Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

เปิดตัว HUAWEI P10 , P10 Plus ในไทยอย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นกล้องไลก้าทั้งหน้า/หลัง

Published

on

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ประกาศราคาจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ

  • Huawei P10 (32 GB) ราคา 17,900 บาท
  • Huawei P10 (64 GB) ราคา 19,900 บาท
  • Huawei P 10 Plus ราคา 23,900

โดยลูกค้าที่พรีออเดอร์ในระหว่างวันที่ 17-26 มีนาคมนี้ จะได้รับของสมมนาคุณพิเศษมูลค่ากว่า 3,700 บาท มั่นใจ Huawei P10 Series จะต่อยอดความสำเร็จและสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดสมาร์ทโฟนโลกอีกครั้งด้วย นวัตกรรมสมาร์ทโฟนที่ร่วมพัฒนาขึ้นกับไลก้าทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง พร้อมชูสุดยอดฟีเจอร์ถ่ายภาพระดับสตูดิโอ ต่อยอดความเป็นผู้นำด้านกล้อง พร้อมเผยสีสันใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร่วมมือกับ Pantone Color Institute ผู้นำด้านสีของโลกเพื่อตอบโจทย์ในด้านดีไซน์มากยิ่งขึ้น

สุดยอดสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพ กับคุณสมบัติระดับสตูดิโอถ่ายภาพ

HUAWEI P10 และ P10 Plus คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้กล้องหน้าจากไลก้า เช่นเดียวกับกล้องหลังเลนส์คู่ ผสานเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ล้ำสมัยที่สุดของโลกเพื่อการสร้างสรรค์ภาพพอร์ทเทรทที่แฝงความเป็นงานศิลปะร่วมสมัยตามแบบฉบับของภาพถ่ายไลก้า HUAWEI P10 และ P10 Plus มาพร้อมอุปกรณ์และคุณสมบัติทุกอย่างระดับสตูดิโอถ่ายภาพมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็น

  • เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าแบบ 3 มิติ ที่สามารถตรวจจับลักษณะต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ
  • ฟีเจอร์การปรับแสง – มีอัลกอริทึ่มการตรวจจับอัตโนมัติซึ่งสามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของแสงสว่างแวดล้อมและปรับค่าคอนฟิเกอร์เรชั่นของการถ่ายภาพโดยอัตโนมัติ ทั้ง การปรับสมดุลสีขาวอัตโนมัติ ความเร็วชัตเตอร์ และอื่น ๆ ถ่ายภาพได้สวยเฉียบในทุกสภาพแวดล้อม
  • ฟีเจอร์ปรับภาพแต่งพอร์เทรท – มีอัลกอริทึ่มการสร้างภาพที่อาศัยข้อมูลจากการวิจัยอย่างละเอียดในเรื่องรูปทรงของใบหน้าและสีผิวที่แตกต่างและหลากหลาย ใช้ฟีเจอร์การปรับแต่งภาพพอร์เทรทให้สมบูรณ์แบบได้ตามความต้องการเฉพาะและเป็นธรรมชาติ
  • ฟีเจอร์ถ่ายภาพโบเก้ ที่สวยเหมือนงานศิลปะ – มีอัลกอริทึ่มจึงมีความชัดตื้นชัดลึกที่สามารถสร้างสีสันที่คมชัด สดใสให้กับภาพถ่าย พร้อมทำให้ฉากหลังเบลอ เป็นภาพพอร์เทรทสไตล์โบเก้ที่สวยสะดุดตา นอกจากนัน ยังสามารถหาจุดโฟกัสภาพใหม่หลังจากกดชัตเตอร์แล้วได้อีกด้วย

