Connect with us

ข่าววิทยาการ

เจ๋ง! นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านการกระตุ้นสมองโดยตรง!

การอัปโหลดความรู้เข้าสมองเหมือนกับเรื่องน่าเหลือเชื่ออย่างกับหนัง Sci-Fi สุดคลาสสิคอย่าง The Matrix ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่าสามารถสร้างเครื่องที่สามารถกระตุ้นสมองให้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้

เจ้าเครื่องที่สร้างขึ้นมานี้สามารถกระตุ้นสมองให้เรียนรู้ทักษะทักษะต่างๆ อย่างง่ายดายโดยใช้เวลาเพียงสั้นๆ ซึ่งพวกเขาเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาซอฟท์แวร์ให้เหมือนกับหนัง The Matrix ได้

นักวิจัยจากแล็บ HRL California เผยว่า พวกเขาเรียนรู้คลื่นสัญญาณในสมองของนักบินชำนาญ และนำคลื่นสมองของนักบินชำนาญไปกระตุ้นในกลุ่มทดลองพบว่าพวกเขามีทักษะการขับเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นได้ทันทีเมื่อทดลองขับกับเครื่องบินจำลอง โดยนักวิทยาศาสตร์เรียกวิธีนี้ว่า Transcranial Direct Current Stimulation

Dr. Matthew Phillips กล่าวว่า เมื่อคนเรียนรู้อะไรสักอย่างหนึ่ง รูปร่างของสมองจะมีการเปลี่ยนแปลงไป การเชื่อมต่อจะเกิดขึ้นและแข็งแรงขึ้นซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกกระบวนการนี้ว่า “neuro-plasticity”

การทำ tDCS อาศัยกระแสไฟฟ้ากระตุ้นพื้นที่ว่างของสมองเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้วิธีดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือด หรือ Stroke สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอีกด้วย

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววิทยาการ

วิธีการใหม่ในการตรวจมะเร็ง ภายใน 10 นาที!

Published

on

นักวิจัยได้ทำการศึกษา DNA ของเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็ง พวกเขาพบว่าเซลล์มะเร็งนั้นมีลักษณะโครงสร้าง DNA คล้ายกับทอง! และลักษณะนี้ปรากฏในเซลล์มะเร็งทุกเซลล์ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดใดก็ตาม เมื่อรู้อย่างนี้ นักวิจัยจึงได้ออกแบบการทดลอง โดยการใช้อนุภาคทองระดับนาโนในการตรวจหาเซลล์มะเร็ง หากพบเซลล์มะเร็งมันจะเปลี่ยนสี มันเป็นวิธีการตรวจที่ง่ายและรวดเร็วมาก เพราะการตรวจนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ศาสตราจารย์อาวุโส Matt Trau ของมหาวิทยาลัย Queensland กล่าว

งานวิจัยชิ้นนี้ได้ให้ความสนใจไปที่ “epigenome” สารเคมีที่ทำหน้าที่ในการ ‘เปิด’ หรือ ‘ปิด’ ยีนโดยไม่ได้รบกวนการเรียงลำดับของยีน มันจะส่งผลต่อการอ่านรหัสพันธุกรรมเท่านั้น ยกตัวอย่างการทำงานของ epigenome ใน DNA methylation ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโมเลกุล DNA เจ้า epigenome จะเข้าไปปรับเพื่อไม่ให้ยีนบางตัวแสดงลักษณะออกมาทำให้การจัดเรียงตัวของ DNA methylation

ก่อนหน้านี้ก็มีงานวิจัยที่บอกว่าเซลล์มะเร็งมี DNA methylation ต่างจากเซลล์ปกติ ดังนั้น methylscape (การจัดเรียงตัวของกลุ่ม Methyl) จึงเป็นตัวบ่งชี้ว่านั่นคือเซลล์มะเร็ง

นักวิจัยจึงให้ความสนใจไปที่ methylscape ในมะเร็งและพบว่า มันทำให้ DNA เกิดการแตกหัก และเมื่อจำลองโครงสร้างนาโนออกมาเป็นแบบ 3 มิติแล้ว มันมีโครงสร้างคล้ายกับทอง ซึ่งต่างจาก DNA ปกติ ดังนั้นนักวิจัยจึงได้พัฒนาวิธีตรวจที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถในการตรวจ DNA ของมะเร็งในการยึดติดกับทองคำ ในการทดสอบเราสามารถใช้ DNA จากเลือดได้เลย และในการทดลองในตัวอย่าง 200 คน พบว่ามันได้ผลถึง 90%

