Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ทำความรู้จัก PoE (Power over Ethernet) ว่าเจ๋งแค่ไหน

Published

on

PoE หรือ Power over Ethernet คือการส่งไฟฟ้าไปในสาย LAN แทนที่จะต้องลากสายข้อมูลเข้าอุปกรณ์ แล้วต้องลากสายไฟไปเลี้ยงด้วย ก็ลากแค่เส้นเดียวนี่แหละ จบ! ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไปเยอะ แถมยังปลอดภัยกับชีวิตเพราะใช้ไฟแบบ DC แรงดันต่ำกว่าไฟ AC ปกติ เหมาะมากสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่ต้องเคลื่อนย้าย หรือต้องติดตั้งในระยะไกลๆ เช่นกล้องวงจรปิด (ติดตั้งกล้องวงจรปิดไกลถึง100เมตร โดยไม่ต้องเดินสายไฟ!), Wi-Fi Router (ติดตั้งตัวกระจายสัญญาณ Wi-Fi ทั้งอาคาร โดยไม่ต้องทำปลั้กไฟเพิ่ม), เซนเซอร์ตรวจวัดต่างๆ หรือระบบ Home Automation ในบ้านเป็นต้น

เทคโนโลยี PoE เริ่มใช้จริงจังตั้งแต่ปี 2003 นะครับ หลังจาก IEEE ออกมาตรฐาน IEEE 802.3af มา ซึ่ง PoE ในเวอร์ชั่นแรกนี้สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 15.4 W ต่อสายแลน 1 เส้น แล้วก็พัฒนาต่อมาเป็น PoE+ หรือ IEEE 802.3at ที่จ่ายไฟได้ 30 W ในปี 2009 และมาตรฐานล่าสุดที่กำลังจะออกในปี 2018 นี้คือ IEEE 802.3bt ที่สามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 100 W นี่เราเปิดคอมได้ทั้งตัวด้วยไฟสายแลนเส้นเดียวแล้วนะ

ซึ่ง LINK มีอุปกรณ์สำหรับทำงานกับ PoE หลายตัวครับ ตั้งแต่กลุ่ม Switch PoE+ ที่เปลี่ยนสายแลนรับ-ส่งข้อมูลตามปกติมากระจายเป็นสายแลนพร้อมไฟฟ้าแบบ PoE แถมยังเลือกได้อีกว่าจะเป็นสวิทซ์เบสิกแบบ Unmanaged ที่เสียบสายแล้วใช้งานได้เลย

หรือยังมีสวิทซ์แบบ Lite Managed สำหรับคนที่ต้องการใช้งานแบบจัดการได้บ้าง ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ Industrial ที่ติดตั้งในกล่องนอกอาคาร

และยังมี Switch PoE แบบ Commercial สำหรับติดตั้งในอาคารด้วย ส่วนถ้าใครที่มี Swtich อยู่แล้ว ไม่อยากลงทุนซื้อ Switch PoE ใหม่ LINK ก็มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า PoE Injector สำหรับเติมไฟฟ้าเข้าไปในสายแลนแบบไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เดิม และถ้าใช้งานกับอุปกรณ์ปลายทางที่ไม่รองรับ PoE ทาง LINK ก็มีอุปกรณ์เสริม PoE Cable Separator สำหรับแยกไฟฟ้าออกจากสายสัญญาณออกมาเพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ คือแม้อุปกรณ์ปลายทางไม่รองรับ PoE เราก็ยังสามารถเดินสายแลนเส้นเดียวเพื่อใช้งานได้อยู่ดี

เทคโนโลยี Power over Ethernet หรือ PoE จึงเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์ IoT ในอนาคตครับ ซึ่งดูจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่บริษัท Interlink นำเข้ามาขายในแบรนด์ LINK ก็น่าจะวางระบบเครือข่ายกันได้ไม่ยากนะครับ สามารถใช้กับอุปกรณ์ชุดเดิมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนยกชุด สำหรับใครที่มีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับระบบ PoE ก็สามารถติดต่อกับทาง Interlink ได้โดยตรง

สอบถามรายละเอียดสินค้าแบรนด์ LINK และสนใจสมัครตัวแทนจำหน่ายได้ที่
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“Facebook Marketplace” ยกระดับการค้นหาที่พักอาศัยที่ให้เช่าในไทยของคุณให้ง่ายขึ้น!!