นิยามใหม่ของสีสันบนสมาร์ทโฟนจาก Pantone Color Institute

HUAWEI P10 และ P10 Plus สร้างมาตรฐานใหม่ของสีสันและดีไซน์ ด้วยการร่วมมือกับ Pantone Color Institute ผู้นำด้านสีสันของโลก ด้วยสี Pantone ที่คัดสรรขึ้นเป็นพิเศษคือ PANTONE Greenery ซึ่งเป็นสี PANTONE ประจำปี 2017 บนพื้นผิวขัดทรายให้ความรู้สึกสบายตาและดูมีสไตล์ และสี Dazzling Blue เฉดสีฟ้าเข้มแสนสะดุดตา บนพื้นผิว Hyper Diamond-cut อันเป็นเอกลักษณ์ดูเปล่งประกายสะดุดตา นอกจากสองสีพิเศษนี้แล้ว ยังมีให้เลือกในอีกหลายโทนสีสวย ทั้ง Mystic Silver , Prestige Gold , Dazzling Blue , Prestige Gold , Graphite Black เพื่อให้เป็นสมาร์ทโฟนที่บ่งบอกถึงบุคลิกของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างโดดเด่น

ที่สุดแห่งดีไซน์มินิมัล งานฝีมือสุดปราณีต และฟังก์ชั่นเหนือชั้น

HUAWEI P10 และ P10 Plus มาพร้อมรูปทรงแบบมินิมัลที่บางเฉียบ กับเส้นสายโค้งมนตามแบบฉบับของ P Series ดีไซน์ที่มุ่งเน้นคุณภาพในทุกรายละเอียด หน้าจอกระจก Corning Gorilla 5 อันแข็งแกร่ง รวมทั้งฟังก์ชั่นอันทรงประสิทธิภาพอย่างเทคโนโลยี SuperCharge ลิขสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยเพื่อการชาร์จแบตเตอรี่ที่เร็วเป็นพิเศษ ระบบปฎิบัติการที่รวดเร็วไม่ว่าจะผ่านอายุการใช้งานไปนานเพียงใด และการเชื่อมต่อที่เหนือชั้นเพื่อให้ผู้ใช้ไม่คลาดการติดต่อสื่อสารไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ความสำเร็จบนเวทีระดับโลกในงาน Mobile World Congress 2017

Huawei P10 และ P10 Plus ยังครองใจแวดวงคอนซูเมอร์เทคโนโลยีและสื่อมวลชนอย่างล้นหลามทันทีที่เปิดตัวในมหกรรม Mobile World Congress 2017 ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สามารถคว้ารางวัลต่าง ๆ ในงานนี้มาได้กว่า 20 รางวัล อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นสมาร์ทโฟนยอดเยี่ยม “Top Pick” จากสื่อเทคโนโลยีและไอทีหลายสำนักทั้งจากดีไซน์และสีสันอันโดดเด่น และความสามารถในการถ่ายภาพพอร์เทรทได้เหนือชั้น

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Toshiba รุกหนักครึ่งปีหลัง 2018 เปิดตัวสินค้าใหม่ 34 รุ่น หวังรายได้โต 2 ดิจิต

Published

on

นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “โตชิบา ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ภายใต้มาตรฐานการดีไซน์และการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นด้านคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค  จากการรวมกันของ TLSC และ Midea Group เรามุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโลก (Global Market) มากยิ่งขึ้น ขยายกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย

TLSC ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะลงทุนในประเทศไทย ทั้งในแง่เป็นฐานการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการขายและการทำตลาด  และโตชิบาจะยังคงเติบโต ยั่งยืน และก้าวไปด้วยกันกับคนไทย เรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น  และคำนึงถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งนี้ เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคนไทย ตามสโลแกนโตชิบา

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เผยว่า “สำหรับตลาดในประเทศไทย  ภาพรวมเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตสูงถึง 4.1% ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2555  ส่วนค่า GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 4.8% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงแนวโน้มในเชิงบวกว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะดีขึ้น

  • สำหรับไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ มีผลติดลบ 9%  อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก
  • สำหรับผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ภาพรวมยอดขายโตชิบา โตขึ้นถึงกว่า 20%  เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก โตชิบาเผยโฉมสินค้าใหม่มากถึง 8 หมวดหมู่ รวม 32 รุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างโตชิบาและไมเดีย และจากการลอนช์สินค้าดังกล่าว จึงเป็นที่มาของยอดขายที่เติบโตสูงขึ้น
  • สำหรับแผนการตลาดครึ่งปีหลัโตชิบายังคงใช้ความได้เปรียบจากการรวมกันของ 3 ประเทศ ได้แก่ สินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น // ความรวดเร็วในการผลิตและการพัฒนาจากประเทศจีน และ ประสบการณ์การทำตลาดอันยาวนานจากประเทศไทย เปิดตัวคอนเซปต์ A New Chapter Beyond All Limits เพื่อตอกย้ำโตชิบายุคใหม่ ที่จะก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด โดยคาดหวังจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Top 3 ในประเทศไทย ภายใน 3 ปี และต้องเติบโตอย่างน้อย 2 ดิจิตขึ้นไป  เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากมาย โดยในครึ่งปีหลัง แผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีก 8 หมวดหมู่ 34 รุ่น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี กล่าวเสริมว่า “จากข้อมูลเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 ที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตขึ้น 0.2%

  • โดยสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเยอะได้แก่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SDA – Small Domestic Appliances) ซึ่งมีสัดส่วนการตลาด 31%
  • ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ 32%
  • ตู้เย็น 19% และเครื่องซักผ้า 18%
  • ส่วนการเติบโตสินค้ากลุ่มความเย็นและกลุ่มซักผ้า เติบโต 4%
  • ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ ติดลบ 9%
  • ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโตสูงถึง 7.1% โดยเครื่องทำน้ำอุ่นโตถึง 31% และไมโครเวฟ 15%
  • ส่วนผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ยอดขายโตชิบาโตถึงกว่า 20% โดยมาจาก ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และ เครื่องทำน้ำอุ่นที่เติบโตถึง 38%, 35%, 189% และ 146% ตามลำดับ ส่วนเครื่องปรับอากาศ เติบโตเพียง 1%
  • ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 34 รุ่น  ทั้งกลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว เครื่องปั่นน้ำผลไม้ และเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อมาเติมเต็มช่องว่างของสินค้าที่โตชิบาขาดหายไป และถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายและครบถ้วนยิ่งขึ้น

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ  ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวเสริมว่า “ในครึ่งปีหลังนี้  โตชิบาจะเปิดตัวสินค้ามากมาย โดยเฉพาะตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ที่จะมาขยาย Market Share ของโตชิบาให้กว้างขึ้น ทั้งตลาดพรีเมียมและตลาดแมส สำหรับสินค้ากลุ่มตู้เย็น โตชิบาเป็นที่ 1 ในเรื่องตู้เย็นประตูเดียวมาตลอดหลายปีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตู้เย็น 2 ประตู และตู้เย็นมินิบาร์ แต่ในปีนี้ เราจะมาครบไลน์อัพ เติมเต็มช่องว่างเค้กก้อนใหญ่ในส่วนของตู้เย็นมัลติดอร์ (Multi Doors) และ ตู้เย็นไซด์บายไซด์ (Side By Side) ที่มีมูลค่าการตลาดถึงหนึ่งพันล้านบาท โดยมีแผนออกสินค้าในไตรมาส 4 ส่วนในไตรมาส 3 เราส่งตู้เย็น 1 ประตูรุ่นใหม่ FIT ที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อยังคงรักษาความเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตู้เย็น 1 ประตู ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเกือบ 30%