ถึงแม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงปริมาณ DNA มะเร็งที่จำเป็นต้องใช้ในการตรวจเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน และยังไม่สามารถระบุชนิดมะเร็งได้ แต่นักวิจัยก็คาดหวังว่า ในอนาคตนักวิจัยจะสามารถพัฒนาวิธีการตรวจนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

ฝนดาวตกเจมินิดส์ VS ดาวหาง 46/P Wirtanen 2 ปรากฏการณ์กลางเดือนธ.ค.นี้

Published

on

มาแล้ว!! ฤดูชมดาวที่รอคอยยยยย

หนาวนี้จะหนาวจริงรึหลอกก็ยังไม่แน่ แต่ที่แน่ๆ มีดวงดาวสุกสกาวให้เราชมแน่นอน เพราะสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชวนชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์” หลังเที่ยงคืนวันที่ 14 ถึงรุ่งเช้าวันที่ 15 ธันวาคมนี้ แถมโชว์ภาพดาวหาง 46/P Wirtanen ที่กำลังเดินทางมาประชิดโลกค่ำวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เอาใจสายดูดาวให้ตามติดกันอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

สำหรับฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. อธิบายว่า เกิดจากการที่โลกเคลื่อนที่เข้าตัดกับกระแสธารของเศษหินและเศษฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ที่ดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน ทิ้งไว้ในขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว สายธารของเศษหินและฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยจะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกเกิดเป็นลำแสงวาบ หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟที่มีสีสวยงาม (fireball) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุก ๆ ปี โดยปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 120 ดวงต่อชั่วโมง สามารถสังเกตฝนดาวตกได้ชัดเจนตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 14 ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 15 ธันวาคม 2561 เนื่องจากมีแสงจันทร์รบกวนช่วงหัวค่ำ ศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 

จุดเด่นของฝนดาวตกเจมินิดส์คือ มีความเร็วของดาวตกไม่มากนัก ประกอบกับมีอัตราตกค่อนข้างมากจึงสังเกตได้ง่าย สามารถมองเห็นได้รอบทิศ สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ ถือเป็นโอกาสดีในการสังเกตการณ์  ทั้งนี้ ควรเลือกสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงไฟรบกวน 

ภาพแสดงตำแหน่งฝนดาวตกเจมินิดส์บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ คืน 14 – 15 ธันวาคม 2561 เวลา 01.30 น.

พิเศษ!! ปีนี้  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ต่อเนื่องด้วยการชมฝนดาวตกเจมินิดส์ตลอดทั้งคืน ตั้งแต่ค่ำวันที่ 14 ธันวาคม ถึงรุ่งเช้าวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ณ

  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา (โทร. 084-088 -2264)
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา (โทร.086-429-1489)

ใครสนใจหรืออยู่ใกล้เคียงสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ฟรี!!! ไม่มีค่าใช้จ่าย ไปตำกันได้เลยยย

แล้ว ดาวหาง 46/P Wirtanen ล่ะ พิเศษยังไง?

นายศุภฤกษ์กล่าวว่า ดาวหาง 46P/Wirtanen เป็นดาวหางคาบสั้นขนาดเล็ก มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณแถบไคเปอร์ ถัดจากวงโคจรของดาวเนปจูน ค้นพบโดย คาร์ล เอ. เวอร์ทาเนน นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน  มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.2 กิโลเมตร จะโคจรมาใกล้โลกประมาณทุก 5 ปี แต่สำหรับปีนี้ นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีความสว่างมากที่สุด และมีโอกาสสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า จึงเป็นดาวหางที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ภาพดาวหาง 46/P Wirtanen ปรากฏบริเวณกลุ่มดาวแม่น้ำ บันทึกในคืนวันที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลา 23.16 น.
ณ ยอดดอยอินทนนท์ อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่

