รีวิวเกม Blossom Tales II The Minotaur Prince เกมเลียนแบบ Zelda แต่ยังไม่สนุกเท่า

Blossom Tales II The Minotaur Prince
จุดเด่น
เกมเพลย์ Zelda 2 มิติที่สนุกใช้ได้
กราฟิกดูดีแบบคลาสสิก
จุดสังเกต
สั้นไปหน่อยเมื่อเทียบกับแนวเกม
งานออกแบบตัวละครไร้เสน่ห์
7.5

เชื่อว่าแฟน Zelda ตั้งแต่ยุคแรก ๆ ต้องเคยเล่นภาค A Link to the Past ที่วางขายบน Super Famicom ในปี 1991 เพราะมันเป็นหนึ่งในตำนานของวงการเกม และเป็นอีกภาคที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล และแน่นอนว่าความสนุกระดับนี้ทำให้มีหลายเกมพยายามจะเลียนแบบและเดินตามมาตลอดตั้งแต่วางขาย

และเกมที่มารีวิวในวันนี้ก็คือหนึ่งในเกมที่พยายามจะเป็น Zelda โดยเฉพาะภาค A Link to the Past แบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมทั้งกราฟิกและรูปแบบการเล่น และหลังจากวางขาย Blossom Tales: The Sleeping King ภาคแรกไปเมื่อปี 2017 ล่าสุดมีการเปิดตัวภาคต่อ Blossom Tales II The Minotaur Prince วางขายบนคอนโซล Nintendo Switch และ PC ถือว่าหายไปหลายปี

เนื้อเรื่องใน The Minotaur Prince จะสานต่อจากภาคแรก ที่เรายังได้รับบทเป็นสาวน้อย Lily ที่ต้องออกไปต่อสู้กับปีศาจร้ายตัวใหม่นาม Minotaur King ที่ได้จับตัวพี่ชายของเธอไป เรื่องราวเขียนมาแบบเรียบง่ายไม่โดดเด่น การนำเสนอใช้แบบเกมคลาสสิกยุค 90S ทำให้สำหรับยุคนี้แล้วอาจจะทำให้ผู้เล่นกดข้ามมากกว่าเพราะมันดูเชยไปหน่อย

กราฟิกย้อนยุค 16Bit

เนื่องจากเป็นเกมแนวย้อนยุค ผู้สร้างตั้งใจทำให้มันเหมือนของเดิมในอดีตแบบ 100% ทำให้กราฟิกมันเหมือนกับหลุดมาจากยุค 90S ที่คล้ายกับ Zelda A Link to the Past ในหลายส่วนทั้งฉากและองค์ประกอบ และถือว่าทำได้ดีพอตัวเมื่อเทียบกับฟอร์มเกม แต่น่าเสียดายมาก ๆ ที่งานออกแบบตัวละครทำได้ธรรมดามาก ๆ โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง Lily ที่แทบไม่มีจุดเด่นเลยเหมือนตัวประกอบชาวบ้านในเมืองเอามาเปลี่ยนสีเสื้อผ้าเท่านั้น และมันเป็นมาตั้งแต่ภาคแรกแล้วด้วย

อย่างที่บอกไปว่าการเล่าเรื่องจะใช้คัตซีนแบบเกมยุค 90S ที่เน้นใช้การอ่านตัวอักษรมากกว่า แถมในส่วนของเนื้อเรื่องก็ทำออกมาได้ธรรมดาไม่มีจุดเด่นเมื่อเทียบกับต้นฉบับที่มันพยายามจะเป็นแล้วแตกต่างกันมาก แต่สิ่งที่น่าผิดหวังมากคือเพลงประกอบที่แม้จะมีความพยายามจะเป็น Zelda อยู่มาก แต่ก็ทำได้เรียบเกินไปไม่มีเพลงโดนใจเลย เหมือนกับเป็นส่วนเสริมมากกว่าเป็นจุดเด่น แน่นอนว่าเสียงพากย์ก็ไม่มีตามแนวทางย้อนยุค ทำให้โดยรวมกราฟิกและเพลงประกอบทำได้แค่สอบผ่านและต้องเป็นคนชอบแนวนี้จริง ๆ ถึงจะชอบ