Published

on

Facebook Marketplace คือพื้นที่ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อและขายกันได้ภายในชุมชนของพวกเขา ยกระดับประสบการณ์ในการหาเช่าที่พักอาศัยในประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้คนทำการค้นหาที่พักที่ปล่อยให้เช่าได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ใช้สามารถเยี่ยมชมหมวดบ้านเช่า (Property for Rent) ที่ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นบน Marketplace และค้นหารายการที่พักอาศัยจากพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง Dot Property , Hipflat และ Property Flow นอกเหนือจากการเพิ่มรายการโดยผู้ใช้งาน และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่เปิดให้บริการ 2 ภาษา ในหมวดการเช่า

This slideshow requires JavaScript.

การค้นหาและการเช่าที่พักอาศัยประกอบด้วย

  • การคัดกรองข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ โดยนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น
    • สถานที่ตั้ง
    • ราคา
    • ประเภทการเช่า
    • จำนวนห้องนอนและห้องน้ำ
    • ขนาดพื้นที่เป็นตารางเมตร
    • และที่พักอาศัยที่อนุญาตให้มีสัตว์เลี้ยงได้
  • แผนที่เพื่อค้นหารายการที่พักอาศัยให้เช่าจากสถานที่ตั้ง
  • รายการที่พักอาศัยให้เช่าที่มีให้เลือกมากยิ่งขึ้น
    • ทั้งจากเอเยนต์มืออาชีพ
    • เจ้าของบ้านเช่า
    • และผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ

Facebook ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยม ในการเพิ่มรายการและค้นหาที่พักอาศัยสำหรับชาวไทยอยู่แล้ว การที่เราเพิ่มรายการประกาศให้เช่าที่พักอาศัยจากผู้นำในตลาดบ้านจัดสรรต่าง ๆ เข้ามาในหมวดบ้านเช่าของ Marketplace นี้ ทำให้ผู้คนค้นพบทางเลือกในการเช่าที่พักอาศัยในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น เราเชื่อว่าการพัฒนาในครั้งนี้จะช่วยให้การค้นหาที่พักอาศัยที่ให้เช่า เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานมากขึ้น”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Facebook เผย “คลื่นลูกใหม่” ของกลุ่มคนที่จะก้าวมาเป็นชนชั้นกลาง และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

Published

on

Facebook ประเทศไทย เผยผลการศึกษา ที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง (Emerging Middle Class) ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีต่อพฤติกรรมและรูปแบบการซื้อที่เปลี่ยนไปของคนกลุ่มนี้ การสำรวจครอบคลุมในพื้นที่อันได้แก่

  • จังหวัดขอนแก่น
  • มหาสารคาม
  • สุราษฎร์ธานี
  • และอำเภอบ้านนาสาร
  • โดยเน้นถึงความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง
  • และนำเสนอข้อมูลให้กับกลุ่มธุรกิจในประเทศไทย สำหรับการมองหาโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้

ผลสำรวจเผยว่า…โลกดิจิทัลเปลี่ยนชีวิตของกลุ่มที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางกลุ่มใหม่ของประเทศไทยอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ต่างจังหวัด ประชากรกลุ่มนี้เข้าถึงเศรษฐกิจผ่านการเชื่อมต่อทางสมาร์ทโฟน ธุรกรรมการเงินออนไลน์ และโลจิสติกส์ที่มากยิ่งขึ้น และยังใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาและเติบโต สิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดคือ การที่คนไทยใช้ช่องทางดิจิทัลในการแสดงออกถึงตัวตนและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น”

  • ประชากรชนชั้นกลางจำนวน 49 ล้านคนของประเทศไทย นับเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการเติบโตอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • โดยภายในปี 2022 จะมีประชากรชนชั้นกลางจำนวน 350 ล้านคน และรายได้ในครัวเรือน 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ในช่วงปี 2017 ถึง 2022 เทคโนโลยีทำให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกรอบตัวเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มที่
  • โดยคาดว่าการใช้จ่ายผ่านมือถือจะสูงถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่โลจิสติกส์บนอีคอมเมิร์ซ จะเติบโตขึ้นถึง 7.5 – 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2022

“จากการสัมภาษณ์นักธุรกิจชั้นนำทั่วภูมิภาค 77% เห็นตรงกันว่า กลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญมาก มีเพียง 15% ที่คิดว่าธุรกิจของตนมีกลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่มนี้แล้ว (ผลิตภัณฑ์ การตลาด และยอดขาย/การกระจายสินค้า)

ผลการศึกษาครั้ง ทำให้สามารถรู้ว่า จะนำเสนอสินค้าที่มีความเฉพาะพิเศษ มีความพรีเมียมและตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่มีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร ในฐานะธุรกิจ เราต้องเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของกลุ่มคนนี้ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจสำหรับเรา เช่น ผลิตภัณฑ์ของเราตอบโจทย์คความต้องการของพวกเขาหรือไม่”

