Connect with us

ข่าววงการไอที

Samsung เปิดตัว Galaxy Book 2 : จัดเต็มขุมพลัง Snapdragon 850 และเชื่อมต่อ LTE ระดับกิกะบิต

Samsung Galaxy Book 2 สเปคดี ดีไซน์เยี่ยม ชิปล่าสุด และ Windows 10

Published

on

Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Book 2 อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการดีไซน์เรียบหรูพร้อมประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง และอาจเป็นคู่แข่งสำคัญของ Surface Pro ของ Microsoft ได้ แต่เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ต Qualcomm แทน

Samsung Galaxy Book 2 ได้ใช้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 850 โดยมาพร้อมหน้าจอทัชสกรีน Super AMOLED สุดคมชัด ขนาด 12 นิ้ว ความละเอียดถึง 2160 x 1440 พิกเซล พร้อมด้วยแรม 4 GB ความจุ 128 GB, ได้รับการติดตั้งชิปเโมเด็ม X20 และรองรับการเชื่อมต่อ LTE ความเร็วระดับ “กิกะบิต” เลยทีเดียว

นอกจากนี้ได้รับการติดตั้งกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และลำโพง AKG คู่ ระบบเสียง Dolby Atmos โดยได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใน S Mode และมาพร้อม ปากกา S Pen และคีย์บอร์ด

หน้าจอ AMOLED 12.0 นิ้ว ความละเ้อียด FHD+ (2160 x 1440 พิกเซล)
ชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 850 (4 คอร์ 2.96 GHZ + 4 คอร์ 1.7 GHz)
การเชื่อมต่อ LTE โมเด็ม Snapdragon X20 LTE Cat.18 5CA, 4X4 MIMO
หน่วยความจำ/ความจุ 4 GB / 128 GB
กล้อง หลัง 8 ล้านพิกเซล / หน้า 5 ล้านพิกเซล
พอร์ต USB Type-C จำนวน 2 พอร์ต, microSD Card, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
เซ็นเซอร์ Accelerometer, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Light Sensor และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
การเชื่อมต่อไร้สาย 802.11 a/b/g/n/ac 2.4+5GHz, VHT80 MIMO
ขนาด / น้ำหนัก 11.32 x 7.89 x 0.30 นิ้ว / 1.75 ปอนด์
แบตเตอรี ใช้ได้สูงสุด 20 ชั่วโมง (S Mode)
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
อุปกรณ์เสริม ปากกา S Pen, คีย์บอร์ด
รองรับวิดีโอ MP4, M4V, 3GP, WMV, ASF, AVI, MKV
รองรับเสียง MP3, M4A, AAC, WAV, WMA, FLAC

Samsung Galaxy Book 2 จะเริ่มวางจำหน่ายออนไลน์วันที่ 2 พฤศจิกายน 2018 ผ่านทาง AT&T (ในสหรัฐอเมริกา), Microsoft Store และ Samsung.com โดยมีราคาอยู่ที่ 999.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 32,600 บาท)

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

กลับมาแล้ว แก้บั๊กครั้งใหญ่! Windows 10 1809 ผู้ใช้สามารถอัปเดตได้แล้ว!

Published

on

By

หลังจากที่ได้ปล่อยอัพเดต Windows 10 1809 มาก่อนหน้านี้และพบบั๊กใหญ่จนต้องเอาอัพเดตออกไปก่อนเพื่อแก้บั๊กเป็นเวลา 1 เดือนกว่าๆ

เรื่องอัปเดตไว้ใจผม! ไมโครซอฟท์หยุดปล่อยอัปเดตเดือนตุลา หลังทำให้หลายเครื่อง พังพินาศ

ยิ่งอัปยิ่งหนัก Windows 10 October อัปเดตใหม่สร้างปัญหาบูทเข้าเครื่องไม่ได้!

โดยครั้งนี้ได้แก้ไขปัญหาแล้ว โดย Microsoft แนะนำให้ผู้ที่มีไฟล์ ISO ตัวเก่าของ 1809 ให้หยุดใช้งานและลบทิ้งไปเลย และทำการดาวน์โหลดใหม่จากเครื่องมือได้ที่ https://www.microsoft.com/th-th/software-download/windows10ISO

ส่วนผู้ที่ต้องการอัปเดตจาก Windows 10 เดิม สามารถเข้าได้ที่ลิงค์เดียวกันแต่กดที่ “อัปเดตเดี๋ยวนี้” หรือ “Update”

ส่วนวิธีการอัปเดตดูได้จากที่นี่เลยครับ

[แบไต๋ทิป] วิธีอัปเดตเป็น Windows 10 1809 ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ Windows Update

สำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบ Windows 10 Enterprise 90 วันทั้งรุ่นปกติและรุ่นสนับสนุนนานพิเศษ (LTSC หรือ LTSB เดิม) สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.microsoft.com/en-us/evalcenter/evaluate-windows-10-enterprise

อ้างอิง: Microsoft Official Blog

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

6 ฟีเจอร์ในสมาร์ทโฟน ที่จะดีมาก “ถ้าได้นำไปใช้ในแล็บท็อป” อย่างจริงจัง

Published

on

ในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ สมาร์ทโฟนได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ และฟีเจอร์ต่าง ๆ ในขณะที่การออกแบบแล็ปท็อปนั้น ดูเหมือน “นิ่ง” ไปสักหน่อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสมาร์ทโฟนที่เป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสและพกพาไปใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า