เกมเพลย์แอ็กชัน RPG แนว Zelda

ไม่ต้องบอกอะไรมากทุกอย่างใน Blossom Tales มันคือแอ็กชัน RPG 2 มิติแบบ Zelda 100% ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกกว้างเพื่อค้นหาดันเจี้ยนเพื่อสำรวจได้ไอเทมหรืออาวุธใหม่ เพื่อนำไปใช้สำรวจเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ที่มีอยู่มากมายให้เราค้นหา หากคุณเคยเล่น A Link to the Past ก็ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพราะมันเหมือนกันมาก ส่วนนี้ต้องชมว่าผู้สร้างทำการบ้านได้ดีเพราะเกมเพลย์ลื่นไหลเหมือนถูกสร้างมาจากค่ายใหญ่

ตัวเอก Lily จะใช้อาวุธหลักเป็นดาบที่สามารถชาร์จพลังแล้วใช้ท่าหมุนตัวได้ และยังมาพร้อมกับอาวุธเสริมที่คุ้นหน้าคุ้นตาเพราะมีตั้งแต่ภาคแรกอย่าง ระเบิดเอาไว้โจมตีและเปิดทาง มีธนูไว้โจมตีระยะไกล รวมทั้งไอเทมพิเศษที่ช่วยในการผ่านด่านที่ขนมาทั้ง ตะเกียงที่เอาไว้จุดไฟ และยังมีอีกหลายรูปแบบที่มาให้เราใช้งานโดยมันจะค่อย ๆ ปลดล็อกออกมาให้ใช้จากการผ่านด่านและทำภารกิจหลัก การเรียกเอามาใช้งานก็ทำได้เรียบง่ายเพราะผู้เล่นสามารถปรับแต่งได้เอง และการเรียกใช้งานได้เพียงแค่กดปุ่มเดียว

รูปแบบหลากหลายซับซ้อนกว่าที่คาด

นอกจาหนี้ผู้สร้างยังคิดไอเดียการผสมผสานรูปแบบเพื่อเอามาแก้ปริศนาด้วย เช่นใช้ไฟจากตะเกียงมาร่วมกับการใช้ธนูทำให้เกิดเป็นธนูไฟ ถือว่าเป็นส่วนดีที่ช่วยเสริมให้เกมเพลย์ซับซ้อนขึ้น แต่การใช้งานจะขึ้นอยู่กับค่าพลังแถบสีเขียวที่เมื่อใช้จะลดลง ทำให้ใช้งานต่อเนื่องไม่ได้แถมค่าพลังนี้ยังถูกใช้ในการกลิ้งตัวหลบหลีกด้วย ทำให้การใช้งานท่าพิเศษหรืออาวุธเสริมต้องคิดวางแผนให้ดี เพราะมันจำเป็นต่อการต่อสู้กับบอสและแก้ปริศนาด้วยซึ่งส่วนนี้มันคล้ายกับเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild

และความคล้ายกับซีรีส์ Zelda ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีระบบอัปเกรดค่าพลังตัวละครด้วยการเก็บชิ้นส่วนหัวใจ ที่มีทั้งได้มาจากบอสและซ่อนอยู่ในฉาก และมีการใช้เครื่องดนตรีมาร่วมกับการแก้ปริศนาเปิดทางไปต่อ แถมเมนูการกดแทบจะถอดแบบมาจาก Ocarina Of Time แบบ 100% ส่วนฉากแผนที่แม้จะมาแบบ 2 มิติแต่ก็มีความกว้างและมีอะไรให้สำรวจมากมาย แต่ผู้เล่นยุคใหม่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเวลาเดินทางนานจนน่าเบื่อ เพราะมีการใส่จุดวาร์ปมาให้เป็นบอลลูนเพื่อเดินทางได้รวดเร็วมากขึ้น

Blossom Tales II The Minotaur Prince เหมือนเป็นจดหมายรักจากผู้สร้างที่เป็นแฟน Zelda เพราะมันแทบจะเหมือนกันแบบ 100% และหากจะนับในส่วนความสนุกแม้จะไม่เทียบเท่า แต่ก็มีความคล้ายอยู่หลายส่วน เสียดายที่งานออกแบบตัวละครทำได้เรียบเกินไป เพลงประกอบก็ไม่มีอะไรโดนใจ แต่โดยรวมถือว่าสอบผ่านใครชอบ Zelda ภาค 2 มิติโดยเฉพาะ A Link to the Past ไม่ควรพลาด

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก