รีวิวเกม RWBY Arrowfell เกมแนว Metroidvania จากค่ายดังที่ผิดฟอร์มไปหน่อย
Our score
5.0

RWBY Arrowfell

จุดเด่น

  1. เลือกเป็น 4 ตัวละครที่สลับเปลี่ยนได้ตลอด
  2. มีคัตซีนการ์ตูนให้ชม

จุดสังเกต

  1. ไม่มีระบบแผนที่ให้ดูทำให้หลงทางได้ง่าย
  2. เกมเพลย์ดูธรรมดาไปหน่อย

เกมย้อนยุค 2 มิติแนว Metroidvania ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากกระแสย้อนยุคจะมาแรงแล้ว ยังมีทีมงานดัง ๆ ที่ถนัดสร้างแนว 2D อยู่หลายค่าย โดยเฉพาะชื่อของ WayForward ที่ยืนหนึ่งเรื่องเกมแอ็กชัน 2D เน้นการสำรวจ ทำให้การมาของ RWBY Arrowfell น่าสนใจขึ้นมาทันที

เกม RWBY Arrowfell เป็นผลงานสร้างของ WayForward และค่าย Arc System Works ที่มีผลงานดัง ๆ อย่าง Guilty Gear หรือเกมต่อสู้ 2 มิติ Dragon Ball FighterZ ยิ่งทำให้การรวมตัวของ 4 สาวในโลก 2 มิติน่าสนใจอย่างมาก โดยเกมวางขายบน Nintendo Switch, PlayStation 4, PlayStation 5, Xbox One, Xbox Series X และ PC

เรื่องราวในเกม RWBY Arrowfell เราจะได้เล่นเป็น 4 สาวนาม Ruby Rose, Weiss Schnee, Blake Belladonna และ Yang Xiao Long แน่นอนว่ามันคือที่มาของชื่อทีม RWBY โดยต้องมารวมทีมเพื่อสำรวจดินแดนใหม่ แต่ในเกมจะไม่ได้มีแค่ทีมเราที่เป็นนักสำรวจ ยังมีอีกหลายทีมทำให้เราต้องออกไปพบเจอกับคู่แข่งตลอดการเล่นและยังมีการเล่าเรื่องผ่านการ์ตูนอนิเมะที่มีการลงทุนสร้างมาให้ชมตลอดการเล่นด้วย

กราฟิกเกือบจะดีแล้ว

แม้ว่าจะใช้รูปแบบการเล่นแนวย้อนยุค แต่ภาพไม่ได้ใช้แบบพิกเซล มีการลงทุนใช้กราฟิกแบบ 3 มิติวาดตัวละครและฉากเป็น 3D แต่จะใช้มุมมอง 2 มิติด้านข้างที่เรียบง่ายไม่โดดเด่น ตัวละครมีความเป็นอนิเมะพอสมควรแต่บอกตรง ๆ ว่าดูเชยไปหน่อย บางตัวละครดูเหมือนตัวประกอบมากกว่าจะมาเป็นตัวหลักให้เลือกเล่น ทำให้มันเหมือนกับเกมค่ายอินดี้มากกว่าจะสร้างโดยทีมงานมืออาชีพ

อย่างไรก็ตามการที่เกม RWBY Arrowfell ลงทุนทำคัตซีนเป็นการ์ตูนที่มีภาพเคลื่อนไหว และมีการใส่เสียงพากย์มาแบบจัดเต็มก็ทำให้มันดูโดดเด่น แต่ด้วยงานออกแบบที่เหมือนเกมแจกฟรีบนมือถือทำให้กราฟิกกับคัตซีนดูค่อนข้างขัดกันอยู่ ส่วนเพลงประกอบทำออกมาได้ดีในระดับน่าพอใจมีการใส่เพลงที่มีเนื้อร้องเข้ามาผสมผสานด้วย แต่ไม่มีเพลงธีมที่โดดเด่นติดหูเท่าที่ควรโดยรวมแค่สอบผ่านในส่วนภาพและเสียง

