Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“OTV” จับมือ “ทรี แดนซ์ พับลิชชิ่ง” เจาะติดการประกวด MISS MAXIM 2017

Published

on

นับเป็นอีกก้าวของความร่วมมือระหว่าง “OTV” แพลตฟอร์ม VDO Content Network  ในฐานะสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยล่าสุดได้จับมือร่วมกับ บริษัท ทรี แดนซ์ พับลิซซิ่ง จำกัด เจ้าของนิตยสาร MAXIM, IMAGE, Attitude และอื่นๆ โดยปัจจุบัน ทรี แดนซ์ พับลิชชิ่ง ได้ปรับเปลี่ยนการนำเสนอคอนเทนต์ โดยไม่ได้เจาะจงเฉพาะสื่อนิตยสาร แต่ได้มุ่งสร้างความแตกต่างของคอนเทนต์ เพื่อทรานส์ฟอร์มจากสื่อสิ่งพิมพ์สู่สื่อดิจิทัลมากยิ่งขึ้น รวมถึงเน้นการจัดกิจกรรมอีเวนท์มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ล่าสุด นายณดล ธัญญากรดิลก (ที่ห้าจากขวา) กรรมการผู้จัดการ และนายณัฐพงศ์ ตังเดชะหิรัญ (ที่ห้าจากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โอทีวี จำกัด (OTV) ได้ร่วมพันธมิตรกับ นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรี แดนซ์ พับลิชชิ่ง จำกัด ในการนำเสนอคอนเทนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟของเวทีการประกวดสาวเซ็กซี่ MISS MAXIM 2017 และเป็นพันธมิตรที่สามารถนำคอนเทนต์ต่าง ๆ มาเผยแพร่บนช่องทางดิจิทัลของแพลตฟอร์ม OTV แบบเกาะติด นับตั้งแต่เริ่มเปิดรับสมัคร รอบคัดเลือกออดิชั่น งานโรดโชว์ต่าง ๆ งาน Meet & Greet  เวิร์กช้อป จนถึงรอบตัดสินเลือกผู้ชนะ MISS MAXIM 2017 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 รวมถึงคลิปเบื้องหลังเกี่ยวกับการประกวดอีกด้วย โดยสามารถรับชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ บนเว็บไซต์ www.otv.co.th หรือ แอปพลิเคชั่น OTV รวมถึงช่องทางของพันธมิตร OTV กว่า 200 ราย

นายณัฐพงศ์ ตังเดชะหิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โอทีวี จำกัด กล่าวเสริมว่า “สำหรับการนำเสนอคอนเทนต์การประกวด MISS MAXIM 2017 สู่แพลตฟอร์ม OTV ครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับ ทรี แดนซ์ พับลิชชิ่ง โดยบริษัทฯ ยังมีแผนความร่วมมือกับ ทรี แดนซ์ พับลิชชิ่ง ในการนำคอนเทนต์ของนิตยสารในเครือเล่มอื่นๆ มาปรับรูปแบบจากเดิมที่เคยอยู่บนสื่อสิ่งพิมพ์มาปรับการนำเสนอสู่สื่อดิจิทัลในรูปแบบ “VDO Exclusive Content” บนแพลตฟอร์มของ OTV เพื่อสร้างอรรถรสในการรับชมและดึงดูดความสนใจ รวมถึงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายมากขึ้น โดยมุ่งสร้างคอนเทนต์เพื่อให้สอดรับกับสื่อยุคดิจิทัล เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านโมบายส์และเว็บไซต์ แต่ก็ยังคงความโดดเด่นของคาแรคเตอร์สื่อนิตยสารนั้นๆ อยู่เช่นเดิม”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Dell เปิดตัวจอมอนิเตอร์ “UltraSharp” ขุมพลังแห่งนวัตกรรม รองรับการทำงานคนยุคใหม่

Published

on

ด้วยจำนวนคนรุ่นใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดการทำงานเป็นจำนวนมาก เดลล์จึงให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ในการมอบประสบการณ์ให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า  เพิ่มศักยภาพให้คนทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้น รวมไปถึงจอมอนิเตอร์ที่เหมาะสม คือวิธีช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้ดีขึ้น ส่งผลไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน

เดลล์ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงาน ด้วยสายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp ใหม่ จอมอนิเตอร์ใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในสายงานบริการดังนี้

  • ด้านการเงิน และการประกัน
  • ห้องค้าหลักทรัพย์
  • ฝ่ายวิเคราะห์ด้านการเงิน และการบัญชี
  • ฝ่ายผลิตสื่อในส่วน post production
  • ฝ่ายเขียนโปรแกรม และงานวิศวกรรม

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K USB-C และ Dell UltraSharp 34 Curved USB-C มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญมากมายทั้ง

  • Picture-by-Picture ช่วยให้สร้างคอนเทนต์หลายประเภทพร้อมกันได้จากพีซีต่างกันถึง 2 เครื่อง ทั้งบิวด์-อิน คีย์บอร์ด วิดีโอ และเมาส์ (KVM) ช่วยให้ผู้ใช้สลับการใช้งานไปมา และแก้ไขคอนเทนต์โดยใช้คีย์บอร์ดและเมาส์เพียงชุดเดียว
  • สายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ UltraSharp ใหม่ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อผ่าน USB-C ที่ชาร์จไฟจากแลปท็อปที่เชื่อมต่ออยู่
  • พร้อมกับส่งผ่านข้อมูล และสัญญาณวิดีโอได้ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการใช้สายเคเบิลเดียวเพื่อช่วยลดความแออัดของสายเคเบิล

จอ UltraSharp ทั้งหมด ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก จึงมาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐานดังต่อไปนี้  

  • ขาตั้งที่ปรับได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ ทั้งปรับให้สูงขึ้น ปรับเอียง หมุนรอบด้าน และหมุนได้รอบแกน
  • จอแบบ Flicker-free ที่ไม่มีแสงกระพริบ รวมถึง ComfortView ที่ช่วยลดการปล่อยแสงสีน้ำเงิน ช่วยให้สบายตา
  • Easy Arrange ในซอฟต์แวร์ Display Manager ช่วยจัดการแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานหลายงานได้พร้อมๆ กัน (multi-tasking)
  • มีโปรแกรม Premium Panel Exchange7  (เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีจุดสว่างของ pixel หรือ bright pixel defect ในหน้าจอ UltraSharp ตลอดเวลาที่อยู่ในช่วงการรับประกันจากเดลล์)
  • บริการ Advanced Exchange Service ของเดลล์ ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี

Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) โชว์สีสันเจิดจ้า พร้อมความกระจ่างตา

Ultra HD 4K ที่ให้ความละเอียดของภาพมากกว่าจอแบบ Full HD ถึง 4 เท่า พร้อมได้รับการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA ที่รองรับ content playback ในโหมด HDR เพื่อให้ภาพสวยงามสมจริง โดยภาพจะปรากฏในสีสันสดใสที่สะท้อนรายละเอียดซึ่งก่อนหน้านี้หาดูได้ค่อนข้างยากในระดับความสว่างถึง 400 nits (ความสว่างปกติ) และให้ความลึกของสีที่ 1.07 พันล้านสี  สิ่งที่มาพร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าคือ InfinityEdge เพื่อประสบการณ์ในการชมภาพได้ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge

Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) ให้ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความดื่มด่ำในการรับชม

จอมอนิเตอร์ USB-C ขอบโค้งขนาด 34 นิ้ว ที่ยกระดับได้เหนือชั้นทั้งเรื่องงานและความบันเทิง หน้าจอโค้งแบบ ultra-wide ขนาด 34 นิ้ว (WQHD (3440 x 1440) เทคโนโลยี IPS ด้วยสัดส่วน 21:9 ให้พื้นที่หน้าจอกว้างขวางในอุดมคติสำหรับการทำงานหลายงานพร้อม ๆ กัน และมีลำโพงแบบดูอัล 9W ที่บิวด์อินมาในตัว เพื่อประสบการณ์สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง

Dell UltraSharp USB-C monitors 24 (U2419HC) และ 27 (U2719DC) ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C มาในขนาดจอที่เล็ก และขอบบาง ประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะสำหรับออฟฟิศสมัยใหม่ที่มีพื้นที่ไม่กว้าง InfinityEdge แบบไร้ขอบของแท้ มอบประสบการณ์การชมแบบ edge-to-edge เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หลายจอต่อกันได้อย่างแนบเนียน ทั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 24 นิ้ว (FHD) และ 27 นิ้ว (QHD) มาพร้อมสองทางเลือกที่แตกต่าง คือมีทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ USB-C เพื่อประสิทธิภาพหน้าจอที่เหนือชั้นในนวัตกรรมการออกแบบ

ความพร้อมในการวางตลาด

  • Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 37,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 34,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 Monitor (U2419H) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 9,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 USB-C Monitor (U2419HC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 11,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 Monitor (U2719D) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 18,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 USB-C Monitor (U2719DC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Facebook หาคู่ให้!! เปิดตัวฟีเจอร์ “Dating” ฟีเจอร์จับคู่กับคนที่มีความชอบและความสนใจคล้ายกัน!!

Published

on

Facebook Dating ฟีเจอร์จับคู่จาก Facebook เปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย และแห่งที่สองในโลก ที่สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่นี้ได้แล้ว

Facebook Dating ฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีความสนใจร่วมกัน ได้พบและพูดคุยกันบนแพลตฟอร์มที่สามารถควบคุมได้ มีความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น Facebook Dating คือฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชั่น Facebook ที่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้คนสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายด้วยตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถจับคู่กับบุคคลที่มีความชื่นชอบและความสนใจคล้ายกัน ผ่านหน้าโปรไฟล์ Dating ซึ่งอยู่ในแอป Facebook

นาธาน ชาร์ป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook Dating … หัวหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่ม People Discovery

Facebook Dating ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดผ่าน 4 องค์ประกอบหลัก :

  1. จับคู่จากสิ่งที่สนใจตรงกัน : คุณจะเห็นรายชื่อแนะนำซึ่งคัดเลือกมาจากความชอบและความสนใจของคุณ รวมถึงกิจกรรมของคุณบน Facebook ซึ่งจะช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับผู้อื่นที่มีความสนใจ ตรงกันกับคุณ
  2. เลือกคนที่จะเห็นโปรไฟล์ Dating ของคุณได้ : ภายในฟีเจอร์ Facebook Dating จะมีเพียง ผู้ที่อยู่ในรายชื่อแนะนำของคุณและผู้ที่มีคุณอยู่ในรายชื่อแนะนำเท่านั้น ที่สามารถเข้าดูโปรไฟล์ Dating ของคุณ เราจะไม่แนะนำเพื่อนปัจจุบันที่อยู่บน Facebook ของคุณและคนที่คุณบล็อคบน Facebook ให้แก่คุณ
  3. เลือกเข้าร่วม Events หรือ Groups เพื่อดูบุคคลที่ใช้งาน Facebook Dating คนอื่น ๆ (ซึ่งเลือกเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้) : คุณสามารถเลือกเข้าดูโปรไฟล์ Facebook Dating ของผู้อื่น ซึ่งมีความสนใจในกิจกรรม (Events) เดียวกันหรือเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ (Groups) เหมือนกัน และเมื่อ คุณเลือกที่จะดูว่ามีใครอยู่ในกิจกรรมหรือกลุ่มเหล่านี้ พวกเขาก็จะสามารถมองเห็นคุณได้เช่นกัน
  4. ควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น : คุณสามารถเลือกที่จะให้ระบบแสดงหรือซ่อนเพื่อนของเพื่อนจากรายชื่อแนะนำได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถรายงานหรือบล็อคโปรไฟล์อื่น ๆ ได้ทุกเมื่อ หากคุณรู้สึกไม่สบายใจ

การทำงานของฟีเจอร์

  • คุณสามารถเลือกเปิดใช้งาน Facebook Dating ได้ ซึ่งมีอยู่ในแอปพลิเคชั่น Facebook ปกติ และเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย

การสร้างโปรไฟล์ Dating

  • เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Facebook เวอร์ชั่นล่าสุด จากนั้นไปที่เมนู “ดูเพิ่มเติม” (More) และมองหา “เครื่องหมายรูปหัวใจ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Facebook Dating ในลิสต์ “สำรวจ” (Explore) และเริ่มสร้าง โปรไฟล์ของคุณด้วยการเพิ่มรูป เลือกความต้องการในการมองหาคู่เดทของคุณ และอื่น ๆ อีกมากมาย

นาธาน ชาร์ป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook Dating … หัวหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่ม People Discovery

จัดการโปรไฟล์และความเป็นส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย

  • ฟีเจอร์ดังกล่าวได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ผู้คนได้สร้างบทสนทนาและพูดคุยกันได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง และอยู่บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือมากที่สุด
  • ด้วยเหตุนี้โปรไฟล์ของ Dating และ Facebook จึงเชื่อมโยงกัน แต่เพื่อความเป็นส่วนตัว เราจะไม่แนะนำเพื่อนปัจจุบันและบุคคลที่คุณบล็อคบน Facebook แก่คุณ
  • นอกจากนี้ Facebook Dating ยังออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถตั้งค่าการควบคุมได้ดีมากกว่าเดิม รวมถึงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว โดยสามารถเลือกให้เห็นเฉพาะรายชื่อบุคคลที่คุณไม่ได้มีเพื่อนร่วมกันเท่านั้น 3
  • และหากคุณรู้สึกไม่สบายใจ คุณสามารถรายงานหรือบล็อกคู่สนทนาได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับ การใช้งานบน Facebook ปกติ

เริ่มบทสนทนา

  • ผู้คนสามารถเริ่มบทสนทนากับบุคคลที่สนใจบน Dating ด้วยการแตะที่ปุ่ม “สนใจ” (Interested) เพื่อส่งข้อความ โดยจะสามารถส่งได้เพียงหนึ่งข้อความเท่านั้น ในการเริ่มบทสนทนา เมื่อคู่สนทนาตอบข้อความกลับมา ทั้งคู่จะสามารถพูดคุยกันต่อได้ผ่านทางกล่องข้อความ
  • หากไม่สนใจบุคคลในรายชื่อแนะนำ คุณสามารถกดปุ่ม “ผ่าน” (Pass) และโปรไฟล์ของบุคคลนั้นจะไม่ปรากฏในรายชื่อแนะนำอีก
  • ฟีเจอร์ Dating เริ่มเปิดให้ใช้งานบนระบบ Android ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน เป็นต้นไป และจะทยอยติดตั้งบนระบบ iOS โดยฟีเจอร์นี้จำกัดให้สามารถใช้งานได้สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ดิจิทัล เวนเจอร์ส พัฒนาแพลตฟอร์ม B.VER ตรวจสอบเอกสารการศึกษาผ่าน Blockchain รายแรกในไทย!!

Published

on

บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณค่าสู่ภาคเศรษฐกิจ การเงิน และสังคมไทย ล่าสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและองค์กรชั้นนำของประเทศ ร่วมเปิดตัว “B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification)” แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบเอกสารทางการศึกษา ด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่ให้สถาบันการศึกษา หรือองค์กรต่าง ๆ ตรวจสอบวุฒิการศึกษา หรือ Transcript ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แบบเรียลไทม์ครั้งแรกของไทย ป้องกันปัญหาการปลอมแปลงวุฒิการศึกษา ที่สร้างความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลักดันให้ B.VER เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนบุคคลทั่วไปให้สามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

การประยุกต์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Blockchain มาพัฒนาเป็น แพลตฟอร์ม “B.VER (Blockchain Solution for Academic Document Verification)” ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อาทิ

  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มหาวิทยาลัยรังสิต
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด

รวมถึงองค์กรภาคธุรกิจ ได้แก่

  • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

ดิจิทัล เวนเจอร์ส ยังมีเป้าหมายให้ B.VERเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานของประเทศสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในวงกว้างได้ และในอนาคตเราได้วางแผนพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์มนี้ ให้สามารถเป็นช่องทางในการแนะนำงานที่เหมาะสม และตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้สมัครงานและองค์กรไปพร้อมกันได้ โดยใช้เทคโนโลยี Big Data และ Artificial Intelligence ในการจัดการข้อมูลและประมวลผล

การนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์ม B.VER ครั้งนี้ ได้เลือกแพลตฟอร์ม Ethereum ซึ่งเป็น Public Blockchain เก็บข้อมูลสำคัญอย่างถาวรในลักษณะกระจายข้อมูล (Decentralized Ledger of Information) โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบได้เท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ มีศักยภาพด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ Ethereum เหมาะสมกับการนำมาพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการเก็บและตรวจสอบข้อมูลสำคัญนี้

แพลตฟอร์ม B.VER ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบว่าในแต่ละปีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะได้รับคำขอ Transcript ย้อนหลังจากศิษย์เก่าที่อาจทำเอกสารสูญหาย หรือต้องการเอกสารตัวจริงหลายฉบับเพื่อนำไปสมัครงานหลายแห่ง ในขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจก็จำเป็นต้องยื่นคำขอกับแต่ละมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของผู้สมัครงาน เพื่อให้ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทางการศึกษาของผู้สมัครงานเป็นจำนวนมาก ขั้นตอนการทำงานของ B.VER ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก

  • ส่วนแรกคือ : การอัพโหลดไฟล์ต้นฉบับขึ้นสู่แพลตฟอร์มโดยมหาวิทยาลัย
    • จากนั้นระบบจะดำเนินการเข้ารหัสและเก็บเอกสารไว้ใน Blockchain ในรูปแบบที่เรียกว่า Fingerprint ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละเอกสาร เปรียบเสมือนลายนิ้วมือที่ไม่ซ้ำกันของคน
    • ในขณะเดียวกัน เมื่อองค์กรต่าง ๆ ต้องการตรวจสอบ สามารถทำได้ทันทีด้วยการอัพโหลดเอกสารที่ต้องการตรวจสอบเข้าสู่แพลตฟอร์ม
  • จากนั้นระบบจะเข้ารหัสเอกสารนั้นในรูปแบบ Fingerprint เช่นกัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับ Fingerprint ของเอกสารต้นฉบับที่ถูกเก็บไว้ใน Blockchain ว่าเหมือนกันหรือไม่
    • ซึ่งสามารถแสดงผลการตรวจสอบได้ทันที หาก Fingerprint ตรงกันแสดงว่าเอกสารนั้นถูกต้อง แต่หากไม่ตรงกัน แสดงว่าเอกสารที่นำมาตรวจสอบนั้นเป็นเอกสารปลอม
    • ทั้งนี้ การเก็บและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Blockchain นี้ ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความถูกต้องแม่นยำในการตรวจสอบ
    • และในอนาคตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ยังสามารถขอเอกสารทางการศึกษาจากสถาบันต้นสังกัด หรือส่งต่อเอกสารให้กับผู้ว่าจ้างผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้โดยตรงอีกด้วย

แพลตฟอร์ม B.VER สามารถเข้ามาช่วยลดภาระให้กับทุกฝ่าย 

  • การยืนยันเอกสารของมหาวิทยาลัย เพราะองค์กรสามารถตรวจสอบเอกสารโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มได้ทันที
  • แพลตฟอร์ม B.VER ยังเปิด API ไว้ให้แต่ละองค์กรสามารถเชื่อมต่อให้สามารถใช้งาน B.VER ร่วมกับระบบ HR เดิมที่มีอยู่ได้
  • แพลตฟอร์ม B.VER จะเปิดให้บริการตรวจสอบเอกสารได้ตั้งแต่ มกราคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างนี้ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะทยอยอัพโหลด Transcript ของปีการศึกษา 2560 ไว้บนแพลตฟอร์มเพื่อเตรียมพร้อมในการให้บริการ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!