ขณะนี้ดาวหาง 46P/Wirtanen มีความสว่างปรากฏที่แมกนิจูด 10 สามารถสังเกตการณ์ได้ด้วยกล้องสองตาแล้ว และนักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 ที่ระยะห่างจากโลกประมาณ 11.5 ล้านกิโลเมตร  และจะมีค่าความสว่างสูงสุดประมาณแมกนิจูด 3 อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (ค่าความสว่างที่ตาคนเราสามารถสังเกตเห็นได้อยู่ที่แมกนิจูด 6 ยิ่งค่าน้อยยิ่งมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าที่ต้องมืดสนิทปราศจากแสงและเมฆรบกวน สำหรับประเทศไทยสังเกตได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ เวลาประมาณหนึ่งทุ่มถึงตีสี่ บริเวณกลุ่มดาววัว ใครสนใจรีบหากล้องสองตาหรือโทรทรรศน์ตามส่องได้ตั้งแต่วันนี้ และหากต้องการถ่ายภาพ ควรเลือกสถานที่มืดสนิทและช่วงเวลาที่ดาวหางอยู่ในตำแหน่งสูงจากขอบฟ้ามากที่สุด เพื่อหลีกหนีมวลอากาศที่บริเวณขอบฟ้า

ภาพจำลองทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวหาง 46P/Wirtanen ในช่วงเดือนธันวาคม 2561

และใครยังรักพี่เสียดายน้อง เราแนะนำว่าลาหยุดยาวไปนอนดูทั้งสองดาวส่งท้ายปีไปเลยยยยยย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววิทยาการ

สำเร็จ! เด็กคนแรกที่เกิดจากการบริจาคมดลูกของผู้เสียชีวิต

Published

on

การปลูกถ่ายอวัยวะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใหม่สำหรับยุคปัจจุบัน แต่การปลูกถ่าย ‘มดลูก’ จากผู้เสียชีวิตกลับเป็นเรื่องใหม่สำหรับทางการแพทย์ มดลูกกว่า 39 ชิ้น ที่ถูกบริจาคโดยผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต ทำให้พวกเขามีลูกได้สมใจ แต่สำหรับงานวิจัยเรื่องการปลูกถ่ายมดลูกจากผู้เสียชีวิต 10 ชิ้นก่อนหน้านี้มันกลับล้มเหลว

ปี 2016 ใน São Paolo ประเทศ Brazil เป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมงในการผ่าตัด และการรักษาการปฏิสนธิ ทำให้หญิงวัย 32 ที่ป่วยเป็นโรค Mayer-Rokitansky-Küster-Hauser syndrome (โรคที่จะเกิดกับผู้หญิง 1 ใน 4,500 คน โรคนี้จะทำให้การเตรียมพร้อมในการตั้งครรภ์ของมดลูก และช่องคลอดผิดปกติ) ทำให้เธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ถึงอยางนั้นรังไข่ (ovaries) ของเธอยังคงปกติ แพทย์จึงทำการนำไข่ของเธอออกมาปฏิสนธิกับอสุจิภายนอก เธอถูกให้ยาที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเธออ่อนแอลง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายของเธอปฏิเสธมดลูกที่ถูกปลูกถ่าย สำหรับมดลูกเธอได้รับบริจาคมาจากหญิงวัย 40 ที่เสียชีวิตด้วยอาการมีเลือดออกในสมอง ที่เคยผ่านการมีลูกมาแล้ว 3 คน

หลังจากการปลูกถ่าย 6 สัปดาห์ เธอเริ่มมีประจำเดือน และหลังจากนั้นอีก 7 เดือนแพทย์จึงทำการฝังไข่ที่รับการปฏิสนธิแล้วไปในมดลูกของเธอ และหลังจากนั้นเธอก็ตั้งท้อง เธอให้กำเนิดเด็กหญิงน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม ด้วยการผ่าคลอดในวันที่ 15 ธันวาคม 2017

ดร.Dani Ejzenberg จากโรงพยาบาล das Clínicas ใน Sao Paolo กล่าวว่า ในตอนแรกการปลูกถ่ายมดลูกจากผู้หญิงที่ยังมีชีวิต เป็นอีก 1 ก้าวทางการแพทย์ ที่ทำให้ผู้หญิงที่มีบุตรยากได้มีโอกาสมีลูกได้ แต่อย่างไรก็ตามจำนวนผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตก็มีจำนวนจำกัด โดยทั่วไปจะเป็นการบริจาคให้คนในครอบครัว หรือเป็นเพื่อนสนิทกันเท่านั้น สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

ความสำเร็จนี้จะสามารถทำให้เราใช้ประชากรผู้บริจาคให้เกิดศักยภาพได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถลดค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการผ่าตัดของผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกด้วย

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!