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โตชิบาจะใส่ใจเรื่องความต้องการของลูกค้า รวมถึงดูเทรนด์ผู้บริโภคเป็นหลัก เฉกเช่นการพัฒนาตู้เย็น  ที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น เวลามีจำกัด ดังนั้นการซื้อของกินของใช้ในแต่ละครั้งจึงมาก และเมื่อต้องเก็บมาก เราจึงออกแบบตู้เย็นให้ใหญ่ขึ้น รวมถึงต้องเก็บรักษาความสดได้ยาวนาน  และต้องออกแบบตู้เย็นให้จัดสรรของกินแต่ละประเภทให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม จึงเป็นที่มาของการเกิดตู้เย็นไซด์บายไซด์ และมัลติดอร์

  • ตู้เย็นมัลติดอร์ โดดเด่นด้วย 3 Cycle Real Inverter มาพร้อมระบบทำความเย็น  3 Cooling กระจายความเย็นได้ทั่วถึง และระบบการกำจัดกลิ่นชั้นยอด นอกจากนี้ยังแบ่งช่องต่างๆ ในตู้เย็นได้มากถึง 26 ช่อง เพื่อให้คุณเลือกแช่ได้ตามใจ
  • ส่วนตลาดเครื่องซักผ้า เราตั้งเป้าเติบโต 50% โดยขยายไลน์อัพเพิ่ม ด้วยการเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถังสำหรับจับตลาดกลางถึงล่าง และเพิ่มเครื่องซักผ้าฝาหน้า และ 2 in 1 เครื่องซักอบผ้าฝาหน้า เพื่อจับกลุ่มคอนโด และตลาดกลางถึงบน ซึ่งใน 2 ตลาดดังกล่าว มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มมาร์เก็ตแชร์ของกลุ่มเครื่องซักผ้าของโตชิบามากขึ้น
  • ในไตรมาส 3 นี้ โตชิบามีแผนเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถัง ซึ่งมาด้วยดีไซน์ที่สวยหรู ตัวถังกันสนิม พร้อมจุดเด่นท่อเติมน้ำแบบคู่ ที่ทำให้การซักและการปั่นสะดวก สะอาดยิ่งขึ้น  มีให้เลือกมากถึง 4 ความจุ คือ 7.5 กก. 8.5 กก. 11 กก. และ 13 กก. เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย
  • สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ Front Load จะมาด้วยเทคโนโลยี Great Wave ที่ช่วยให้ผ้าสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน จึงทำให้ประหยัดไฟ ประหยัดเวลา รวมถึงช่วยปกป้องสีสันของเสื้อผ้าให้อยู่ยาวนานยิ่งขึ้น มาพร้อม 3 ความจุให้เลือก คือ 7.5 กก. 8.5 กก. และ 9.5 กก.
  • ส่วนตัวไฮไลท์ เป็นเครื่องซักอบฝาหน้า ที่มีความจุทั้งซักและอบที่เท่ากัน  เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งมีให้เลือก 2 ความจุ คือ 10/10 กก. และ 8/8 กก. ซึ่งแพลนวางขายในไตรมาส 4

นายชาตรี พลสอนดา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กล่าวว่า “ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาไม่สูงมาก มีความต้องการใช้ต่อเนื่อง และด้วยความที่สินค้ามีหลากหลาย จึงตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้แตกต่างกัน  สำหรับแบรนด์โตชิบา เราตั้งเป้าขึ้นเป็น Top 3 ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายใน 3 ปี โดยในครึ่งปีแรก เห็นผลชัดเจนว่าเราเติบโตมากในกลุ่มสินค้ากลุ่มไมโครเวฟ ซึ่งโตขึ้นถึง 189% จากการที่เราเปิดตัวไมโครเวฟใหม่ 7 รุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งโตขึ้นถึง 146% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ใน ไตรมาสที่ 3 นี้ เราแพลนออกเครื่องทำน้ำอุ่นใหม่อีก 8 รุ่น เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวที่จะมาถึงในปลายปีนี้ สำหรับตลาดหม้อหุงข้าว เราตั้งใจขยายตลาดระดับกลางถึงล่าง โดยส่งหม้อหุงข้าวประเภท Jar Type หรือหม้ออุ่นทิพย์ดีไซน์ใหม่ สดใส และทันสมัยกว่าเดิม มีให้เลือก 2 ความจุ 5 รุ่น 3 ดีไซน์  มากไปกว่านั้น โตชิบากำลังขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงเช่นกัน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ของโตชิบา มาด้วยเทคโนโลยี Off Center ที่ช่วยให้น้ำผลไม้ปั่นละเอียดยิ่งขึ้น”

นางสาวธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า “นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อตลาดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยโดยตรงจากกลุ่มผู้บริโภคด้วย อย่างแนวโน้มหรือเทรนด์ เรื่องความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว จะส่งผลต่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย  คุณภาพและเทคโนโลยี ดีไซน์ของสินค้า ที่อาจนับได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อย่างเรื่องการประหยัดเวลา นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ยังรวมถึงการรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน และการรักสุขภาพ ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโตชิบา จึงถูกออกแบบมา โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลัก เพื่อให้แน่ใจว่า เราจะ    “นำสิ่งที่ดี มาสู่ชีวิต” ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง”

  • สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีแรก อัตราส่วนการลงทุน จะมุ่งเน้นที่ การสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ และการจดจำต่อสาธารณชน ซึ่งรวมไปถึง ณ จุดขาย การส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น และนอกจากการลงทุนข้างต้นแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย  อีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคได้มากที่สุด นอกเหนือจากการจัดจำหน่าย สินค้า ที่มีคุณภาพ หลากหลาย และแข่งขันได้
  • ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง จะเน้นเรื่อง 4P ได้แก่
    • สินค้า อย่างเรื่องการเพิ่มไลน์สินค้า การอัพเกรดสินค้าให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น
    • การขยายช่องทางการขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
    • แพลนปรับโฉมร้านค้าให้ดูทันสมัย และสวยงามยิ่งขึ้น แผนการสื่อสารและการตลาดงบกว่า 12% เพื่อการลงทุนด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทั้ง Above the line และ Below the line เพื่อสร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นในตราสินค้า ทั้งนี้ ภาพรวมการตลาดจะผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ Online & Social Media เป็นหลัก โดยเน้นเรื่อง Digital Marketing,  Localized Marketing
    • การทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับกลุ่มสินค้า ฤดูกาล และพื้นที่การขาย โดยจะมีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ
      • แคมเปญรับหน้าฝน แคมเปญฉลองวันเกิด แคมเปญรับปีใหม่
      • หรือแม้แต่การทำ Road Show และ Work Shop ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สินค้า
      • และสุดท้าย เรายังคงให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย ที่ไม่ได้ต้องการให้เป็นตัวแทนขายสินค้า แต่เขาคือที่ปรึกษาส่วนตัว (Personal Consultant)  เราจึงมีแผนพัฒนาบุคลากรให้ความรู้และฝึกอบรมทั้งในส่วนการขาย การสร้างประสบการณ์การใช้งาน การเป็นเลขาส่วนตัว รวมถึงการให้คำแนะนำหลังการขายด้วย

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเสริมว่า “นอกจากบริษัทฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และแผนการตลาดต่าง ๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว  บริษัทฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาระบบสารสนเทศ ระบบงานบริการหลังการขาย ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในโตชิบา เรายังคงเป็นแบรนด์ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ถือหุ้นคนไทย เรายังเชื่อมั่นในโตชิบา และในการรวมพลังของเรา 3 ประเทศ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่รวดเร็ว และเติบโตอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ เรายังคงมุ่งเน้นนโยบายด้านส่งเสริมกิจกรรมที่ดีเพื่อสังคม (CSR – Corporate Social Responsibility) เช่นที่ผ่านมา  โตชิบาจะต้องเป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลของสังคมไทย เป็นบริษัทที่ไม่ได้เน้นเพียงเรื่องการขายและการบริการเท่านั้น แต่ต้องเป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อท่านผู้แทนจำหน่าย ต่อสังคม ต่อคนรุ่นต่อไป ต่อประเทศชาติที่รักของพวกเราทุกคน และจะ “มุ่งมั่น …นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ชวนคุณฟังสัมมนา รับฟังสุดยอดกลยุทธ์ กับ “ปั้นแบรนด์ให้…โต GO Inter”

