พักเรื่องดรามา แล้วมาส่องความต่างของมัตจะกัน จริง ๆ ทุกคนที่อยู่นอกวงการมัตจะ น่าจะเคยเห็นราคาของผงมัตจะ หรือ ราคาต่อแก้วกันมาบ้าง ซึ่งบางคนก็เข้าใจและรับได้ด้วยกำลังซื้อ แต่บางคนก็มองว่าค่อนข้างที่จะ Overprice ไปหน่อย
วันนี้ BT beartai จะมาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจกันครับว่า เกรดมัตจะมีแบบไหนบ้าง และทำไมคนรักชาเขาถึงยอมเสียเงินจ่ายแพง ๆ กัน

เกรดมัตจะมีแบบไหนบ้าง ?
สิ่งแรกที่บ่งบอกความพรีเมียมของมัตจะได้ดีที่สุดคือ ‘สี’ ของผงชา ซึ่งมาจากความพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว หากอ้างอิงข้อมูลการแบ่งระดับมัตจะ จะเห็นได้ว่าเราสามารถแบ่งกลุ่มการใช้งานหลัก ๆ ออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน คือกลุ่มสำหรับผสมและกลุ่มสำหรับชงดื่มเพียว ๆ
กลุ่มมัตจะสำหรับนำไปผสม
ชาในกลุ่มนี้จะเหมาะกับการนำไปทำเมนูที่ต้องผสมส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อให้รสชาติและกลิ่นของชายังสู้กับความหวานมันได้ โดยแบ่งย่อยได้ 2 ระดับ ระดับแรกคือ Dakota Matcha (เกรด Good) เป็นมัตจะที่มีสีค่อนข้างอ่อนและให้รสฝาด ไม่สามารถจะกินเพียว ๆ ได้ ถือเป็นตัวเลือกแบบเหมาะกับชงจำนวนหลายกรัม สำหรับนำไปปั่นกับเครื่องดื่มสมูทที และทำของหวานที่ต้องผสมน้ำตาลและครีม
ระดับถัดมาคือ Gotcha Matcha (เกรด Great) เป็นมัตจะเกรดคาเฟที่สีเขียวเริ่มชัดเจนขึ้น ตัวนี้จะเหมาะมากสำหรับการใส่ลงในเครื่องดื่มปั่น หรือใช้เป็นส่วนผสมในสูตรอาหารต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ในสมูทที ลาเต้ ซอสอาหารคาว และของหวานได้เช่นกัน
กลุ่มมัตจะสำหรับชงเคลียร์
ชาในกลุ่มนี้จะเน้นการดื่มด่ำกับรสชาติ และความกลมกล่อมของชาโดยตรง สีจะมีความเขียวสดใสชัดเจน แบ่งย่อยได้ 2 ระดับเช่นกัน ระดับแรกคือ Morning Matcha (เกรด Better) เป็นมัตจะเกรดคลาสสิก ทำจากใบชาที่เก็บเกี่ยวในช่วงแรก รสชาติจะมีความเป็นธรรมชาติและทิ้งความขมไว้ที่ปลายลิ้นอย่างชัดเจน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำมาชงและตีผงชาในชาม
ระดับสูงสุดคือ Kama Matcha (เกรด Best) เป็นมัตจะเกรดพิธีการ หรือที่ในไทยจะนิยมเรียกกันว่า Ceremonial Grade ถือเป็นมัตจะคุณภาพสูงสุดที่ให้สีเขียวสว่างสดใส ชาตัวนี้จะมีกรดอะมิโนเข้มข้นที่สุด ซึ่งช่วยเพิ่มความซับซ้อนให้กับทั้งรสชาติและอะโรมาของชา กินไปจะต้องไม่ขมปลาย และละมุนมาก ๆ
ที่ญี่ปุ่นแท้ ๆ ไม่มีคำว่า ‘Ceremonial Grade’ ?
ทุกคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า ‘Ceremonial Grade’ หรือเกรดพิธีการ แต่ความจริงที่อาจจะทำให้หลายคนประหลาดใจก็คือ คำอธิบายเหล่านี้เป็นเพียง ‘คำศัพท์ทางการตลาด’ ที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยผู้นำเข้าชาชาวตะวันตกในช่วงยุค 2000 เพื่อให้ผู้บริโภคต่างชาติ สามารถแยกความแตกต่างของคุณภาพชาและเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
ในขณะที่วัฒนธรรมชาดั้งเดิมของญี่ปุ่น ไม่มีการจัดหมวดหมู่เกรดด้วยคำนี้เลย หากเราเดินทางไปที่ร้านชาเก่าแก่ในประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่นจะแบ่งมัตจะตาม ‘รูปแบบการชง’ ที่นำไปใช้ในพิธีชงชาเป็นหลัก ได้แก่