ดังนั้น เราลองมาดู 6 ฟีเจอร์ อันโดดเด่นของสมาร์ทโฟน ที่จะดีมากถ้าหากได้นำมาใช้ในแล็ปท็อปได้จริง ๆ กัน ซึ่งคาดว่าจะทำให้แล็ปท็อปมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

1. จอ OLED

จอ OLED บนสมาร์ทโฟนนั้น ไม่เพียงแค่แสดงสีของภาพที่สดกว่า และคอนทราสต์ระดับสุดยอดกว่าจอ LCD เท่านั้น แต่มันยังใช้พลังงานน้อยกว่าด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อการใช้พลังงานจากแบตเตอรีโดยตรง

ในปัจจุบันมีแล็บท็อปบางรุ่นเริ่มใช้จอ OLED บ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่นั้นยังคงใช้จอ LCD อยู่ โดยเหตุผลหลัก ๆ คือ แผงหน้าจอ OLED นั้นมีราคาแพงกว่า ซึ่งจะไปกระทบต่อต้นทุนการผลิตอีกด้วย

ดังนั้นการเลือกใช้จอ OLED สำหรับแล็ปท็อปในปัจจุบัน จึงยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก

2. สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่อง (สำหรับแล็ปท็อป Mac)

ฟีเจอร์ Face ID บน iPhone รุ่นใหม่ สำหรับสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคตัวเครื่องและเข้าถึงบริการต่าง ๆ นั้น เป็นฟีเจอร์ที่มีความล้ำหน้า และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังอาจเป็นเทคโนโลยีที่จะมาแทนการสแกนนิ้วมือได้ในอนาคตอีกด้วย

สำหรับแล็ปท็อประบบ Windows 10 นั้น สามารถใช้ฟีเจอร์สแกนใบหน้า Windows Hello เพื่อปลดล็อคตัวเครื่องได้อย่างง่ายดาย ส่วน MacBook Air รุ่นใหม่ก็สามารถสแกนนิ้วมือได้แล้ว

แต่จะดีเพียงไรถ้าหากแล็ปท็อป Mac ในอนาคตจะใช้ฟีเจอร์ Face ID ได้เช่นเดียวกับ iPhone

3. ชาร์จไร้สาย

จริง ๆ แล้ว การชาร์จไร้สายนั้นค่อนข้างเหมาะสำหรับแล็ปท็อปมากกว่าสมาร์ทโฟนด้วยซ้ำ

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ต้องวางแล็ปท็อปบนโต๊ะเพื่อทำงานตลอดทั้งวันสิ จะดีแค่ไหนถ้าหากวางบนแท่นชาร์จไร้สายเพื่อชาร์จไฟไปพร้อมกับทำงานได้โดยไม่ต้องนำสายชาร์จเสียบแต่อย่างใด

ถึงแม้ว่า Dell จะเคยเปิดตัวแล็ปท็อปที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไร้สายเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา แต่มันก็มิได้รับความนิยมแต่อย่างใด และยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาต่อไปอีก

4. สวิทช์เปิด/ปิดเสียง ของ iPhone สำหรับเปิด/ปิด กล้องและไมโครโฟน

สำหรับผู้ที่เป็นกังวลในการที่อาจถูกแฮกเกอร์แอบเข้ามาส่องกล้องหรือเปิดไมโครโฟนของแล็ปท็อปของตนได้นั้น การติดตั้งปุ่มเพื่อเปิดหรือปิดการทำงานของกล้องและไมโครโฟนได้นั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่เข้าท่ามากทีเดียว

5. ป้องกันน้ำเข้า

การพัฒนาแล็ปท็อปได้มีมาตรฐานการกันน้ำนั้น เป็นสิ่งที่มีท้าทายเป็นอย่งมากสำหรับนักออกแบบ เนื่องจากมีหลายส่วนที่น้ำสามารถเข้าไปสร้างความเสียหายได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น แป้นพิมพ์ เป็นต้น

6. ขอบจอบางมาก

ด้วยขอบจอที่บางลง จะช่วยให้แล็ปท็อปสามารถแสดงภาพได้กว้างขึ้น บนขนาดทัวเครื่องที่เท่าเดิม

ก่อนห้านี้ Dell และ Huawei ได้เปิดตัวแล็ปท็อป XPS และ MateBook X Pro มาก่อนแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากนัก

ข้อมูลอ้างอิง : businessinsider

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

Alibaba ทุบสถิติรายได้ช้อปปิ้งออนไลน์ : ทะลุ 1 พันล้านเหรียญ ใน 85 วินาที

Published

on

ยักษ์ใหญ่แห่งวงการช้อปปิ้งออนไลน์ของประเทศจีนอย่าง Alibaba ได้ทำสถิติรายได้ใหม่ในปี 2018 นี้ จากอีเวนท์ Global Shopping Festival (หรือ Singles Day) ซึ่งทาง Alibaba ได้จัดขึ้นทุกปี

Alibaba สามารถขายสินค้าได้ 3.08 หมื่นล้านชิ้น จาก 230 ประเทศทั่วโลก ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง (เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ที่ขายได้ 2.53 หมื่นล้านชิ้น คิดเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้น 27%)

ไม่เพียงแค่นั้น ยังสามารถทำรายได้ถึงหลัก 1 พันล้านเหรียญ ได้ใน 85 วินาที และถึงหลัก 1 หมื่นล้านเหรียญ ใน 1 ชั่วโมง

ในส่วนของแบรนด์สินค้าที่ทำกำไรมากที่สุดนั้น ได้แก่ Apple, Dyson, Gap และ Nike

ข้อมูลอ้างอิง : engadget

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!