เกมเพลย์ Metroidvania ที่เรียบง่าย

หลัก ๆ แล้วเกมจะแบ่งออกเป็นฉาก และมีระบบฉากบนแผนที่ใหญ่ที่เราจะได้ท่องไปทั่วโลก ผ่านเกมเพลย์แอ็กชัน 2 มิติมุมมองด้านข้าง ที่เน้นการแก้ปริศนาทำเนื้อเรื่องเพื่อเปิดทางไปต่อ ที่เข้าใจง่ายฉากไม่ได้มีความกว้างนักแต่จะมีมาให้เลือกหลายด่านแทน และเราต้องออกจากฉากเพื่อไปแก้ปริศนาในหมู่บ้านถือว่าเป็นการผสมแนว RPG เข้าด้วยกัน

เกมเพลย์ในส่วนแอ็กชันถือว่าทำได้ดีพอใช้ เพราะเราจะได้บังคับตัวละครกระโดดไปตามพื้นผิว และต่อสู้กับศัตรู และมีบอสสุดโหดรอเราอยู่ แต่การเล่นอาจจะมีการติดขัดอยู่บ้างเพราะมันไม่ใช่แอ็กชันแท้ ๆ ผู้เล่นต้องทำภารกิจที่ต้องออกไปค้นหาไอเทมหรือช่วยเหลือคนในฉาก แล้วกลับไปทำเนื้อเรื่องที่หมู่บ้านหรือปราสาท ทำให้การเล่นไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร

เล่นเป็น 4 ตัวละครที่เปลี่ยนได้ตลอด

จุดเด่นของเกมคือการที่เราเล่นเป็นตัวละครหลักได้ 4 ตัวพร้อมกันทั้ง Ruby Rose สาวที่ใช้เคียวด้ามยาวเป็นอาวุธที่โจมตีรุนแรงและมาพร้อมความสามารถพิเศษพุ่งตัวกลางอากาศ ตามด้วย Weiss Schnee สาวที่ดูเรียบร้อยที่ใช้ดาบเป็นอาวุธหลัก และมาพร้อมกับพลังการสร้างพื้นผิวเพื่อเอาไว้กระโดดไปที่สูงได้ ต่อด้วย Blake Belladonna สาวผมสั้นที่ใช้ดาบยาว และเธอจะมาพร้อมความสามารถแยกร่างได้ ปิดท้ายกับ Yang Xiao Long สาวแกร่งที่ใช้หมัดโจมตีและใช้ท่าปล่อยพลังลงพื้นที่มีพลังทำลายรุนแรงมาก

โดยทุกตัวละครจะใช้ค่าพลังชีวิตและท่าพิเศษรวมกันหมด ทำให้ต้องระวังให้ดีเพราะพลังชีวิตจะใช้ร่วมกับการใช้ท่าไม้ตายด้วย ทำให้ใช้ต่อเนื่องไม่ได้ รวมทั้งระบบอัปเกรดตัวละครที่จะใช้ไอเทมเพื่อเพิ่มค่าในส่วนต่าง ๆ เช่นพลังโจมตีหรือเพิ่มค่าพลังป้องกัน ซึ่งในส่วนนี้จะมีการแยกกันไม่ได้ใช้รวมเหมือนค่าพลัง

ทำให้ระบบของเกมโดยรวมมันดูแปลก ๆ และยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร ส่วนข้อเสียจริง ๆ คือ RWBY Arrowfell ไม่มีระบบแผนที่ในระหว่างเล่นในฉากหลักทำให้ผู้เล่นต้องมานั่งจำเอาว่าเคยเดินผ่านมาก่อนหรือเปล่า ความจริงเกมแนว Metroidvania ควรจะมีระบบแผนที่ถือว่าเป็นจุดที่ผู้สร้างพลาดอย่างมากที่ไม่ได้ใส่เข้ามา

เรียกว่าผิดฟอร์มพอสมควรสำหรับ RWBY Arrowfell เพราะชื่อของผู้สร้าง WayForward และค่าย Arc System Works ทำให้คาดหวังไว้สูงเกินไป พอได้สัมผัสจริง ๆ แล้วมันยังมีอะไรหลายส่วนไม่ลงตัวทั้งระบบแผนที่ก็ไม่มี แอ็กชันที่ดูธรรมดา ยังดีที่มีตัวละครสาว ๆ มาให้เลือกใช้งาน 4 ตัวที่มีค่าพลังแตกต่างกันก็พอจะทำให้เราอยู่กับเกมได้นานจนลืมความไม่ลงตัวของรูปแบบการเล่นไปได้บ้าง