , Andreas Weigend (ผู้เขียนหนังสือ) , ดาวิษ ชาญชัยวานิช (ผู้แปลหนังสือ) , ดร. กวิน อัศวานันท์ (ที่ปรึกษางานแปล) , ทีปกร วุฒิพิทยามงคล (บรรณาธิการ)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

LINE จับมือกสิกรไทย ตั้งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด พร้อมสร้าง Social Banking Platform

Published

on

ธนาคารกสิกรไทยและ LINE จับมือกันตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด โดยธนาคารกสิกรไทยลงทุนผ่านบริษัท กสิกร วิชั่น หรือ K Vision ส่วนไลน์ลงทุนผ่านบริษัท ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ใช้งาน LINE จำนวนกว่า 44 ล้านคนในไทยเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัดในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 พร้อมตั้งเป้าติด 1 ใน 5 บริษัทชั้นนำที่ให้บริการได้สินเชื่อบุคคลภายใน 5 ปี

(ซ้าย)ซี- ฉัตรปวีณ์ ผู้ดำเนินรายการ, อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย, พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย,

การลงทุนดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัล ซึ่งบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัดถือเป็นบริษัทแรกในกลุ่มบริษัทธนาคารกสิกรไทยที่ไม่ได้ถือหุ้น 100% ซึ่งธนาคารเชื่อว่าศักยภาพด้านดิจิทัลของ LINE และประสบการณ์ของธนาคารด้านลูกค้ารายย่อย จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจธนาคาร และทำให้เกิดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ซึ่งจะขยายฐานลูกค้าใหม่ และสร้างกำไรจากธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งนอกจากการลงทุนร่วมกันแล้ว กสิกรไทยและ LINE จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ทรัพยากรต่างๆ ระหว่างกันอีกด้วยพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

คุณพัชรเปิดเผยว่า เรื่องของความเร็วและต้นทุน ธนาคารนั้นสู้บริการไอทีตัวจริงไม่ได้อยู่แล้ว ทำให้การตั้งบริษัทใหม่ที่มีความเป็นไอทีตั้งแต่กำเนิดก็ทำให้ธนาคารปรับตัวในเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น ซึ่งผู้ใช้ส่วนหนึ่งจะกลัวธนาคาร กลัวเรื่องตัวเลข ทำให้กสิกรไทยต้องขยายตัวเองออกมาในแอปไลฟ์สไตล์เพื่อลดภาพน่ากลัวของธนาคารลง

โดยเป้าหมายของกสิกรไทยและ LINE คือร่วมกันสร้างแบรนด์ธนาคารบนแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียที่ใช้งานง่าย สนุก แตกต่างจากธนาคารรูปแบบเดิม เช่นการสมัครใช้บริการต่างๆ ของธนาคาร การโอนเงิน การซื้อของที่จ่ายจบได้ในแอปเดียว รวมถึงการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลที่สามารถทำผ่าน LINE ได้อย่างรวดเร็ว เพราะตลาดกู้ยืมเงินนี้มีมูลค่าถึง 5 แสนล้านบาท แต่ธนาคารยังเข้าถึงตลาดนี้ได้ไม่ถึงครึ่ง ซึ่งการทำให้ธุรกรรมง่ายขึ้นผ่าน LINE น่าจะทำให้เข้าถึงการกู้ยืมเงินได้มากขึ้น

Closing the distance แนวคิดของไลน์ที่ทำให้เกิดบริการต่างๆ ที่เข้าถึงผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งฐานลูกค้า 44 ล้านคนทำให้ไทยเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่อันดับ 2 ของไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มผู้ใช้ที่ยังไม่เข้าสู่ระบบธนาคาร (Unbank) จำนวนมาก ซึ่งไลน์หวังว่าจะนำธุรกรรมการเงินให้เข้าถึงทุกคนได้ ซึ่งความน่าเชื่อถือก็เป็นเรื่องสำคัญของการทำธุรกรรม และไลน์กับกสิกรไทยก็มีความน่าเชื่อถือมากพออริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย

(กลาง) ยอง อึน คิม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย

บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด จะเป็นฐานสำคัญในการนำเสนอบริการการเงินที่หลากหลาย รวมถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อรูปแบบใหม่ๆ การโอนเงินบน LINE ที่สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้เรายังตั้งเป้าเป็นผู้นำในธุรกิจการเงินในโลกที่กำลังเคลื่อนไปสู่สังคมไร้เงินสดยอง อึน คิม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ไลน์ ไฟแนนเชียล เอเชีย

ซึ่งในช่วงเริ่มต้นนี้ กสิกรไทยและไลน์ ได้แต่งตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อร่วมกันทำงานก่อน และกำลังเฟ้นหาบุคลากรที่จะเข้ามาร่วมงานในอนาคต (ไปสมัครงานได้นะ)

เก็บตกรายละเอียดบริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด

  • ลูกค้าของ กสิกร ไลน์ ก็ต้องเปิดบัญชีใหม่ ลูกค้า kbank เดิมก็ต้องเปิดบัญชีใหม่ด้วย เพื่อให้เคลียร์ว่าเป็นลูกค้าใคร
  • เรตดอกเบี้ยเงินกู้ก็ต้องแล้วแต่ความสามารถในการเข้าใจลูกค้า ดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับว่าธนาคารเข้าใจแค่ไหน ซึ่งบริษัทใหม่จะใช้ข้อมูลออนไลน์เพื่อพิจารณาเงินกู้ เพราะที่ผ่านมาธนาคารไม่สามารถให้คนกลุ่มหนึ่งกู้เงินได้เพราะข้อมูลไม่พอ แต่การจับมือกับ LINE ทำให้มีข้อมูลในการพิจารณาลูกค้ากลุ่มหนึ่งมากขึ้น ทำให้ขยายการกู้เงินส่วนบุคคลมากขึ้น และกระบวนการกู้เงินก็จะง่ายขึ้นด้วย ไม่ต้องกรอกเอกสารเป็นตั้งๆ
  • จะมีการเชื่อมโยงบริการกับ rabbit LINE PAY ในอนาคต ซึ่งกสิกรไทยก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่ดี
  • ไลน์ไม่ได้เข้ามา disrupt ธนาคาร แต่เป็นการมาจับมือกับแบงค์ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้เหมือนการแต่งงาน ลงทุนกันเป็นพันล้านบาท เป็นมากกว่าการต่อ api
  • ซึ่งไลน์จะไม่จับมือการธนาคารอื่นๆ ในลักษณะนี้อีก
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!