Published

on

ชวนคุณฟังสัมมนา รับฟังสุดยอดกลยุทธ์ และวิธีการสร้างแบรนด์ไทยให้ไกลทั่วโลก กับ “ปั้นแบรนด์ให้…โต GO Inter” โดยเหล่าวิทยากรชื่อดังมากมายกับสโลแกน

ในยุคที่ใคร ๆ ก็ต้องมี Brand ทำอย่างไรให้คนจดจำ ทำอย่างไร..ไปให้ถึง Inter หลายคนมีความสามารถเต็มถัง แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน หลายคน สินค้าดี
แต่กลับไม่มีคนรู้จัก หลายครั้ง ทำดี มาไกล แต่อยู่ดี ๆ ก็มีคน Copy ไปประเทศอื่น..?!

พบสุดยอด แนวคิดที่สุดแห่งปี 2018 ที่จะนำพาชีวิตและธุรกิจของคุณ ปัง ดัง ไปไกลถึง Inter! พร้อมวิธีการ ของบุคคลตัวอย่าง ทำจริง เจ็บจริง สำเร็จจริง..!!

== “ปั้นแบรนด์ให้โต.. GO INTER..!!” ==

พบ 4 สุดยอดคนไทย ที่ดังไกลถึง Inter..!!

  • อ.เอ๋ อภัยลักษณ์ ตันตระบัณฑิตย์ ผู้สร้างตำนาน Image Consultant ที่ปรึกษาภาพลักษณ์ไทย ที่ได้รับรางวัลระดับโลก
  • คุณโอ๋-ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ธัญ (THANN) ปั้นแบรนด์จนแข็งแกร่ง นำพาไปสร้างชื่อในระดับสากล!
  • คุณชาตยา ชูพจน์เจริญ ผู้นำพาธุรกิจ BBQ Plaza ผ่านมรสุม Drama “กระทะดำ” จนคนจดจำทั่วประเทศ
  • ปิดท้ายพิเศษกับสัมภาษณ์ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ CEC – CP ALL “ทำงานใหญ่ ใจต้องนิ่ง”

และพิเศษ..!! Dinner Talk ใกล้ชิดกับ 2 สุดยอดตำนานผู้สร้างแบรนด์ทะยานไปทั่วโลก

  • คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ หัวเรือใหญ่ CP ที่บุกตลาด 7-11 ไทยจนใคร ๆ ต้องยอมรับ
  • คุณ Fumi Sasada นักสร้างแบรนด์ดังจากแดนอาทิตย์อุทัยเบื้องหลังสินค้าระดับโลกอาทิ NEC โอลิมปิค KitKat

สถานที่ วันและเวลา

“ปั้นแบรนด์ให้โต GO INTER” เริ่มวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. 2561 นี้ 9.00-18.30 น. ที่ Convention Hall ชั้น 5 เซนทรัลแจ้งวัฒนะ

บัตรเข้างาน

  • General 3,990 บาท
  • VIP 5,990 บาท พร้อม Business Dinner พร้อมเสวนากับ คุณก่อศักดิ์ และคุณฟูมิ

พิเศษตั๋ว Early Bird ซื้อ 1 แถม 1 พร้อมตั๋วหนัง Major ฟรีทุกที่นั่ง..!! (ก่อน 30 มิ.ย. นี้) ซื้อบัตรได้ที่
Thai Ticket Major ทุกสาขา หรือ Line@ : @apailucktan