เทรนด์หลักที่พบในกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่

  • การเลือกที่จะเป็นตัวของตัวเอง
    • ผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางจะต่างไปจากคนรุ่นก่อน ๆ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งข้อมูล
    • และสามารถเลือกที่จะมีตัวตนและอัตลักษณ์ที่ทันสมัย โดยยังยึดถือคุณค่าทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม
  • การเลือกเข้ากลุ่มทางสังคม
    • พื้นที่บนโลกออนไลน์ได้หลอมรวมผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยความสนใจหรืองานอดิเรกที่เหมือนกัน โดยไร้ข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ทางกายภาพและสถานที่
    • ชุมชนบนโลกออนไลน์ยังสามารถช่วยหล่อหลอมทัศนคติ พฤติกรรม และมุมมองต่อโลกได้อีกด้วย
  • การเลือกตามความฝัน
    • ภาวะเศรษฐกิจสังคมซึ่งจากเดิมเป็นข้อจำกัดของโอกาส แต่พื้นที่บนโลกออนไลน์ช่วยให้ความมุ่งหวังกลายเป็นความฝันที่เป็นจริงได้
  • การเลือกเติมเต็มความสุข
    • กลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลาง มีความซับซ้อนมากขึ้นในพฤติกรรมการใช้จ่าย รวมไปถึงวิธีหรือช่องทาง
    • คนกลุ่มนี้จะเลือกซื้อสิ่งที่เติมเต็มความสุขของพวกเขา ได้แก่ ความงาม การท่องเที่ยว ประสบการณ์ และสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ

“ปัจจุบันการแพร่หลายของสื่อดิจิทัล ช่วยเปิดโลกแห่งโอกาสให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่จะก้าวขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางที่มีรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น และใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาซื้อมากขึ้น ผู้คนในภูมิภาคนี้มีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้น การที่เราจะเติบโตไปพร้อมกับประชาชนกลุ่มใหม่กลุ่มนี้ได้ ภาคธุรกิจควรมองหาโอกาสในการปรับกลยุทธ์และค้นหาวิธีที่จะเติบโตไปพร้อมกับคนกลุ่มนี้ให้ได้”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Google เปิดบริการ “Shopping Ads” ในไทย เอาใจนักช้อปให้ค้นหาสินค้าและเชื่อมต่อผู้ขายบนโลกออนไลน์ได้เร็วขึ้น

Published

on

แน่นอนอย่างที่เรารุ้กันค่ะว่าคนไทยเนี่ยถือเป็นนักช้อปตัวยงเลยล่ะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงสิ้นปีถือเป็นช่วงเวลาที่พีคของการช้อปปิ้งในประเทศไทยเลยด้วย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาแห่งการหาซื้อของขวัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

การค้นหาสินค้าเพื่อการช้อปปิ้งนั้นมักจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ในปี 2560 พบว่า…ใน “วันคนโสด” (วันที่ 11 เดือน 11 ) มีการค้นหาสินค้าเพื่อการช้อปปิ้งมากขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2561 แต่ก็ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น การมองหาไอเดียของของขวัญก็เพิ่มขึ้นในช่วงสองเดือนก่อนปีใหม่ด้วย โดยส่วนมากเป็นการค้นหาของขวัญสำหรับครอบครัวและเพื่อน

ซึ่ง Google ก็ทราบดีว่าการค้นหาแบบนี้อาจใช้เวลานาน Google จึงทำให้การค้นหาสินค้าง่ายขึ้นสำหรับนักช้อปชาวไทย จึงได้นำเครื่องมือ Shopping Ads มาให้บริการในไทยแล้ว ซึ่ง Shopping Ads เป็นโฆษณาแบบรูปภาพ ที่ช่วยให้นักช้อปพบสินค้าที่พวกเขากำลังค้นหาอยู่ได้ง่ายขึ้น และเชื่อมต่อกับผู้จำหน่ายสินค้าเหล่านั้นได้เร็วขึ้นด้วย ซึ่งรายการสินค้าจะปรากฎขึ้นมาพร้อมกับผลการค้นหาของ Google Search 

หากคุณมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณสามารถใช้แคมเปญ Google Shopping เพื่อโปรโมตสินค้าของคุณ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์หรือร้านค้าของคุณ และเพิ่มจำนวนผู้ที่สนใจสินค้า โดยใส่ภาพสินค้า ราคา และชื่อร้าน ที่ผู้ที่ค้นหาด้วย Google สามารถเห็นได้ทันที เช่นเดียวกับโฆษณา Search Ads คุณจะเสียค่าโฆษณาเฉพาะเมื่อผู้ใช้คลิกเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!