โคอิฉะ (Koicha – ชาข้น) การชงแบบใช้น้ำน้อยมาก ชาจะข้นหนืดคล้ายซอส ต้องใช้ใบชาคุณภาพสูงสุดที่มีรสหวานและอูมามิจัดจ้านเท่านั้นถึงจะดื่มได้โดยไม่ขมคอ

อุซุฉะ (Usucha – ชาใส) การชงแบบที่เราคุ้นเคยกัน คือตีให้เกิดฟองนุ่ม ๆ ใช้ชาคุณภาพดีที่อาจจะมีรสฝาดเบา ๆ แทรกอยู่เพื่อให้ความสดชื่น
นอกจากนี้ ร้านชาญี่ปุ่นมักจะนิยมตั้งชื่อมัตจะแต่ละเบลนด์ด้วยชื่อที่ไพเราะ เช่น ชื่อของบทกวี หรือชื่อสถานที่ มากกว่าการมานั่งแปะป้ายว่านี่คือชาเกรดอะไร
ทำไมคนรักชาถึงยอมจ่ายแพง ?
ราคาของมัทฉะเกรดพิธีการอย่าง Kama Matcha หรือ Ceremonial Grade นั้น ค่อนข้างมีราคาที่สูงเอาเรื่อง บางครั้งกระปุกเล็ก ๆ ปริมาณแค่ 40 กรัม อาจมีราคาพุ่งไปถึง 700-800 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ แต่เหตุผลที่คนยอมจ่ายแพงขนาดนี้ เป็นเพราะความยากลำบากในกระบวนการผลิต ก่อนเก็บเกี่ยว ต้นชาจะถูกพรางแสงจากดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน ทำให้ใบชาต้องพยายามดิ้นรนเพื่อสังเคราะห์แสงและเร่งผลิตคลอโรฟิลล์ออกมาจำนวนมาก
นอกจากเรื่องสีที่สวยงามและรสชาติที่ละมุนลิ้นแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนยอมควักกระเป๋าจ่าย คือ ‘ผลลัพธ์ทางอารมณ์’ หลังดื่ม
ที่สำคัญคือผลลัพธ์ทางอารมณ์หลังดื่ม ?
ในมัตจะเกรดดี ๆ ที่ผ่านกรรมวิธีมาอย่างเต็มที่ จะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนธรรมชาติที่ชื่อว่า แอล-ธีอะนีน (L-Theanine) สารตัวนี้เมื่อทำงานร่วมกับคาเฟอีนที่มีอยู่ในชา จะทำหน้าที่ช่วยชะลอการดูดซึมคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เราไม่รู้สึกใจสั่นหรือกระวนกระวายเหมือนเวลาดื่มกาแฟหนัก ๆ
ผลลัพธ์ที่ได้คือความรู้สึกที่เรียกว่า ‘Calm Alertness’ หรือการตื่นตัวแบบมีสมาธิ สมองแล่นพร้อมลุยงาน แต่จิตใจกลับรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้ยากจากเครื่องดื่มชนิดอื่น
นั่นทำให้น่าจะเป็นหนึ่งในหลายเหตุผล ที่ทำให้คนยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อมัตจะเกรดพิธีการ ถือเป็นการลงทุนเพื่อสุนทรียภาพในการดื่ม ทั้งรสชาติที่นุ่มนวลและสมาธิที่ได้กลับมา แต่ถ้าเป้าหมายของเราคือการนำไปทำมัตจะลาเต้ หรือทำเบเกอรี มัตจะเกรดผสมอาหารอย่าง Dakota หรือ Gotcha ก็ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด หรืออาจจะใช้คำนี้ก็ได้ว่า “คนเล่น เขารู้กัน”