098-914-5443
099-263-3846

แบไต๋บอกต่อ

พิเศษสำหรับผู้ที่บอกว่ามาจากคุณหนุ่ย พงศ์สุข หรือมาจากแบไต๋ จะได้สิทธิ์โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 นอกเหนือจากตั๋ว Early Bird ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

คอเกมฟังทางนี้ Asus จัดโปรเด็ด ยกทัพ Gaming Notebook บุก Commart

Published

on

ช่วงระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายนนี้พบกับงาน Commart กันอีกครั้งที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งงานครั้งนี้ Asus จัดโปรส่วนลดและของแถมเพียบ โดยเฉพาะกลุ่ม Gaming Notebook ที่ส่ง ROG Zephyrus M โน้ตบุ๊กเกมมิ่งตัวบาง เครื่องแรง แถมราคาแค่ครึ่งเดียวของ Asus ROG Zephyrus ที่หนุ่ย พงศ์สุขเคยรีวิวไป ลงตลาดครั้งแรก

Gaming Notebook กลุ่ม ROG, TUF Gaming และ FX Series

  • TUF Gaming Series และ FX Series รับฟรี เสื้อยืด Asus, Bluetooth Soundbar, และชุด Gaming Mouse Set มูลค่ารวม 1,790 บาท
  • ROG Series (GL503 และ GL703 Series) รับฟรี Bluetooth Soundbar, เสื้อ Jacket ROG Limited Edition, ชุด Gaming Mouse Set, และ ROG x Nvidia 7 T-Shirt Collection Set รวมมูลค่า 6,000 บาท
  • ROG Zephyrus M (GTX 1060) รับฟรี Bluetooth Soundbar, เสื้อ Jacket ROG Limited Edition, ชุด Gaming Mouse Set, และ ROG x Nvidia 7 T-Shirt Collection Set รวมมูลค่า 6,000 บาท
  • ROG Zephyrus และ Zephyrus M (GTX 1070) รับฟรี Bluetooth Soundbar, เสื้อ Jacket ROG Limited Edition, ชุด Gaming Mouse Set, ROG x Nvidia 7 T-Shirt Collection Set, ROG Fusion 300 Gaming Headset + ฟิกเกอร์ ROG Horsem4n รวมมูลค่า 10,900 บาท
  • ROG Griffin G703 รับฟรี Bluetooth Soundbar, เสื้อ Jacket ROG Limited Edition, ชุด Gaming Mouse Set, และ ROG x Nvidia 7 T-Shirt Collection Set รวมมูลค่า 6,000 บาท

สำหรับ ASUS Notebook

  • Asus Zenbook ทุกรุ่น ผ่อน 0% 24 เดือน พร้อมของแถม เสื้อยืด Asus, Bluetooth Soundbar, Stainless Steel Water Cup, Swarovski Pen มูลค่ารวมกว่า 4,000 บาท (เฉพาะ รุ่น Asus Zenbook UX331 series ผ่อน 0% 10 เดือน)
  • Asus VivoBook Pro 15 N580 series ผ่อน 0% 10 เดือน พร้อมของแถม เสื้อยืด Asus, Bluetooth Soundbar, Swarovski Pen มูลค่ารวมกว่า 3,000 บาท
  • Asus VivoBook S15 & S15 series ผ่อน 0% 10 เดือน พร้อมของแถม เสื้อยืด Asus, Bluetooth Soundbar มูลค่ารวมกว่า 2,000 บาท
  • Asus VivoBook A570UD-FI280T (รุ่นพิเศษ เฉพาะที่งานคอมมาร์ตเท่านั้น)ผ่อน 0% 10 เดือน พร้อมของแถม เสื้อยืด Asus, Bluetooth Soundbar, Stainless Steel Water Cup, Swarovski Pen มูลค่ารวมกว่า 4,000 บาท

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!